วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 108 น้ำหยดลงหิน

เสี่ยวเมาตั้งใจเล่าเรียนอย่างหนัก    ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเหลืออีกสามร้อยปี   เขาถึงจะเข้าสู่ช่วงปีศาจโตเต็มวัย   แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขาทำให้เทพธิดาขนนกน้ำเงินเปรยว่าอยากให้เขายกระดับขึ้นไปเรียนยังโรงเรียนปีศาจระดับสูง

แต่เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลของแดนสวรรค์กับภพมนุษย์    เสี่ยวหลินแนะนำให้เสี่ยว
เมาย้ายไปพำนักที่วังชวนจิ้งเป็นการชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการเล่าเรียน

ถึงแม้ว่าข้าไม่อยาก   แต่หยินซีกล่าวแก่ข้าว่า   แม่ที่ดีต้องไม่เห็นแก่ตัวเอง   ผูกติดบุตรน้อยไว้ข้างกายไปตลอดชีวิต    จะทำให้เขาไม่เติบโตสักที   ทั้งยังทำให้เสี่ยวเมานิสัยเสีย
เอาแต่ใจ   กลายเป็นแมวขโมย,  กลายเป็นอันธพาลหัวไม้    ข้าฟังหยินซีกล่าวออกมาเช่นนี้   ได้แต่ขนฟูฟ่องตั้งชันด้วยความกลัว   ผงกหัวอนุญาตให้เสี่ยวเมาน้อยไปพักพิงยังแดนสวรรค์   โดยมีกำหนดให้กลับมาเดือนละครั้ง

ลูกแมวน้อยงอแงไม่ยอมไปเรียน   เขาเอาแต่ร้องไห้น่าสงสาร   “เหนียงชินข้าไม่อยาก
ไปสรวงสวรรค์   หากท่านแม่ไม่อยู่กับข้า   ข้านอนไม่หลับ

ข้าขมปร่าสะเทือนอารมณ์ในอก   ได้แต่แล่นไปลากตัวโมหลินลุกมาจากที่นอนกลางดึกพร้อมกับจัดเตรียมยานอนหลับให้กับข้า  จัดเรียงใส่ไว้ในสัมภาระของเสี่ยวเมา   จากนั้นข้าก็เที่ยวไปล่าแมวสามสีหน้าตาคล้ายๆกับข้ากลับมาเอาไว้ให้เขาใช้นอนกอดเวลานอน

เมื่อเสี่ยวเมาได้เห็นของพวกนั้นในเช้าวันถัดมา    เขาก็มีรอยยิ้มกว้างด้วยความยินดี 
ตากระพริบวิ้งวับสองสามครั้ง   ปากเอ่ยออดอ้อนออกมาอีกคำรบว่า    “ข้ากลัวว่าเหนียงชินอยู่บ้านผู้เดียวแล้วจะเหงา

อู่หยุนเพิ่งมาถึง   ทันได้ฟังคำนี้  เขาสอดคำพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาว่า   “ให้ข้าได้ดูแลเหนียงชินของเจ้าเอง   นางไม่ต้องเหงาแน่

หยินซีได้กลิ่นของอู่หยุนปุ้บ   ก็พุ่งปราดออกมาพร้อมกับไม้กวาดในมือ   มองอู่หยุน
ด้วยสายตาดุร้าย   ปากพูดกับเสี่ยวเมาว่า   “มีพ่อบุญธรรมอยู่ที่นี่แม่ของเจ้าที่เอาแต่กินกับนอน   รับรองไม่มีวันเหงาแน่!

