งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 23 แมวเหมียว (องค์หญิงเหว่ยหยาง)

เพิ่งกลับมายังเรือนพำนักของตน   โม่จูก็ยิ้มแย้มเข้ามาบอกนางว่า   “คุณหนูสาม เหลาฟูเหริน (ท่านย่า)  เรียกท่านให้ไปพบเจ้าคะ”


หลี่เหว่ยหยางยิ้มแล้วพยักหน้า   สายตามองทอดออกไปทันเห็นเงาร่างผลุบๆ โผล่ ๆ อยู่ที่หลังต้นไม้ใหญ่ในสวน   ไป่จือขมวดคิ้วแต่ไม่เอ่ยอะไร    สาวใช้ ฮวาเหมย นางนี้มักจะชอบมาสอดแนมคุณหนูของนาง   นางเป็นคนของต้าฟูเหริน   หากกำจัดนางออกไป   เกรงว่าคนจะคิดว่าคุณหนูไม่พอใจต้าฟูเหริน   ได้แต่เก็บเอาไว้ข้างๆ ตัวทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกไม่นานนางต้องก่อปัญหาให้แน่

หลี่เหว่ยหยางทำท่าไม่รู้ไม่ชี้เพียงยิ้มน้อยๆ   หันมาหาจือเหยียนแล้วพูดว่า   “ไป่จือ,  โม่จูไปเป็นเพื่อนข้าไปหาท่านย่า    ส่วนเจ้าอยู่รอข้าที่เรือน”

โม่จูเป็นคนที่เหลาฟูเหริน  (ท่านย่าของหลี่เหว่ยหยาง)  ให้มาต้องได้ติดตามไปอยู่แล้ว   แต่ว่าไป่จือมาจากผิงเฉิงพร้อมกันกับนางแท้ๆ    คุณหนูเองระยะหลังๆ ก็สนิทกับไป่จือมากกว่านาง   จือเหยียนลอบย่นหัวคิ้ว    แต่เห็นว่าหลี่เหว่ยหยางยังมองหน้านางนิ่งอยู่   นางจึงรู้สึกตัวรีบตอบกลับไปว่า   “เจ้าค่ะ  คุณหนู  บ่าวจะอยู่ดูแลเรือน”

หลี่เหว่ยหยางกับสาวใช้ทั้งสองก็พากันมุ่งหน้าไปยังเรือน เฮอเซียงหยวน (เรือนปทุมหอม)
เพิ่งมาถึงหน้าประตู,  พวกนางทั้งสามก็มองเห็นบานประตูเรือนเปิดกว้าง   เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของอิสตรีดังมาจากข้างใน    หลี่เหว่ยหยางกระพริบตาแล้วเดินย่างเท้าอย่างรวดเร็วเข้าไปข้างใน

ในห้องโถง,  เหลาฟูเหริน (ท่านย่า)  เหล่าบรรดาอี้เหนียง   และคุณหนูทั้งหลายมารวมกันอยู่ด้านใน   แต่ละคนมีสีหน้าฉ่ำชื่นเต็มไปด้วยความสุข 

หลี่เหว่ยหยางเพิ่งจะมาถึง   หลี่ฉางเล่อที่ยืนอยู่ก่อนก็ยิ้มรับแล้วพูดว่า   “น้องสาม,  เจ้ามาดูซิ,  พี่ชายใหญ่ยังกลับมาไม่ถึงเลย   แต่ส่งข้าวของกำนัลมาล่วงหน้าก่อนแล้ว!"

หลี่เหว่ยหยางมองตามสายตานางไป    เห็นบรรดาคนรับใช้กำลังจัดเรียงผ้าพับชนิดต่างๆทั้งผ้าไหม  ผ้าทอ  ผ้าปักลาย  หลากหลายชนิดลงบนโต๊ะ   วางแผ่หรารวมกันอยู่ในเรือนแห่งนี้ ละลานตาเต็มไปหมด

แม่บ้านซุนเหนียงจือยิ้มจนตาหยี   นางกล่าวว่า   “คุณชายส่งแต่ของชั้นดีกลับมาให้   เหลาฟูเหริน (ท่านย่า), ท่านดูซิเจ้าค่ะ นี่คือผ้าไหมอันมีชื่อจากจิ้นโจว  ทั้งสีสัน  ความแวววาวของมัน   สีชาดที่ใช้ย้อมก็สดใส   กรรมวิธีพิถีพิถัน   ข้าได้ยินว่าผ้าชนิดเดียวกันถูกนำเข้าวังนำไปออกแบบตัดเย็บเป็นชุดของฮองเฮา   ส่วนนี้ก็งานปักของหลินโจว  ที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นผ้าปักนางฟ้า  แล้วก็ยังมีผ้าปักแบบโมบิ เจียงเซีย ผ้าม่วงจิน,  ผ้าหนิงไฮ่ยุนหง  ผ้าปักอี้หลัว  ผ้าปักด้ายทองคำของอิงอวี้ฮวง  มีแต่เหนียงเหนียง (เจ้านายหญิง)   และชนชั้นในวังถึงจะมีผ้าพวกนี้ใช้    หากนำมาตัดเย็บล่ะก็   ผู้คนที่เห็นคงตาลุก!

