วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 106 ห้าร้อยปีที่ผลิดอกออกผล

100ปีล่วงเลย,  ลำธารสายน้ำของภูเขาหลัวยิ้งมิเคยหยุดไหล   พวกมันให้ความชุ่มชื้นแก่ป่าเขา   ทำให้เมล็ดพันธุ์พืชชนิดต่างๆค่อยผลิใบเติบโต    จากต้นอ่อนก็กลายเป็นต้นไม้สูงใหญ่ดั่งปราการแข็งแรง หมู่มวลบุปผาก็เบ่งบานและร่วงโรยครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นวัฎจักร   ณบัดนี้, ไม่มีร่องรอยใดเหลือให้เห็นถึงเหตุเภทภัยแผ่นดินไหวเมื่อครั้งอดีต   มีเพียงทิวทัศน์สวยงามละลานใจ

300ปีผ่านไป, ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของภูเขาหลัวยิ้ง   จึงมีชาวบ้านจับจองที่ดินใกล้ๆเชิงเขา   เพิ่มขึ้นๆจนนับได้หลายครอบครัว   เมื่อลูกหลานของพวกเขาเหล่านั้นเติบโตขึ้น   ก็แต่งงานออกเรือนให้กำเนิดบุตร   เวลาล่วงเลยจากหญิงสาววัยกำดัด   ก็กลายมาเป็น   ยายแก่....ฟันไม่มีสักซี่   จากคนหนุ่มวัยฉกรรจ์ก็กลายมาเป็นท่านปู่ผู้เฒ่าอ่อนแรง   สืบต่อรุ่นหลาน  รุ่นเหลน เป็นทอดๆต่อๆกันมา   มนุษย์แตกรากออกหน่อจนกลายมาเป็นหมู่บ้านใหญ่มีผู้คนนับร้อยๆคน

500 ปีมาบรรจบ,  ราชาวานรผู้ซึ่งถูกจองจำ ณ เขาหวู่ฮัง (ห้านิ้ว)    ทำการท้าทายและเป็นปฎิปักษ์ต่อสวรรค์   ได้กลับตัวกลับใจเข้าเป็นลูกศิษย์ร่วมเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกทางทิศตะวันตก

พระไตรปิฎกอะไรกัน?   ข้าและเหล่าพี่น้องร่วมสาบานคนอื่น**   ตั้งคำถามนี้กับตั้วเฮีย, ปีศาจกระทิง    เขาแค่ยิ้มแล้วตอบว่า “มันหาใช่อะไรเลย?”

อ้าว!   ถ้ามันหาใช่อะไร   แล้วทำไมต้องดั้นด้นออกตามหา?”

หากไม่ไป   ก็ไม่ได้ออกจากเขาห้านิ้ว   ไม่ได้เห็นเหล่าสมุนน้อยที่น่ารัก   ของข้า    หลายปีมานี่, ไม่มีข้าคอยดูแล   พวกมันล้วนถูกรังแกต้องอยู่อย่างขมขื่น "   ราชาวานรที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ซุนหงอคง กล่าว   “เป็นเจ้าบ้าง, เจ้าจะไม่คิดทำสิ่งใดเลยเหรอ?”

"ข้าทำซิ   ทำไมข้าจะไม่ทำ   มนุษย์ยังรู้จักเจ็บปวดเสียใจ,  ปีศาจเช่นเราๆ ก็รู้สึกแบบนั้นได้เหมือนกัน"

ก่อนที่ข้าจะอ้าปากตอบจบ   กระทิงเก๋อเกอก็รำพึงรำพันขัดขึ้นมาพร้อมทั้งยกสุรากรอกเข้าปากอึกใหญ่   “คิดถึงปีนั้นที่พวกเราสาบานเป็นพี่น้องกัน   ตอนนี้ก็หายกระจัดกระจายกันไปหมด

