วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 23 มู่หรงเสวี่ยกับหลงจู๊ทั้งหก


“ขอบคุณฮูหยินจวนหวู่อันที่ห่วงใยพวกข้าน้อย   แต่มิต้องให้ท่านลำบากพวกเราเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว!”   ขาดคำผู้เก็บบัญชีผู้ซึ่งมีสีหน้ายิ้มระรื่นก็ยกมือขึ้นให้สัญญาณ จากนั้นก็ปรากฏรถม้าพร้อมเกวียนวิ่งกุบกับออกมาจากซอกตึกใกล้ๆ   จำนวนทั้งสิ้นสิบสองคัน,   ยืนอารักขาอยู่ที่ข้างรถแต่ละคันด้วยชายหนุ่มฉกรรจ์คันละ 3-4 นายในชุดเกราะแบบทหาร   ในมือมีดาบบ้างกระบี่บ้างเตรียมพร้อม!

“หลงจู๊ของพวกข้าล้วนตระหนักถึงจำนวนมหาศาลของบัญชีเรียกเก็บในครั้งนี้   เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน   จึงเจรจากับร้านรับฝากและแลกเปลี่ยนเงินตรา  ฮุยตง’ จัดกำลังป้องกันพร้อมพาหนะมาบรรทุกเงินทั้งหมด   เก็บเงินแล้วก็สามารถมุ่งดิ่งไปฝากที่ร้านแลกเงินเลย”

ใบหน้าของมู่หรงหลัวในยามนี้แข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว พวกมันถึงกับคาดเดาว่านางจะพูดออกตัวเช่นนั้น วางกับดักให้นางกระโจนใส่ เจ็บใจเหลือเกิน!

“ฮูหยิน,   คราวนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนะ   เราเริ่มจ่ายบัญชีกันได้แล้วกระมัง?”   ผู้เก็บบัญชีเอ่ยเสียงนุ่มนวล   ประกายในดวงตาระริกระรี้    โดยไม่ไยดีกับสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อของมู่หรงหลัว

ตระหนักดีถึงสายตาประชาชีที่มองอยู่,   มู่หรงหลัวได้แต่กดความโมโหไว้   พูดเสียงลอดไรฟันว่า   “ย่อมได้,  หลันเอ๋อร์....เจ้าพาพวกเขาไปเบิกเงินที่ห้องบัญชี”

“เจ้าค่ะ!”    หลันเอ๋อ,  สาวใช้ข้างกายนางย่อตัวรับคำสั่งแล้วหันไปทางชายทั้งหก   “ท่านทั้งหลาย...โปรดตามข้ามาทางนี้”

“ได้ๆๆ แม่นาง!”   ตัวแทนจากร้านทั้งหกก้มคำนับตอบอย่างสุภาพแล้วพยักเพยิดให้เจ้าหน้าที่ของร้านเงินตรา  ฮุยตง’  เดินเรียงแถวตามเข้าไปในจวน 

มองดูพวกมันเข้าแถวเดินเข้าไปรับเงินอย่างถือสิทธิ์เช่นนั้น,  ซ่งชิงหยางเดินกระแทกส้นเข้าไปหามารดา   ลดเสียงต่ำลง   “ท่านแม่ ข้าว่า......เงินในจวนมีไม่พอจ่ายบัญชีหรอก!

เพิ่งไม่นานมานี้เอง,   นางยังตามมู่หรงหลัวเข้าร้านเพชร   สั่งตัดเสื้อผ้าใหม่   แต่ละร้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ   ทั้งยังคิดรวดเดียวสิบปี   เป็นเงินก้อนมหึมาขนาดนั้นจะหาที่ไหนมาจ่ายทัน

“ข้ารู้แล้ว!”  ประกายในดวงตาของมู่หรงหลัวเย็นเฉียบ   “แต่ตอนนี้เรื่องนี้คงกระจายไปทั่วแล้ว   หากวันนี้ จวนหวู่อันไม่ชำระหนี้ทั้งหมด   จะเป็นที่ติฉินนินทาไปตลอดกาล ทั้งเมืองจะหัวเราะเยาะพวกเรา   แม้แต่ในสภาขุนนางเองก็คงไม่พ้น   จากนี้ไปหากเจ้าเยี่ยมกรายไปที่ไหน...ก็จะมีแต่คนหัวเราะเยาะเจ้า   แม้แต่บ่าวไพร่ของจวนก็อย่าได้คิดเผยอหน้ามองใครได้   ดีไม่ดีจวนหวู่อันคงหมดที่หมดทางจะยืนอยู่ในเมืองหลวงได้ต่อไปอีก”

“ร้ายแรงถึงเพียงนั้น!”    ใบหน้าของซ่งชิงหยางขมวดยุ่งเหยิง   นางบ่นด้วยความไม่พอใจออกมาว่า   “ท่านยายน่ะท่านยาย   ทำไมไม่บอกกันก่อนว่าจะมาเก็บบัญชี   อยู่ๆก็ส่งเจ้าหกคนนั้นมาพร้อมๆกัน   ทำให้จวนหวู่อันของเราต้องเสียหน้า.....”