คุณชายใหญ่ไปเยือนยังต่างแดน   คงไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆมากมาย   แต่ก็คงไม่ได้เที่ยวซื้อข้าวของมากมายกลับมาขนาดนี้   คาดว่าต้องมีใครบางคนนำมากำนัลต่อท่านเสนาบดีโดยส่งผ่านมาทางคุณชายใหญ่เป็นแน่

คนผู้นี้ – ไม่ต้องเดา,  หลี่เหว่ยหยางก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร

หลี่ฉางเล่อกำลังก้มหน้าพิจารณาดูผ้า,  มือบอบบางคู่นั้น   ลูบไล้ผ้าไหมผืนหนึ่งอย่างเบามือ นางกล่าวว่า   “แม้ว่าผ้าทอแบบจิ้งตูของเมืองหลวงจะวิเศษมาก   แต่การทอลายซับซ้อนก็ให้รู้สึกหนักอึ้งไม่น้อย   แต่ดูผ้าชนิดนี้ซิ   ไม่เพียงแค่สวยงามเบาสบาย   แต่ยังอบอุ่นอีกด้วย”

ยามที่ผู้คนมองกิริยาอาการของหลี่ฉางเล่อ   จะรู้สึกเคลิบเคลิ้มกับสรรพคุณของเนื้อผ้ายามที่หญิงงามดุจนางฟ้าอย่างนางบรรยายออกมา   น้ำเสียงอ่อนหวานที่เอ่ยออกมาก็ประดุจกับนางเป็นเทพธิดาเหนือมวลหมู่บุปผาทั้งปวง  แสนจะอ่อนโยน  แสนจะอ่อนหวาน  จนผู้คนที่หลงเฝ้ามองมิอาจถอนสายตาไปได้

แต่ความงามที่ว่าของคุณหนูใหญ่นั้นเปรียบประดุจเข็มทิ่มแทงนัยน์ตาหลี่เหว่ยหยาง   หลี่เหว่ยหยางค่อยๆเบือนสายตาไปมองทางอื่น   ผู้หนึ่งเกิดมามีพร้อมทั้งความรักจากบิดามารดา, ความเป็นอยู่ที่เพียบพร้อม,  ได้รับพรจากเบื้องบนให้มีหน้าตาหมดจดงดงาม   แค่นางพูดออกมาคำเดียว,   ผู้คนก็แทบจะแย่งชิงข้าวของมีค่าของผู้อื่นที่หามาด้วยความยากลำบากมาสังเวยแทบเท้านางโดยง่ายดายอย่างไม่ต้องสงสัย

เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) หัวเราะ   “ข้าใส่เสื้อผ้าสีสดใสแบบนี้ไม่ได้    พวกเจ้ายังเป็นสาวน้อย  ก็เลือกไปใส่ได้ตามพอใจเถิด!

สีหน้าของคุณหนูหลี่ฉางหรูสดใสขึ้นมา,   ลุกขึ้นย่อกายกล่าวคำขอบคุณแล้วเลือกเข้ามาเลือก    มือของนางไม่ทราบว่าบังเอิญหรือจงใจจึงไปแตะโดนมือของหลี่ฉางเล่อขณะหยิบผ้าไหมชิ้นหนึ่งพร้อมกัน   นางส่งยิ้มบางกล่าวว่า   “พี่สาว,  ข้าชอบผ้าชิ้นนี้   สีนี้เข้ากับข้าได้พอดี”

หลี่ฉางเล่อยิ้ม   “งั้น...ข้ายกชิ้นนี้ให้น้องรอง”    แม้ว่าหลี่ฉางเล่อไม่อยากจะสละผ้าชิ้นนี้ให้แต่นางอยากจะรักษาท่าทางใจดีมีเมตตาของตนเอาไว้   หลี่เหว่ยหยางได้แต่หัวเราะเยาะในใจ, เมื่อนางก้มหน้าจิบน้ำชาทำท่าว่าไม่เห็นฉากงิ้วดังกล่าว

