วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 113 ฮีโร่จ๋า...มาช่วยข้าหน่อย

เจียนหนานได้รุดไปดำเนินการที่หมู่บ้านตรงตีนเขาตามแผนที่ๆ  พวกเขาได้เตรียมเลือดหมาสดๆไว้   ส่วนหยินซีนั้นได้สั่งให้ทุกคนเดินเลี้ยวซ้ายทีขวาทีไปเรื่อยๆจนมาถึงริมแม่น้ำ   จุดที่เขากับโมหลินคิดเอาไว้กันก่อนแล้วว่าเซียงชิงต้องเดินผ่านมา   แล้วหันมาพูดกับข้าว่า   “ให้เจ้านั่งรอตรงนี้   แสร้งว่าได้รับบาดเจ็บที่ขา   ไม่สามารถเดินได้   พวกเราจะขยิบตาใช้เป็นสัญญาณ   ตัวเจ้าน่ะห้ามอ้าปากพูดอะไรทั้งสิ้น!


หยินซีพูดยังไม่ทันขาดคำ   ข้าก็รีบส่งเสริมแผนการอย่างแข็งขัน   โดยการหักเป๊าะที่ข้อเท้าตัวเอง   ผิวบางบริเวณนั้นเกิดรอยช้ำขนาดใหญ่ทันตาเห็น   แล้วก็หันไปถามเขาด้วยท่าทางประหม่าว่า   “บวมขนาดนี้พอมั้ยอ่ะ???”

หยินซีประเคนมะเหงกใส่หัวข้าแล้วโวยเสียงดังว่า   “ข้าให้เจ้าทำเป็นเท้าบาดเจ็บไม่ใช่ให้เล่นจริงเจ็บจริงเฟ้ย!!

จังหวะนั้นเอง,  เจียนหนานได้วิ่งย้อนกลับมายังจุดเตรียมการณ์ประกาศดังก้องว่า   “พวกเขามาแล้ว   ทุกคนเตรียมพร้อมประจำที่ได้!!!

ไม่มีเวลาจะเตี้ยมแผนกับข้าต่อ,  หยินซีต้องรีบหยิบแง่งขิงขึ้นมาถูตาของข้าสองสามปาด ทำให้ข้าเคืองตาจนน้ำตาไหลพรากจะเป็นจะตาย   ขณะที่จะอ้าปากด่ากลับไป   ข้าก็เห็นเขาเอาแง่งขิงทำเช่นนั้นกับดวงตาของเขาเองเหมือนกัน   หลังจากนั้นหยินซีก็เริ่มสะอื้นนำร่อง ให้ข้าร้องสะอึกสะอื้นตาม   ข้านั้นมิกล้าไม่ทำตามคำสั่ง   ได้แต่สะอื้นร้องไห้โฮตามไปติดๆ

ตัวเจียนหนานและปีศาจกระทิงได้แปลงกายให้เป็นชายร่างสูงใหญ่หน้าตาดุร้ายเยี่ยงโจรป่า มีดาบขนาดใหญ่กับทวนยาวเป็นอาวุธ   ตีวงล้อมข้ากับหยินซีไว้   จากนั้นทั้งพวกเขากับหยินซีและข้าก็เอาแต่เหล่ตามองไปข้างหลังว่า   เมื่อไรพวกเซียงชิงจะมาสักที

พอเห็นพวกเขาใกล้เข้ามาถึง   หยินซีก็ตะโกนร้องไห้เสียงดังออกมาว่า   “เมตตาสงสาร   ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถิด,  ใต้ท้าวววววววว”

ชายหนุ่มร่างยักษ์ใหญ่ไว้หนวดเคราหน้าตาอันธพาลสิ้นดี  (ปีศาจกระทิง)  แกว่งทวนยาวฟันต้นไม้ข้างๆล้มเปรี้ยงพร้อมกับทำเสียงเหยียดหยันว่า  “ร้องหาสวรรค์วิมานอะไร   ร้องให้ตายก็ไม่มีประโยชน์!   มามะ...มามะ.... ไปกับเฮียซะดีๆ เจ้าจะอยู่ดีกินดี    ไม่ดีตรงไหนเล่า….คนงาม?”