“เจ้านึกเหรอว่า.....นี่เป็นการเก็บบัญชีปกติของทางร้าน   หรือท่านยายของเจ้าเป็นคนสั่ง?”   มู่หรงหลัวปรายตามองพร้อมกับหัวเราะเสียงปร่า

ซ่งชิงหยางทำหน้างง  “ท่านแม่หมายความว่าผู้เก็บบัญชีทั้งหกร้านล้วนถูกสั่งการมา....นังมู่หรงเสวี่ย,   นังผีบ้าต้องเป็นนางแน่ๆ  คราวที่แล้วนางก็ใช้คารมบีบบังคับให้ข้าต้องส่งหีบเครื่องประดับคืนนาง   คราวนี้นางยิ่งลงมือชั่วกว่าเก่า...ถึงกับกล้าปรักปรำให้จวนหวู่อันของเราต้องมัวหมอง”

“อย่าพูดมาก!”   มู่หรงหลัวตัดบท   ล้วงหยิบพวงกุญแจชุดหนึ่งออกมาจากใต้แขนเสื้อ “เจ้ารีบไปจัดการนำพวกเครื่องประดับทั้งชุดไข่มุกทะเลใต้  ชุดมรกต  ชุดทับทิม  ชุดเพชรใหญ่เล็ก   รวบรวมมาให้หมดจากในห้องเก็บสมบัติของแม่   นำทั้งหมดไปยังร้านตู้เป่า    จำนำเปลี่ยนเป็นเงินกลับมาให้หมด....”

ซ่งชิงหยางฟังรายการที่มารดาของนางร่ายออกมาแต่ละชุด   ดวงตาของนางฉายแววงงงวย   “ท่านแม่,  นั่นเป็นเครื่องประดับสินเดิมของท่านทั้งหมดเลยนะ   ชิ้นโปรดของท่านก็รวมอยู่ด้วย!”   ของพวกนี้ล้วนเป็นของที่มารดาเคยให้สัญญาไว้ว่าจะให้นางเป็นสินเดิมตอนแต่งออกจากบ้าน   จะขายทิ้งทั้งหมดได้อย่างไร?

“บัญชีที่เราติดค้างร้านค้าทั้งหกมาตลอดสิบปี   ตีเสียว่าเป็นเงินประมาณหนึ่งล้านตำลึง   ห้องบัญชีของจวนมีเงินไม่มากขนาดนั้นหรอก   หากไม่ขายสินเดิมทั้งหมดของแม่แล้วเอาเงินมาชำระสมทบยังไงก็ไม่มีทางจ่ายหนี้ได้ทั้งหมดแน่....”

มู่หรงหลัวพูดแล้วก็หยุดพูด   สีหน้านิ่งขึง,   ลูบหลังลูบไหล่ซ่งชิงหยางแล้วพูดปลอบใจนางว่า   “เจ้าไม่ต้องห่วง   รอให้ผ่านตอนนี้ไปก่อน   เดี๋ยวแม่ค่อยไถ่ถอนพวกมันกลับคืนมาให้เจ้า   กันไว้เป็นสินเดิมของเจ้าตอนแต่งงานแน่นอน!

“ก็ได้เจ้าคะ!”   ซ่งชิงหยางพยักหน้า   รับกุญแจมาแล้วรีบเข้าไปจัดการ

มู่หรงหลัวยืนควบคุมรถม้าขนเงินค่อยๆขนเงินแล้วทยอยออกรถมุ่งหน้าไปยังร้านรับฝากเงินฮุยตง   คิ้วขมวดมุ่นครุ่นคิด   ในตอนนั้นที่มู่หรงเสวี่ยแสดงอิทธิฤทธิ์เรียกร้องสินเดิมของมารดาตนเองคืนไปจากซ่งชิงหยางนั้น  นางเพียงแค่คิดว่าเป็นเรื่องมีปากเสียงเล็กน้อยของเด็กผู้หญิง   จึงไม่ได้ให้ความสนใจ