***พี่น้องร่วมสาบานของซุนหงอคง
The Bull Demon King, ปีศาจกระทิง (งู้หม่ออ๋อง)  เฮียกระทิงของเรา
The Saurian Demon King, ปีศาจมังกร (เกาหม้ออ๋อง) ตอนพิมพ์ชื่อคนนี้ 
ฮาที่สุด
The Roc Demon King, ปีศาจนก (พังหม้ออ๋อง) ชื่อคนนี้ก็โฉบเฉี่ยวไม่แพ้
กัน
The Lion Spirit King, ปีศาจสิงโต (ไซท่ออ๋อง) อย่านะ อย่าหาว่าผู้แปล แต่ง
เองนะ มีที่มาที่ไปนะ
The Macaque Spirit King, ปีศาจค่าง (เกาอ๋อง) พี่น้องแต่ละคนต้องยก
ขบวนกันไปเข้าคลีนิคด่วน
The Snub-nosed monkey Spirit King, ปีศาจยักษ์ (โง่ซุดอ๋อง)
ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ chiori สมาชิก pantip
  
เหล่าปีศาจที่นั่งล้อมวงกันอยู่ต่างพากันถอนหายใจแล้วดื่มเข้าไปอีกอึก   พอกระทิงเก๋อเกอเมาได้ที่   เขาก็ซบไหล่ข้าร้องห่มร้องไห้ออกมาว่า   “หลัวชา เมียจ๋า   อย่าด่าข้าเลย   หากเจ้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่   ข้าจะกลับบ้านไปหาเจ้าน่ะ

ข้าไม่ได้ดื่ม   มองดูพวกเขาที่ดื่มจนเมาจึงคิดจะผละจากไปก่อน   เมื่อเดินออกมาข้างนอก   ก็เจอซุนหงอคง, ราชาวานรผู้ซึ่งมิได้เมามาย   เขานั่งอยู่ที่ประตูท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชย   แววตาที่ดื้อรั้นเผยให้เห็นความคิดอึดอัดเศร้าสร้อยที่อยู่ในใจ   ข้าจึงตัดสินใจไม่รบกวนเขาแต่ขึ้นขี่หลังหมาน้อยของข้ากลับบ้าน

ณ เขาหลัวยิ้ง, เสี่ยวหลิน, พ่อบ้านของวังชวนจิ้งได้กะเกณฑ์คนมาก่อสร้าง ‘คฤหาสน์ฮวา’ หลังหนึ่งให้ข้า  (หยินซีตั้งชื่อของคฤหาสน์ตามชื่อของข้า ฮวาเหมียวเหมียว    พวกเขาบอกกับข้าว่า   ข้านั้นตั้งครรภ์   ต้องดูแลรักษาตัวให้ดี   ไม่ควรจะไปอยู่ตามรูตามถ้ำ   แต่บ้านที่พวกเขาสร้างมีขนาดใหญ่เกินไป   ข้าที่อยู่ลำพังกับหยินซีเพียงสองคน   หากต้องดูแลทำความสะอาดต้องสิ้นเปลืองแรงงานอย่างยิ่ง 

ยังดีที่ได้ลัวลัวและเจียนหนานตามข้ามาอยู่ด้วย    อีกผู้หนึ่งที่ติดตามข้าลงมาคือหว่าหวา   ครั้งก่อนนางเคยลงมายังโลกมนุษย์   และติดใจความสนุกสนานมีชีวิตชีวา ณ แดนโลกจนไม่อยากกลับ   ตอนนี้, นางเป็นสาวใช้ประจำตัวของข้า    จินเหวินมิได้ลงมาด้วย   นางได้แต่งให้โมหลิน   ผัวเมียร่วมแรงร่วมใจปลูกสมุนไพรปรุงยารักษาคนไข้   มีบางครั้งที่ข้าคิดถึงจินเซียงและปี้ชิงเฉินจุนผู้จากไป   ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้   พวกเขาสองผัวเมียก็จะเอ็ดข้ามิให้เศร้าโศกเพราะจะทำให้เด็กในท้องคลอดยาก

เสี่ยวหลินได้จัดหาสาวใช้และเด็กรับใช้มาช่วยดูแลบ้านเพิ่มเติมอีกด้วย   โดยมีหยินซีทำหน้าที่พ่อบ้านประจำ คฤหาสน์ฮวา   รับผิดชอบการเงินมิให้รั่วไหลเป็นอีกาขาวที่บริหารการเงินและสั่งการภายในบ้าน   ทั้งยังมีภารกิจที่ต้องจัดการเกี่ยวกับพวกมนุษย์   ซึ่งค่อนข้างวุ่นวายมาก