“เฮ้ยไม่เอาแบบนั้น   มันดูไม่สมจริง!”    เจียนหนานแอบกระตุกแขนเสื้อเฮียกระทิงยิกๆๆ

ใบหน้าเฮียกระทิงซับเลือดฝาด    “แล้วจะเอายังไง....จะให้ข้าลงมือลงไม้กับน้องสาวตัวเองได้ไง?”

“งั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”   เจียนหนานกระแอมกระไอทดลองเสียง   สีหน้าท่าทางของเขาก็พลันเปลี่ยนรับกับบท    เขายิ้มกระหยิ่มอย่างย่ามใจมองเรือนร่างของพวกเราขึ้นๆลง เท่านั้นยังไม่พอ....ยังเอามือมาเกี่ยวปอยผมหยินซีเล่น   เขาพ่นคำพูดออกมาว่า   “ยอมมาเป็นอนุของเฮียซะดีๆ    ไม่งั้นเฮียจะจับขายซ่องให้ปรนนิบัติชายเป็นร้อย    เลือกเอาจะเลือกอย่างไหน!

ไอ้ประโยคสุดท้ายที่พูดเน้นเสียงดังกังวานมาก   น่าจะสะดุดรูหูของชายหนุ่มสองคนที่เผอิญกำลังจะเดินผ่านมา   โมหลินตามน้ำโดยการผลักเซียงชิงเดินพรวดขึ้นหน้ามาสองสามก้าวแล้วตะโกนเสียงดังว่า   “อันธพาลถ่อย เจ้าจะทำอะไรแม่นางไร้เดียงสาสองคนนั่น!

เซียงชิงปรายตามองมายังพวกเรา  แต่ยังเงียบไม่พูดไม่จา   หยินซีส่งสายตามองเขาพร้อมกับร้องกระซิกๆ   “คุณชาย,  โปรดช่วยเราด้วย!   ช่วยเราด้วยยย!

เจียนหนานลากหยินซีหลบไปให้พ้นทางแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเซียงชิง   พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงนักเลงว่า   “พวกเจ้าท้งสองคิดจะมาขัดขวางเรื่องของข้าหรือ?   ถ้าไม่ใช่,  ก็รีบย้ายก้นไปที่อื่นซะ!

“ก็ได้”    เซียงชิงกลับรีบรับปากโดยไว   เขาลากโมหลินให้มาด้วยกันแล้วเดินจ้ำอ้าวจากไป

อย่าเพิ่งไป.... Help me please!

อ้าว...เฮ้ย!   พวกเราทั้งหมดปากอ้าขากรรไกรค้าง   กว่าจะได้สติ   หยินซีเริ่มตะโกนดังสุดคอหอย    “คุณชาย,   ท่านจะดูดายปล่อยให้พวกเราต้องรับเคราะห์ก็ได้   เราไม่ถือสา  แต่ถึงท่านไม่ช่วยใคร   ก็ขอแค่ยื่นมือช่วยคุณหนูของเราคนเดียวก็พอ!

หยินซีขยิบตาให้ข้าดังนั้นข้าก็เริ่มสะอื้นฮักๆออกมา

กระทิงเก๋อเกอและเจียนหนานยืนลุ้นนิ่งมิรู้จะทำเช่นไรต่อ

เมื่อเขาทั้งคู่หันหลังให้   เราก็เริ่มส่งสายตากันเงียบๆว่าจะทำอย่างไงดีฟ่ะ   แต่ตอนนั้นจู่ๆก็มีมีดสั้นบินได้ปริศนาเหาะทะยานมายังพวกเราปักฉึกเข้าที่กลางอกของอาเฮียกระทิง    พริบตาเดียว,  เซียงชิงก็มาปรากฏตรงหน้าข้า

ตามมาตรฐานมนุษย์แล้ว,  นับว่าฝีมือเขาไม่ใช่ย่อยเลย   แต่โชคร้ายที่อันธพาลนั่นคือปีศาจกระทิงที่บำเพ็ญเพียรมาไม่ต่ำกว่าสองพันปี   เนื้อหนังของกระทิงร่ำรวยตระบะนี้ทั้งเหนียวทั้งหนา   มีดสั้นหลอมจากเหล็กอันเท่าไม้จิ้มฟันนี้แทบจะไม่สะกิดผิวเขาด้วยซ้ำ   ปีศาจกระทิงออกลีลาด้วยการดันมีดสั้นให้ปักฉึกๆ  ลึกลงไปในอกอีกประมาณหนึ่งนิ้วเหนาะๆ    ทำให้ที่แผลของเขาพอจะมีหยดเลือดผุดออกมาบ้าง   แผลนี้ไม่ต่างจากยุงกัดสำหรับเขา   แต่เขาก็แสร้งดีดดิ้นร้องจะเป็นจะตาย   “อู้ยยย, เจ็บเหลือเกินนนนน!

เจียนหนานเองก็ออมพลังฝีมือไว้ยามต่อสู้กับเซียงชิง   เห็นว่ายังคงประมือกันไม่คืบหน้าไปถึงไหน,  โมหลินจึงป้องปากร้องโวยวายว่า   “ยาม!  ทางนี้!   มีนักเลงสองคนกำลังรังแกแม่นางน้อยสองนางตรงนี้   รีบมาเร็วๆ!

ประโยคนี้ได้ถูกเตี้ยมไว้แล้วว่าเป็นสัญญาณให้ล่าถอย   เจียนหนานเข้าใจเป็นอย่างดี   เขาจึงทำเป็นกระโดดหนีออกจากการพันตู   กึ่งลากกึ่งหอบพี่กระทิงไปพลาง   ปากก็แช่งชักหักกระดูกไปพลาง   “พวกเจ้ามีกำลังหนุนมาช่วยหรือนี่?  หนอย!..ฝากไว้ก่อนเถอะ   รอให้ข้าเรียกพี่น้องข้ามาเสริม   พวกเจ้าได้เสร็จข้าแน่ๆ!”    สองอันธพาลรีบผละหลบไปอย่างรวดเร็วหลังพูดบทเสร็จสิ้น

เห็นว่าซือฟุกลับมาช่วยข้า   ในใจของข้ามันพองโตเปี่ยมไปด้วยความสุข   ข้าเกือบจะหัวเราะฮ่าฮ่าฮ่าออกมาดังๆ    แต่ข้าก็ใช้แขนเสื้อตัวเองปิดใบหน้าที่ยิ้มแก้มปริไว้ทันเสียก่อน   จากนั้นก็เริ่มเสแสร้งทำเป็นตกใจและหวาดกลัวในลำดับต่อไป

“แม่นางทั้งสองได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่?”   เซียงชิงเดินตรงเข้ามาหาเราแต่ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงเราแต่อย่างใด

หยินซีซับน้ำตา   แล้วขยับเข้าหาเพื่อกล่าวขอบคุณ   “คุณชาย,   ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตเราทั้งสองไว้”

“ทำไมพวกเจ้าเป็นสตรีแต่กลับมาอยู่แถวนี้ตามลำพัง?”    เซียงชิงซักถาม   “แล้วคราบเลือดที่พื้นนั่นเป็นของใคร?”

หยินซีทำหน้าเศร้าสลดหนักกว่าเดิม   “คุณหนูของเราเป็นคุณหนูตระกูลฮัว   แต่เคราะห์ร้าย, ทางการได้ปิดประตูเมืองมิให้ชาวเมืองเข้าออก   ส่วนบิดามารดาของคุณหนูก็สิ้นใจเพราะโรคระบาด   พวกท่านได้สั่งเสียข้าก่อนตายให้พาคุณหนูหนี    แต่เพราะว่า....ความงามของคุณหนู,  พวกเราจึงไปต้องตาให้กับอสรกุ๊ยสองตนนั้นเข้า...ไม่เพียงพวกมันจะฆ่าบ่าวคนอื่นที่ติดตามมาแล้วโยนศพทิ้งลงในแม่น้ำ   แต่พวกมันยังฉุดคร่าพวกเราให้มากับมันด้วย....”