แต่เพียงแค่ไม่กี่วัน,   มู่หรงเสวี่ยกลับใช้วิธีไหนไม่ทราบ   สามารถนำสัญญาของร้านค้าทั้งหกมาจากฮูหยินผู้เฒ่า   แล้วโดยไม่รอช้ากลับตลบหลังมาคิดบัญชีสิบปีรวดเดียวโดยตั้งใจใช้วิธีสาดโคลนให้จวนหวู่อันต้องมัวหมอง  โดนเข้าที่นางอย่างจังโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

หลานสาวที่อ่อนแอของนาง...ไม่ใช่กระจอกซะแล้ว   จำนางต้องหาเวลากลับไปเยี่ยมดูลาดเลาที่จวนมู่หรงบ้างแล้ว

..............................................
ณ จวนสกุลมู่หรง
ร่างสะโอดสะองของมู่หรงเสวี่ยในชุดสีขาวกระจุ๋มกระจิ๋ม   นั่งผ่อนคลายจิบชาอยู่ที่โต๊ะหินกลมใต้ต้นไม้ใหญ่   ขณะนั่งตรวจนับตั๋วเงิน

หกหลงจู๊ยืนคอยคำสั่งไม่ห่างจากหีบใส่ของใบใหญ่   มองดูตัวเลขในตั๋วเงินแต่ละใบ   ในดวงตาของพวกเขาแต่ละคนไม่มีความละโมบ   ไม่มีความอิจฉา  ไม่มีความน้อยใจ มีแต่สายตาแสดงความชื่นชมยินดี   พวกเขาต่างก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้มาหมดแล้วตลอดสิบปีที่จะให้จวนหวู่อันยอมคลายอีแปะออกจากปากมาชำระหนี้บ้าง  แต่พอเจอเข้ากับแผนประชาสัมพันธ์ความเหนียวต่อหน้าประชาชีของคุณหนู   จวนหวู่อันกลับรีบวิ่งแจ้นนำตำลึงเงินมาใส่ขึ้นรถม้าแทบไม่ทัน   เยี่ยมยอดจริงๆ

ตอนที่พวกเขาเหล่าหลงจู๊ยืนลุ้นอยู่ตรงมุมตึกเฝ้าดูขบวนรถม้าบรรทุกเงินออกเดินทางกลับไปยังร้านรับฝาก   พวกเขายืนนิ่งแกมอัศจรรย์ใจลึกๆอยู่เป็นนาน   ยิ่งเห็นความจริงที่ว่า....จวนหวู่อันมีเงินมากมายสามารถชำระหนี้ค้างสิบปีได้ทันทีแต่กลับเหนียวไม่ยอมจ่าย   ยิ่งทำให้ภาพพจน์ของจวนหวู่อันในสายตาของพวกเขาและคนทั่วไปไม่ใช่จะดี   ขณะที่พวกเขาเดินกลับยังได้ยินเสียงผู้คนนินทาและพูดถึงในประเด็นนี้อยู่เต็มสองหู   จวนหวู่อันนี้เหนียวกว่าแป้งเปียกจริงๆ

 “เต็มเม็ดเต็มจำนวน,   ต้องลำบากพวกท่านแล้วจริงๆ,   นี่คือรางวัลพิเศษสำหรับพวกท่าน   ทั้งผู้เก็บบัญชี  คนของเราทั้งหมด  แบ่งให้ทั่วถึง!”    มู่หรงเสวี่ยหยิบตั๋วเงินหกใบที่เตรียมไว้ออกมาวางบนโต๊ะ

หลงจู๊ทั้งหกต่างก้าวเข้ามา   รับตั๋วเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ   มองไปยังตัวเลขที่เขียนไว้  แล้วก็ยิ้มแฉ่งหน้าตาเบิกบาน   “ขอบคุณๆๆ,  คุณหนูๆๆ”    รับหน้าที่ดูแลร้านมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รางวัลก้อนใหญ่ขนาดนี้   คุณหนูช่างใจกว้างจริงๆ

“หากสิ้นปีนี้,  ที่ร้านมีกำไรดี   ได้มากกว่าที่ข้าประมาณการสักสิบจากร้อยส่วน   ข้าจะตกรางวัลให้กับพวกเจ้าอีก!”   มู่หรงเสวี่ยยิ้มแย้มอารมณ์ดี

