วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 114 หนี้บุญคุณที่ช่วยชีวิต-สมควรตอบแทนด้วยร่างกาย

เซียงชิงแบกข้าด้วยท่าทีสบายๆ   ไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยลงมาตามทางเดินบนเขาที่ค่อนข้างขรุขระ   โมหลินและหยินซีที่แลกสายตากระฟัดกระเฟียดใส่กันกลางอากาศอย่างไม่หยุดหย่อนเดินตามมาข้างหลัง


เดินมาเรื่อยๆเช่นนี้,  พวกเราก็มาถึงนอกเมืองเมื่อตอนพระอาทิตย์จะตกดิน    ข้าเกาะแน่นกับเสื้อของเขา   ไม่เต็มใจที่จะปล่อยมือจากเมื่อเขาวางข้าลง    เซียงชิงหันมาปลอบข้าว่า “เดี๋ยวข้าจะเข้าเมืองหาพาหนะมาพาเจ้าเข้าไป   ให้รอข้าอยู่ที่นี่”

ทำไมต้องใช้พาหนะอะไรนั่นด้วย?    ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจถึงความตั้งใจของเขาที่ว่า   แต่หยินซีชิงตอบเขาแทนข้าด้วยท่าทีเอียงอายว่า   “พวกเราขอขอบคุณคุณชาย”

เซียงชิงฝากฝังโมหลินให้รับผิดชอบดูแลพวกข้า   จากนั้นเขาก็จากไปทางตัวเมืองอย่างเร่งร้อน

ทันทีที่เซียงชิงหายลับ   โมหลินก็ทิ้งหยินซีโครมลงกับพื้นจนฝุ่นปลิวตลบ    เขาทำท่าปัดฝุ่นลูบเสื้อผ้าให้เข้าที่ดูดีแล้วก็หันมาอธิบายว่า   “เซียงชิง,  เขาน่ะห่วงพวกเจ้าเหล่าแม่นางผู้ปวกเปียกทั้งสองจะชื่อเสียงเสียหาย    กลัวว่าจะมีใครเอาไปลือไม่ดีว่าเจ้าเป็นผู้หญิงง่ายๆ”

หืมม์???    ข้าทำหน้าบ็องแบ็ว    ทำไมเขาไม่ปล่อยให้ผู้คนลือกันไปล่ะ   ไม่เจ็บไม่คันสักหน่อย?

“ยังไม่ต้องรีบมัดมือชกขนาดนั้นก็ได้   เราค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตามแผนที่วางเอาไว้”   หยินซีมือลูบก้นและสะโพกตัวเองปรอยๆ    ควักค้อนสายตากล่าวหาไปทางโมหลิน  หยินซีค่อยๆขยับมาข้างตัวข้าแล้วกระซิบถามว่า   “จำกระบวนท่ามารยาสาไถยที่ข้าสอนเจ้าได้หรือไม่   ทำตามนั้นห้ามผิดแม้แต่นิดเดียวนะ”

ข้านั่งเงียบพยายามเค้นสมองขึ้นทบทวน    ซ้อมทีละขั้นในใจครั้งแล้วครั้งเล่า   แต่ท้ายที่สุดก็ไม่พ้นต้องแอบดูโพยที่เขียนติดไว้ที่แขนเสื้อ   แล้วก็พยักหน้าพออกพอใจกับตัวเอง

ใช้เวลาไม่นาน,  ร่างของเซียงชิงที่กำลังเข็นรถเข็นผักพังๆ   ตรงออกมาจากประตูเมืองก็สามารถมองเห็นได้จากแต่ไกล    หยินซีดูปุ้บก็กระซิบที่หูข้าว่า   “จนกรอบเป็นข้าวเกรียบเลยเจ้า....”