แรกเริ่ม, พวกนายพรานภูเขามักจะมาด้อมๆมองๆ  คอยจับตาสังเกตุ  วุ่นวายจนข้าเบื่อ   ต้องออกปากให้โมหลินช่วยพรางตาให้เป็นป่าไผ่   เป็นภาพมายามิให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาได้   วิธีนี้ดียิ่ง..เสียเพียงอย่างเดียวว่ากระทั่งแม้แต่ตัวข้าเองก็เข้ามาไม่ได้ด้วย   ได้แต่ทนให้หยินซีเขกหัวด่าว่า   ”อันความว่าโง่ไม่เสร็จ   คือคำจำกัดความคำเดียวของเจ้า

อู่หยุนจะมาเยี่ยมเยียนข้าทุกๆเดือน    ทุกๆครั้งที่มาก็จะหอบเอาปลาทะเลเอย กุ้งลอบสเตอร์เอย   ปลาคาร์ฟเอย   เพื่อมายกคุณภาพอาหารการกินของข้า เขาเอาแต่พูดชักชวนข้าว่า   “ข้าไม่รังเกียจที่เจ้าอุ้มท้องบุตรของปี้ชิงเฉินจุน ข้ายินดีจะเป็นบิดาเลี้ยงให้เขา   ขอเพียงเจ้ายอมแต่งงานกับข้า

ทุกครั้งที่เขากระซิบประโยคนี้กับข้า    หยินซีก็จะลากไม้กวาดออกมากวาดไล่คน   แต่ด้วยความที่ว่า   พละกำลังไม่เป็นใจ   แม้แต่ชายเสื้อของอู่หยุนก็ยังมิอาจจะโดน   วิ่งวนไล่จับรอบแล้วรอบเล่าพอไม่ไหวก็ตะโกนสั่งข้าให้ช่วยจับ

เพ้ย!   เห็นแก่ข้าวปลาอาหารแสนอร่อยที่เขาหอบหิ้วมาฝาก  ใครจะกล้าไปไล่เขาลงกันเล่า    ดังนั้นจึงกลายเป็นว่า......เจ้านั้นก็ได้นั่งเล่นนอนเล่นไปมาจนมืดค่ำจึงค่อยกลับ  จากนั้นพอได้เวลาครั้งต่อไป,  เขาก็วนเวียนกลับมาเยี่ยมข้าอีกเสมอ

เสี่ยวเทียนอยู่บนสวรรค์และมักจะลงมาปฎิบัติภารกิจยังแดนมนุษย์   เขามักจะถือโอกาสแวะมาเยี่ยมหว่าหวาที่บ้าน    ความสัมพันธ์ของทั้งสองก้าวหน้าไปมาก    ทุกครั้งที่ทั้งสอง,  รู้สึกตัวถึงสายตาจับสังเกตุของข้า   ก็จะรีบผละออกจากกัน   ท่าทางเก้อเขิน

เนื่องจากว่าข้าไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนปีศาจต่อ   เทพธิดาขนนกน้ำเงินจึงมาสอนให้ข้าโดยเฉพาะตัวต่อตัว    ข้าจึงสามารถปกปิดใบหูและหางของตัวเองโดยใช้เวทย์มนต์มิให้คนธรรมดาเห็น   จะได้มิต้องถูกชาวบ้านเรียกขานว่าปีศาจ   และต้องหลบหนีการไล่ล่า   สะดวกมากๆ

หลายปีผันผ่าน   มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย   ทำให้ข้าเริ่มที่จะหัวเราะได้   อย่างเช่นตอนนี้ที่เจ้าหมาน้อยของข้าพาข้ากลับมาถึงที่บ้าน   มันวิ่งจู้ดมานั่งจุ้มปุ้กรอหน้าประตูบ้านจนเจียนหนานพรวดพราดวิ่งออกมารับและพาเจ้าหมายักษ์ลากเข้ากรงไป

เจียนหนานเติบใหญ่ขึ้นมากกว่าแต่ก่อน   หน้าตาอาจจะดูธรรมดา   องคาพยพทั้งห้ามิได้หล่อเหลาสะดุดตา   หากโยนคนเข้าไปอยู่กลางถนนที่เบียดเสียดไปด้วยผู้คน   เขาก็จะถูกกลืนหายไปโดยไม่เป็นที่สังเกต   ความเจ้าคารมนั้นถือเป็นคุณลักษณะเอกอุจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาว่า   หากคุยกับมนุษย์,  เขามักทำตัวปากหวาน   หากพบปีศาจ,  ก็เฝ้าแต่เยินยอ    หากต้องมีการติดต่องานการใดไม่ว่าจะเผ่าปีศาจหรือมนุษย์ก็มักจะยกให้เขาเป็นผู้กระทำการนั้น