ประกายในตาของเหล่าหลงจู๊วับวาว   คุณหนูช่างใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห   นางกล่าวว่าจะให้รางวัลอีก   ถ้าร้านกำไรเกินเป้าสิบในร้อย   ต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ไม่น้อยแน่ๆ

“ขอบคุณ,  คุณหนู  พวกเราเหล่าหลงจู๊จะทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารร้านค้า  นำพากำไรเข้าร้านจนได้สมดังเป้าหมาย   ไม่ทำให้คุณหนูต้องผิดหวัง”   บรรดาหลงจู๊ทั้งหกรับคำเสียงหนักแน่นพร้อมเพรียงกัน   กล่าวขอบคุณมู่หรงเสวี่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะกลับออกไป

มู่หรงเยว่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน   มาถึงก็ตรงเข้ามาตรวจดูกองตั๋วเงินที่สูงหนาเป็นตั้ง ดวงตามีแววฉงนปนทึ่ง   “เสวี่ยเอ๋อ เจ้าไปคิดวิธีทวงหนี้แบบนี้มาจากไหน?”

หลงจู๊ที่เคี่ยวกรำในวงการยังสิ้นหนทาง   เค้นสมองคิดจนปวดศีรษะ   แต่น้องสาวของเขา...ทำไมนางถึงคิดวิธีนี้ออกอย่างง่ายดาย   เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

มู่หรงเสวี่ยยกชาขึ้นจิบ   แววตาเจิดจ้าเปล่งประกาย   นางพูดว่า   “จวนหวู่อันเป็นจวนขุนน้ำขุนนาง   ย่อมรักหน้าตา   พวกเขาจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมามัวหมองเป็นแน่   ถ้าข้าใช้วิธีให้คนไปยืนอ่านบัญชีหนี้ปาวๆหน้าจวน   ต้องกระทบกระเทือนหน้าตาพวกเขาแน่นอน   ทีนี้ล่ะ...จวนหวู่อันจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป    มีแต่ต้องรีบควักกระเป๋าจ่ายแทบไม่ทัน!

“อ้อเป็นเช่นนั้น!”   มู่หรงเยว่พยักหน้าหงึกหงัก   ดวงตามองตั๋วเงินที่วางสุมกันเป็นประกาย   “เสวี่ยเอ๋อ!  น้องพี่,  ตอนนี้เจ้าก็มีเงินตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว   เจ้าแบ่งให้ข้าใช้สักแสนสองแสนตำลึงด้วยก็น่าจะดี”

...........................................
จบบท

“ขอบคุณฮูหยินจวนหวู่อันที่ห่วงใยพวกข้าน้อย แต่มิต้องลำบากพวกเราเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว!” ขาดคำผู้เก็บบัญชีผู้ซึ่งมีสีหน้ายิ้มแย้มก็เดินไปให้สัญญาณมือ ณ มุมตึกแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ปรากฏรถม้าพร้อมเกวียนบรรทุกจำนวนทั้งสิ้นสิบสองคัน, ยืนอารักขาอยู่ที่ข้างรถคือชายหนุ่มฉกรรจ์ทั้งสิ้นสามสิบสี่นายในเครื่องแบบทหาร ในมือมีดาบพร้อม!

“พวกข้าล้วนตระหนักถึงจำนวนมหาศาลของบัญชีเรียกเก็บในครั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึงเจรจากับร้านรับฝากและแลกเปลี่ยนเงินตรา ฮุยตงจัดกำลังป้องกันพร้อมพาหนะมาบรรทุกเงินทั้งหมด เก็บเงินแล้วก็มุ่งดิ่งไปฝากที่ร้านแลกเงินเลย”

ใบหน้าของมู่หรงหลัวในยามนี้แข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว พวกมันถึงกับคาดเดาว่านางจะพูดออกตัวเช่นนั้น วางกับดักให้นางกระโจนใส่ เจ็บใจเหลือเกิน!

“ฮูหยิน, คราวนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนะ เราเริ่มจ่ายบัญชีกันได้แล้วกระมัง?” ผู้เก็บบัญชีเอ่ยเสียงนุ่มนวล ประกายในดวงตาระริกระรี้  โดยไม่ไยดีกับสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อของมู่หรงหลัว

ตระหนักดีถึงสายตาประชาชีที่มองอยู่, มู่หรงหลัวได้แต่กดความโมโหไว้ พูดเสียงลอดไรฟันว่า “ย่อมได้, เสี่ยวฟู่....เจ้าพาพวกเขาไปเบิกเงินที่ห้องบัญชี”

“เจ้าคะ!” เสี่ยวฟู่, สาวใช้ข้างกายนางย่อตัวรับคำสั่งแล้วหันไปทางชายทั้งหก “ท่านทั้งหลาย...โปรดตามข้ามาทางนี้”

“ได้ๆๆ”

มองดูพวกมันเข้าแถวเดินเข้าไปรับเงิน, ซ่งชิงหยางเดินกระแทกส้นเข้าไปหามารดา ลดเสียงต่ำลง “ท่านแม่, ข้าว่า......เงินในจวนมีไม่พอจ่ายบัญชีหรอก!