พอมือของหลี่ฉางเล่อมาหยุดอยู่ที่ผ้าทอไฮ่ยุนฮงที่เปล่งประกายเหลือบบนเนื้อผ้า   ก็ให้เป็นจังหวะเดียวกันกับหลี่ฉางหรู่เลื่อนมาจับไว้เหมือนกัน    เหตุการณ์เช่นนี้ยังเกิดขึ้นอีกราวสามครั้งสามครา    ต่อให้หลี่ฉางเล่อเก็บงำความรู้สึกเก่งแค่ไหน   ตอนนี้ สีหน้าของนางก็เริ่มจะไม่ดี

เอ้อฟูเหริน (เมียรองของเสนาบดี/แม่ของหลี่ฉางหรู่)  หัวเราะหึหึ   พูดว่า    “ คุณหนูใหญ่มีน้ำใจไมตรีคอยดูแลเป็นห่วงต่อบรรดาน้องสาวที่ยังอายุเยาว์   นางไม่เคยเห็นผ้าแปลกหูแปลกตาแบบนี้มาก่อน   คุณหนูใหญ่ยอมเสียสละเพื่อน้องสักหน่อย   แล้วข้าจะมอบเครื่องประดับให้เป็นน้ำใจตอบแทนคืนสักหนึ่งชุด”

หลี่ฉางเล่อมีเครื่องประดับเพชรพลอยนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว   ที่นางยังขาดก็คือผ้าไหมชั้นเลิศอย่างดีที่จะใช้ตัดอาภรณ์ต่างหาก   ใบหน้าของนางเริ่มออกอาการแดงก่ำแต่นางก็ไม่สามารถต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ได้

หลี่เหว่ยหยางหลุบสายตาลงต่ำเพื่อปกปิดแววตา   ผ้าทั้งหมดที่ถูกนำมาในนามของคุณชายใหญ่    ดังนั้นถึงแม้ว่าจะถูกนำมาในห้องให้มาแบ่งกันใช้ภายในครอบครัวแต่ในความเป็นจริงก็คือ   ของที่ดีที่สุดจะต้องมอบให้ต้าฟูเหรินและหลี่ฉางเล่อ  (แม่และน้องสาวแท้ๆของคุณชายใหญ่)   แต่ทว่า....เอ้อฟูเหรินและคุณหนูรองกำลังประพฤติตัวข้ามหน้าข้ามตา,  ทำเป็นหน้าหนา   ไม่รู้ไม่ชี้   ทำให้หลี่ฉางเล่อโมโหแต่นางก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ

ต้าฟูเหรินพูดอย่างไม่เห็นสลักสำคัญว่า   “ฉางเล่อ,   มันก็แค่ผ้าไหมเท่านั้น    หากเจ้าชอบชิ้นไหนในกองนั่น,   ก็แค่ส่งข่าวไปบอกต้าเกอ (พี่ชายใหญ่)  ของเจ้าให้ซื้อกลับมาให้เจ้าโดยเฉพาะก็ได้”    พูดเหมือนไม่มีอะไรแต่คำพูดนั่นกดดันเอ้อฟูเหรินเต็มๆ

สีหน้าของเอ้อฟูเหริน (ฮูหยินรองของเสนาบดี) เปลี่ยนสีไม่ยอม นางจึงกล่าววาจาสวนกลับทันควัน

เมียใหญ่กับเมียรองกำลังทำสงครามรบพุ่งกัน   ทางนี้,  ซานฟูเหริน (ฮูหยินของท่านสาม)   ก็นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง,   ยิ้มน้อยๆทอดสายตามายังหลี่เหว่ยหยาง    ตระกูลหลี่มีคุณหนูใหญ่ที่มีรูปโฉมงดงามประดุจนางฟ้านางสวรรค์   มีคุณหนูรองที่มีเสน่ห์จริตกิริยาโดดเด่น   มีคุณหนูสี่และคุณหนูห้าที่น่ารักน่าทนุถนอม   แต่พอมาถึงคุณหนูสาม หลี่เหว่ยหยางแล้ว นางกลับมีบุคลิกที่เป็นตัวของตัวเอง   เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ณ ขณะนี้,  หลี่เหว่ยหยางรู้สึกได้ถึงสายตาของซานฟูเหริน  (แม่ของหลี่หมิ่นเต๋อ)   ที่มองมา สองคนแลกสายตาที่แฝงรอยยิ้มไปมา    มีความเป็นพันธมิตรพิเศษก่อตัวขึ้นอย่างลับๆระหว่างสองคนนี้

