วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 19 ชะตาต้องสาป (องค์หญิงเหว่ยหยาง)


แม่นม จางซื่อ คุกเข่าลงรายงาน   “ต้าฟูเหริน,  เมื่อตอนบ่าย,  ข้าพาซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ออกมาสูดอากาศในสวนแต่  ซานเซาเย่ อยู่ๆก็หายตัวไป   ข้ามองหาจนทั่วตั้งหลายครั้งแล้ว เหลือแต่แถวนี้ที่ยังไม่ได้หา”


หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น   ครอบครัวน้องสามไม่มีบุตรสืบตระกูล   พวกเขาเลยรับบุตรบุญธรรมมาหนึ่งคน   หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้น,  ดีไม่ดี   น้องสะใภ้สาม Zhou shi ไม่แน่จะรับได้   เขาไตร่ตรองดูแล้วจึงถามออกไปว่า   “ฮูหยินของท่านสามทราบเรื่องแล้วหรือยัง?”

สีหน้าแม่นมซีดเผือด   “ยังเจ้าคะ  นูปี้เกรงว่าฟูเหรินจะรับไม่ไหว   ข้าก็เลยมาแจ้งนายท่านก่อน”

หลี่เสี่ยวหลานรู้แก่ใจดีว่าเด็กชายมีความสำคัญต่อ   น้องสะใภ้สาม Zhou shi แค่ไหนจึงรีบออกคำสั่งให้เร่งกันช่วยหาเขา

หลี่ฉางซีมุมปากยกยิ้ม   “จริงด้วย พวกเราต้องค้นหาให้ละเอียด   ใครจะไปรู้ค่ำมืดดึกดื่นขนาดนี้   อาจจะมีใครเดินแล้วลื่นสะดุดลงไปในบ่อก็เป็นได้”

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) มองนางด้วยสายตาแข็งกระด้าง   “เจ้าเป็นพี่สาวแบบไหนถึงได้พูดแช่งซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ)  ตัวเองแบบนี้?    พูดพล่อยๆ!

“ข้าเองก็เป็นห่วงซานตี้  (หลี่หมิ่นเต๋อ)  ก็เลยพูดจาเหลวไหลไปหน่อย!”   หลี่ฉางซีรีบแก้ตัว

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี)   แค่นเสียงเย็นชา

ต้าฟูเหรินชำเลืองมองไปทางผิวน้ำที่นิ่งสงบ    ท่ามกลางความเงียบ นางก็เอ่ยออกมาว่า “นายท่าน,  ที่ลูกหญิงห้าพูดก็ไม่ผิดเท่าไรนัก   ทุกอย่างมีความเป็นไปได้   อย่างเมื่อปีที่แล้วลูกชายคนเล็กของ  Zuo  Yushi  ยังตกน้ำตอนที่เขามาวิ่งเล่นแถวๆนี้เลย?   ตอนนี้ก็มีบ่าวไพร่ช่วยหาเยอะแยะ  ท่านกับข้ามิสู้ไปพักรอฟังข่าวที่หนานหยวนก่อน”

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ยังมิปักใจเชื่อว่าจะเกิดเหตุร้ายกับเด็ก   อารมณ์ของเขาขุ่นมัวยามที่พยักหน้าตัดสินใจบ่ายหน้าไปยังหนานหยวน

ต้าฟูเหรินหันไปออกคำสั่งว่า   “ให้ค้นหาแถวๆน้ำให้ทั่ว”   จากนั้นนางก็สบตากับหลี่ฉางซีแวบหนึ่ง

หลี่ฉางซีเข้าใจความนัยทันที   “ท่านแม่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง   เดี๋ยวข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ช่วยหาซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ)ด้วย”

เป็นที่พออกพอใจแล้ว,   ต้าฟูเหรินก็นำคนรับใช้ออกเดินไปทางหนานหยวน

หลี่ฉางซียืดตัวเชิดหน้าแล้วออกคำสั่งอย่างเย่อหยิ่งว่า   “พวกเจ้าทั้งหลายน่ะ,  ไปหาตรงนั้นกันเร็ว!