เพิ่งไม่นานมานี้เอง, นางยังตามมู่หรงหลัวเข้าร้านเพชร สั่งตัดเสื้อผ้าใหม่ แต่ละร้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ทั้งยังคิดรวดเดียวสิบปี เป็นเงินก้อนมหึมาจะหาที่ไหนมาจ่ายทัน

“ข้ารู้แล้ว!”  ประกายในดวงตาของมู่หรงหลัวเย็นเฉียบ “แต่ตอนนี้เรื่องมันกระจายไปทั่วแล้ว หากวันนี้, จวนหวู่อันไม่ชำระหนี้ทั้งหมด จะเป็นที่ติฉินนินทาไปตลอดกาล ทั้งเมืองจะหัวเราะเยาะพวกเรา แม้แต่ในสภาขุนนางเองก็คงไม่พ้น จากนี้ไปหากเจ้าเยี่ยมกรายไปที่ไหน...ก็จะมีแต่คนหัวเราะเยาะเจ้า แม้แต่บ่าวไพร่ของจวนก็อย่าได้คิดเผยอหน้ามองใครได้

“ร้ายแรงถึงเพียงนั้น!”  ใบหน้าของซ่งชิงหยางขมวดยุ่งเหยิง นางบ่นด้วยความไม่พอใจออกมาว่า “ท่านยายน่ะท่านยาย ทำไมไม่บอกกันก่อนว่าจะมาเก็บบัญชี อยู่ๆก็ส่งเจ้าหกคนนั้นมาพร้อมๆกัน ทำให้จวนหวู่อันของเราต้องเสียหน้า.....”

“เจ้านึกเหรอว่า นี่เป็นการเก็บบัญชีปกติของทางร้าน หรือท่านยายของเจ้าเป็นคนสั่ง?” มู่หรงหลัวปรายตามองพร้อมกับหัวเราะเสียงปร่า

ซ่งชิงหยางทำหน้างง “ท่านแม่หมายความว่าผู้เก็บบัญชีทั้งหกร้านล้วนถูกสั่งการมา....นังมู่หรงเสวี่ย, นังผีบ้าต้องเป็นนางแน่ๆ คราวที่แล้วนางก็ใช้คารมบีบบังคับให้ข้าต้องส่งหีบเครื่องประดับคืนนาง คราวนี้นางยิ่งลงมือชั่วกว่าเก่า...ถึงกับกล้าปรักปรำให้จวนหวู่อันของเราต้องมัวหมอง”

“อย่าพูดมาก!” มู่หรงหลัวตัดบท ล้วงหยิบพวงกุญแจออกมาจากใต้แขนเสื้อ “เจ้ารีบไปจัดการนำพวกเครื่องประดับทั้งชุดไข่มุกทะเลใต้ ชุดมรกต ชุดทับทิม ชุดเพชรใหญ่เล็ก รวบรวมมาให้หมดจากในห้องเก็บสมบัติของแม่ ไปเปลี่ยนเป็นเงินกลับมาให้หมด....”

ซ่งชิงหยางฟังรายการที่มารดาของนางร่ายออกมาแต่ละชุด ดวงตาของนางฉายแววงงงวย “ท่านแม่, นั่นเป็นเครื่องประดับสินเดิมของท่านทั้งหมดเลยนะ ชิ้นโปรดของท่านก็รวมอยู่ด้วย!”  ของที่เคยสัญญาว่าจะให้นางเป็นสินเดิมตอนแต่งออกจากบ้าน จะขายทิ้งได้อย่างไร?

“บัญชีที่เราติดค้างร้านค้าทั้งหกมาตลอดสิบปี ตีเสียว่าเป็นเงินประมาณหนึ่งล้านสองแสนตำลึง ห้องบัญชีที่จวนมีเงินไม่มากขนาดนั้นหรอก หากไม่ขายสินเดิมแล้วเอาเงินมาชำระไม่มีทางจ่ายหนี้ได้ทั้งหมดแน่....”

