วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 50 เปิดโปงกันเอง (ดิบ)

สายตาทุกคู่พุ่งเป้าตรงดิ่งมายังตัวของมู่หรงหลัว   ทั้งสายตาตกใจ,  ทั้งดูหมิ่นและทั้งเยาะเย้ย ด้วยเพราะว่าซ่งชิงเหยียนนั้นอายุยังเยาว์วัยนัก   ความคิดในการหลอกลวงเงินตั้งครึ่งล้านตำลึง,  ความอิจฉาริษยาและกลโกงที่แยบยลนี้ไม่น่าจะเป็นของซ่งชิงเหยียนเพียงผู้เดียว มู่หรงหลัวต่างหากที่น่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง

ความวัวยังไม่ทันหาย  ความควายก็เข้ามาแทรก   เรื่องค้างหนี้สิบปีของหกร้านก็ทำให้มู่หรงหลัวกลายเป็นตัวตลกหมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว    ดังนั้น,  นางจะไม่คิดออกหน้าทำการสิ่งใดอีกแต่ใช้วิธีชักใยซ่งชิงเหยียนอยู่เบื้องหลังแทนนี่เอง   ต่อให้เรื่องแดงขึ้น ผู้คนก็จะกล่าวโทษซ่งชิงเหยียน   สืบมาไม่ถึงตัวนาง    นับว่านางฉลาดรอบจัดไม่เบา

มู่หรงหลัวมีสีหน้าแข็งขึงน่าหวาดหวั่น   ซ่งชิงเหยียนอายุเพียงสิบสามปีนับว่าเป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่รู้ความ   หากเรื่องโกงพนันเปิดเผยออกมา   เขาจะได้รับโทษสถานเบาให้หลาบจำเท่านั้น ไม่มีการเสียค่าปรับหนักหนาอะไรด้วยซ้ำ   แต่นี่เขากลับซัดทอดมาที่นางด้วย   เรื่องที่ควรจะรับโทษสถานเบาก็กลับเป็นหนักขึ้น   เจ้าเด็กงี่เง่า!

“ซ่งชิงเหยียน,  เจ้าปรักปรำข้า!”    มู่หรงหลัวพยายามขยิบตาส่งสัญญาณบอกใบ้กับซ่งชิงเหยียนให้เขาหยุดพูด

ซวยที่มู่หรงหลัวดันชักชวนเจ้าเด็กสมองหมูอย่างซ่งชิงเหยียนให้มาร่วมมือ   ตอนนี้ซ่งชิงเหยียนกลัวขึ้นสมองจนไม่สังเกตุเห็นท่าทางบอกใบ้ของนาง    เด็กหนุ่มเอาแต่คิดว่ามู่หรงหลัวคิดจะถีบหัวเรือส่ง   ปล่อยให้เขากลายเป็นแพะรับบาป   ดังนั้น,  เขาจึงชี้นิ้วมาที่นางตรงๆ แล้วกล่าวหาว่า   “ข้าน่ะหรือ.....ปรักปรำเจ้า มู่หรงหลัว?    เจ้าจำได้ไหมว่า...เมื่อสองปีก่อน เจ้ามอบเงินให้ข้าหนึ่งพันตำลึง   บอกให้ข้าชักชวนมู่หรงเยว่เข้าบ่อนกัดหมา,  บ่อนตีไก่,  เล่นพนันขี่ม้าตีลูกหนัง    พอปีต่อมาเจ้าก็ให้เงินข้าอีกเป็นจำนวนสองพันตำลึง   ให้ข้าชักมู่หรงเยว่เข้าบ่อนพนันลูกเต๋า   เจ้ายังบอกว่าถ้าข้าสามารถพามู่หรงเยว่เข้าซ่องคณิกาได้ล่ะก็   เจ้าจะให้เงินข้าอีกสองถึงห้าพันตำลึง    เรื่องพวกนี้คนรับใช้บ่าวข้างกายของข้าล้วนสามารถเป็นพยาน   เรียกพวกเขาออกมาสอบถามได้ 

พอทุกคนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดถึงกับส่งเสียงฮือฮากันระงม   เริ่มตั้งแต่สองปีก่อนที่มู่หรงเยว่ถูกวางแผนให้เริ่มต้นมีชื่อเสียงเสียหาย  ฉาวโฉ่   เริ่มตั้งแต่กีฬาชั้นสูง   อย่างขี่ม้าตีลูกหนังแล้วค่อยๆตกต่ำเกลือกกลั้วลงไปเรื่อยๆ จนล่าสุดถึงเข้าบ่อนทอยลูกเต๋า  ยังเหลืออีกหนึ่งที่ยังไม่เป็นไปตามแผนแต่ก็ใกล้จะสำเร็จเต็มที   คือเสพเมถุนเข้าซ่องคณิกาเท่านั้น    แต่ถ้าหากเรื่องนี้ไม่แดงขึ้นมาก่อน   คาดว่า... นายท่านมู่หรงผู้นี้ก็คงมีข่าวว่าเข้าไปหมกหมุ่นขยี้บุปผาอยู่ในซ่องเป็นแน่

แต่เป็นเพราะเรื่องราวระยำทั้งหมดได้มาเปิดเผยตั้งแต่เรื่อง  'อภิมหาหนี้ของหกร้านค้า'  ทำให้มู่หรงหลัวต้องใช้ทรัพย์สินทั้งหมดของนางอุดรูรั่วชำระหนี้ทำให้เงินทองขาดมือ   ดังนั้นแผนที่วางเอาไว้สำหรับมู่หรงเยว่จึงถูกเลื่อนออกไปก่อน     มิเช่นนั้น,  ร่างกายสูงค่าของหนุ่มน้อยผู้สืบทอดเชื้อสายผู้มีสกุลคงต้องไปเกลือกกลั้วกับนางโลมชั้นต่ำในหอให้บริการชายเป็นแน่”    ซ่งชิงเหยียนเล่าไปก็ทำหน้าเชิดไปราวกับว่าตนเองได้รับความสำเร็จในการงานยิ่งใหญ่อะไรสักอย่าง

เสียงผู้คนเงียบสงัดแล้วก็ดังล้งเล้งขึ้นมาใหม่    อะไรกันเอาข้าวของเสื้อผ้าเครื่องใช้เครื่องประดับมีราคา  ของซื้อของขายของเขามาใช้สอยโดยผัดผ่อนไม่ยอมชำระอยู่นั่น   แล้วยังวางแผนให้บุตรชายผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูลผู้อื่นต้องแปดเปื้อนเสียชื่อเสียง จิตใจของมู่หรงหลัวช่างใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว   ต่อให้พวกเขาสืบทอดมาคนละสาย   แต่ก็ใช้แซ่มู่หรงเฉกเช่นเดียวกัน    มีต้นกำเนิดรากฐานมาจากแซ่ตระกูลเดียวกันเป็นญาติกันมิใช่หรือ?

มู่หรงเยว่หยุดมือแล้ว   เขานั่งฟังเรื่องราวรวมทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบด้าน   ตัวเขานั่งยองๆลงกับพื้นอย่างหมดแรง   ดวงตามีแววตกตะลึง   เป็นนานสองนานก็ยังไม่มีสติกลับมา.....

มู่หรงเสวี่ยเหยียดปากอย่างหยามหยัน,  แต่เดิมนางเคยคิดว่าที่มู่หรงเยว่มีนิสัยเช่นนี้เพราะขาดบิดามารดาคอยอบรม    ทั้งยังไม่ชอบอ่านตำรับตำรา   จึงค่อยๆกลายเป็นหนุ่มเสเพล ปล่อยตัวลอยชาย   ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า,  จริงๆแล้ว...เขาถูกชักนำและครอบงำให้เหลวแหลกทีละนิดทีละนิดด้วยน้ำมือ..........

มู่หรงหลัวเลือกใช้หมากได้ดีจริงๆ!

"ได้ยินว่าใต้เท้าหลินแห่งศาลชุนเทียนก็มาร่วมงานในวันนี้ด้วย   ข้าไม่ทราบว่าบทลงโทษทางกฏหมายเนื่องด้วยการกระทำชักนำให้เยาวชนกระทำเหตุไม่สมควรโดยเจตนามุ่งร้าย   จัดว่าเป็นความผิดขัดต่อข้อกฎหมายของแคว้นฉิงหยานหรือไม่อย่างไร?   แต่มู่หรงหลัวและซ่งชิงเหยียนสมคบคิดกันหลอกลวงฉ้อโกงพี่ชายของข้าเป็นเงินร่วมครึ่งล้านตำลึง,  เรื่องนี้ผิดกฎหมายแน่นอนอยู่แล้ว”

มู่หรงเสวี่ยทำท่าพร้อมจะเอาผิดกับนาง   จะส่งนางเข้าคุก!   นางที่มีฐานะเป็นถึงฮูหยินของขุนนางแห่งจวนหวู่อันนี่น่ะนะต้องเข้าคุกหลวง!