ทุกคนก็รีบไปยังบริเวณนั้นเริ่มการค้นหาฝ่าเข้าไปในดงหญ้าและบริเวณสระ   ใช้โคมส่องนำทาง   เดินสวบสาบเข้าไปปากก็ตะโกนเรียก   “ซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ)”   ไม่ขาดปาก  แต่หาตั้งนาน,  ก็ยังไม่พบสักที

ตอนนั้นเอง,  มีใครไม่รู้ตะโกนด้วยเสียงตกใจว่า    “นั่นรองเท้าของซานเซาเย่  (หลี่หมิ่นเต๋อ) นี่!!”   คนผู้นั้นลงไปเก็บรองเท้าที่ลอยอยู่ในน้ำ   คว้าแน่นราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าขึ้นมาแล้วมอบให้หลี่ฉางซีดู

หลี่ฉางซีผงกศีรษะพูดว่า  “ไม่จริง,  ดูเหมือนซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ)  จะตกลงไปในน้ำจริงๆ เร็วเข้า!   รีบช่วยกันหา!”  ในสมองของนางนึกถึงคำพูดของผู้ก่อการทั้งสองว่าได้โยนร่างของเด็กชายลงไปในสระ  ศพก็น่าจะอยู่แถวๆนี้   อาจจะลอยขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้   นางรีบสั่งให้คนค้นหาโดยละเอียดซึ่งทุกคนก็กระทำตาม

หลี่ฉางซีรอคอยอยู่เป็นเวลานานจนนางสิ้นความอดทน   มองไปรอบๆด้วยจุดประสงค์บางอย่างอยู่ๆนางก็ลื่นไถล   นางร้องออกมาเสียงดังแต่ก็ไม่ทันจะคว้าหินไว้   จากนั้นนางก็พบว่านางได้ลงมาแช่อยู่ในน้ำเสียแล้ว

เติบโตอยู่ในเมืองหลวง,  หลี่ฉางซีมีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายเฉกเช่นคุณหนู  นางจึงว่ายน้ำไม่เป็น   สิ่งเดียวที่นางทำคือตีน้ำแล้วโผไปข้างหน้า   อย่างไรไม่ทราบ,  นางกลับรู้สึกว่ามีมือคู่หนึ่งยื่นมาจับข้อเท้าของนางแล้วลากนางจมลงไป    จิตใจนางตอนนั้นว่างเปล่าไม่ได้คิดอะไรอื่นอีก   นอกจากกรี้ดร้องออกมาสุดเสียง   นางจึงสำลักน้ำเข้าปากแทน   นางก็ยิ่งแตกตื่นเข้าไปใหญ่   พวกสาหร่ายรากต้นไม้น้ำในสระก็เข้าพันเกี่ยวร่างนางยุ่งไปหมด  ทำให้นางยิ่งดิ้นแรงขึ้นไม่ยอมหยุด   ผลก็คือ,  ติดหมับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้จนนางใกล้จะหายใจไม่ออก

ใต้น้ำนั้น,  นางคิดว่านางเห็นหน้าคนขาวซีด  แต่หน้านั้นหายไปเร็วพอๆกับที่มันปรากฏ   นางไม่มีโอกาสจะมองให้ชัดเจนด้วยซ้ำ   มันก็หายวับไปราวกับว่านางคิดขึ้นมาเอง   แล้วร่างของนางก็จมมิดน้ำ

“เร็วๆเข้า เร็วๆ!   รีบมาช่วยคุณหนูห้า!”   ตอนนี้บนฝั่ง,  คนหลายคนร้องเป็นเสียงเดียว   ไม่กี่อึดใจ,  เหล่าผู้คุ้มกันภัยก็รุดมาถึง   แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะกระโดดลงไป    ด้วยว่าร่างกายของคุณหนูห้านั้นสูงส่ง   หากนางถูกชายใดที่ไม่คู่ควรแตะต้องตัว   บุรุษนั้นมีแต่รับโทษตายสถานเดียว

