วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 110 ผู้มั่นในหลักการ

ขณะนั้น,  ที่เดินกลับไปกลับมาเป็นรอบๆ ตาก็คอยมองจ้องไปที่ถนนทางเข้าจากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปที่หน้าประตู   หยินซีผู้ซึ่งบัดนี้ทำหน้างอคอตก   มีสีหน้ายุ่งยากใจ   “จะทำเช่นไรดี?   จะหาทางออกทางหน้าย…?   แล้วข้าจะไปควานหาปี้ชิงเฉินจุนจากไหนมาให้นาง.....

ซือฟุ...กลับมาแล้ว”   ไม่เข้าใจว่าเขาบ่นพึมพำอะไรอยู่    ข้าที่โอบประคองปี้ชิงเฉินจุน   พาเขาเข้าไปอวดให้หยินซีได้ดูอย่างตื่นเต้นและภาคภูมิใจ   ข้ารีบสั่งเจียนหนาน   “หัวซือฟุปูดเป็นลูกท้อเลย   เจ้ารีบไปตามโมหลิน   แล้วรีบไปตามกระทิงเก๋อเกออีกคนให้มาช่วยดูอาการหน่อย
  
หยินซีและเจียนหนานยืนตะลึง   ตาเบิกโตค้างแทบจะหลุดออกจากเบ้า   เอาแต่ละเมอตะกุกตะกักว่า   “ทะ.....ท่าน....หนะ....นี่คือท่านเฉินจุน?”
  
เหมียวววว....แอวววว”    ข้าพยักหน้า   ไม่สนใจอาการท่าทางของพวกเขา   แต่รีบพาปี้ชิงเฉินจุนไปยังห้องของข้า   ข้าวางเขาลงบนเตียงแล้วทำตาแป๋วเฝ้ามองจ้องใบหน้าของ
เขา   ซึ่งดูเท่าไรก็ยังไม่อิ่มเอมใจสำหรับข้า
  
ด้วยปลายนิ้วของข้า, ข้าค่อยๆแตะสัมผัสที่ใบหน้าของเขา   ทุกชิ้นส่วนที่ประกอบบนใบหน้านั้นเหมือนกับทุกอย่างที่ประทับในความทรงจำของข้า   มีเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เปลี่ยนไปเท่านั้น   อุณหภูมิของร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นอบอุ่นแต่ลมหายใจและความรู้สึกให้สัมผัสเฉกเช่นเดิม   ตรวจตราจ้องมองเขาตลอดเรือนร่าง   ยิ่งเห็นถึงความหล่อเหลา   ยิ่งเห็นถึงความทระนงองอาจของชายหนุ่ม
  
ซือฟุอย่าได้ขี้เซา  ท่านตื่นได้แล้ว”    ข้าปีนขึ้นเตียงแล้วก้มลงประทับริมฝีปากข้าบนริมฝีปากของเขา   แล้วก็เริ่มต้นใช้ลิ้นเลียและเลีย   ซุกแนบกายอยู่ในอ้อมอกของเขา   ตาข้าปิดสนิท   ดื่มด่ำกับไออุ่นที่ห่างหายไปถึงห้าร้อยปี
  
ปี้ชิงเฉินจุนค่อยๆ ลืมตา   เขาทำสีหน้างุนงงมองไปรอบๆ แล้วก็มองต่ำลงมา   เลื่อนสายตาช้าๆลงมาที่อ้อมอกของเขาที่มีตาของข้าจ้องมองอยู่   ข้ารีบผุดลุกขึ้นด้วยความเขินอาย   ทำตาปริบๆใส่เขาเมื่อได้ยินเขาตะโกนดุดันออกมาว่า   “เจ้าปีศาจ!
  
เสียงแผดตะโกนของเขาทำให้หยินซีกับหว่าหวา,  ลัวลัวและเจียนหนานกรูกันเข้ามาในห้อง ทันทีที่ปี้ชิงเฉินจุนเห็นพวกเขา   ก็ตะโกนใส่หน้าแต่ละคนว่า   “ปีศาจๆๆๆ”    เขาอยู่ในท่วงท่าเตรียมกระโจน   มือก็ล้วงหยิบกระจกปากั๋ว(กระจกแปดเหลี่ยม)   ออกมาตั้งท่า   เม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่หลั่งรินออกมา   ท่วงท่าของเขาแตกตื่นระมัดระวังราวกับถูกล้อมด้วยปีศาจร้าย
  
เหมือนจริงๆ.....เหมือนมากๆ”   หว่าหวาเขม้นมองอยู่นาน   “นี่ใช่นายท่านเฉินจุนใช่ไหม?”
  
โอ้!   สวรรค์ทรงโปรดอีกาตัวนี้แล้ว”    หยินซีหายจากอาการตกตะลึง   เขาเอาแต่ยิ้ม   รอย
ยิ้มติดจะเจ้าเล่ห์   “ข้ายังกังวลคิดไม่ออกอยู่เลยว่าจะทำอย่างไร   ในเมื่อเขาปรากฏตัวออกมาแล้ว   เรื่องเหมียวเหมียวก็หมดห่วง!

ข้ากำลังดีใจเลยเผลอคลายมือที่จับตัวปี้ชิงเฉินจุนไว้   หมายใจจะบอกกล่าวเล่าความเป็นไปในรอบห้าร้อยปีให้เขาฟัง    มิคาดคิดว่าจะทำให้เขาได้โอกาสพลิกตัวลงจากเตียง   หยิบเอากระดาษสีเหลืองออกมา   แล้วก่อนที่ใครจะทันขยับตัว   เขาก็ชักเอามีดสั้นที่เอวขึ้นมา   หมายจะลงมือฝ่าวงล้อมออกไป
  
หยุด....หยู้ด.....ช่วยกันหยุด....อย่าให้หนีไปได้!”   เสียงเจ้ากาหยินซีโวยวาย   ทำให้เหล่าผู้รับใช้ชายดาหน้ากันออกมากั้น   ถือดาบล้อมเขาไว้บังคับให้ถอยกลับเข้าไปในบ้าน
  
ลัวลัวเก็บเอากระดาษสีเหลืองขึ้นมาดู   “นี่มันยันต์ลงอักขระปราบมารไว้ใช้กำจัดพวกปีศาจน้อยอายุตะบะไม่เกินสองร้อยปีนี่นา
  
ข้าก็เพิ่งรู้ว่า   เจ้าอักษรยึกยือมันหมายถึงอะไร   ตั้งใจจะหันกลับไปถาม   แต่กลับกลายว่า
หยินซีรีบเดินขึ้นมาขวางทางข้า   สีหน้าเขายิ้มและพูดว่าให้ตัวข้า (หยินซี) ถามเขาเอง   จากนั้นหยินซีก็เดินผ่านหน้าข้าไป   แล้วเปิดปากถามว่า   “นามของเจ้าคือ?”
  
เซียงชิง!”    สีหน้าของซือฟุสับสน   แต่ยังรั้งท่าทีดื้อรั้นและห้าวหาญ
  
อืมม์,  ชื่อน่ะใช่เลย   ใช่จริงๆ”   หยินซีหัวเราะร่าอีกครั้ง   แต่ข้ากลับรู้สึกขัดแย้ง   ทำไมชื่อของซือฟุถึงเปลี่ยนไป   มิใช่ดังเดิม   มิทันได้ท้วงหยินซีๆ ก็ประกาศขึ้นมาซะก่อนว่า  ปี้ชิงก็ดี เซียงชิงก็ดี   ล้วนแปลว่าสีเขียว   เพียงแค่ต่างแซ่แค่นั้น   ความหมายยังคงเดิม
  
จริงแฮะ!   เหมือนกันกับข้า   จะเรียกข้าว่าน้องเหมียวสุดสวย   หรือนังแมวขโมยตีนไวก็เถอะนะ......ล้วนแต่เป็นข้าตัวเดียวนี้ทั้งนั้น,  มิใช่หรือ?  ประเด็นข้อสงสัยนั้นจึงตกไป
  