“หยินซี,  เจ้าพกเงินติดตัวมาหรือเปล่า?”    ข้ารีบร้อนถามหยินซี    “แบ่งออกมาสักหน่อยแล้วมอบให้ซือฟุ”

สีหน้าหยินซีขึ้นเลือดฝาด   “ข้าถูกจับเปลี่ยนชุดโดยไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัวเลย...นังเหมียวเอ๋ย แล้วข้าจะมีเวลาที่ไหนพกเงินทองติดตัวมา....”

สายตาสองเราก็หันขวับไปทางโมหลิน    โมหลินซึ่งฟังมาตลอดเกาหัวแกรกๆแล้วทำท่าถอนหายใจ   กล่าวเสียงเนิบๆว่า   “บนสรวงสวรรค์นั้นไซร้ เป็นทิพยสุข   จะพกเงินทองไปทำสากกะเบืออะไร..........แล้วนี่พวกเจ้าไม่มีเครื่องประดับมีค่าพอที่จะจำนำเปลี่ยนเป็นเงินได้เลยเรอะ?”

“ข้าไม่ชอบพวกเครื่องประดับ   แมวนั้นรักธรรมชาติ...ชอบติดดอกไม้”    (คำสารภาพของฮัวเหมียวเหมียว)

“แค่แต่งหญิง.... ข้าก็แทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินอยู่แล้ว    ยังอยากจะให้ข้าห้อยตุ้งติ้งปิ่นปักผมมาให้เกะกะยามเอาหน้ามุดดินอีกเรอะ?”     (หยินซีโอดครวญ)

“พวกเจ้านี่เป็นสตรีประสาอะไร!

สามคนปรึกษากันไปมาจนเซียงชิงบัดนี้ก็มาอยู่ตรงหน้าพวกเขาเรียบร้อยแล้ว    ใบหน้าของเขามีร่องรอยขัดเขิน   สีหน้าแดงซ่าน    “ข้าหวังว่าแม่นางคงไม่รังเกียจเกวียนนี่    พวกเราควรรีบเข้าเมืองก่อน”

พวกเรารีบสงบปากสงบคำ   แล้วแสดงท่าทางซาบซึ้งอย่างมากต่อเขา   “พวกเราต้องขอขอบคุณพี่เซียงมาก”   

ในสภาพนั่งบนเกวียนสับปะรังเคจวนจะพังมิพังแหล่แบบนั้น,  พวกเราก็เริ่มออกเดินทางผ่านเข้าไปยังประตูเมือง    จนมาถึงโรงหมอ,  ท่านหมอได้ถูกเชิญให้ออกมาดูอาการบาดเจ็บที่ขาของข้า    สองตาของท่านหมอจ้องเป๋งนิ่งสนิทอยู่บนใบหน้าข้าไม่ต่ำกว่าครึ่งก้านธูป   จากนั้นก็เลื่อนสายตาช้าๆลงมายังหน้าอกของข้า    ท่านหมอทำท่าเหมือนเด็กทารก   มองไปก็น้ำลายไหลเยิ้มให้เห็นตรงมุมปาก    จนกระทั่งโมหลินและเซียงชิงขยับเข้ามาบังสายตาเขาจากตัวข้าไว้   ถึงทำให้เขาลงมือตรวจแผลของข้าแล้วทายาให้    ท่านหมอเรียกเก็บเงินค่ารักษาแต่แล้วท่านหมอก็เข้าสู่ภวังค์อีกรอบเมื่อหันไปพบหน้าหยินซี

หยินซีทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในขณะที่ค้นตามตัวพยายามหาเงินมาชำระ   แต่จะล้วงหาแค่ไหน  แม้แต่อีแปะเดียวก็หาไม่พบ    เขาจึงทำหน้าเว้าวอนหันไปหาโมหลิน    แต่โมหลินกลับหันหน้าทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ซะฉิบ

จังหวะนั้นเอง,  ที่ท่านหมอได้สติยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่มุมปาก    มีสำเนียงเกรี้ยวกราดออกมาจากน้ำเสียงว่า  “ข้าตั้งโรงหมอไม่ใช่โรงทาน   รักษาแล้วก็ต้องจ่ายเงิน!    ถ้าพวกเจ้าไม่จ่าย,  ข้าจะแจ้งความ   ส่งตัวพวกเจ้าให้กับเจ้าหน้าที่!