เจียนหนานเองก็เดินยิ้มออกมา “อย่าเหลวไหลเลย,  เสี่ยวเมา   เอาแต่เกาะติดแม่เจ้าจะ
ทำให้เด็กคนอื่นหัวร่อเอาได้   ไม่พบหนึ่งวันทำราวกับจากกันสักสามปี  คราวหน้าเจ้า
กลับมา   เหนียงชินของเจ้าก็ไม่ได้ไปไหน   ยังอยู่ตรงนี้รอเจ้ากลับ   อย่าได้ทุกข์ร้อนไป

พวกเราช่วยกันยืนยันเป็นเสียงเดียวว่า   ให้เสี่ยวเมาน้อยตั้งอกตั้งใจเรียน   ที่เหลือก็มีแต่เก็บของอีกนิดหน่อยแล้วรีบออกเดินทางไปเรียน   ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านก่อนกำหนด
  
เสี่ยวเมาทำสายตาดื้อดึงแล้ววิ่งจากไป   ข้าหมายใจจะเข้าไปจับตัวไว้   แต่ก็ถูกยั้งไว้ด้วย
คำสอนของหยินซีที่ว่า   อย่าได้ตามใจเขาจนเกินไป   ถึงแม้จะเฉลียวฉลาดแต่มิได้รู้จักแบ่งปันคิดถึงใจเขาใจเรา   จำเป็นต้องให้เทพธิดาขนนกน้ำเงินขัดเกลาอบรม

ข้ายืนทำใจ   ยอมปฎิบัติตามคำของหยินซี
  
มิคาด, กลางดึกของค่ำคืน,  ข้าเพิ่งจุดธูปสักการะองค์พุทธะเสร็จ   กำลังกลับมาที่ห้อง
เพื่อเข้านอน   และพบว่าที่เตียงมีรอยนูนขึ้นใต้ผ้าห่ม   พอเลิกขึ้นมาก็พบแมวน้อยนอนซุก
อยู่ข้างใน   ข้าส่งยิ้มให้พูดว่า   “เสี่ยวเมา,  ลูกใช่อยากนอนกับเหนียงชิน?”
  
เสี่ยวเมาไม่ตอบ   เขาเอาแต่สะอื้น
  
ข้าชักวิตกหน่อยๆ    อุ้มเขาเข้าสู่อ้อมแขน   ปลอบเขาว่า   “มีเรื่องอันใด?”
  
ท่านไม่....ท่านแม่....ไม่รัก......เสี่ยวเมาแล้ว......”   เขาเงยหน้าเอามือขยี้ตา   น้ำตาร่วง
เป็นเม็ดลงมา
  
ไม่!  ไม่ใช่!   เสี่ยวเมาไปสวรรค์   เจ้าจะได้เจอกับท่านลุงอู่หยุนกับเสี่ยวหลิน   เดี๋ยวก็ลืมมารดาแล้ว"

เสี่ยวเมามองหน้าข้าแล้วพูดคร่ำครวญเสียงดัง   “ความจำท่านแม่ไม่ดี  ท่านคงจะจำแต่คนอื่น   ท่านต้องไม่มีที่เหลือให้เสี่ยวเมา   ท่านต้องลืมเสี่ยวเมาแน่ๆเลย  แง  แง

ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด   ในใจแม่มีแต่พ่อของเจ้าคนเดียว!   อู่หยุนกับคนอื่นน่าเกลียดจะตาย แม่ไม่เปลืองสมองให้จดจำหรอก”    ข้าอธิบายเด็กน้อย
  
มีแค่ท่านพ่อ?”    เสี่ยวเมาเหลือบตามามองที่ข้า

เป็นความจริง   เหนียงชินไม่โกหก.....”    ในใจข้าพลันรู้สึกคันยุบยับ   ไม่รู้ว่ามีอะไรผิด
ปกติ
  
ท่านพ่อเพียงผู้เดียวอย่างงั้นเหรอ?”   โทนเสียงของเสี่ยวเมายิ่งแย่ลง   เขาหันไปกัดปลายหางข้าอย่างรุนแรง
  
ภายใต้ความเจ็บปวดที่ได้รับ   ทำให้ข้าต้องละความสนใจจากอย่างอื่นทั้งหมด   หันมากอดเจ้าแมวน้อยไว้อย่างรวดเร็ว
  
เสี่ยวเมานอนกอดหางของข้าไว้   เขาใกล้จะหลับอยู่แล้วตอนที่ถามข้าขึ้นมาเงียบๆว่า 
น้ำหยดลงบนหิน....แล้วสักวัน,  ท่านพ่อจะกลับมาจริงๆ
  