มู่หรงหลัวพูดแล้วก็หยุดพูด สีหน้านิ่งขึง, โอบไหล่ซ่งชิงหยางแล้วพูดปลอบใจนาง “เจ้าไม่ต้องห่วง รอให้ผ่านตอนนี้ไปก่อน เดี๋ยวแม่จะไถ่ถอนพวกมันกลับคืนมาให้เจ้าใช้เป็นสินเดิมของเจ้าแน่!

“ดี!” ซ่งชิงหยางพยักหน้า รับกุญแจมาแล้วรีบเข้าไปจัดการ

มู่หรงหลัวยืนควบคุมรถม้าขนเงินค่อยๆขนเงินแล้วทยอยออกรถมุ่งหน้าไปยังร้านรับฝากเงินฮุยตง คิ้วขมวดมุ่นครุ่นคิด ในตอนนั้นที่มู่หรงเสวี่ยแสดงอิทธิฤทธิ์เรียกร้องสินเดิมของมารดาตนเองคืนไปจากซ่งชิงหยางนั้น นางเพียงแค่คิดว่าเป็นเรื่องมีปากเสียงเล็กน้อยของเด็กผู้หญิง จึงไม่ได้ให้ความสนใจ
แต่เพียงแค่ไม่กี่วัน, มู่หรงเสวี่ยกลับใช้วิธีไหนไม่ทราบ สามารถนำสัญญาของร้านค้าทั้งหกมาจากฮูหยินผู้เฒ่า แล้วโดยไม่รอช้ากลับตลบหลังมาคิดบัญชีสิบปีรวดเดียวโดยตั้งใจสาดโคลนให้จวนหวู่อันต้องมัวหมอง โดนเข้าที่นางอย่างจัง

หลานสาวที่อ่อนแอของนาง ไม่ใช่กระจอกซะแล้ว จำนางต้องหาเวลากลับไปเยี่ยมดูลาดเลาที่จวนมู่หรงบ้างแล้ว


...............................

ร่างสะโอดสะองของมู่หรงเสวี่ยในชุดสีขาวกระจุ๋มกระจิ๋ม นั่งผ่อนคลายจิบชาอยู่ที่โต๊ะหินกลมใต้ต้นไม้ใหญ่ ขณะนั่งตรวจนับตั๋วเงิน

หกหลงจู๊ยืนคอยคำสั่งไม่ห่างจากหีบใส่ของใบใหญ่ มองดูตัวเลขในตั๋วเงินแต่ละใบ ในดวงตาของพวกเขาแต่ละคนไม่มีความละโมษ ไม่มีความอิจฉา ไม่มีความน้อยใจ มีแต่สายตาชื่นชมยินดี พวกเขาต่างก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้มาหมดแล้วตลอดสิบปีที่จะให้จวนหวู่อันยอมคลายอีแปะออกจากปากมาชำระหนี้บ้าง  แต่พอเจอเข้ากับแผนประชาสัมพันธ์ความเหนียวต่อหน้าประชาชี กลับรีบวิ่งแจ้นนำตำลึงเงินมาใส่ขึ้นรถม้าแทบไม่ทัน  เยี่ยมยอดจริงๆ

ตอนที่พวกเขาเหล่าหลงจู๊ยืนลุ้นอยู่ตรงมุมตึกเฝ้าดูขบวนรถม้าบรรทุกเงินออกเดินทางไปยังร้านรับฝาก พวกเขายังยืนนิ่งอัศจรรย์ใจลึกๆ

“เต็มเม็ดเต็มจำนวน, ต้องลำบากพวกท่านแล้วจริงๆ, นี่คือรางวัลพิเศษสำหรับพวกท่าน ทั้งผู้เก็บบัญชี คนของเราทั้งหมด แบ่งให้ทั่วถึง!”  มู่หรงเสวี่ยหยิบตั๋วเงินหกใบที่เตรียมไว้ออกมาวางบนโต๊ะ

หลงจู๊ทั้งหกต่างก้าวเข้ามา รับตั๋วเงินที่วางอยู่บนโต๊ะ มองไปยังตัวเลขที่เขียนไว้ แล้วก็ยิ้มแย้มเบิกบาน “ขอบคุณ, คุณหนู” รับหน้าที่ดูแลร้านมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รางวัลก้อนใหญ่ขนาดนี้ คุณหนูช่างใจกว้างจริงๆ