เซียงชิงถอนหายใจ   หลังจากค้นหารวบรวมอยู่นาน,  เขาก็หาเหรียญทองแดงได้หลายสิบเหรียญ   เซียงชิงจัดการยื่นเหรียญทั้งหมดให้ท่านหมอ   “ข้าจะชำระแทนนาง”

“แค่เงินไม่กี่เหรียญ   แค่นี้ยังไม่พอหรอก!    ข้าดูเหมือนขอทานรับเศษเหรียญเงินนักหรือ?”  ท่านหมอขึ้นเสียงด้วยความโมโห   “โรงหมอข้าเป็นโรงหมอชั้นแนวหน้าอันดับหนึ่งขอเมือง! ทั้งตัวยาสมุนไพรเราก็เป็นของชั้นหนึ่งทั้งนั้น!

ได้ยินเขาเอ็ดตะโรใส่ซือฟุ,   ทำให้หัวใจข้าปวดหนึบ    ข้าอยากจะกระโดดอาละวาดพังตึกมันให้ราบ   แต่หยินซีรู้ทันจึงฉุดข้าไว้

พังมันซะเลยดีไหม....
โมหลินที่ยืนอยู่เฉยๆเริ่มจะโมโหขึ้นมาบ้าง    “ไอ้สมุนไพรเมื่อกี้ก็แค่รากไม้บดธรรมดาไม่ใช่หรือ?   ไม่ใช่ของดีหายากที่ไหน   ราคาก็แค่ไม่กี่อีแปะเท่านั้น?   ที่นี่เจ้าอาจจะนึกว่าโรงหมอเจ้ายอดเยี่ยมที่สุด   แต่ข้าว่าฝีมือเจ้าก็งั้นๆ     อีกอย่าง,  เจ้ากินเต้าหู้แม่นางน้อยจนน่าจะอิ่มแปล้แล้ว   ข้าขอเตือนเจ้า...ระวังอย่าหมกมุ่นในกามให้มาก   จะเท่งทึงเอาง่ายๆ!

“ชั่วชีวิตข้า,  ประพฤติดีมีคุณธรรมมาตลอด!   ข้าไม่ฝักใฝ่กับเรื่องต่ำทรามเช่นนั้นหรอก!” ท่านหมอทุบโต๊ะเปรี้ยงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

ประสบพบคนหน้าด้านไม่รู้จักละอายใจเช่นนี้,  พวกเรารู้สึกว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์   เซียงชิงพยายามค้นหาไปตามข้าวของจนนานสองนาน   เขาก็นำกระจกปากั๋วประจำสำนักออกมายื่นให้แก่หมอผู้นั้น

“หนะ...นั่น,  ข้าขอขอบคุณซือ...ขอบคุณพี่เซียง”    เห็นว่าซือฟุต้องควักของที่หวงแหนออกมาเพื่อข้า   มันทำให้ข้ารู้สึกขมฝาดในอก   ข้าเริ่มวิตกกังวลด้วยว่าเขาจะนึกโทษข้าที่ทำให้เป็นเช่นนี้    หัวใจของข้าเต้นตึกๆอย่างกับกลองตีด้วยความกริ่งเกรงที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เซียงชิงโบกมือให้ข้าอย่างอ่อนโยนด้วยท่วงท่าเป็นกันเอง    เขากล่าวว่า   “แม่นาง,  รักษาขาเจ้าเป็นเรื่องสำคัญ   หากไม่ดูแลแผลให้ดี,   เจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิตก็ได้   เทียบกับทรัพย์สินของข้าไม่กี่ชิ้น   อนาคตของเจ้าย่อมสำคัญกว่ามาก”