ลัวลัวเองก็เติบโตเป็นสาวงามอ่อนหวาน   หลังจากได้รับการฝึกฝนขัดเกลามานาน   นางก็เริ่มกล้าขึ้นมาบ้างเล็กน้อย   พรสวรรค์ด้านคิดคำนวณทำให้นางได้รับหน้าที่ช่วยหยินซีทำบัญชี   สิ่งเดียวที่แปลกไปก็คือ...เวลาที่ข้าเอ่ยถึงเจียนหนาน   นางก็จะมีกิริยาหน้าแดงเขินอาย   ทั้งสองก่อเกิดความรู้สึกดีๆให้กันจนกลายมาเป็นคู่สามีภรรยาได้ 50 ปี แล้ว   คนหนึ่งทำหน้าที่พ่อบ้าน   คนหนึ่งทำหน้าที่สมุหบัญชี    เป็นผู้ช่วยหยินซีที่มีภารกิจงานยุ่งมากๆ   ต่างกับข้าที่ไม่เป็นอะไร   รู้แต่วิชาต่อสู้อย่างเดียว

เจ้ากลับมาแล้ว?”   หยินซีออกมาดู   ในมือขวายังมีเพชรวูบวาบอยู่ในมือส่งยิ้มต้อนรับมาที่ข้า   “ของกินอยู่ในครัว   คิดจะนอนก็ไปที่ปีกตะวันตก   คิดจะเล่นก็ไปที่สวน   ลูกชายเจ้าอยู่ที่ภูเขา   มองหาเขาเอาเองจากที่สูงๆ   ตอนนี้ข้ายุ่งมาก   หากไม่ฉุกเฉินจริงอย่าได้เรียกหา

ข้ารู้หรอกนะว่ามีปีศาจที่อยู่ใกล้ๆ   นำเพชรก้อนใหม่มากำนัลแก่เจ้า”    ข้าเดาธุระของเขาออก   หยินซีก็มีเรื่องงี่เง่าให้ข้าหัวเราะ   หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับก้อนเงินก้อนทองแล้วละก็   ระดับสติปัญญาของเขาจะทิ้งดิ่งตกรูดมากองอยู่ที่พื้นเลยทีเดียวละ.........................

ข้าสั่นหัว   ไม่ได้ไปหาอะไรกิน   ไม่ได้อยากจะนอน   ไม่คิดจะเล่นสนุกเช่นกัน แม้แต่ออกไปตามหาลูกชายข้าก็ไม่คิดจะทำ   ข้าเพียงแต่รีบเดินตัดป่า   มุ่งหน้าไปที่หินใหญ่   หินปี้ชิงเฉินจุนก้อนนั้นถูกหยดน้ำกัดเซาะอยู่เป็นเวลานาน จนดูเปียกชื้นไปหมด   ข้างบนมีรูขนาดนิ้วมือหนึ่งอยู่  แต่หินทั้งก้อนมีขนาดสูงกว่าตัวข้าถึงครึ่งแขน   รูนั้นดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อวาน

ข้าหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาค่อยๆซับน้ำที่ขังอยู่ในรู   ข้าทำเช่นนี้อย่างน้อยวันละสิบครั้ง   ไม่เคยวางใจให้ผู้อื่นทำแทน   หากปี้ชิงเฉินจุนกลับมา   ข้าจะได้บอกเขาว่า   ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น,  ข้ารอคอยเขากลับมาเพียงไหน


ข้ายังจินตนาการไม่เลิกถึงวันที่ปี้ชิงเฉินจุนกับข้าได้กลับมาพบกันอีก จากไม่ไกลพลันมีเสียงเด็กน้อยส่งเสียงแจ่มใสมาว่า “เหนียงชิน! ท่านอยู่นี่นี่เอง ข้าตามหาท่านทั้งวัน!

ห๊ะ! เสียงใครเรียก




..............................
จบบท




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น