ใช่แล้ว”    ข้ายืนยันหนักแน่น
  
สีดวงตาของแมวน้อยเข้มดิ่งลึก   ไม่กล่าวคำใด   ท่าทีของเขาทำให้ข้ารู้สึกแปลกในใจ  
ก่อนเช้ามืดของวันใหม่   เขาลุกขึ้นจากเตียงออกไปเดินเล่นแต่เช้า
  
ข้าหาวหวอดๆ โบกมือบอกเขา   ให้เตรียมตัวเดินทางไปวังชวนจิ้งค่ำวันนี้   อย่าได้กลับ
มาช้า

เสี่ยวเมารับคำ   ใบหน้ายิ้มสดใสแล้วหายตัวไปตลอดเช้า

ข้านอนแล้วก็นอนจนกระทั่ง  สายแล้วเปลี่ยนร่างกลับเป็นแมว   แล้วก็เลียทำความ
สะอาด   จากนั้นเปลี่ยนกลับมาเป็นร่างมนุษย์เดินลงไปรับประทานอาหารเช้าข้างล่าง
  
ถึงแม้ทำงานกับ คฤหาสน์ฮวา มิได้มีกฎเกณฑ์มากมายอะไร   เหล่าสาวใช้อาจจะ
เอื่อยเฉื่อยกับงานปัดกวาดเช็ดถูสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร   แต่อย่าได้เข้าไปยุ่ง
ย่ามกับส่วนเก็บเสบียงอาหารของข้ากับส่วนเก็บเพชรพลอยมหาสมบัติของหยินซีเด็ด
ขาด   มื้อเช้าของข้าประกอบด้วย  กับข้าวหลักสี่จาน  น้ำซุปหนึ่งชนิด  มักจะใช้เนื้อปลา
เป็นส่วนประกอบสำคัญ   ส่วนของหยินซีนั้นเป็นโจ้กใส่ขิง
  
ข้ากำลังกินอย่างสำราญใจ    ตอนที่เจียนหนานถลาเข้ามาตรงหน้า   ด้วยสีหน้าท่าทาง
ตื่นเต้นตกใจ   ตะกุกตะกักคำพูดไม่ออกอยู่เป็นครู่ใหญ่
  
สถานการณ์อย่างนี้, นับว่านานทีปีหนถึงจะได้ชมดู   ข้าเตรียมจะหัวเราะขำใส่เขา   ฟัง
คำที่ตะกุกตะกักออกมาทีละนิด   “หิน.....ก้อนหิน.....แตกแล้ว!!!!
  
หินแตก.....?”    ข้ากำลังป้อนชิ้นปลาเข้าปากลงกระเพาะอยู่   กว่าที่หัวสมองจะซึมซับ
ความหมาย   ตะเกียบได้หลุดออกจากมือ   แล้วกระโดดพรวดข้ามโต๊ะอาหาร   คว้าคอ
เสื้อเจียนหนานมาถาม   “เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
  
ท่านเหมียวเหมียว,  ท่านไปดู   ท่านจะรู้”   เจียนหนานนวดต้นขาหอบแฮ่ก   สีหน้าทั้ง
วิตกและเสียใจ

ข้าปล่อยคอเสื้อเขาแล้วเผ่นแน่บไปที่หินนั่น

ลัวลัวยืนสีหน้าหวั่นกลัวอยู่ที่หน้าหิน    นางเอาแต่บิดชายเสื้อด้วยความวิตก   ข้าละ
ความสนใจจากนางแล้วเดินสำรวจ   หินทั้งก้อนกลายเป็นเศษซาก   หินแตกออกเป็น
เสี่ยงๆ    รอยหยดน้ำแต่ดั้งเดิมได้แตกสลายถูกทำลายไปพร้อมกับหิน
  
ชมดูด้วยความหวังที่พังทลาย   จิตใจข้าว่างเปล่า   ข้าทรุดตัวลงนั่งกองที่พื้นราวกับดวง
วิญญาณได้หลุดออกจากร่าง   ไม่สามารถแม้แต่จะร้องออกมา   โลหิตสีแดงไหลออกมา
จากปาก   รู้สึกราวกับว่าโลกของข้านั้นพลิกคว่ำกลับหัวกลับหาง   แล้วค่อยๆ หายไปกับตา


ข้ากลับมาที่เตียงได้อย่างไร?   ข้าเองก็ไม่รู้   ข้าเอาแต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง   ตาจ้องมอง
เพดานห้อง   ไม่อยากคิด   ไม่อยากเห็นสิ่งใด
  
เจ็บราวกับกระดูกหัก   หัวใจข้าแตกสลาย  500 ปีที่รอคอยกลายเป็นผุยผง    แตกสลาย
เป็นผงธุลี
  
ข้าไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง.............
  