หลังจากที่หลี่เหว่ยหยางได้ช่วยชีวิตซานเซาเย่ (หลี่หมิ่นเต๋อ) ไว้   นางกับซานฟูเหรินก็เท่ากับกลายมาเป็นพันธมิตรกันอย่างลับๆ    เป็นสิ่งที่ต้าฟูเหรินยังไม่ทันรู้ตัว   ตอนนี้,  ต้าฟูเหรินคิดว่า   สองคนร้ายที่นางสั่งให้ไปฆ่าหลี่หมิ่นเต๋อนั้น   ลงมือทำงานไม่รอบคอบ   ไม่ดูให้ดีว่าเด็กตายหรือยังก่อนจะทิ้งศพ   นางแค่คิดว่าหลี่หมิ่นเต๋อดวงแข็งโชคดีแต่ไม่รู้ว่าเป็นเขารอดตายเพราะหลี่เหว่ยหยางมาช่วย

ทั้งห้องที่กองสูงไปด้วยผ้าไหมเลอค่าชนิดต่างๆ   สำหรับสตรี ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะไม่รู้สึกตื่นตาตื่นใจ   แม้กระทั่งคุณหนูสี่,  หลี่ฉางเสี่ยวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนเรียบร้อยไม่เรื่องมากยังอดไม่ได้ที่จะเข้าไปเลือกผ้าไหมพวกนี้ด้วย   มีแต่หลี่เหว่ยหยางที่ยังนั่งนิ่งอยู่

อยู่ๆ เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ก็พูดขึ้นว่า   “เหว่ยหยางอย่าเอาแต่นั่งเฉยๆ   เจ้าเองก็ควรมาเลือกผ้าที่เจ้าชอบไปบ้าง”

หลี่เหว่ยหยางลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า   “เหว่ยหยางขอบคุณท่านย่า”

นางเพิ่งเข้าไปเลือกผ้าผ้าไหมสีทองปักลายนกสีฉูดฉาดขึ้นมาพลิกๆ ดูตอนที่รู้สึกว่ามีอะไรวิ่งผลุบจากข้างนอกเข้ามาข้างใน   แล้วก็มีเสียงร้องวี้ดว้ายของพวกสาวใช้   เหว่ยหหยางรู้สึกทันทีว่ามีอะไรที่คมมาปาดแถวรองเท้าของนาง   นางรู้สึกตระหนกรีบชักเท้าหนีตามสัญชาตญาณ

มันเป็นแมวเปอร์เซียสีขาวราวกับหิมะ    ตาของมันข้างหนึ่งเป็ฯสีฟ้าอีกข้างเป็นสีเหลือง กิริยาท่าทางของมันเชิดหยิ่ง

มือบอบบางของหลี่ฉางเล่อเอื้อมลงมาอุ้มเจ้าแมวขึ้น   “มันทำเจ้ากลัวหรือไม่,  น้องสาม?   นี่เป็นแมวนำโชคที่พี่ชายใหญ่ส่งมาให้ข้า   เจ้าดูซิ,   มันน่ารักมากใช่หรือไม่?”

แน่นอน,  หลี่เหว่ยหยางย่อมจำมันได้    ในชาติที่แล้ว,  มันก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่หลี่ฉางเล่อรักที่สุด   มันได้ติดตามนางเข้าวังด้วย   ไม่เพียงแต่เชิดหยิ่งจองหองเท่านั้น,   มันยังเคยใช้เล็บอันแหลมคมข่วนถูกมือของอวี้หลี่ (ลูกชายของหลี่เหว่ยหยางชาติที่แล้ว) จนเลือดออก

เหว่ยหยางไม่อาจลืมคำพูดและท่าทางของหลี่ฉางเล่อยามที่นางกอดแมวตัวนี้ไว้ในอ้อมแขนแล้วกล่าวกับนางว่า   “น้องสาม แมวนำโชคของข้าชอบนอนอาบแดดในอุทยานมาก   และมันไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าสักเท่าไร    ข้าว่าเจ้าคอยดูแลองค์รัชทายาทอย่าให้ออกมาวิ่งเล่นใกล้อี้ฮวาหยวน (ชื่ออุทยานหรือตำหนักที่แมวตัวนี้อาบแดด) จะดีกว่า”

มือของหลี่เหว่ยหยางกำเป็นหมัดแน่นอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้าง   ใบหน้าของนางกลับยิ้มกว้าง “พี่ใหญ่,  แมวตัวนี้น่ารักมาก!


ยามเมื่อนางพูดวาจาออกไป   ในหัวก็เริ่มวางแผนการสำหรับเจ้าแมวไว้เรียบร้อยแล้ว


...................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น