“หากสิ้นปีนี้, ที่ร้านมีกำไรดี ได้มากกว่าที่ข้าประมาณการสักสิบจากร้อยส่วน ข้าจะตกรางวัลให้กับพวกเจ้าอีก!” มู่หรงเสวี่ยยิ้มแย้มอารมณ์ดี

ประกายในตาของเหล่าหลงจู๊วับวาว คุณหนูช่างใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห นางกล่าวว่าจะให้รางวัลอีก ถ้าร้านกำไรเกินเป้าสิบในร้อย ต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ไม่น้อยแน่ๆ

“ขอบคุณ, คุณหนู พวกเราเหล่าหลงจู๊จะทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารร้านค้า นำพากำไร ไม่ทำให้คุณหนูต้องผิดหวัง” บรรดาหลงจู๊ทั้งหกรับคำเสียงหนักแน่น กล่าวขอบคุณมู่หรงเสวี่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มู่หรงเยว่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน ตรงเข้ามาดูกองตั๋วเงินที่สูงหนาเป็นตั้ง ดวงตามีแววฉงนปนทึ่ง “เสวี่ยเอ๋อ, เจ้าไปคิดวิธีทวงหนี้แบบนี้มาจากไหน?”

หลงจู๊ที่เคี่ยวกรำในวงการยังสิ้นหนทาง เค้นสมองคิดจนปวดศีรษะ แต่น้องสาวของเขา...ทำไมนางถึงคิดวิธีนี้ออกอย่างง่ายดาย เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

มู่หรงเสวี่ยยกชาขึ้นจิบ กลอกตาพลางพูดว่า “จวนหวู่อันเป็นจวนขุนน้ำขุนนาง ย่อมรักหน้าตา พวกเขาจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมามัวหมองเป็นแน่ ถ้าข้าใช้วิธีให้คนไปยืนอ่านบัญชีหนี้ปาวๆหน้าจวน ต้องกระทบกระเทือนหน้าตาพวกเขาแน่ จวนหวู่อันจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป มีแต่ต้องรีบควักกระเป๋าจ่ายแทบไม่ทัน!


“อ้อ, เป็นเช่นนั้น!” มู่หรงเยว่พยักหน้าหงึกหงัก ดวงตามองตั๋วเงินที่วางสุมกันเป็นประกาย “เสวี่ยเอ๋อ! น้องพี่, ตอนนี้เจ้าก็มีเงินตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว เจ้าแบ่งให้ข้าใช้สักแสนสองแสนตำลึงด้วยก็น่าจะดี”


......................................
จบบท

45 ความคิดเห็น:

  1. ท่านเยว่ ท่านควรจะโตแล้วตั้งใตดูแลตระกูลใด้แล้วนะ

    ตอบลบ
  2. ท่านเยว่ ท่านควรจะโตแล้วตั้งใตดูแลตระกูลใด้แล้วนะ

    ตอบลบ
  3. สะใจพวกเห็นแก่ได้..ต้องเจอแบบนี้แระ..ต่อไปจะมีอะไรเกืดขึ้นอีกนะ.. รอต่อไป..ขอบคุณค๊า

    ตอบลบ
  4. สะใจพวกเห็นแก่ได้..ต้องเจอแบบนี้แระ..ต่อไปจะมีอะไรเกืดขึ้นอีกนะ.. รอต่อไป..ขอบคุณค๊า

    ตอบลบ
  5. ท่านพี่เห็นน้องแบบนี้แล้วยังกล้ายืมเงินอีกเรอะ
    นายแน่มาก

    ตอบลบ
  6. เสี่ยวเยว่ พี่ว่าหนูควรจะโตได้แล้ว ทำตัวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน

    ตอบลบ
  7. ท่านพี่ควรโตแล้วก็ทำตัวให้สมเป็นท่านผู้นำได้แล้วนะ

    ตอบลบ
  8. ท่านพี่ควรโตแล้วก็ทำตัวให้สมเป็นท่านผู้นำได้แล้วนะ

    ตอบลบ
  9. ขอถีบเยว่ได้มั้ยคะ 55555 ขอแทบทุกพาร์ท หมาก็ขอ เงินก็ขอ

    ตอบลบ
  10. ชักเกลียดนายพี่ชายแล้วนะ งานการไม่ทำเอาแต่เล่นลอยชายผลาญเงินน้องสาวเล่นไปวันๆ

    ตอบลบ
  11. อีคุณพี่นิ่น่าตบจริงๆ

    ตอบลบ
  12. น้องหาเงิน คนพี่กลับจ่ายออกอย่างเดียว คนต่อไปที่ต้องจัดการก็คือพี่ชายที่รักเนี่ยแหละ