มู่หรงหลัวมีสีหน้าซีดเผือด   นางกำมือแน่น   เค้นเสียงพูดออกมาทีละคำ   “ข้าไม่ได้สมคบกับซ่งชิงเหยียน   เขาพูดให้ร้ายปรักปรำข้า....”

“พี่หญิง,  ท่านอย่าได้กล่าววาจาไม่มีน้ำหนักอีกเลย”    หวู่ฮุยฮุยก้าวออกมาพูดขัดคำพูดของมู่หรงหลัว   นางเดินผ่านไปยังซ่งชิงเหยียนที่หน้าตาบวมปูดดูไม่ได้   แล้วมองด้วยสายตาเจ็บปวดเสียใจ   นางหันมาพูดเสียงเย็นวางอำนาจกับมู่หรงหลัวว่า   “ชิงเหยียนเป็นคุณชายรองแห่งจวนหวู่อัน   เสื้อผ้าเครื่องใช้อาหารข้าวของส่วนตัวทั้งหมดใช้แต่ของดีมีอย่างเพียบพร้อม   ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องกระทำเสื่อมเสีย   เขาจะทำเช่นนี้ไปทำไมถ้าไม่มีคนคอยเสี้ยมสอน?”

"แต่ท่านละโมบคิดเบี้ยวไม่ชำระหนี้หกร้านของญาติแซ่เดียวกัน   ยื้อยาวเป็นเวลาถึงสิบปีจนต้องถูกไล่บี้ตามมาทวงหนี้ถึงหน้าจวนให้เป็นที่โจษจันกันทั่งเมือง    ท่านยังคิดกลั่นแกล้งหมายฮุบสมบัติของหลานชายหญิงกำพร้า   ใช้วิธีการหลอกลวงต่ำช้าสารพัด   เป็นความผิดความคิดของท่านเองทั้งหมด.....”

ฐานะแต่เดิมของมู่หรงหลัวคือสะใภ้เอกคนโตของจวน   ในอดีตหวู่ฮุยฮุยจะไม่มีปากมีเสียงกล้าพูดอะไร    ตอนนี้ความจริงเปิดเผยว่ามู่หรงหลัวจิตใจชั่วช้าคิดวางแผนหลอกใช้ชิงเหยียนผู้เยาว์ให้กระทำการไม่สมควร    หวู่ฮุยฮุยผู้นี้ตอนนี้จะฉวยโอกาสสาดสีใส่หม้อที่มันดำแล้วอย่างไรก็ได้   มันก็ไม่มีวันขาวขึ้นมาหรอก

มู่หรงหลัวมีสีหน้าดุดันไม่ยินยอม   นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักออกมาทีละคำว่า “หวู่ฮุยฮุย,  เจ้าจงเบิ่งตามองให้ชัด,  เรื่องหกร้านนั่น,  เป็นข้าบริหารผิดพลาดจริงแต่ก็ได้ชดใช้ชำระไปเรียบร้อยแล้ว   แต่เรื่องที่ชิงเหยียนโกงมู่หรงเยว่ครึ่งล้านตำลึงก็เห็นชัดตำตาอยู่โทนโท่มิใช่หรือว่าเป็นผู้ใดกระทำ?   อย่ามาปรักปรำสาดโคลนใส่ข้า”

หวู่ฮุยฮุยแค่นเสียงเฮอะ   “แล้วชิงเหยียนจะมีสาเหตุอะไรให้ต้องปรักปรำเจ้าด้วย?”

“ก็เพราะว่าข้ากับพี่น้องแฝดมู่หรงมีเรื่องบาดหมางกินใจกันอยู่น่ะซิ ถึงได้คิดจะปรักปรำข้า!”  มู่หรงหลัวกล่าวเสียงเยียบเย็น

หวู่ฮุยฮุยอึกอัก,  มู่หรงหลัวมีไหวพริบไม่เบา    พูดแต่ละประโยคก็ปัดเป่าความน่าสงสัยออกไปจนหมด   แต่นางก็ยังไม่หมดคำพูดที่จะเปิดโปงมู่หรงหลัวอีก   “งั้นเจ้าก็แก้ตัวมาให้หมด, เรื่องคนรับใช้ที่รู้เรื่องราว....”

