วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 111 แม้ว่าลำบากแค่ไหน ข้าก็จะไปต่อ...

กระทิงเก๋อเกอโกรธจัด   เขากระชากอาวุธประจำกายออกมาแผดเสียงด่าลั่น   ข้าอุตส่าห์ให้เกียรติเจ้าเจ้ายังกล้าปฎิเสธข้า   ข้าจะช่วยส่งเจ้าลงนรกไปพบกับยมบาล    ไหนๆเจ้าก็วอนหาที่ตายอยู่แล้ว!

พูดจบ   ด้วยพลกำลังดุจดั่งพยัคฆ์พิโรธเผ่นโผนเข้าหาเป้าหมายหมายทำลายให้เป็นผุยผง   ข้าเห็นท่าไม่ดีจึงพังบานหน้าต่างที่กั้นขวางระหว่างห้องแล้วกระโจนเข้าไปในโถงเพื่อขวางกระบวนท่าสังหารของอาเฮียกระทิง

 
น้องสาว!   เจ้าลืมเจ้าเบื้อกนี้ซะ!”    ปีศาจกระทิงคำราม   “บัดซบตบชัก!  ภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งรอมันมาตั้งห้าร้อยปี   พอมันกลับมาก็ปัดความรับผิดชอบ!   เลิกเลยเจ้า....อย่างนี้มันต้องเลิก    เดี๋ยวพี่ใหญ่จะจัดหาหนุ่มเหน้าหน้าใหม่ให้เจ้าเอง!
  
หากไม่ใช่ซือฟุ   ต่อให้ดีเลิศแค่ไหน   เหมียวเหมียวก็ไม่เอา!”    ข้ายืนขวางหน้าเซียงชิง   มิยอมชักเท้าไปไหน
  
เฮียกระทิงถลึงตาโตใส่ข้า   สืบเท้าเข้ามาใกล้   นิ้วแกร่งยกขึ้นชี้หน้าเซียงชิงกล่าวว่า   ตอนนี้เขาเป็นแค่มนุษย์ต๊อกต๋อย   เจ้ายังจะเลือกคนไม่มีน้ำยา   พละกำลังเบาหวิวราวกับเสียงผายลมเช่นนี้มาทำหยังฟ่ะ?!    ไม่มีทาง!
  
จะพูดอย่างไงก็แล้วแต่   จะเอาซือฟุ!   ซือฟุผู้เดียวไม่เปลี่ยนใจเฟ้ย!”    ข้ายืนยันคำเดิม   มือคว้าจับแขนของเซียงชิงไว้แน่น
  
แฮะๆๆ  ข้าคงจะออกแรงมากไปหน่อย    เสียงลั่นกร๊อบของกระดูกแขนของเซียงชิงดังให้ได้ยิน    แต่เขาทำเพียงขมวดคิ้วร้องออกมาเบาๆ   จากนั้นเขากลับออกปากถามข้าว่า    เจ้าปีศาจ…..เอ่อ….แม่นาง…..ข้าไม่เคยพบหน้าเจ้ามาก่อน   ข้าเพิ่งถูกส่งตัวลงมาจากเขาแค่สองวัน    อย่าว่าแต่พบปะเป็นสหายเลย   จะมาเป็นศิษย์อาจารย์ยิ่งเป็นไปไม่ได้?    เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้จำคนผิด?”

ข้าส่งสายตาคับข้องน้อยอกน้อยใจใส่เขา   จากนั้นก็พยักหน้ายืนยันกับเขาอีกครั้งว่า   ไม่ผิดตัวแน่.....เป็นท่านอย่างแน่นอนที่ข้าตามหา
  
แม่นาง....ความรักนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด   แต่ข้าไม่ใช่ซือฟุของเจ้าจริงๆ!    เรื่องแต่งงานก็มิใช่เรื่องล้อเล่น   เจ้าอย่าได้เสี่ยงเอาอนาคตมาเดิมพันเลย”   ใบหน้าของเขาซึ่งเหมือนปี้ชิงเฉินจุนอย่างกับแกะ......ยังคงกล่าวแนะนำข้าต่อไป
  