    ตอบลบ
  13. ก่อนไปจัดการคนอื่น ควรจัดการไอ้พี่ชายตัวดีนี่ก่อนเลย ใครเป็นพี่เป็นน้องกันแน่นะ วันๆไม่ทำงาน เอาแต่เที่ยวเล่นผลาญเงิน สลับตำแหน่งผู้นำตระกูลดีมั้ย จะรอดูว่านางเอกจะสั่งสอนพี่ชายตัวเองมั้ย

    ตอบลบ
  14. พี่นางก็รักนางดีนะ ยอมโดนตีไม่ยอมให้น้องเสียใจ แต่อารมณ์เหมือนคุณชายที่ไม่มีคนดูแลสั่งสอนอะเที่ยวเล่นไร้สาระซื่อบื่อๆเพราะโดนข่ม โดนชักจูงด้วยท่านย่าอีกเลยยิ่งไปกันใหญ่

    ตอบลบ
  15. สมน้ำหน้า คิดโลภจะอาสมบัติคนอื่นเค้าโดนเอาคืนก้อสมควรแล้ว

    ตอบลบ
  16. มาอ่านที่นี่ แต่ตามไปให้คะแนนที่เด็กดีจ้า

    ตอบลบ
  17. สนุกมากค่ะสะใจดีคนเห็นแก่ได้

    ตอบลบ
  18. สนุกมากค่ะสะใจดีคนเห็นแก่ได้

    ตอบลบ
  19. เป็นพี่ชายที่กากจริๆ

    ตอบลบ
  20. พี่ชายยยเอ้ยยยเอาเวลาไปฝึกวรยุทธดีไหม

    ตอบลบ
  21. อย่าลืมจัดการเยว่ด้วยนะคุณน้องพี่ลำ

    ตอบลบ
  22. อย่าลืมจัดการเยว่ด้วยนะคุณน้องพี่ลำ

    ตอบลบ
  23. แบบบ คุณพี่ ค่ะ สมอง สมอง

    ตอบลบ
  24. แบบบ คุณพี่ ค่ะ สมอง สมอง

    ตอบลบ
  25. พี่เยว่คะ น้องขอตบให้คว่ำสักทีดีไหมฮะเนี่ย

    ตอบลบ
  26. รอบต่อไปถึงคราวเตะโด่งพี่ชายเข้าอบรมหลักสูตรค่าของเงินบ้างก็น่าจะดีนะ

    ตอบลบ
  27. สะใจ คนเหนียวหนี้ก็เจอแบบนี้ล่ะ มู่หรงเสวี่ย สู้ๆ

    ตอบลบ
  28. เฮียเยว่ ขอถีบทีได้ไหมคะ

    ตอบลบ
  29. ตาหนูเอ๊ย โตได้แล้วลู๊ก!!! ไม่สงสารน้องหรือ

    ตอบลบ
  30. จริงๆพี่ควรจะมีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันได้แล้วนะ

    ตอบลบ
  31. ท่านเยว่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นผู้นำตระกูลจะเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ได้แล้วนะ คุณหนูเสวี่ยสู้ๆนะ เยี่ยมเลย

    ตอบลบ
  32. พี่ชายท่านจะเปลี่ยนนืิสัยได้ไหมนึ่

    ตอบลบ
  33. รีบหาพี่สะใภ้โหดๆมาคุมเข้มพี่ชายเถอะมู่หรงเสวี่ยยย!!! 55555

    ตอบลบ
  34. ขอบคุณค่ะ
    ระวังหน่อยคุณพี่ชายจะโดนน้องสั่งสอนมิใช่น้อย

    ตอบลบ
  35. ชอบค่ะรอยู่น่ะ

    ตอบลบ
  36. ตบกบาลคุณพี่ชายให้สมองกลับหน่อยดีไหม

    ตอบลบ
  37. ท่านพี่เลิกดื้อได้แล้ว มาช่วยน้องดูแลบ้านเถอะ

    ตอบลบ
  38. เอ สงสัยว่า อิงแปลเพิ่งมาวันนี้ แต่แปลไทยทำไมมาก่อนตั้งหลายวัน แปลจากจีนใช่ไหม

    ตอบลบ
  39. ไม่ระบุชื่อ1 เม.ย. 2560 13:51:00

    ป้าดโธ่ว !! ไอ้ท่านพี่ ตอนยอมเจ็บตัวเพื่อน้องอุตส่าห์ปลื้ม !

    ตอบลบ