แท้จริงแล้ว,  พวกเจ้าต้องการอะไร?”   หยินซีก้มหน้าใคร่ครวญแผนการ   เซียงชิงเปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ   “ตัวข้านั้นไร้ฝีมือ   วันนี้ต้องมาตกอยู่ในรังของพวกเจ้าเหล่าปีศาจ   คิดจะเอาข้าไปต้มยำทำแกงอย่างไรก็ได้   เชิญตามสบาย”  
  
อย่าได้หวาดกลัวพวกเราขนาดนั้น   ข้าจะพูดกับเจ้าตรงๆ  เลยแล้วกัน”    หยินซีโบกมือพลางทรุดนั่งลงบนเก้าอี้   พินิจพิจารณาเซี่ยงชิงไปพร้อมๆ กับกล่าวว่า   “ข้าไม่คิดจะฆ่าเจ้าหรอก   แต่เจ้าจะต้องแต่งงานกับแม่สาวน้อยนางนี้   ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีแล้วก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่
  
ตะ....แต่งงาน?”    เซี่ยงชิงมองมาที่ข้า   มองกลับไปที่หยินซี   แล้วเขาก็ชี้ไปที่ตัวเขาเอง   พูดเสียงอึกอักทวนคำพูดใหม่ว่า   “ เจ้าพูดถึงเรื่องแต่งงาน?   ข้ากับนางแมวปีศาจ?”
  
หยินซีพยักหน้าด้วยท่าทีจริงจัง   “เป็นเช่นนั้น,  เจ้าลองคิดดูเอาเอง   ได้ทั้งแต่งเมีย   ได้ทั้ง
สินเดิมเจ้าสาวที่มั่งคั่งมหาศาล   ลดแลกแจกแถมขนาดนี้ยังจะมีอะไรไม่ดีอีก?”

ข้าไม่แต่ง”   ปี้ชิงเฉินจุนกล่าวปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
  
บัดซบ!”   หยินซีเริ่มฉุนขาด   หว่าหวารีบมายืนเบื้องหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม   “พวกเราไม่ใช่ปีศาจที่ก่อกรรมทำเข็ญ    มีคฤหาสน์พักอาศัยใหญ่โตอยู่เป็นหลักแหล่ง   มีคนรับใช้มากมาย แม่นางเหมียวเหมียวของเราก็งดงามน่ารัก   ทั้งยังว่านอนสอนง่าย   นางนั้นคู่ควรกับท่านอย่างยิ่ง
  
ตัวข้า,  ด้วยเกียรติของสำนักเหมาซาน   ไฉนจะยอมร่วมหอลงโลงกับพวกปีศาจด้วย!”   เซียงชิงพูดลอดไรฟัน   “เช่นนี้ก็เปรียบเสมือนพวกเจ้ากำลังดูถูกข้า!

ไม่แต่งก็เตรียมตัวตายได้”    น้ำเสียงเย็นชาของหยินซีก็ดังก้องขึ้น
  
ผู้กล้าย่อมยอมตายดีกว่าจะยอมพ่ายแพ้!”    เซียงชิงก็มิยอมถอยเช่นเดียวกัน
  
พอข้าได้ยินประโยคเหล่านั้น   ข้าก็รีบดึงหยินซีไว้พร้อมกับพูดว่า   “ห้ามใครบังอาจทำร้ายซือฟุ

หยินซีรีบป้องปากกระซิบกับข้าว่า   “แมวโง่   อย่าเพิ่งมาขัดข้า   ข้าแค่หลอกให้เขากลัวเท่านั้น
  
ทุกคนเริ่มตีวงล้อมขนาบเข้าหาเซี่ยงชิง   คำพูดตัดรอนไร้เยื่อใยเช่นนั้น   ตัวข้าเองก็ไม่เข้าใจว่า   เหตุใดเขาถึงใจดำไม่ยอมรับข้าแต่อย่างใด   ทั้งยังมองข้าด้วยสายตารังเกียจเช่นนั้น   มันทำให้ข้ากลัวจนน้ำตาข้าเจียนจะหลั่งออกมาด้วยความเสียใจ
  
เหมียวเหมียวไม่ใช่……หรือว่าเหมียวเหมียวทำสิ่งใดผิดพลั้งไป   ซือฟุจึงคิดทอดทิ้งข้า
  
หยินซีมองดูสีหน้าข้าที่กำลังช้ำใจใกล้จะร้องไห้เต็มที   จึงรีบคว้ามือข้าจูงออกไปนอกห้องโถง เดินไปสบถด่าไป   “จับเจ้าชั่วนั้นขังไว้   หากไม่ยอมแต่งงานก็จะจับเจ้าตอนเป็นขันทีให้สูญพันธ์ุไปเลย    ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะยืนยันคำเดิมอยู่ได้!
  
ข้าขัดขืนมิยอมออกเดิน   เป็นลัวลัวที่เข้ามาพูดแนะกับข้าว่า   “จากกันไปหลายร้อยปี   ท่านเซียงชิงอาจจะไม่คุ้นเคย   รอก่อนสักสองสามวันให้   ท่านเซียงชิงได้คุ้นชินก่อน
  
ประจวบเหมาะที่กระทิงเก๋อเกอก็พุ่งตัวผ่านประตูมาจากด้านนอก   เขาตะโกนเสียงดัง   ปี้ชิงเฉินจุนกลับมาแล้วใช่หรือไม่?”
  
เขาถูกหยินซียุดไว้   กระซิบกระซาบกันอยู่เป็นครู่   ถ่ายทอดความว่า....เหตุการณ์หินแตกจนถึงมนุษย์ธรรมดาที่บังเกิดขึ้นมาแล้วยังไม่ยินยอมรับฟังความอะไร   ปีศาจกระทิงยิ่งฟังก็ยิ่งหัวเสีย   “แล้วตัวเขาเองบัดนี้เป็นอะไร   ก็แค่มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง    แล้วพวกเจ้าจะมามัวเกรงใจเขาทำอะไรละ.....หา!!!   ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้มากว่า...เขาน่ะ….เสแสร้งทำเป็นจำเหมียวเหมียวไม่ได้    คิดจะฟันแล้วทิ้งเหรอ   หน็อย! ไม่ต้องให้โอกาสอะไรมันแล้ว   จับเจี๋ยนซะ.....ก็สิ้นเรื่อง

หยินซีชำเลืองหมับมาที่ข้า   “จะฆ่าทิ้งเฉยๆเช่นนั้นคงไม่ได้?”
  
ข้าพยักหน้ารัวๆ  พูดเสียงวิงวอน   “ให้เหมียวเหมียวได้คุยกับซือฟุหน่อย?”
  
กระทิงเก๋อเกอมีสีหน้าเปลี่ยนสี   ยืนนิ่งขึ้งด้วยความขัดใจ   แล้วก็เดินไปยังห้องโถงที่เซียง
ชิงถูกล้อมอยู่   ตะโกนขู่คำรามก้อง   “เจ้าจะมายืนเสแสร้งทำหน้าหล่อเลียนแบบสามีนางอยู่ทำไม   จะบอกให้นะ.........น้องสาวข้ารับตัวเจ้ากลับมาบ้านก็บุญแค่ไหนแล้ว    บอกให้เจ้าแต่ง   เจ้าก็ต้องแต่ง   ถึงไม่อยากแต่ง...ยังไงก็ต้องแต่ง   ไม่งั้นข้าจะจับเจ้ายัดหม้อต้มกินซะ
  
เซียงชิงตอบกลับเสียงเย็นชา   “เจ้าอยากจะฆ่าก็เชิญ   แต่ให้แต่งงานกับเดรัจฉาน   ข้ายอมตายซะดีกว่า
  
ห๊ะ……เดรัจฉาน?    ข้ากับหยินซีที่แอบดูสถานการณ์ภายในห้องโถงมองหน้ากัน    ไม่รู้ว่าจะทำเช่นใดดี...................................

ทำใจแป็บ จากฮูหยินรัก.....ทิ้งดิ่งเป็น...เดรัจฉานกันเลยทีเดียว

.........................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น