ข้าไม่สนอ่ะ   ข้าไม่สน   ซือฟุเป็นดั่งชีวิตของเหมียวเหมียว!   ท่านก็คือซือฟุ!”    เห็นเขายังคงปฎิเสธไม่ต้องการข้า   ข้าเลยเล่นลูกไม้นอนลงไปกลิ้งเกลือกเนื้อตัวกลับพื้น    ทำท่าดื้อดึงไม่ยอมลุก
  
แต่ซือฟุกลับไม่อุ้มข้าขึ้นเหมือนดั่งเฉกเช่นในอดีต.......ทำไมนะ.....ทำไมกัน?    พุทธะกล่าวว่าซือฟุจะกลับมานี่นา   แต่ทำไมตัวเขาเอาแต่ปฎิเสธว่ามิใช่ซือฟุของเหมียวเหมียวละ?
  
คิดมาถึงตรงนี้,  อดไม่ได้ที่ใจข้าจะรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ   ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งที่เป็นลูกแมวที่ถูกเจ้าของทิ้งไว้   จ้องดูเขาด้วยสายตาอ่อนเชื่อม   หวังให้เขาเปลี่ยนใจ 
  
เซียงชิงกลับหันหลังหนี   ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ
  
สีหน้าของปีศาจกระทิงที่ชมดูอยู่ยิ่งแค้นเคืองขึ้นไปอีก   เขากำมือที่จับอาวุธแน่นจนเส้นเลือดปูด    ข้ามองจ้องแล้วค่อยๆขยับช้าๆ   กระทิงเก๋อเกอหายใจฟึ่ดฟั่ดพยายามควรคุมอารมณ์ยั้วะ   หันไปฟาดอาวุธระบายโทสะกับเก้าอี้เคราะห์ร้ายที่อยู่แถวนั้นแล้วเดินกระแทกเท้าปึงปังออกนอกประตูไป
  
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า   ข้าเดินไปยังเบื้องหน้าเซียงชิง   ส่งยิ้มประจบให้กับเขา   เขากลับเบือนหน้าหลบไปทางขวา   เห็นเช่นนั้น   ข้าก็ตามติดไม่ย่อท้อ   พอเขาสะบัดมาอีกด้าน  ข้าก็เปลี่ยนมานั่งเจ๋อให้ได้องศาระดับสายตาของเขา   เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวาจนข้าเริ่มจะวิงเวียน   เขาจึงหยุดแล้วรำพันทอดถอนใจ  ทำไมต้องเป็นเช่นนี้ด้วย?   ข้าเซียงชิง,  ถึงพบกับความตายก็ไม่หวั่น   แต่ข้าก็ยังมีมารดาให้ต้องเป็นห่วง   อีกทั้งข้ายังเป็นศิษย์เหมาซานถูกส่งมาเพื่อภารกิจ   และตัวข้าก็ไม่ใช่ซือฟุของเจ้า   แม่นางควรจะออกตามหาซือฟุของท่านที่อื่นให้พบจึงจะถูก   ทำไมต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากเช่นนี้ด้วย?”
  
ข้ายังคงเกาะเกี่ยวกับชายเสื้อของเขา   ส่งยิ้มโง่งมให้   ตวัดหางชี้ตั้งอย่างไว้สง่า   หวังจะเรียกสะกิดความทรงจำของเขาให้กลับมาเป็นซือฟุคนเดิม
  
ถลาเข้ามาทางประตูอีกผู้หนึ่งด้วยความเร่งร้อนคือ เซียนโมหลิน    เขาส่งเสียงนำหน้ามาก่อนว่า   “ให้ข้าดู   ให้ข้าดูเขาหน่อย!”    เขากับจินเหวินเดินผ่านหน้ากระทิงเก๋อเกอเข้าประตูมาอย่างร้อนใจ    แต่เมื่อมองเห็นเซียงชิงกลับตัวแข็งนิ่งขึง   เอาแต่พูดพึมพำว่า    โอ้วเหมือนมาก   เหมือนมากเกินไปซะแล้ว
  
หยินซีตามติดเข้ามาด้วยอีกคน   กระซิบเล่าว่า   “เขาจำไม่ได้ว่าเขาคือปี้ชิงเฉินจุน   จำเหมียวเหมียวก็ไม่ได้ด้วย
  
โมหลินยกมือลูบปลายคาง   เดินสำรวจรอบตัวเซียงชิงสองสามรอบ   “ตามหลักจริงๆแล้ว    หากถูกยิงด้วยศรสลายวิญญาณแล้ว    ดวงจิตจะแตกสลาย   ปี้ชิงเฉินจุนจะมิอาจเวียนว่ายตายเกิดได้อีก     แต่ชายผู้นี้ช่างเหมือนเหลือเกินกับ……
  
ผู้ใดคือปี้ชิงเฉินจุน?   ข้าดูเหมือนชายผู้นั้น.....เช่นนั้นหรือ?”   เซียงชิงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
  
นี่มิใช่แค่เพียงหน้าเหมือนกับคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น”    มหลินกล่าวต่อโดยไม่สนใจจะตอบคำถามของเซียงชิง   เขาทำหน้าครุ่นคิดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยว่า   “หากเป็นปี้ชิงเฉินจุนกลับชาติมาเกิดจริง   ย่อมต้องมีเครื่องหมายที่ติดตัวมาจากชาติที่แล้ว   เหมียวเหมียว,  เจ้าในฐานะที่เคยขึ้นเตียงกับเขา   พอจะระบุได้ไหมว่าบนร่างกายของเขามีอะไรเป็นที่สังเกตุได้บ้าง?”
  
มีแผลเป็นมากมาย”    ข้าย้อนนึกถึงคืนแรกแล้วปวดใจ  จากนั้นกล่าวเพิ่มเติมว่า   “เขามีเกล็ดงูสองสามเกล็ดที่ช่วงท้อง!
  
ถ้างั้น   ‘จะช้าอยู่ไย   รีบแก้ผ้าเขาดูให้รู้เรื่อง’”    เจ้าโมหลินทำท่าถูไม้ถูมือกระเหี้ยนกระหือรือ   เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางไม่น่าไว้วางใจ   “หรือจะให้ข้าแก้ให้?”
  
ห้ามเจ้าทำเด็ดขาด!   ข้ารีบยับยั้งโมหลินแต่รีบร้อนตัดหน้ากระโดดคร่อมร่างเซียงชิงซะเอง   นั่งทับที่เอวของเขา   แล้วกระชากดึงเข็มขัดเขาจนหลุด   ทั้งยังออกแรงฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเขาให้หลุดออก
  
ช้าก่อน!   เซียงชิงมีท่าทีตระหนก   ข้านั่งทับตัวเขาสนิทจนยากจะเคลื่อนไหวขัดขืน    เขาเลยส่งเสียงตะโกนว่า   ห้ามล่วงละเมิด!   อย่าผิดทำนองคลองธรรม!    อ๊ะ….ตรงนั้นห้ามจับ!
  
โอ้ย  เอะอะหนวกหู!”    โมหลินเดินดิ่งเข้ามา   เข็มเงินปักดิ่งเข้าที่จุดตรงศีรษะสกัดเสียงร้องของเซียงชิง ทำให้เขาหมดสติไป    ข้าเลยแก้อาภรณ์เขาได้ตามสบาย   หมดจดเรียบร้อย   พร้อมกับเหล่าปีศาจมุงทั้งหลายมาร่วมกันช่วยวินิจฉัยราวกับรายการโชว์พบแพทย์ที่ถ่ายทอดออกทางทีวี
 ข้า......เซียงชิง กำลังจะถูกปู้ยี่ปู้ยำ