จนก็เรื่องหนึ่ง....แต่ยังมาซ้ำเติมบีบบังคับให้เขาต้องเอาข้าวของออกมาจำนำ.....ข้าเดินกลับมาอย่างหงอยๆยังเกวียนไม้คู่ใจพร้อมกับหยินซีและเซียงชิง    คืนนี้,  พวกเราไม่มีเงินพักโรงเตี้ยมดังนั้นพวกเราจึงต้องออกไปหาวัดร้างพักแรมนอกตัวเมือง

หยินซีแอบไปถ่ายทอดคำสั่งให้ปีศาจลูกกระจ๊อกแถวนั้นนำความไปบอกเจียนหนานให้ส่งเงินทองมาให้พวกเราใช้

เสียงร้องโครกครากในกระเพาะของข้าดังไปถึงหูของเซียงชิงที่อยู่ข้างๆ    เขาชำเลืองมองมาทางข้าแล้วยืนขึ้นเดินออกนอกประตูไป   ไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับปลาสองสามตัวในมือที่ทำการชำแหละล้างไส้เรียบร้อยแล้ว    เขาก่อกองไฟขึ้นอย่างเงียบๆ หาได้หม้อใบหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้แถวๆนั้น   โยนปลาลงไปต้มน้ำ

“ไม่มีอะไรที่พอจะกินได้ในป่า   ฝีมือทำครัวข้าก็ไม่ดีอะไรมาก   แค่พอกินได้   ข้าหวังว่าแม่นางจะพอทานลง”   เซียงชิงเขี่ยท่อนฟืนพลางเอ่ยออกมา

ข้ายิ้มแย้มเต็มที่ให้กับเขาแล้วผงกหัวหงึกหงัก   “ปลาดีแล้ว   ข้าชอบกินปลาที่สุด”

เซียงชิงหัวเราะหึ    พอกลิ่นปลาสุกหอมลอยขึ้นมา   ปลาตัวหนึ่งวางอยู่บนใบกล้วยก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าข้า   ข้าไม่สนว่ามันจะร้อนหรือไม่   รีบบิกินทันที   รสชาติไม่ได้ดีเลิศอะไรนักแต่เนื้อปลาสดและหวานมาก    จะว่าไปอร่อยกว่าที่ซือฟุเคยทำเมื่อก่อนตั้งเยอะ   ข้าจึงชมเขาออกมาจากใจว่า   “อร่อยมาก อร่อยจริงๆ”

หยินซีกับโมหลินเป็นมังสวิรัติ   พอพวกเขาเห็นอาหารคือซุปปลา    สีหน้าของพวกเขานั้นแอบซ่อนความกระอักกระอ่วนใจ    พวกเขาแกล้งทำเป็นกินอาหารเข้าไปจนเต็มปากหลายคำ    แต่ที่น่าแปลกก็คือ,  ตัวเซียงชิงเองก็ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่   ซุปทั้งหม้อนั้นก็เลยเสร็จข้าแต่ผู้เดียว

“เจ้าน่าจะกินมากๆ”    โมหลินที่ไม่กินเนื้อสัตว์   หาทางออกโดยแสร้งยกจานอาหารตัวเองให้แก่เซียงชิง

“ข้าไม่กินเนื้อ    แต่ทว่า....ตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็กแล้ว,  ข้ามักจะชอบทำซุปปลาให้ผู้อื่นได้รับประทาน”    เซียงชิงยิ้มปร่าออกมา   “ข้าไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงได้มีนิสัยประหลาดติดตัวเช่นนี้   ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ร่วมสำนักต่างก็มักจะล้อเลียนข้าเรื่องนี้เสมอ”

“ก็แปลกอยู่”    โมหลินหัวเราะ   หวนรำลึกถึงยามที่ซือฟุพยายามหัดทำซุปปลาให้ข้า   ข้าเองก็อดไม่ได้...ร่วมหัวเราะครื้นเครงไปกับโมหลินด้วย

กลิ่นหอมและความสดของซุปปลาสุดท้ายก็สังเวยลงสู่กระเพาะน้อยๆของข้าจนหมดสิ้น   ข้าอดแอบชำเลืองมองไปทางเซียงชิงไม่ได้   เพราะกลัวว่าโมหลินจะเอ็ดข้าเอาที่กินไม่ยั้ง   เพื่อดำเนินแผนการขั้นต่อไป หยินซีก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่า   “พี่เซียง, พี่จะไปไหนต่อ?”