เรื่องเล่าทั้งหมดได้ผ่านการรังสรรค์มาจากข้อมูลที่ลัวลัวให้มา   ความจริงก็คือ,  แถบนี้เมื่อไม่นานมานี้เกิดโรคระบาดขึ้นจริงๆ   ซึ่งก็มีน้อยคนที่หนีออกมาได้   แต่เพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็ตายไปเสียแล้วจากโรคระบาด   ฐานะของพวกเราก็คงยากจะหาพยานตรวจสอบได้เช่นกัน

พอฟังเรื่องของหยินซีจบ,  เซียงชิงก็เอ่ยปากต่อว่า   “พวกแม่นางไม่ได้รับบาดเจ็บใดใช่หรือไม่?    ข้าฝึกฝนตนอยู่ในถ้ำมาเจ็ดแปดปี   จากนั้นก็ยังฝึกวิชาต่อเนื่องมาตลอด   นานๆทีถึงจะได้ลงจากเขา   ข้าไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง   แม่นาง,  โปรดอย่าได้เสียใจไป   มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อสุขภาพได้”

“ข้าไม่เป็นอะไร   ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้”   หยินซีทำท่าซับน้ำตาอีกรอบ

“เอาล่ะ,  แม่นางอย่าได้เกรงใจไปเลย”   เซียงชิงพูดแล้วทำท่าจะหมุนตัวจากไป

“ดะ...เดี๋ยว   เดี๋ยวก่อน!”   โมหลินรีบหยุดเขาไว้   “เจ้าจะจากไปเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?”

“ทำไมจะจากไปไม่ได้?”   เซียงชิงทำหน้างงถามกลับ

เหงื่อเย็นๆ  เม็ดไม่เล็กแปะอยู่เต็มหน้าผากของโมหลิน    “ก็เจ้าจะปล่อยแม่นางน้อยสองคนนี้ไว้กลางป่ากลางเขาตามลำพังกระนั้นหรือ?    ถ้ากุ๊ยสองคนนั้น....มันกลับมาล่ะ?”

ข้าและหยินซีพยักหน้าหงึกหงัก   “คุณชาย,  หากจะช่วยพวกเราแล้ว   ก็ได้โปรดช่วยให้ถึงที่สุดเถิด....”

“พวกเขาไม่น่าจะกลับมาอีก,  ไม่ใช่หรือ?”   เซียงชิงทำหน้างง

“พวกเขากลับมาแน่!”   ข้ารีบลุกพรวดขึ้นมากระโดดกระต่ายขาเดียวเหย็งๆ  ก่อนจะล้มแผละลงไปอีก

หยินซีวิงวอนขอร้องเซียงชิง   “คุณหนูของข้าได้รับบาดเจ็บที่ขา   ดังนั้น...ดังนั้นพวกเราต้องหาทางอื่น”

ในตอนนี้,  เซียงชิงกลับหมดความลังเลอีกต่อไป   เขาเดินเข้ามาหาข้า  ให้ข้าขึ้นขี่หลังเขาพร้อมกับพูดกับข้าว่า   “คุณหนู,  อย่าได้กังวลข้าจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้เอง”

โมหลินยิ้มพลางเอ่ยหยอกเย้าว่า   “ข้าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า   สุภาพชนไม่จำต้องไตร่ตรองให้หนักหากจะให้แม่นางน้อยขึ้นขี่หลัง”

เซียงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบว่า   “หนทางยังอีกไกล   แม่นางอีกท่านหนึ่งก็ดูท่าทางอ่อนแรง   เกรงว่าจะเดินไม่ไหว   ท่านก็สามารถให้นางขี่หลังท่านไปได้เหมือนกัน”

ประโยคนี้พูดออกมาปุ้บหยินซีก็ทำท่า เอียงอาย ยื่นมือของเขาออกมาข้างหน้า   กระพริบตาปริบๆ  แล้วพูดว่า “ข้าตัวไม่หนักเท่าไหร่หรอกคุณชาย.....”


โมหลินได้แต่ย่อตัวลงกับพื้น   ทำใจสักพัก....จากนั้นก็กัดฟันกรอดแบกหยินซีที่เกาะอยู่ที่หลังเดินเท้ามาตามถนน


................................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น