ผ่านไประยะหนึ่ง ที่สุดก็มีสาวใช้มีอายุผู้หนึ่งที่ว่ายน้ำเป็นกระโดดลงน้ำไปช่วย   ใช้เวลาอีกพักกว่าจะพบร่างของหลี่ฉางซี   ขณะที่พบ ร่างของนางยังคงถูกพืชน้ำเกาะเกี่ยวอีรุงตุงนังไปหมด   สาวใช้มีอายุนั้นรีบว่ายพานางกลับขึ้นไปบนฝั่ง   ทุกคนก็เข้ามารุมล้อบรอบตัวหลี่ฉางซี   ม่านตาของนางขยายกลายเป็นสีขาวทำให้ทุกคนแตกตื่นจึงเอาแต่ตบหน้าและเขย่าตัวนางไม่หยุด   สุดท้าย หลี่ฉางซีก็กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง

หนึ่งในกลุ่มของสาวใช้จุ๊ปาก   ทุกคนถึงได้สติแล้วหันเหความสนใจไปยังหน้าด้านซ้ายของหลี่ฉางซีที่เกิดรอยแผลขึ้นสองรอย   แผลน่าจะเกิดจากหินแหลมขูดโดน   แผลนั้นลึกจนเห็นกระดูก   เลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด

ทุกคนในที่นั้นรู้ดีว่านี่คือเรื่องร้ายแรง   พวกเขาส่งเสียงตะโกนออกมาเสียงดัง   “เร็วๆๆ!   รีบพาคุณหนูห้าไปหนานหยวน!

พวกเขารีบแบกหลี่ฉางซีไปหนานหยวนอย่างเร่งรีบ   พอไปถึง,  พวกเขาก็พบหลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) กำลังนั่งอยู่ที่บริเวณลานพร้อมกับต้าฟูเหรินที่มีสีหน้าผิดปกติ   ฉีอี้เหนียง (แม่แท้ๆของหลี่เหว่ยหยาง)  ที่น่าจะนอนป่วยอยู่   กลับอยู่ที่นั่นด้วยและกำลังยกน้ำชาให้ทั้งสองอย่างระมัดระวัง

ตอนที่หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) มาถึง,  เขาตั้งใจจะเปิดฉากอบรมหลี่เหว่ยหยาง   แต่ไม่เห็นหลี่เหว่ยหยางอยู่ที่นี่   กลายเป็นว่า,  กลับเห็นบ่าวไพร่กลุ่มใหญ่ประคองหลี่ฉางซีเข้ามาด้านใน   ทำให้เขาอารมณ์เสีย   “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!

สาวใช้นางหนึ่งตอบว่า   “นายท่าน,  เป็นเรื่องที่แปลกมากเจ้าคะ...คุณหนูห้ายืนอยู่ริมน้ำอยู่ดีๆ   นางก็ลื่นลงไป”

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ที่นั่งอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นกระทันหัน.....

ต้าฟูเหรินรีบมาด้านข้างของหลี่ฉางซีด้วยความเป็นห่วง   พอนางเห็นหน้าของหลี่ฉางซีเท่านั้น,   นางก็ทำหน้าตกใจแล้วพูดกระท่อนกระแท่นออกมาว่า   “อั้ยโย่ว,  เด็กน้อยน่าสงสาร หน้าอันงดงามของเจ้าไปโดนอะไรมา?”

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) จ้องที่หน้าหลี่ฉางซี   หัวใจของเขาวูบหล่น   แผลอัปลักษณ์นี้ทำลายใบหน้าให้เสียโฉมเสียแล้ว!

“นูปี้ยังพบรองเท้าของซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ด้วยแต่ยังไม่พบร่างของเขา  นูปี้เกรงว่าซานเซาเย่จะตกลงไปในน้ำแล้วอาจจะโชคร้าย....”   สาวใช้รายงานเหตุต่อ

ต้าฟูเหรินที่ยังตกตะลึงไม่หายว่า  ฉีอี้เหนียง ยังปกติสบายดีอยู่    ซ้ำยังมาพบว่าใบหน้าของหลี่ฉางซีเสียโฉมแล้ว   นางได้แต่เก็บความแตกตื่นไว้ภายใน   แสดงสีหน้าเศร้าเสียใจออกมาแทน   “ตระกูลของเราที่เคยร่มเย็นเป็นสุข.....”