“บ่าวของซ่งชิงเหยียนก็ต้องช่วยเหลือเขาที่เป็นเจ้านายอยู่แล้ว   ไม่เข้าข้างเขา   แล้วจะเข้าข้างใคร.....”

มู่หรงหลัวสวนตอบกลับคำถามทุกคำถามที่หวู่ฮุยฮุยตั้งขึ้นมาได้อย่างสมเหตุสมผล   มู่หรงเสวี่ยที่ชมดูอยู่เงียบๆทำท่าไม่สนใจฟัง   นางค่อยๆเดินเนิบนาบไปยังเบื้องหน้าชายวัยกลางคนผู้หนึ่งแล้วส่งเสียงเรียก:  “ใต้เท้าหลิน!

ใต้เท้าหลินแห่งศาลชุนเทียนลอบถอนหายใจ    เขาลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเชื่องช้าสง่างาม   นึกในใจคาดไม่ถึงว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะสังเกตเห็นเขาปะปนอยู่ในฝูงชน    อพิโถ่เอ๋ย,  เกิดเรื่องอื้อฉาวในจวนขุนนางนี่ย่อมทำให้ผู้ตัดสินเวียนกระบาลจริงๆ!   นอกจากจะอื้อฉาวขายหน้าก็เรื่องหนึ่ง   แต่เมื่อเรื่องนี้มาถึงมือ   ให้เขารับรู้ด้วยแล้ว   เขาก็ต้องลงมือจัดการตัดสินความด้วยโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน!

ใต้เท้าหลินยิ้มแล้วมองตรงมาที่มู่หรงเสวี่ย   “คุณหนูมู่หรง,  กรณีฮูหยินจวนหวู่อันและคุณชายรองซ่งสมคบคิดโกงเงินของนางท่านมู่หรงจำนวนห้าแสนกว่าตำลึงนั้นผิดจริง   แต่พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จไม่ได้รับเงินไปแต่อย่างใด   ทางจวนมู่หรงก็มิได้มีความเสียหาย   แทนที่จะส่งตัวขึ้นศาล   มิสู้ไกล่.....”

คดีคล้ายๆกันแบบนี้หากเป็นชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป   โทษหนักสุดที่เขาเคยตัดสินความคือติดคุกกินข้าวหลวงอยู่หนึ่งถึงสามเดือน

มู่หรงเสวี่ยยิ้มหวาน   “ข้าไม่รบกวนใต้เท้าให้ยุ่งยากเช่นนั้น,  ไม่ต้องไกล่เกลี่ยให้มากความ  โทษจำคุกสูงสุดนานเท่าไรก็เท่านั้นแล้วกัน”

ใต้เท้าหลินลอบถอนหายใจแบบไร้เสียง    มู่หรงหลัวผู้นี้มีศักดิ์เป็นน้าของมู่หรงเสวี่ยเจ้าทุกข์  หากส่งตัวนางเข้าคุกไปแล้วก็หมดสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต้องรับโทษตามนั้น   แต่ตัวฮูหยินจวนหวู่อันก็ใจคอโหดร้าย   รังแกหลานกำพร้าที่ไม่มีทางสู้   ดูๆไปก็สมเหตุสมผลแล้วที่มู่หรงเสวี่ยผู้เป็นหลานจะโกรธจัดถึงขนาดส่งตัวน้าเข้าคุกเช่นนี้

“เด็กๆ   เข้ามาช่วยกันคุมตัวคุณชายรองซ่งกับฮูหยินจวนหวู่อันไปยังศาลชุนเทียน   เปิดศาลพิพากษาคดี!

พูดออกไปแล้วรอบบริเวณก็บังเกิดความเงียบสงัด   โทษที่มู่หรงหลัวจะได้รับไม่ใช่เบาๆ สามารถคาดเดาผลตัดสินโทษไม่ยาก........