เหนียงชิน   เหนียงชิน”    เสี่ยวเมาเอาแต่เรียกชื่อข้าอย่างตกใจ   “ถึงหินจะแตกแล้ว 
ท่านพ่อจะไม่กลับมา   ท่านยังมีเสี่ยวเมาอยู่นะ!
  
ข้าไม่ต้องการจะพูด
  
เหนียงชิน   ท่านอย่าทำเช่นนี้.....ข้าผิดไปแล้ว”    เสี่ยวเมาร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง   ข้า
ขอโทษ......
  
ข่าวดีอะไรเช่นนี้    อ้า!   ยินดีกับเจ้าด้วยนะ,  เหมียวเหมียว”    หยินซีเดินนำหน้าลัวลัว
เข้ามานั่งลงที่ข้างเตียงของข้า   ใบหน้ายิ้มแย้ม   “หินแตกลงแล้ว,  นายท่านกำลังจะกลับ
มา
  
ผืนฟ้าพลันสดใสราวอรุณรุ่ง   ความหวังทิ้งน้ำหนักลงบนร่าง   ทันทีที่หยินซี
พูด
  
คำกล่าวนี้พอผ่านเข้ามาในสมองของข้า   ข้าลุกพรวดขึ้นจากที่นอนมายืนแล้วก็กลับ
นั่งลงอีก   ขบคิดรับเอาความหมายเข้ามาอีกรอบแล้วกระโดดขึ้นจากเตียงตรงเข้าหา
หยินซีแล้วเอาแต่ถามเขาว่า    “เขา.....เขา.....เขาอยู่ที่ไหน???”
  
ปล่อยข้า.....อ๊าก.....ปล่อยข้าก่อนโอ้ยข้าจะตีเจ้ากลับ!”    หยินซีร้องโอดโอย   “ต้องรอ
ก่อน   ใช่ว่าจะเกิดขึ้นทันทีทันใด   ต้องใช้เวลาสักหน่อย!   หากนายท่านเดินมา   ก็ต้อง
ใช้เวลาอย่างน้อยเป็นวันๆ
  
อ้า.....ใช่แล้ว จริงๆ ด้วย    เขาต้องใช้เวลากว่าจะมาถึง    ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไร?    ใจข้าพร้อม
รอเขาอยู่แล้ว!”    ข้ารีบปล่อยมือออกจากหยินซี   ใบหน้าสว่างเรืองรองไปด้วยความตื่น
เต้น   ยิ้มกว้างจนปากไม่ยอมหุบ   ใจจดจ่ออยู่แต่ข่าวดีที่ว่า   ปี้ชิงเฉินจุนจะกลับมา
  
หยินซีถอนหายใจ    ตบไหล่ของเสี่ยวเมาแล้วเดินนำเขาออกไป
  
สวาปามข้าวเย็นอย่างกระตือรือร้น   ข้ากินไปด้วย   กระโดดยุกยิกไม่ยอมหยุด   เฝ้าแต่
พูดทวนคำว่า   จะได้เจอเขาแล้ว   จะได้เจอเขาแล้ว   ก่อนที่จะได้ทันสังเกตุว่ามีรอยฝ่ามือ
แดงเป็นรูปนิ้วมือห้ารอยประทับที่แก้มของเสี่ยวเมา   ข้ารีบถามเขาว่าใครรังแกเขา   แต่
เขาเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไร   ท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมไปวังชวนจิ้งได้หายไป   พร้อมจะ
เดินทางไปวังชวนจิ้งเพื่อเล่าเรียนหนังสือ

หรือว่า  การกลับมาของปี้ชิงเฉินจุนจะทำให้เจ้าลูกแมวขยันเรียนกันแน่.....


...................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น