งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 20 เสียโฉม (องค์หญิงเหว่ยหยาง)


“เจ้าพูดว่าอะไร?”   หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ตกตะลึง


สีหน้าของหลี่เหว่ยหยางเป็นสีชมพูสดใส   ดวงเนตรก็ใสกระจ่าง   “ท่านพ่อ,  ข้าเห็นซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ)  กำลังเล่นอยู่ที่สวนดอกไม้  จากนั้น, ซานฟูเหริน (มารดาของหลี่หมิ่นเต๋อ)  ก็มาตามเขากลับเข้าไป   ข้ายังได้จูงมือเขาแล้วพูดกับเขาเรื่องที่เขาวิ่งเล่นไปทั่วจนทำรองเท้าหายที่ไหนก็ไม่รู้”   ตอนนี้หลี่เหว่ยหยางทำท่าเหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็นรองเท้า    นางมีสีหน้าดีใจ   “อั้ยโย่ว,  รองเท้ามาอยู่ที่นี่นี่เอง?   ซานตี้ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ก็ช่างไม่ระมัดระวังมาเล่นใกล้น้ำจึงทำให้รองเท้าเปียกโชกเช่นนี้”


หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี)  เพิ่งรู้ตัวว่าเขากระทำเกินกว่าเหตุไปเมื่อครู่  จึงคลายท่าทีอาการลงแต่หัวคิ้วก็ยังขมวดอยู่ “ทำไมเจ้าเดินมาที่หนานหยวน?”

หลี่เหว่ยหยางยิ้มน้อยๆ   “ท่านพ่อ ท่านย่า (เหลาฟูเหริน)  บอกว่าที่เรือนของข้ามีบ่าวไว้ใช้งานน้อยไป   วันนี้ ข้าก็มาตามคำแนะนำของท่านย่า    ข้าว่าจะเลือกบ่าวจากเรือนฮุยชุนสักสองสามคน   แต่ตอนเดินผ่านหนานหยวน   เห็นคนมุงดูอะไรกันมากมายจนล้นไปด้านนอก มีใครบางคนพูดว่า   ทั้งท่านพ่อและท่านแม่ใหญ่ล้วนอยู่ที่นี่   ดังนั้นข้าจึงเข้ามาคารวะ”

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) นิ่งขึง   ในขณะที่สีหน้าของต้าฟูเหรินนั้นปราศจากรอยยิ้ม

“แล้วเจ้าได้เลือกหรือยัง?”   หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ถามต่อ

สีหน้าของหลี่เหว่ยหยางอยู่ก้ำกึ่งระหว่างสุขใจกับหวั่นเกรง   “หัวหน้าสาวใช้บอกข้าว่า   นางได้เตรียมสาวใช้ให้ข้าเลือกห้านางแล้ว   ข้าเพียงแต่มาเลือกจากห้าไปสักสามคนก็พอ   แต่ข้าถูกใจทั้งห้านางจึงตัดสินใจเลือกไม่ถูก   ข้าเลยจะกลับไปขอความเห็นจากท่านย่า (เหลาฟูเหริน)  ให้ช่วยข้าเลือกสักหน่อย”

เหว่ยหยางนั้นเพิ่งได้ย้ายกลับมายังจวนไม่นาน   จำเป็นต้องเลือกสาวใช้เพิ่มสองสามคนก็เป็นเรื่องที่สมเหตุผล   แต่ทำไมสาวใช้ ฮวาเหมย ถึงได้กล่าวว่า เหว่ยหยาง ออกจากเรือนมาเยี่ยมเยียนฉีอี้เหนียงอย่างงั้นล่ะ?    หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ยังจำได้ถึงเรื่องนกกระสาขาวและท่าทีอึกอักของสาวใช้ฮวาเหมยตอนรายงานเรื่องเหว่ยหยาง   เขาเลยสรุปเรื่องได้อย่างรวดเร็วว่า   นี่คือแผนการที่คิดจะทำให้เขาพ่อ-ลูกผิดใจกัน   สายตาเคร่งเครียดของเขาจึงหันไปทางต้าฟูเหริน

ต้าฟูเหรินกำลังคิดว่านางประมาทในตัวหลี่เหว่ยหยางเกินไป    แรกสุด,  ซากนกกระสาหายไป   หาเท่าไรก็ไม่เจอ   ต่อมา....ฉีอี้เหนียงยังมีชีวิตอยู่    เพิ่มเติมมาอีก, ซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ที่น่าจะตายไปแล้ว   กลับมีชีวิตอยู่   เหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมดล้วนชี้บ่งให้เห็นว่าหลี่เหว่ยหยางเป็นคนทำให้ทั้งสองมีชีวิตรอด   เหลืออยู่เพียงเรื่องเดียวที่ยังเหลือไว้เป็นประเด็น....

