งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 21 ทวงหนี้

ตู้ฮูหยินและมู่หรงหลัวสองแม่ลูก  มีชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง  แต่ยังโลภมากเอาแต่คิดจะฮุบสมบัติของหลานแฝด  ไม่รู้จักพอ  ทั้งยังมีจิตคิดร้ายไม่ได้หวังดี   สายสัมพันธ์ระหว่างสายรองกับสายหลักที่เบาบางอยู่แล้วก็ถูกพวกนางแม่ลูกช่วยกันทำลายอย่างไม่มีเหลือ    ตอนนี้ในความคิดของมู่หรงเสวี่ย....ทรัพย์สินข้าวของในร้านค้าของมารดานางจะยกให้ขายให้ผู้ใดก็ได้ที่ไม่ใช่พวกจวนหวู่อัน

คือว่า.....”   เหล่าหลงจู๊มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก    เรียนคุณหนู...พวกเราต่างก็ส่งคนไปเก็บบัญชีที่จวนหวู่อันอยู่ทุกเดือนไม่ได้ขาด   แต่คนที่จวนหวู่อันกลับพูดจาบ่ายเบี่ยงมาตลอด   ไม่ยอมชำระหนี้สักที...

ใช่ๆๆ   คุณหนู.....คนที่จวนหวู่อันทั้งงกทั้งเหนียวอย่าบอกใคร   ไม่ว่าจะไปทวงสักเท่าไหร่....ก็เอาแต่บอกว่า..เดือนหน้าๆๆๆ

แล้วพอส่งคนไปเก็บเดือนถัดไป   พวกเขาก็ยังพูดว่าจ่ายเดือนหน้าอีก   ทำเช่นนี้จนเลื่อนมาได้ถึงสิบปีแล้ว....

พวกข้าล้วนคับข้องใจ   พอสิ้นเดือนก็ได้แต่มาถามความเห็นของฮูหยิน   แต่นางกลับกล่าวว่า   คนกันเองทั้งนั้น....ให้จดตัวเลขใส่บัญชีเอาไว้ก่อน   อย่าได้ไปเร่งรัด

ข้อเท็จจริงจากปากหลงจู๊ทั้งหลายที่ผลัดกันเล่าผลัดกันเสริมออกมา  ทำให้มู่หรงเสวี่ยเหยียดริมฝีปากอย่างเย้ยหยันกับวิธีกินรวบสมบัติผู้อื่นของตู้ฮูหยิน กลืนกินเขมือบช้าๆมิต่างจากงูเหลือม

ตอนนี้,  นางได้ร้านกลับมาอยู่ในกำมือแล้ว  ก็ขอเชิญสองปลิงแม่ลูกนำกลอุบายเดิมๆไปใช้ที่อื่น  ฟังจากที่พวกท่านเล่ามา  ข้าก็พอคิดวิธีที่จะทวงหนี้ออก  วิธีนี้รับรองได้เลยว่าพวกจวนหวู่อันต้องชำระเงินที่ติดค้างไว้กลับมา

เป็นความจริงหรือ...คุณหนู?”    นัยน์ตาของหลงจู๊ลุกวาว    ไม่ทราบว่า...เป็นวิธีการใด?”




................................................
วันต่อมา

ท่ามกลางถนนย่านการค้าอันจอแจวุ่นวายของเมืองหลวง   ผู้คนเดินกันไปมาขวักไขว่ สายลมสดชื่นโชยกลิ่นหอมของพันธุ์ไม้พัดมา   ทำให้ผู้คนล้วนหน้าตาเบิกบาน,   ต่างเสพความอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาและความเย็นสบายจากสายลมแห่งฤดูกาล