สาวใช้หลินที่อยู่ข้างๆนางก็รีบเสริม   “ตั้งแต่ที่คุณหนูสามกลับมา,  เรื่องไม่ดีก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน  ตอนนี้เคราะห์กรรมที่นางพามาถึงกับทำให้ซานเซาเย่เสียชีวิต  แล้วนี่พวกเราจะกลับไปรายงาน  ซานฟูเหริน (ฮูหยินของท่านสาม/แม่ของหลี่หมิ่นเต๋อ) ว่าอย่างไร?   ซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) เป็นผู้สืบสกุลเดียวของครอบครัวท่านสามด้วย!

ฉีอี้เหนียง (แม่ของหลี่เหว่ยหยาง) สีหน้าเคร่งเครียด   นางรู้ดีว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนการของต้าฟูเหริน    ต้าฟูเหรินสร้างเหตุการณ์ให้นางต้องป่วยตายเนื่องจากการกลับมาของเหว่ยหยาง  เหว่ยหยางต้องถูกหลอกล่อให้มาที่หนานหยวนนี่   จนเป็นเหตุให้ฉีอี้เหนียงถึงแก่ความตาย เสริมกับเหตุการณ์ตายกะทันหันของซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ)   ต่อให้หลี่เหว่ยหยางบริสุทธิ์ มิได้ทำอะไร   แต่เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับมารดาของหลี่หมิ่นเต๋อ,   นายท่านก็คงจะต้องทำโทษเหว่ยหยางแน่นอน....

ต้าฟูเหริน....นางเมียหลวงใจร้าย!

ฉีอี้เหนียงคุกเข่าโครมลงบนพื้น   “นายท่าน,  เหว่ยหยางเป็นเพียงแค่เด็ก   จะไปเกี่ยวข้องกับนางได้อย่างไร   เหว่ยหยาง....”

สาวใช้หลินปรายตามองฉีอี้เหนียง   “ฉีอี้เหนียง,  ที่ท่านพูดก็ไม่ถูก   คุณหนูสามละเลยกฎที่ตั้งไว้โดยนายท่าน   ลอบมาหนานหยวน   พอคุณหนูสามมาปุ้บ,   ซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ก็หายตัวไป   แม้แต่คุณหนูห้ายังได้รับบาดเจ็บ   ฉีอี้เหนียง,  จะมาพูดว่าไม่เกี่ยวกับคุณหนูสามได้อย่างไร?”

“ท่านพ่อ,  เกิดเหตุอะไรขึ้นที่นี่?”   เสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอกเรือน   หลี่เหว่ยหยางกับไป่จือก็ค่อยๆเดินเข้ามาด้านใน   นางสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนจาง   ดูเหมือนผกาช่อน้อยที่กำลังแรกผลิในฤดูวสันต์  ดูสดชื่นและอ่อนเยาว์   ดวงตากลมโตนั้นใสกระจ่างดุจตาน้ำ   ในแววตานั้นมีความฉงนสงสัยอยู่ในขณะที่นางเดินเข้ามา

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ตะลึงงัน   อันที่จริงแล้วเขาควรจะกราดเกรี้ยว   แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด,  เขาถึงไม่รู้สึกเช่นนั้นอีก

ต้าฟูเหรินนิ่งขึง   จากนั้นนางก็สวมบทบาทท่านแม่ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเมตตาว่า    “เหว่ยหยาง,  เป็นเพราะเจ้า,   บุตรชายคนสำคัญของฮูหยินท่านสามถึงได้หายตัวไป   ดูเหมือนว่าเราไม่สามารถให้เจ้าอยู่ที่จวนแห่งนี้ได้อีกต่อไป!

ดวงตาของหลี่เหว่ยหยางเบิกกว้าง   ประกายตาไร้เดียงสา   “ท่านแม่ใหญ่,  ท่านพูดเรื่องซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ) อะไรออกมา?   เมื่อกี้ข้าเพิ่งเห็นซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ)  วิ่งเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้อยู่เลย!


สีหน้าของต้าฟูเหรินเปลี่ยนทันที


.........................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น