ยังไม่ทันที่ต้าฟูเหรินจะเอ่ยปาก   เสียงตกใจของหลี่เหว่ยหยางก็ดังขึ้นมาก่อน   “อั้ยโย่ว, เกิดอะไรขึ้นกับน้องห้าเนี่ย?   แผลบนหน้าของนางลึกมาก?”

ต้าฟูเหรินประชดว่า   “ใครจะไปรู้ได้ว่าทำไมนางอยู่ดีๆก็ลื่นตกน้ำตกท่าแล้วก็ได้รับบาดเจ็บมา!

หลี่เหว่ยหยางมีสีหน้าตกใจ   “ถ้าอย่างงั้น   ตอนนี้ น้องห้าก็.......”

เหมาะเจาะพอดี,  หลี่ฉางซี (คุณหนูห้า)  ก็ได้สติขึ้นมา

สาวใช้ข้างนางพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า   “คุณหนูห้าฟื้นแล้ว!

หลี่ฉางซีลุกขึ้นนั่ง   นางแตะใบหน้าของตัวเองตามสัญชาตญาณแล้วชักมือกลับพบว่ามีเลือดเต็มไปหมด   “หน้าข้า....หน้าข้าเป็นอะไร?!   ท่านแม่ใหญ่,  มีอะไรเกิดขึ้นกับหน้าข้า?!”   นางถามด้วยอาการเสียขวัญ

ต้าฟูเหรินใช้น้ำเสียงเห็นอกเห็นใจอธิบาย   “ฉางซี,  หน้าเจ้าเป็นแผล   เจ้าอย่าแตะต้องแผลอีก   ข้าให้คนไปตามหมอมาแล้ว   เจ้านอนนิ่งๆก่อน”

หลี่ฉางซีเห็นหลี่เหว่ยหยางยืนไม่ห่างจากนาง   นางก็กระโดดพรวดขึ้นทันใด   “เจ้า....นังตัวซวย!   เป็นความผิดของเจ้าหมดเลย!   เจ้าทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้!”   หลี่ฉางซีกล่าวโทษรุนแรง   ชี้นิ้วใส่หน้าหลี่เหว่ยหยาง

“น้องห้าเจ้าเป็นอะไรไป?”   หลี่เหว่ยหยางทำท่าตกตะลึง   “ใครไปทำอะไรเจ้า?”

“เจ้ายังทำไม่รู้อีกเหรอ?    หา!   เจ้ามันเป็นนังแม่มด!   ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า...ตัวกาลกิณี   อยู่ๆข้าจะตกน้ำได้อย่างไร?!

หลี่เหว่ยหยางมองนางด้วยท่าทางเฉยเมย    “น้องห้า,   เจ้าควรจะระวังคำพูดของเจ้าบ้าง แม้ว่าข้าจะเกิดในเดือนสองแต่จวบจนมาถึงตอนนี้   ทั้งท่านพ่อท่านแม่ก็ยังแข็งแรง  สุขสบายดี   หากเจ้าพูดเหลวไหลเช่นนี้อีก   เท่ากับเจ้าแช่งบิดามารดาด้วยซิ!

หลี่เหว่ยหยางมิได้ตอบโต้ด้วยคำพูดเผ็ดร้อนหรืออะไร    แต่ก็ยังไปจี้ใจดำของหลี่ฉางซีเข้าอย่างจัง   พอได้ยินคำพูดที่ตอบโต้กลับมา,  หลี่ฉางซีก็ทำท่าจะเข้าไปกระชากตัวหลี่เหว่ยหยาง   นางร้องตะโกนออกมาว่า   “เจ้ามันหน้าด้าน!   เจ้าทำข้าจนเป็นเช่นนี้แล้วยังมีหน้าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรอีกเหรอ?”