รถม้าหรูหราเคลื่อนช้าๆมาตามถนนแล้วหยุดลง   ข้างตัวรถมีตราสัญลักษณ์ของจวนหวู่อัน   มือของสาวใช้กำลังเลิกม่านให้คนผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถม้าผู้คนสามารถมองเห็นสาวน้อยผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งราวกับท้อฉ่ำน้ำ   ผมสีดำสนิททิ้งตัวราวกับเกลียวคลื่น  คิ้วคอปากคางล้วนรับกันลงตัว   สตรีผู้นั้นมิใช่ใครอื่น...นางคือคุณหนูคนสำคัญของจวนหวู่อัน...ซ่งชิงหยางนั่นเอง

เหยียบลงม้านั่งที่นำมาวางข้างรถ,   ซ่งชิงหยางทิ้งน้ำหนักผ่อนไปทางสาวใช้ที่คอยประคองอยู่ข้างตัว   ก้าวลงจากรถม้าช้าๆด้วยกิริยาชดช้อยน่ามอง นางค่อยๆก้าวตรงไปยังประตูจวนหวู่อัน   สายตาของนางคอยเหลือบมองสาวใช้ข้างกายที่ประคองกล่องไม้ตามมา   สีหน้าของสาวน้อยยิ้มย่องถูกใจ  ในกล่องนั้น...ก็มิใช่อื่นใด   นอกจากชุดเครื่องประดับชิ้นงานใหม่ๆ  ที่นางไปเลือกหามาใช้เองส่วนตัว

แหม!  ถึงแม้ต้องไปลงมือเลือกเองถึงร้านก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรที่ไหน   ร้านจูอี้ก็เป็นร้านของท่านป้าสะใภ้ที่ล่วงลับไปแล้ว   เครื่องประดับที่นั่น,  ฝีมือประณีต   อัญมณีที่ใช้ก็ล้วนคัดสรรมาแต่ชิ้นงามๆ    ที่สำคัญ...จะเลือกเอาเท่าไหร่ก็ได้   แล้วก็ลงบัญชีไว้ ไม่ต้องจ่ายเงินให้ตะขิดตะขวงใจ

คุณหนู!”   ยามรักษาการณ์หน้าประตูจวนค้อมศีรษะทำความเคารพนาง

ซ่งชิงหยางยิ้มน้อยๆสมกับเป็นกุลสตรี   นางค่อยๆยุรยาตรจะผ่านเข้าประตู ทันใดนั้นพลันมีเสียงของบุรุษดังขึ้นที่เบื้องหลัง   ข้าผู้น้อยเป็นผู้เก็บบัญชีจากร้านเครื่องประดับจูอี้   ถูกมอบหมายมาให้เก็บเงินของจวนหวู่อัน   รบกวนพวกท่านจัดการให้ด้วย

คิ้วได้รูปของซ่งชิงหยางเลิกสูงขึ้น  หันกลับไปมองเห็นชายผู้หนึ่งสวมเสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบสีเทา-ส่วนสูงเฉลี่ยทั่วไป - ใบหน้าธรรมดา,  ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน  คนคล้ายกลมกลืนกับชาวบ้านทั่วไปอย่างยิ่ง

บัญชีต้องชำระทุกต้นเดือนสิ้นเดือนมิใช่หรือ?    ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา...จะมาเก็บแล้ว?” นางเพิ่งไปเลือกเครื่องประดับใหม่มาจากที่ร้านจูอี้  เดินทางกลับมายังไม่ทันเข้าประตูจวน   ก็ตามไล่หลังมาเก็บเงินกับนางแล้ว?   น่ารำคาญซะจริง!

เจ้าคนเก็บเงินยิ้มแล้วเอ่ยตอบนางนอบน้อม    เรียนคุณหนูซ่ง,  ข้าไม่ได้มาเก็บเงินเฉพาะของงวดเดือนที่แล้ว   แต่เป็นของงวดเดือนก่อนๆโน้นด้วย   สมควรชำระล้างบัญชีเสียที....