หวู่ฮุยฮุยตาเป็นประกาย   ในนามจวนหวู่อัน นางไม่พูดจาคัดค้านใด   ใต้เท้าหลินสั่งการให้ควบคุมตัวมู่หรงหลัวไปที่ศาลด้วยคงเพราะเชื่อว่า   ซ่งชิงเหยียนผู้มีวัยเพียงสิบสามปีไม่มีความคิดถึงขั้นหลอกลวงเงินทองของผู้ใด   ต้องมีผู้ยุยงส่งเสริมให้กระทำ   เด็กหนุ่มคงจะไม่ได้รับโทษมากมาย   พวกเขาคงต้องไม่ต้องห่วงกังวล   ความซวยมีแต่จะไปตกที่มู่หรงหลัวเพียงผู้เดียวเท่านั้น


พวกเจ้าหน้าที่ศาลชุนเทียนกำลังชักแถวเข้ามากัน   เตรียมจะจับกุมคน   อยู่ๆก็มีเสียงแหลมปรี้ดดังออกมาจากฝูงชนว่า   “มู่หรงเสวี่ย,  หลัวเอ๋อร์เป็นน้าของเจ้า   เจ้าจะใจร้ายปล่อยให้นางเข้าคุกได้เหรอ?”


............................................
จบบท



บทที่ 7 ลาก่อนคุณเจ้าของ

เจ้าตีข้าทำไม???

ระหว่างการเล่นสนุกของข้า    มีตะขออันหนึ่งพุ่งตรงมาโจมตีส่วนท้องของข้า    ข้ารีบกระโดดหลบออกไปทางด้านข้าง

บทที่ 120 แต่งงานกับข้าเถิดนะ?

ข่าวความอ่อนหวานและเป็นกุลสตรีเพียบพร้อมของหยินซีกระจายเป็นไฟลามทุ่งด้วยการป่าวประกาศของศิษย์พี่หมายเลขเจ็ด   แพร่กระจายจนไปถึงท่านอาจารย์หวู่เต้าจาง    ด้วยเหตุนี้,  หวู่เต้าจางจึงสั่งให้หยินซีปักลายผ้าหมู่มวลพฤกษา   ดอกไม้ผลิบานลงบนเสื้อคลุมทองคำของเขา    เล่นเอาหยินซีวางท่าสง่างามไม่ออก   ไฟโมโหของเขาช่วงนี้กำลังโชติช่วงชัชวาล

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 49 ลูกเต่าซ่งชิงเหยียน (ดิบ)

“อย่างงั้นเรอะ?”    ซ่งชิงเหยียนลากเสียง   เขาเข้ามาใกล้ยังด้านหน้าของชายหนุ่มร่างท้วมที่ยืนอยู่ตรงนั้น   เชิดคางขึ้นสูงก่อนจะถามเสียงมั่นใจออกไปว่า   “เจ้าได้ยินข้าพูดว่าห้าพันสองหรือไม่?”

บทที่ 48 การสมคบคิด (ดิบ)

มู่หรงเสวี่ย?    ไหนว่านางป่วยไง?    อยู่ๆทำไมถึงลุกขึ้นมาถึงนี่ได้?

มู่หรงหลัวมุ่นหัวคิ้ว  มองขึ้นมาตรงไปข้างหน้า   เห็นหลานสาวของนางกำลังเดินเยื้องย่างเข้ามาตามทางเดินหิน   ปลายกระโปรงของชุดเสื้อสีฟ้าอ่อนระปัดป่ายมาตามทางเดิน    ใบหน้าหวานซึ้งเล็กกระทัดรัดไม่เกินฝ่ามือนั้นดูใสกระจ่างด้วยความอ่อนเยาว์ของสาวน้อยวัยแรกรุ่น ริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นแย้มเพียงนิดๆ   แต่ดวงตาสีดำกลมโตนั้นต่างหากที่เปล่งประกายเอาเรื่อง

บทที่ 47 เริ่มต้นแผนการ (ดิบ)

สุ้มเสียงแหลมสูงสำเนียงแตกตื่นเข้ามากระทบหู   มู่หรงเสวี่ยที่กำลังเก็บข้าวของมือชะงัก ปากอดเบะไม่ได้   นางว่าแล้ว,  งานเลี้ยงบ้าบออะไรนั่น   ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ

บทที่ 6 คำขอแต่งงานจากปีศาจช้าง

มีต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าเต็มไปหมดบนเขาหลัวยิ้ง   บรรยากาศทั้งเขาทั้งมืดทั้งชื้น แหมช่างเป็นที่ๆเหมาะจะบ้านสุดรักของน้องแมวอย่างข้ามาก