ฉีอี้เหนียง (มารดาแท้ๆของหลี่เหว่ยหยาง) ตกใจเมื่อเห็นว่านางจะทำเช่นนั้น   จึงรีบถลันออกไปคิดจะเอาตัวเข้าขวางหน้าบุตรีของนาง   แต่ในช่วงเวลานั้น, กุยเอ๋อรีบรั้งนางไว้ให้มาอยู่ข้างหลัง   นางจึงเพิ่งได้สติว่าด้วยฐานะอันต่ำต้อยของนาง   นางไม่สามารถทำแบบนั้นได้

ในขณะเดียวกัน, ริมฝีปากของหลี่เหว่ยหยางบิดโค้งขึ้นเพียงนิด   คิดใส่ร้ายผู้อื่น   แต่ตัวเองลงเอยด้วยการเสียโฉมซะเอง   แทนที่จะมีใจสำนึกผิดสักนิด   นี่นางคงนึกว่าทุกคนที่อยู่ในแผนการตายหมดแล้ว?   อย่างที่หลี่เหว่ยหยางคาดการณ์ไว้   ก่อนที่หลี่ฉางซีจะได้กระโจนมาหานางก็ถูกบรรดาสาวใช้ทั้งหลายฉุดดึงเอาไว้

“หุบปาก!   กิริยาเช่นนี้   เจ้ายังเรียกตัวเองว่า  เปิ่นเสี่ยวเจี่ย (คุณหนู) ได้อีกเหรอ?”   หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี)  หายใจฟืดฟาดตอนที่ชี้นิ้วด่าหลี่ฉางซี

หลี่ฉางซีดิ้นพลางตะโกนไม่หยุดว่า   “ท่านพ่อ,  หน้าข้าถูกทำให้เสียโฉมเช่นนี้!   ท่านไม่เห็นหรือไง   ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสาเหตุมาจากนังตัวซวยนี่   นางสาปแช่งข้า!  นางทำให้ข้าต้องเป็นอย่างนี้!   ท่านพ่อ,  ไล่นางออกจากจวน   ไล่นางออกไป!!

หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) หน้าเครียดขึง

หลี่เหว่ยหยางพูดกลับเรียบๆว่า   “น้องห้าพูดถูกอยู่อย่างว่า   มีแต่ท่านพ่อเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินใจ   ถ้าเจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาให้ชัดเจน   มาตะโกนทำท่าหยาบคายเช่นนี้   มีแต่จะทำให้ท่านพ่อขายหน้า”

ไม่สามารถดิ้นหลุดจากมือของพวกสาวใช้,  หลี่ฉางซีก็ได้ตะโกนด่าระบายความแค้น   “เจ้ามันตัวไร้ประโยชน์!    อย่าได้ทระนงตนไป   เจ้าก็แค่ลูกอนุ   แค่บุตรของคนรับใช้!   นังตัวซวย!

หลี่เหว่ยหยางหัวเราะเสียงเย็นอยู่ภายในใจ   แม้ว่าหลี่ฉางซีคิดจะให้ร้ายนาง    แต่นางก็ยังเป็นแต่เด็กสาวผู้หนึ่ง  นางใช้เวลานี้ระดมยิงหมัดสาดโคลนเข้าใส่นางไม่ยั้งอย่างไร   ก็มีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ตัวเองเสียหายมากขึ้น   หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) เป็นคนยึดถือหน้าตาและกฎระเบียบเป็นอย่างมาก   ตอนนี้,  ดูอย่างไงหลี่ฉางซีตอนนี้ก็หมดสิ้นท่าทางของคุณหนูบุตรีเสนาบดี   แต่กลายมาเป็นหญิงท่าทางสติไม่ดีพูดจาโวยวายแทน

ภายนอกหลี่เหว่ยหยางส่งสายตาเศร้าหมองไปยังหลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี)   “ท่านพ่อ,  เหว่ยหยางเพียงผ่านทางมาเพื่อจะมุ่งหน้าไปคัดเลือกสาวใช้   น้องห้าตกน้ำเพราะจิตอ่อนและถูกผีน้ำรังควานเอง    แต่นางเอาแต่พูดว่าเป็นเพราะข้าแช่งนาง   ข้าจะไปแช่งนางที่ไหนกัน?”

มีความหมายแฝงอยู่ในคำพูดของนาง   ทั้งบิดา, มารดาใหญ่หรือแม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิดที่เกี่ยวพันกับนางโดยตรงยังอยู่ดีมีสุข   น้องห้า,  น้องต่างมารดาที่ไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไร   นางจะไปสาปแช่งทำไมกัน?

ความเป็นจริงก็คือ...ต้าฟูเหรินไม่ได้คาดว่าหลี่เหว่ยหยางจะตลบหลังนาง  โดยในตอนแรก เหว่ยหยางมาที่หนานหยวนก่อนเวลา  เพื่อที่จะช่วยฉีอี้เหนียงจากการปองร้าย   ถ้านางไม่มาหรือมาไม่ทัน   ข้อกล่าวหาที่ว่า “กาลกิณีล้างผลาญบิดามารดา” ก็จะสัมฤทธิ์ผล   แล้วจากนั้นก็จะมีเหตุการณ์คนตายต่อเนื่องอีกคน  คือ หลี่หมิ่นเต๋อ    เกิดขึ้นทีเดียวพร้อมกัน   หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากผลักให้เป็นความผิดของหลี่เหว่ยหยาง  แต่สถานการณ์ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า   หลี่ฉางซีเพียงคนเดียวที่ต่อว่าหลี่เหว่ยหยางว่าเป็นตัวการสาเหตุที่ทำให้นางตกน้ำ   ทั้งๆที่นางลื่นตกลงไปเอง    ข้อกล่าวนี้ดูตั้งใจให้ร้ายอย่างโจ่งแจ้ง   ซ้ำยังกล่าวหาร้ายแรงเกินจริง

ต้าฟูเหรินตระหนักในใจว่า หลี่ฉางซี หมดประโยชน์สำหรับนางแล้ว    บุตรีอนุที่หน้าตาเสียโฉม  ย่อมไร้คุณค่า   ทั้งนางยังแสดงกิริยาและนิสัยใจคอที่คับแคบออกมาต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ ก็ยิ่งหมดทางจะแก้ไข!   ต้าฟูเหรินตั้งใจไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว   หลี่ฉางซีแต่ไหนแต่ไรก็มีค่าแค่เบี้ยในกระดานหมากของนาง   ต่อให้ถึงจุดวิกฤติกว่านี้   นางก็สามารถเลือกทิ้งเบี้ยตัวนี้ได้โดยไม่ไยดี   ดังนั้น ต้าฟูเหรินจึงนิ่งเงียบ   ยืนทำหน้าบอกไม่ถูก   สายตาเย็นชาของนางจับจ้องตรงไปที่ร่างของหลี่เหว่ยหยาง

จริงดังคาด,  หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) ที่มีใบหน้าเฉยเมยปรายตามองไปที่หลี่ฉางซี   “เจ้าหุบปาก!  เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในที่นี่?”

“ท่านพ่อ,  นางทำให้ข้าตกน้ำ...ทำให้หน้าข้า....หน้าข้าเสียโฉมแล้ว!”   หลี่ฉางซียังตะโกนสุดเสียงไม่หยุด

แววตาของหลี่เสี่ยวหลานเย็นเยียบ   เขาตะโกนเสียงดังว่า   “ข้าจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหน้าเจ้า   แต่ห้ามเจ้าพูดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว!

หลี่ฉางซีพยายามสุดกำลังที่จะดิ้นคนให้หลุด   ดวงตาของนางแดงก่ำ   นางมองหลี่เหว่ยหยางด้วยสายตาอาฆาตหมายจะบดขยี้นางให้เละ

หมอเก่งที่สุดงั้นเรอะ?   หลี่เหว่ยหยางหัวเราะในใจ   แผลบนหน้าของหลี่ฉางซีคือของกำนัลของเหว่ยหยางที่มอบให้นางโดยเฉพาะ   แต่ให้หมอเทวดาฮูโต่วกลับชาติมาเกิด   ก็รักษาให้หายสนิทไม่ได้หรอก

สายตาของหลี่เหว่ยหยางแลเลยไปยังต้าฟูเหริน


ต่อไป, ก็ตาเจ้าแล้ว!


........................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น