“ข้าลงจากเขามาเพื่อปราบปีศาจ   แต่ตอนนี้,  ข้ารู้ตัวแล้วว่าพลังฝีมือยังไม่เพียงพอ...จึงคิดจะกลับขึ้นเขา   ศึกษาบำเพ็ญเพิ่มเติมอีกสักหน่อย”   เซียงชิงโยนฟืนลงกองไฟเพิ่ม   กระตุ้นให้แสงไฟโชติช่วงขึ้นมาใหม่    “ถึงตอนนั้น แล้วแม่นางทั้งสองมีญาติให้ไปพักอาศัยด้วยหรือไม่?”

“ไม่มี”    ข้าสั่นศีรษะพร้อมกับเช็ดปากส่วนหยินซีเปล่งเสียงตอบ

น้ำตาของหยินซีไหลคลอออกมาขังราวกับสั่งได้    “พวกเราไร้บ้าน   ไม่มีสถานที่ให้กลับ พวกเรายังไม่รู้เลยว่าจะแบกหน้าไปทางไหน”

“เช่นนี้....” เซียงชิงสีหน้าลำบากใจ

โมหลินทำทีส่ายหัวอย่างเพลียใจ   “สองสาวงามอายุเยาว์วัย   หากทิ้งพวกนางไว้ตามลำพัง ข้าว่าไม่พ้นต้องโดน.....คาบไปรับประทานหรือไม่ก็โดนคนชั่วหลอกเข้าซ่องแน่   น่าสงสาร   น่าสงสาร”

“เช่นนั้น......”   เปลือกตาของเซียงชิงกระตุก   สีหน้าของเขายิ่งอึดอัดใจ

โมหลินพยักเพยิดไปทางหยินซี   แล้วทำทีเดินไปหาเซียงชิงเพื่อแสดงความคิดเห็น   “พี่เซียง, ท่านก็ดูเป็นคนดีมีคุณธรรม   ดั่งคำกล่าวที่ว่า....เป็นหนี้ชีวิต...แทนคุณด้วยร่างกาย   แม่นางก็เป็นกุลสตรีที่ดี   ซ้ำหน้าตาก็งดงาม....ทำไมท่านไม่รับนางเป็นฮูหยินซะเลยล่ะ?”

คำพูดนี้ทำให้เซียงชิงชะงักค้าง    เขาตะโกนกลับด้วยความโมโหว่า   “พูดจาเหลวไหล!   นี่เจ้าคิดว่าข้าช่วยพวกนางเพราะมีจุดประสงค์เบื้องหลังหรอกหรือ?    ความคิดเอารัดเอาเปรียบสตรีเช่นนี้   น่าละอายยิ่งนัก!

ข้าถึงกับถอนหายใจเฮือกหมดแรงอยู่ภายในเมื่อได้ยินเขาพูดจบประโยค    ข้าอยากจะร้องออกมาดังๆ    แต่ก็ได้แต่ลอบครวญในใจว่า    // รีบเข้ามา  รีบเข้ามาเอาเปรียบข้าไวๆ  กรีดยางบนหน้าทิ้งไม่ต้องเหลือไว้แล้วกระโจนใส่ข้า!  เร็วเข้า เร็วๆๆเข้า อย่าได้ชักช้า  จงทำไม้ให้กลายเป็นเรือแล้วรีบออกทะเลไวๆ.....  อ๊างงๆ  อ๊า  โดะเตะโมะดาอิซุคิ โดราเอ...มอนอืด  (ภาษาญี่ปุ่น=ท่อนฮุก)//
 (เพลงการ์ตูนโดราเอมอน จบแล้ว วนท่อนฮุกใหม่) 


....................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น