ก็ได้....ก็ได้!”    ซ่งชิงหยางพูดด้วยความรำคาญ    แต่ยามนี้,  ทางจวนมีเรื่องราวมากมายให้จัดการ   เจ้าค่อยกลับมาเก็บทีหลัง  นำบัญชีทั้งหมดมาเก็บรวดเดียวเลย

ริมฝีปากของชายผู้นั้นยกขึ้น   สายตาของเขามีความขุ่นเคืองใจแต่วาจาก็ยังคงเอ่ยออกไปอย่างสุภาพดังเดิม   หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงต้องเดินคอตกกลับไปที่ร้านแล้ว   แต่ตอนนี้คุณหนูมู่หรงได้สั่งการลงมาแล้ว   ยังไงๆเขาก็ต้องล้างบัญชีให้ได้   ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าคุณหนูซ่งอีกต่อไป

คุณหนูซ่ง,  ข้ารู้ดีว่ายังไม่ถึงเวลานัดชำระหนี้   แต่หากบัญชีเล็กน้อยนี้ยังไม่จ่ายให้เสร็จสิ้นสักที   หลงจู๊ของร้านข้าบอกว่าจะไล่ข้าออก   ข้ามีแม่ชราและน้องๆคอยให้ข้าหาเลี้ยงอยู่ที่บ้าน   หากข้าต้องตกงาน,  พวกเขาคงไม่มีกิน  ได้โปรดเถิด...คุณหนูซ่งสงสารข้าน้อยด้วย  ช่วยเมตตาชำระบัญชีติดค้างนี้ให้จบให้สิ้นด้วยเถิด

ผู้กล่าว...กล่าวด้วยน้ำตาอาบใบหน้า  ชมดูแล้วชวนให้สะท้อนใจ   ผู้คนที่สัญจรไปมาก็เริ่มออกันเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นทุกที   ดูไม่ดูเปล่า   ต่างก็ชี้มือส่งเสียงสอบถามกันใหญ่ว่า เกิดอะไรขึ้น... มีเรื่องราวใดกัน?”

ไม่รู้เหมือนกัน   ดูเหมือนว่าจวนหวู่อันติดเงินร้านค้า.....

จวนหวู่อันคิดจะผัดหนี้   ไม่ชำระเงิน   พ่อค้าดวงซวยน้ำตานองหน้า.....

ถือว่าเป็นคุณหนู,  บิดาคือขุนนางแห่งจวนหวู่อันอันยิ่งใหญ่หรือ   เที่ยวรังแกคนทำมาหากินเช่นนี้....ไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ.....

เสียงตำหนินินทาลอยเข้าหู,  ใบหน้าของคุณหนูซ่งแดงก่ำด้วยความโมโห   สายตาขวางหาเรื่องมองไปที่กลุ่มชาวบ้าน  เอ่ยตะโกนเสียงดังด้วยแรงอารมณ์ว่า   ข้าไม่ได้รังแกเขานะ!

บรรดาคนที่มามุงล้วนไม่ฟังเสียง   นางเป็นคุณหนูลูกขุนนาง   ฐานะเหนือกว่าผู้ใดในที่นี่ ไม่ใช่นางรังแกคน...แล้วใครหน้าไหนจะเป็นคนรังแก?

อารมณ์โกรธของซ่งชิงหยางทะลุจุดเดือด   ก้าวสามก้าวยาวๆไปยังชายผู้กำลังร้องไห้นั้น   แล้วกระชากดึงเสื้อของเขา...ผลักให้เสียหลักไปทางฝูงชน   เจ้าบอกพวกเขาไปซิว่าคุณหนูอย่างข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้า!

มิคาด,  ขาของชายผู้นั้นอ่อนปวกเปียกดั่งเต้าหู้  แค่ผลักเบาๆก็ถลาแขนกระแทกเข้าที่พื้น   ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด   ดวงตาโศกจับจ้องมองไปยังซ่งชิงหยาง   กระท่อนกระแท่นคำพูดเป็นคำๆว่า  ข้าน้อยมาในวันนี้   เพียงแค่ต้องการเก็บบัญชีแล้วกลับบ้านไปอย่างเงียบๆ   เหตุไฉนคุณหนูซ่งต้องลงมือลงไม้เช่นนี้ด้วย?”

ซ่งชิงหยางยังอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ใบหน้าเหรอหรา ดวงตากระพริบไม่หยุด   ข้าจะไปแกล้งเจ้าทำไม   ข้าแค่บอกให้เจ้ากลับมาเวลาอื่นแค่นั้นเอง....

พอได้ยิน,  ชายผู้นั้นราวกับสิ้นสุดความอดทน   พูดเสียงดังสั่นเครือตอบกลับไปว่า   มาเก็บเงินที่จวนหวู่อันทุกครั้ง  พวกท่านต่างกล่าวเช่นนี้   ข้าน้อยไม่กล้ายึดถือคำพูดของท่านว่าจะเป็นจริงตามนั้นแล้ว   ตอนนี้สถานการณ์เหลือทนแล้วจริงๆ   จวนหวู่อันติดค้างบัญชีรวมทั้งสิ้นเป็นเวลาสิบปี   ทำให้ทางร้านขาดสภาพคล่อง   ใกล้จะปิดกิจการอยู่แล้ว   จำต้องได้รับการชำระหนี้โดยด่วน....

โอ้ยโย่ว....จวนหวู่อันเป็นหนี้เขานานตั้งสิบปี  จริงหรือนี่?”   เสียงผู้คนระงมเซ็งแซ่

เป็นความจริง   หากพวกท่านไม่เชื่อ   ข้าน้อยมีหลักฐาน!

ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อกว้าง,   ที่ควักออกมาก็คือสำเนาใบแจ้งหนี้ยาวเหยียด   อ่านออกเสียงดังกังวานว่า   วันที่ xx เ ดือน xx  ปี xx,  ฮูหยินจวนหวู่อันซื้อชุดเครื่องประดับไข่มุกทะเลใต้   ปิ่นปักผมและบังลมทำจากเพชรสีน้ำเงินชนิดเดียวกัน  ปิ่นปักผมไข่มุกโพ้นทะเลพร้อมด้วยตุ้งติ้งชิ้นเสริมอีกหนึ่งชุด   บังลมและปิ่นพร้อมหวีลวดลายดอกมู่หลันอีกสองคู่   รวมยอดสองหมื่นสองพันตำลึง   รายการต่อไป...วันที่xx เดือนxx ปีxx, ฮูหยินจวนหวู่อันได้ซื้อ.....

โอ้โฮ....ยอดบัญชีคงค้างย้อนไปสิบปีจริงๆด้วย....ของแท้ไม่ได้หลอกลวงทำขึ้นมา....

ใครมันจะกล้าใส่ความจวนขุนนาง   บัญชีนี่....ท่าจะเป็นของจริงแน่นอน....

ได้รับวงเงินให้เชื่อสูงขนาดนี้   ตัวร้านค้าก็คงมั่นคงไม่ใช่น้อย   ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหลอกลวงเป็นแน่.....

เป็นเรื่องจริงแน่นอน   ร้านขายเครื่องประดับจูอี้เป็นร้านใหญ่โต   มีชื่อเสียงมายาวนาน   ตัวหลงจู๊ก็เป็นคนซื่อสัตย์มีคุณธรรม   เขาไม่ทำบัญชีหลอกมาให้เสียชื่อเสียงหรอก....

จวนขุนนางหวู่อันที่น่าเคารพกลับเอาสินค้าจากร้านค้าแล้วไม่ชำระเงิน   ไม่พอยังหน้าทนกล้าค้างบัญชีเนิ่นนานนับสิบปี   พูดจาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงิน,   โอ้...หน้าไร้ยางยิ่งนัก...”     บลาๆๆ



..........................................



จบบท 

2 ความคิดเห็น: