วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 22 เติมน้ำมันใส่กองเพลิง (องค์หญิงเหว่ยหยาง)

พอเข้ามายังส่วนพำนักของหลี่ฉางซี,   ในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอบอวล   หลี่เหว่ยหยางถอยฝีเท้าเล็กน้อย   นางหยุดนิ่งที่หน้าประตูหยุดใคร่ครวญก่อนที่จะสืบเท้าต่อ

พอเข้ามาด้านใน,  สี่อี้เหนียงหัวเราะในลำคอก่อนที่จะลุกขึ้นต้อนรับนางแล้วก็ไปนั่งประจำที่นั่งต่ำกว่า    ความไม่พอใจของนางถูกเก็บไว้มิดชิด   ส่วนสีหน้าของหลี่ฉางเซียว, มีความกังวลอึดอัดที่ไม่อาจพูดออกมาได้แต่นางก็เลือกที่จะไม่กล่าวอะไร   เพียงยืนเงียบๆอยู่ด้านข้าง

“วันนี้, คุณหนูสามมาเวลาไม่เหมาะ   คุณหนูห้านอนหลับพักผ่อนไปแล้ว”   สี่อี้เหนียงพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ   นางมีดวงตารูปถั่วอัลมอนด์ที่แวววาวชุ่มฉ่ำดุจต้นน้ำบริสุทธิ์ในทะเลสาบยามวสันต์   ถึงแม้นางจะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิด   แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น นางก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกชื่อคุณหนูผู้เป็นบุตรีของนางเฉยๆ    ต้องมีสรรพนามนำหน้าว่า คุณหนู เสมอ



เพิ่งจะหลับ?  หลี่เหว่ยหยางยิ้ม   “ไม่เป็นไร,  ข้าแค่มาเยี่ยมน้องห้าเฉยๆ”   ดวงตาอ่อนโยนของนางสังเกตมองสี่อี้เหนียง   สี่อี้เหนียงแต่งกายในอาภรณ์สีเหลืองน้ำผึ้ง    ปลายกระโปรงปักเป็นลายดอกบัวคู่    นางดูไม่เหมือนสตรีที่มีบุตรีแล้วถึงสองคน   ไม่น่าแปลกใจที่หลี่เสี่ยวหลาน (เสนาบดี) รักนางไม่จืดจาง

เวลาเดียวกัน สาวใช้ผู้หนึ่งก็ถอยไปอย่างเงียบๆเพื่อรายงานหลี่ฉางซีที่ห้องนอนว่าหลี่เหว่ยหยางมาเยี่ยม

หลี่ฉางซีลุกขึ้นยืนพรวดคว้าแจกันดอกไม้สีชมพูบนโต๊ะมาขว้างปาลงบนพื้น   “ออกไป!  บอกนางว่าให้ออกไปเดี๋ยวนี้!”   นางไม่สามารถเก็บกดความเกลียดชังในน้ำเสียงได้

แจกันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย   น้ำหกเลอะเทอะไปทั่วพื้น   เสียงกราดเกรี้ยวที่หลุดแทรกออกมาตามร่องรูผ้าม่าน   ได้ยินเข้าหูของทุกคนในห้อง

สีหน้าของสี่อี้เหนียงแสดงถึงความอึดอัดใจ   หลี่ฉางเซียวทำท่าจะกระโจนขึ้นแต่ก็นึกได้ว่านางกำลังแสดงกิริยาไม่สมควรจึงทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ใหม่   นางเองก็ไม่สามารถสะกดความตกใจในสีหน้าได้เช่นกัน

สี่อี้เหนียงเองก็รับรู้ถึงสายตาของหลี่เหว่ยหยาง   นางสังเกตว่าแววตาของคุณหนูสามใสกระจ่างราวกับน้ำใส  จ้องมองกลับมาที่นาง   สี่อี้เหนียงรู้สึกสะท้าน   เมื่อนางสงบใจได้, ในสายตาของหลี่เหว่ยหยางกลับดูเหมือนจะยิ้มๆ   มองไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด  ในใจสี่อี้เหนียงสรุปว่า   เด็กผู้หญิงอายุแค่ 13 ปีตรงหน้านางดูจะไม่ธรรมดาดั่งรูปลักษณ์ภายนอก

ผู้ใดที่มาเยือนแล้วเจอคนด่าทอเช่นนี้ย่อมต้องรู้สึกอะไรบ้าง   แต่หลี่เหว่ยหยางกลับทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดด่าทอน่าโมโหพวกนั้น   ถ้าคนผู้นั้นไม่โง่ปัญญาอ่อนก็ต้องเป็นคนที่เก็บงำความรู้สึกแท้จริงไว้ข้างในไม่แสดงออกมาภายนอก   สี่อี้เหนียงเชื่อว่านางเป็นคนประเภทหลังมากกว่า   แค่บุตรีของอนุที่เติบโตที่บ้านนอก   ไม่รู้ว่านางผ่านอะไรมาบ้างถึงกลายมาเป็นเช่นนี้?

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เหว่ยหยางเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น   “สี่อี้เหนียง,  เมื่อก่อนข้าเคยได้กลิ่นพิเศษบนตัวท่าน   ช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยจริงๆ   ท่านชอบใช้เครื่องหอมเซวียหลีเช่นนั้นหรือ?”

เครื่องหอมเซวียหลี?   สี่อี้เหนียงให้สงสัย   นางไม่เคยได้ยินชื่อเครื่องหอมนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

หลี่ฉางเซียวถามคำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น   “มันคืออะไร?”

“ถึงแม้ว่าผิงเฉิงที่ข้าเคยอยู่ไม่เจริญนักเมื่อเทียบกับเมืองหลวง   แต่ก็มีของแปลกน่าสนใจให้ดูพอสมควร   ยกตัวอย่าง เครื่องหอม เซวียหลีนี่ไง    มันเป็นเครื่องหอมที่สามารถเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณของสตรีได้อย่างวิเศษเชียว”

สี่อี้เหนียงขมวดคิ้ว   นางไม่คุ้นและก็ไม่เคยใช้เครื่องหอมชนิดนี้ด้วยซ้ำ   ทำไมอยู่ๆหลี่เหว่ยหยางก็พูดถึงขึ้นมา?

หลี่เหว่ยหยางยังกล่าวต่อ   “เครื่องหอมเซวียหลีอาจจะมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน   เพราะว่าในส่วนผสมของเครื่องหอมเซวียหลี   มีตัวยาชนิดหนึ่งเรียกว่า เทียนจือ   ถ้าผู้นำไปใช้มีบาดแผลหรือตำหนิบนผิว   ผิวก็จะไม่อาจฟื้นฟูหรือขัดถูได้   มิเช่นนั้นเนื้อหนังตรงนั้นก็จะเน่าเปื่อยหลุดออก   โชคดีจริงที่สี่อี้เหนียงไม่ได้ใช้กับแผลสด,  ใช่หรือไม่?”

สีหน้าของสี่อี้เหนียงซีดขาว   เมื่อรับฟังคำอธิบาย

ดวงตาหลี่ฉางเซียวเบิกกว้าง   “พี่สาม,  ที่ท่านพูดเป็นความจริง?” 

หลี่เหว่ยหยางผงกศีรษะ   “เป็นเรื่องจริง  เซวียหลีมีกลิ่นเฉพาะ   ข้าจะได้เพราะว่าเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน   โมยี่เหนียงที่เป็นอนุคนโปรดของท่านลุงเป็นคนนำมาใช้   ข้าอยากรู้ก็เลยสอบถามจากนาง”

ท่านลุงหลี่ผู้นี้เป็นญาติที่ตั้งรกรากอยู่ที่ผิงเฉิงที่ซึ่งหลี่เหว่ยหยางเคยไปพำนักอยู่    เขามีอนุที่มีรูปโฉมงดงามอยู่ผู้หนึ่ง โมยี่เหนียง   นางเคยเป็นนางคณิกามาก่อน   นางอายุเลยสี่สิบปีไปแล้วแต่นางดูแลผิวพรรณหน้าตาเป็นอย่างดี   จนทำให้นางแลดูเหมือนสตรีอายุเพียงสิบแปด ซึ่งช่างน่าตกใจ    ข้อเท็จจริงที่ว่าท่านลุงหลงใหลยี่เหนียงผู้นี้ราวกับลูกแมวเชื่องๆก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ผู้ที่เคยเดินทางไปผิงเฉิง

เครื่องหอมเซวียหลีเป็นหนึ่งในยุทธวิธีรักษาผิวพรรณของโมยี่เหนียง   ข้อเสียของเครื่องหอมนี้คือหากใช้ติดต่อเป็นเวลานาน   มันจะเริ่มไม่ได้ผล   ข้อเสียที่สองคือมันจะไปหยุดยั้งกระบวนการทางธรรมชาติในการรักษาบาดแผล   แผลเป็นจะแตะต้องถูไถไม่ได้ไม่งั้นจะเน่าเปื่อยหลุดออกมา    สตรีชั้นสูงจะไม่ทดลองเสี่ยงใช้ตัวยานี้เด็ดขาด   มีแต่นางคณิกาเท่านั้นที่จะเสี่ยงใช้มันเพื่อมัดใจชาย

หลี่เหว่ยหยางรู้ดีแต่แสร้งทำไม่รู้   “สี่อี้เหนียง,  มีอะไรผิดปกติหรือ?”

มือที่ซ่อนภายในแขนเสื้อยาวของสี่อี้เหนียงกำเป็นหมัดแน่น    นางไม่สามารถหยุดตัวเองไม่ให้กำจนเล็บจิกลงไปในฝ่ามือ   เครื่องหอมที่ว่าในห้องถูกส่งมอบมาให้จากต้าฟูเหริน   โดยบอกว่าเป็นน้ำมันยาอี้หรง    นางยังกล่าวว่าถ้าทาน้ำมันยานี้แล้วก็จะสามารถรักษาแผลของฉางซีได้   ใครจะรู้ว่านางจะใช้วิธีการสกปรกอำมหิตเช่นนี้?

หลี่เหว่ยหยางเหลือบไปมองยังผ้าม่าน   ใบหน้างดงามของหญิงสาวผู้หนึ่งหลังผ้าม่านกำลังแอบมองออกมา   คางของนางค่อนข้างแหลมบาง   มีแผลเป็นฉกรรจ์บนคางของนาง   ใบหน้านั้นมีความประหลาดใจไม่เชื่อ    สตรีหลังผ้าม่านนั้นคงจะรู้สึกตัวว่าถูกจับได้ว่าแอบฟังจึงรีบขยับถอยออกไป   ตอนที่นางหันไป   ชายเสื้อสีแดงสะบัดแล่บออกมา   ม่านสีแดงที่มีทับทิมประดับตกแต่งขยับตัวกระทบกันทำให้เกิดเสียง   สายทับทิมตกกระทบพื้นและแตกออกจนทับทิมกลิ้งหล่นลงทั่วพื้น

สายตาของหลี่เหว่ยหยางจับที่เม็ดทับทิมเม็ดหนึ่งที่กลิ้งมายังปลายเท้านาง   จากนั้นนางก็เงยหน้าแล้วจ้องไปยังใบหน้าหวาดกลัวของสี่อี้เหนียง   นางลุกขึ้นยืน   ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากขอตัว

เดินออกมาจาก ฉวงอวี้เกอ จือยานยังไม่รู้เรื่องอะไร

“คุณหนูสาม,  ทำไมเครื่องหอมเซวียหลีถึงได้มาอยู่ในห้องนอนของคุณหนูห้าได้ล่ะเจ้าคะ?  ใครๆก็บอกว่าหากใช้ไปนานๆ อย่างโมยี่เหนียงแล้ว   ก็จะไม่ได้ผลซ้ำยังไม่สามารถมีบุตรได้ด้วย   คุณหนูห้าเองก็ยังมิได้ออกเรือน...”   นางยังสงสัยไปเรื่อย   แต่พอนางจับจุดได้   ก็ดูเหมือนนางจะกระจ่างใจ   นางรีบหยุดปากแล้วมองกลับมาด้วยสายตาตื่นกลัว

“มีบางสิ่งที่ต้องใช้แค่สองตาชมดู   เจ้าควรจะทำเป็นหูหนวกเป็นใบ้ดีกว่าเข้าใจหรือไม่?” หลี่เหว่ยหยางหยุดเดินหันมามองหน้าจือยาน

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าคะ”    จือยานก้มหัวรับ   ปลายนิ้วของนางยังสั่นระริก

ไป่จือถอนหายใจกับตัวเอง    จวนเสนาบดี,  หากเทียบกับบ้านสกุลหลี่ที่ผิงเฉิงนั้นน่ากลัวกว่ามากมาย

หลี่เหว่ยหยางยิ้มที่มุมปากเมื่อหันหลังกลับไปมองยัง ฉวงอวี้เกอ

ต้าฟูเหรินแต่ไหนแต่ไรก็อยากให้สี่อี้เหนียงกับลูกๆของนางเพิ่มความเกลียดชังในตัวหลี่เหว่ยหยาง   ดังนั้นนางจึงเติมตัวยาเครื่องหอมนี้เข้าไปในแผนการด้วย    ข้อแรก,  นางไม่ต้องการให้หลี่ฉางซีรักษาใบหน้าหาย   หลี่ฉางซีจะได้เกลียดนาง   ซึ่งก็ต้องรวมไปถึงสี่อี้เหนียงด้วย ข้อสอง,  นางต้องการให้หลี่ฉางซีไปไหนต่อไหนพร้อมกับแผลเป็นบนหน้าเพื่อที่จะย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมว่า  คุณหนูห้าถูกทำร้ายโดยหลี่เหว่ยหยาง   ข้อสาม,  ต่อให้หลี่ฉางซีมีโอกาสได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่ดีเนื่องด้วยถึงนางจะเป็นบุตรีอนุแต่นางก็เป็นถึงบุตรีในท่านเสนาบดี แต่ถ้านางมีรอยแผลเป็นเป็นตำหนิบนใบหน้าทั้งยังไม่สามารถให้กำเนิดบุตรสืบสกุลได้แล้วล่ะก็   นางก็ได้แต่ต้องพึ่งพิงและเชื่อฟังคำสั่งจากตระกูลเดิมของนาง   โดยเฉพาะคำสั่งของต้าฟูเหริน

ปาหินก้อนเดียวกำจัดนกได้ถึงสามตัว.....

โชคไม่ดีตรงที่ว่า,  ต้าฟูเหรินอาจจะโหดเหี้ยมเด็ดขาดแต่นางทำเรื่องเกินพอดีไป   ครั้งนี้, หลี่ฉางซีอาจจะโง่แต่มารดาผู้ให้กำเนิดนางไม่ใช่คนโง่ด้วย   หลี่เหว่ยหยางคิดว่านางบอกใบ้พอสมควรให้สี่อี้เหนียงได้รับรู้มากพอแล้ว   ต้องขอบคุณเครื่องหอมเซวียหลีของต้าฟูเหรินที่เข้ามาใช้ในจังหวะพอดี   ต้าฟูเหรินต้องการจะอยู่รอบนอกเพื่อดูเสือสองตัวกัดกัน   แต่นางไม่รู้ตัวหรอกว่านางได้นำไฟเข้าบ้านนางเอง


หลี่เหว่ยหยางผินหน้าหลบแสงอาทิตย์ที่เข้ามาทาบทับที่ขนตายาวหนาของนาง.....


...................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น