*** (บทสนทนาข้างล่างต่อไปนี้   ไม่มีระบุในต้นฉบับว่าใครพูดบ้าง   ฉะนั้นในวงเล็บจะเป็นการเดานำร่องของผู้แปลล้วนๆ)

มันไม่มีแผลเป็นใหญ่ๆเลย   มีแต่กล้าม   หุหุหุ....เหมียวเหมียว   กล้ามเนื้อของเขาไม่เลวเลย   แข็งแรงแน่นปั๋งมากกกกกก”     (อาเจ้จินเหวิน-สถานะ:อดีตลูกน้อง/ฮูหยินของเซียนโมหลิน)
  
ที่รัก   เจ้าระวังคำพูดหน่อย”    (เซียนโมหลิน-สถานะ:เพื่อน/หมอเจ้าของไข้)
  
"หว่าหวา,  ระวังหน่อยซิ  น้ำลายเจ้าไหลเลอะเทอะแล้ว"    (หว่าหวา-สถานะ:ข้าเก่าเต่าเลี้ยง)
  
เหมียวววว!    มีรอยปานสีม่วงๆตรงซิคแพคนี่ไง!    รูปร่างเหมือนเกล็ดงูชัดๆ!    (ฮัวเหมียวเหมียว-ปีศาจแมวสาวแสนสวย-สถานะเจ้าทุกข์)
  
ใช่ร่างอวตารของปี้ชิงเฉินจุนจริงๆด้วย   หึหึหึ  ข้าจำได้ว่าประมือด้วยกันคราวที่แล้ว   เขายังไล่กระทืบข้าจนน่วมแทบตาย….ฉวยโอกาสนี้เอาคืนซะเลยดีไหม”    (เซียนโมหลิน-อีกครั้ง)
  
สามีที่รัก,   ข้าติดหนี้บุญคุณของนายท่านเฉินจุนอยู่   เจ้าคิดเอาว่าสมควรต้องปฎิบัติต่อเขาเช่นไร?”    (อาเจ้จินเหวิน-อีกครั้ง)
  
ข้าล้อเล่น   ข้าไม่ถือสาแล้ว   ไม่ถือสา”    (เซียนโมหลิน-เบิ้ลสองครั้ง+1แล้ว )
  
ข้าน่ะผิดหวังเป็นที่สุด!   ทำไมน้องเขยถึงได้กลายมาเป็นมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง!   ทำไมไม่เกิดมาเป็นแมวหรือไม่ก็กระทิงไปเลย   แล้วตั้งต้นบำเพ็ญเพียรใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ?”    (กระทิงเก๋อเกอรำพัน-สถานะ:พี่ภรรยา)
  
เกิดเป็นอะไรข้าก็ไม่ว่า   ขอให้เหมียวเหมียวพอใจเป็นดีที่สุด!   ข้าไม่อยากเห็นนางร้องไห้อีก”    (หยินซี-สถานะ:เพื่อนสาวของภรรยา/พ่อบุญธรรมลูกชาย)
  
เอาล่ะ   เอาล่ะ   สวรรค์มีเมตตา   เหมียวเหมียวได้คนรักคืนกลับมา   ฉวยโอกาสอันเป็นมงคลนี้   จัดงานแต่งงานให้พวกเขาทั้งสองเลยเป็นอย่างไร?”   (อันนี้ผู้แปลเดาไม่ออก   ไผก็ช่างแต่พูดดีตรงประเด็น)
  
“....ขะ....ข้าอย่างไงก็ได้   ตามใจพวกท่านทุกคน…..”    (ฮัวเหมียวเหมียว-หน้าแดง   บิดตัวเขิน)
  
พวกเราที่ยืนห้อมล้อมร่างเปลือยท่อนบนกำลังปรึกษาหารือกันอย่างเอาเป็นเอาตาย   หยินซีแยกตัวมาอธิบายกับข้าถึงความเกี่ยวพันของการกลับมาเกิดใหม่กับอดีตชาติ   บอกกับข้าว่าซือฟุของข้าได้หลงลืมทุกอย่างไปหมดแล้วตั้งแต่ยายเมิ่งกรอกน้ำแกงให้เขาดื่ม    หยินซีถามข้าว่ารู้เช่นนี้แล้ว    ข้าจะเอาอย่างไงดี?
  
คำตอบของข้าคือ   “ลืมได้ก็ลืมไป    ตราบใดที่เขาชอบข้า   สำหรับข้า...ก็ถือว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง!!!!
  
ยังคงมีเรื่องยากต้องแก้ไขอีกหลายเรื่อง   แต่สิ่งยุ่งยากต้องหาทางคลี่คลายและปรึกษาหาทางแก้ปัญหา พวกเราเลือกจัดการกับปัญหาที่เบาที่สุดไล่ไป   ระหว่างนี้เซียงชิงทำท่าจะตื่นอยู่หลายครั้ง   แต่ก็ได้โมหลินใช้เข็มเงินทำให้สลบต่อไป
  
เพราะข้ายืนยันมั่นคงจะขัดขวางมิให้ใครทำอะไรซือฟุรุนแรง ,   ผลการเสนอแผนการณ์ต่างๆ เลยเป็นไปดังนี้

- ข้อเสนอของพี่กระทิงที่จะให้จับมัดแล้วทรมานให้ยอมรับข้อแต่งงานจึงมีอันตีตกไป
  
หยินซีเสนอให้จับแม่เขามาเรียกค่าไถ่    อันนี้เข้าขั้นทำร้ายจิตใจซือฟุ   โดนเขี่ยทิ้งไปเหมือนกัน 
  
- มาตรการสุดท้ายที่พอจะรับได้   คือตีเนียนพยายามหาทางใกล้ชิด   ปกปิดสถานะปีศาจ   ล่อลวงยั่วยวน    จับเขาเป็นสามีให้ได้   ทฤษฎีโบร่ำโบราณแต่มีอัตราสำเร็จสูงสุดคือ   หุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุกนั่นเอง
  
แต่หว่าหวาก็ท้วงติงถึงความสามารถในการแยกแยะปีศาจของเซียงชิง    แต่ลัวลัวก็ให้เหตุผลว่า   ในยุคสมัยนี้สำนักเหมาซานเองก็เริ่มไม่เข้มขลังเช่นแต่เดิมอีกต่อไป   แม้แต่ตัวเจ้าสำนักเอง   ยังใช้ทฤษฎีหลอกลวงหาเงินทองเข้ากระเป๋า    อย่าว่าแต่ระดับเทพเซียนเลย   แค่พวกเราเหล่าปีศาจตะบะแก่กล้าอยู่มาเป็นพันปีจนถึงยุคสมัยนี้ได้    คาถาเวทย์มนต์ของพวกเหมาซานไม่ครณามือ   มิอาจทำอะไรพวกเราได้
  
เซียนโมหลินพยักหน้าเห็นด้วยแล้วกล่าวว่า   เขาได้คิดค้นน้ำยาสมุนไพรที่จะลบความทรงจำของเซียงชิงขณะที่อยู่ที่นี่   ความคิดนี้นับว่าได้แก้ปัญหาได้หมดจดสะดวกสบาย   จากนั้นก็หันไปขยิบตาทำท่าลึกลับกับหยินซี      “เรื่องในวันหน้าต่อจากนี้ไป   เพื่อเหมียวเหมียว,  ข้าคงต้องขอให้เจ้าต้องอุทิศตนทุ่มสุดตัวเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
  
เงียบสงัดไปพักใหญ่,   พลันมีเสียงหยินซีร้องโหยหวนก้องฟ้าสะเทือนดิน   อะไรนะ!   จะให้ข้าแต่งกายเป็นหญิง   อั้ยโย่ว......ไม่เอา   ไม่เอ๊า   ข้าขอถอนตัว ขอถอนตัว!!!


...................................................
จบบท


1 ความคิดเห็น: