งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 24 พิษเย็นกำเริบ

“พี่อยากได้เงินไปแข่งพนันหมาที่บ่อนหรอกหรือ?”   มู่หรงเสวี่ยชำเลืองสายตามองไปยังพี่ชาย   เอ่ยถามเสียงเบาๆ
“ใช่แล้ว!”   มู่หรงเยว่ผงกศีรษะ   ไม่ลังเลที่จะยอมรับ   ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย   วันๆก็มีแต่นั่งเบื่ออยู่ในจวน   จนเขาร่ำๆจะล้มป่วยด้วยโรคเบื่ออยู่แล้ว
มู่หรงเสวี่ยมีสีหน้าครุ่นคิดแต่ยังกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย   นางพูดขึ้นว่า   “พี่อยากได้เงินข้าไม่ว่าซ้ำยังจะช่วยส่งเสริม   แต่ในโลกกว้างนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องแลกกับอะไร เงินจำนวนนี้จะให้พี่เปล่าๆไม่ได้   ต้องมีของสมน้ำสมเนื้อมาแลกเปลี่ยนกัน”

พ่อหนุ่มหน้าหวานจอมลอยชาย   รู้แต่จะกัดหมาท่าเดียว   ต่อให้นางมีเงินมากกว่านี้ก็ไม่มอบให้ไปง่ายๆหรอก    
“อะไรที่สมน้ำสมเนื้อล่ะ?”   มู่หรงเยว่ยิ้มแย้มไปพลางถามไป   หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง เขาย่อมให้สัญญา
มู่หรงเสวี่ยหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นจากโต๊ะหินแล้วโยนส่งให้เขา   “พี่ท่องจำหนังสือเล่มนี้ให้ได้หมดก่อน   แล้วข้าจะมอบเงินให้ท่านหนึ่งแสนตำลึง”   ตำราเล่มนี้, นางพลิกอ่านเล่นสองสามหน้ายามที่เบื่อไม่มีอะไรทำ   ให้มู่หรงเยว่เริ่มต้นจากเล่มนี้ก่อนก็แล้วกัน
มู่หรงเยว่รับหนังสือแล้วก้มลงอ่านหน้าปก   เห็นที่หน้าปกมีตัวอักษรสองตัวโตๆว่า โคลงฉันท์   จากนั้นเขาก็พลิกๆดูเนื้อหาข้างในสองสามหน้า   พบว่าภายในมีแต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับกาพย์กวี   ใบหน้าหวานคมคายที่เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจในตอนแรกก็แหย “เสวี่ยเอ๋อ,  เห็นเพียงบรรทัดแรก   ก็เหมือนกับเห็นแมลงวันตั้งแถวเกาะติดเป็นพรืด ชวนให้คลื่นเหียนอาเจียนอย่างยิ่งแถมยังทำให้รู้สึกคันยุบยิบไปทั้งตัว   พวกมันไม่รู้จักข้า,  ข้ายิ่งไม่เคยเห็นพวกมัน   เจ้าอย่าทำให้ข้าอึดอัดใจจะได้หรือเปล่า,  น้องรัก?”


มู่หรงเยว่เพ่งมอง 'แมลงวันตั้งแถว'

มู่หรงเสวี่ยหน้าคว่ำตั้งแต่ได้ยินคำว่า  'แมลงวันตั้งแถว'  แล้ว    มู่หรงเยว่ผู้นี้ท่าทางจะเกลียดตัวอักษรเอาขนาดหนัก  
“ถ้างั้นพี่แวะไปหาลุงหุยหน่อยซิ   ร่ำเรียนท่ามวยจากเขาสักสิบกระบวนท่า   ฝึกจนคล่องแล้วค่อยกลับมารับเงินแสนกับข้า”
มู่หรงเยว่ไม่ชอบตำรับตำรา   ถ้างั้นบังคับฝืนใจเขาไปก็เปล่าประโยชน์   ให้เขาฝึกต่อยตีน่าจะดีกว่า   เกอหุยมีวรยุทธ์ไม่เลว...คงสามารถฝึกสอนให้มู่หรงเยว่ได้ไม่ยาก
มู่หรงเยว่ได้ยินคำพูดของนาง   ก็นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด   “ท่ามวยของลุงหุยมีแต่สอนให้เจ้าย่อๆ  แล้วก็ย่อเข่า   ย่อแล้วย่อเล่าเฝ้าแต่ย่อ   ข้าฝึกวรยุทธ์กับเขามาเป็นสิบปี...เขาสอนกระบวนท่าต่อยตีให้ข้าได้ทั้งหมด 49 ท่า   หากเจ้าคิดให้ข้าเรียนเพิ่มอีก 10 ท่า มิใช้เวลาอย่างน้อยสองปีหรอกเรอะ ข้าต้องกระอักเลือดตายก่อนแน่....”
ใบหน้าน่ารักของมู่หรงเสวี่ยเริ่มทมึนดั่งมีพายุกำลังก่อร่างสร้างตัว   ท่านั่งม้า   หรือย่อเข่าค้างนั้นเป็นสุดยอดพื้นฐานในการฝึกวรยุทธ์   ลุงหุยสั่งให้เขาฝึกย่อเพื่อให้เขามีพลังข้อเท้าและท่อนขาที่แข็งแกร่ง  จริงๆเขาสอนท่าที่ทำง่ายที่สุดแล้ว    ตัวโง่งมหน้าหวานนี่!
สิบปี,  เกอหุยสอนทเขาได้แค่สี่สิบเก้ากระบวน   ไม่ใช่ลุงหุยไม่อยากสอน   แต่เจ้าขี้เกียจเยว่น้อยนี่....ฝึกพื้นฐานก็ยังไม่แข็งแกร่ง   จะให้ต่อท่าร่างมากกว่านั้นได้อย่างไร  สอนไปทำไม่ได้เดี๋ยวจะเจ็บตัวเอาเปล่าๆ
ให้ท่องตำราก็ตาฝาดเห็นเป็นแมลงวันเรียงแถว   ให้ฝึกมวยก็เบื่อไม่อยากทำท่านั่งม้าซะงั้น   สุขใดไหนเท่าแข่งกัดหมาซะไม่มี   เจ้าคนไม่เอาถ่านแสนจะเฉื่อยชานี่    มันจะสบายมากไปแล้ว
ฮึๆๆ หากจะเอาเงินจากนางให้ได้  ถึงเบื่อก็ต้องเอา   ตาลายก็ต้องไม่ถอย   ลืมไปเลยไอ้ความสุโขสโมสรที่คุ้นเคย
มู่หรงเสวี่ยมองไปยังมู่หรงเยว่   เตรียมจะเปิดปากเอ่ยคำสอนให้สำนึกตนสักเล็กน้อย แต่แล้วจู่ๆ  นางก็ปวดแปลบขึ้นที่ทรวงอก   ใบหน้าเล็กอ่อนหวานของนางพลันซีดเซียวไร้สีโลหิต   เหงื่อเม็ดโตหลายเม็ดผุดขึ้นบริเวณหน้าผากมนเกลี้ยงนั้น....
“เสวี่ยเอ๋อ,  เจ้าเป็นอะไรไป?”   มู่หรงเยว่เห็นสีหน้านางผิดปกติ   รีบก้าวเข้ามาประชิดตัว   โอบร่างนางไว้ในวงแขน   เอานิ้วเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาและอังดูอุณหภูมิที่หน้าผาก เย็นเฉียบ   สีหน้าของเขาซีดแข็งด้วยความตกใจ   “เจ้า...พิษเย็นเข้าแทรกอีกแล้ว   หงชิว...อันเซียง, พวกเจ้ารีบไปหยิบยาของคุณหนูมาเร็ว!
“เจ้าค่ะๆ   นายท่าน!”   หงชิงและอันเซียงคงจะคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดีพอสมควร  รีบรับคำสั่งแล้วรีบรุดออกจากห้องด้วยใบหน้าที่สงบควบคุมเป็นอย่างดี
มู่หรงเยว่ดึงผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บติดตรงข้อมือแขนเสื้อนางมาเช็ดเหงื่อให้ที่ใบหน้าอย่างอ่อนโยน   พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยนแผ่วเบาดั่งสายลม   “เสวี่ยเอ๋อน้องพี่ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวยาก็มาแล้ว”
มู่หรงเสวี่ยผงกศีรษะอย่างยากลำบาก   ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม   มีความทรงจำของการต่อสู้กับความเจ็บปวดมาเนิ่นนาน   ได้แต่อาศัยยาช่วยพยุงอาการไว้ หากได้รับยาแล้ว,   ความเจ็บปวดดังกล่าวก็จะหายไป
“ว้าย...”
“ว้าย...ฮึกๆๆ”
มีเสียงหวีดร้องสองเสียง   ดังขึ้นติดๆกัน   มู่หรงเยว่เหลียวไปมองตามเสียง   เห็นคนสวมชุดดำ   บนใบหน้าคลุมผ้าปกปิดเอาไว้   กำลังพุ่งตัวกระโดดหนีออกมาจากห้องของมู่หรงเสวี่ย   ในอ้อมแขนกอดกล่องไม้กล่องเล็กไว้แน่น
อันเซียงเข่าอ่อนทรุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง   หน้าของสาวใช้ซีดขาวราวกับกระดาษ   นางพยายามร้องบอกว่า ” นายท่าน,  นายท่าน ...มันขโมยยาของคุณหนู”
มู่หรงเยว่สายตาพลันตื่นตระหนก   สะกิดเท้ามุ่งไล่ตามหลังคนชุดดำออกไปทันที   เขาตะโกนไล่หลังผู้บุกรุกว่า   “คืนยามาเดี๋ยวนี้!
แน่นอนคนชุดดำมีหรือจะคืน   มันทำเป็นไม่ได้ยิน   แต่เบี่ยงตัวหลบการเข้าสกัดของมู่หรงเยว่แล้วเริ่มประมือโต้ตอบกัน
แค่ได้เห็นสองเงาร่างหนึ่งดำหนึ่งน้ำเงินเข้มกำลังพัวพันกันอยู่   เดี๋ยวปัดมือ   เดี๋ยวผลัก เดี๋ยวกระชาก   เสียงฝ่ามือและหมัดแหวกอากาศต่อเนื่องรุนแรงไม่หยุด
เจ้าคนชุดดำรูปร่างสูงใหญ่กว่ามาก   กระบวนท่าออกหมัดก็แคล่วคล่อง   ทั้งยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว   ออกหมัดแต่ละครั้งล้วนแม่นยำและรุนแรง   ไร้ความปรานี
มู่หรงเยว่อย่างไรก็ยังอ่อนเยาว์ ประสบการณ์น้อย ซ้ำยังไม่ค่อยขยันหมั่นฝึกซ้อม พอต้องมาปะทะกับศัตรูเอาตรงๆ   ทำให้ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
เสียงฝีเท้าดังสับสนดังใกล้เข้ามา   เป็นเสียงหน่วยคุ้มกันประจำสกุลมู่หรง ทำให้คนร้ายชุดดำเร่งฟาดหนึ่งฝ่ามือเข้าที่อกของมู่หรงเยว่    เตรียมสลัดเขาให้หลุดแล้วเผ่นหนี
แววตาของมู่หรงเสวี่ยเปล่งประกายเหี้ยมโหดขึ้น   นางฝืนข่มความเจ็บปวดแล้วชักกระบี่อ่อนที่เอวกระโดดเข้าใส่ชายชุดดำผู้นั้น   แทงเข้าใส่เป็นกระบวนท่าต่อเนื่องทำให้ไหล่ซ้ายของชายชุดดำได้รับบาดเจ็บมีรูเลือดทะลักออกมา!
“ตรงนี้ๆ  เร็วๆเข้า   นักฆ่าวางเพลิงปล้นบ้านอยู่ตรงนี้   อย่าให้มันหนีไปได้!”   หน่วยคุ้มกันวิ่งเข้ามาถึงพอดี   ทั้งหมดเข้าล้อมรอบตัวมู่หรงเยว่   มู่หรงเสวี่ยและคนชุดดำซึ่งตอนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมิอาจหลบหนีได้ไว้กลางวง    
สายตาของคนชุดดำเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว   มันฟาดฝ่ามือลงไปที่กล่องไม้นั้น   “ปัง!” กล่องไม้แหลกลาญกลายเป็นผุยผง   ขวดยาที่เคยอยู่ในกล่อง...ในบัดนี้ก็กลายเป็นฝุ่นลอยฟุ้งในอากาศพร้อมๆกับกล่องไม้นั้น   แล้วตกเรี่ยลงพื้นปะปนไปกับเม็ดดินที่อยู่บนพื้น
“ปทุมาโลกันต์,   ปทุมาโลกันต์ของเสวี่ยเอ๋อ....”   มู่หรงเยว่รีบเข้าไปใช้มือกอบฝุ่นผงที่ตกอยู่ที่พื้น   แต่ก็ได้แต่ขี้ดิน,  เศษขวดและเศษไม้ขึ้นมา   ตัวยานั้นซึมหายไปแทบไม่เห็น   ดวงตาของหนุ่มน้อยพลันเป็นสีเข้มจัดด้วยอารมณ์เดือดดาล   คนชุดดำที่นอนกองอยู่กับพื้นถูกเขาถล่มเตะและระดมหมัดใส่ไม่ยั้ง   “เจ้า,  ชาติชั่ว...ชดใช้ยาของข้ามา ....ยาของน้องข้า....”
ชายชุดดำก้มหน้านิ่ง ดดไม่ฮือไม่อือ   คงไว้ซึ่งความเงียบ
มู่หรงเสวี่ยเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหน้าอกจนแปลบไปหมด   นางไอแห้งๆออกมาต่อเนื่องไม่หยุด   นางพยายามจะยังยั้งอาการไอโขลกแต่ก็ไม่สามารถทำได้   ได้แต่หอบหายใจกล่าวออกมาว่า   “พี่,  ไม่ต้องเสียแรงหรอก   มันเป็นมือสังหารพลีชีพ   ถึงตายมันก็ไม่พูด!
“รับคำสั่งมา?”    มู่หรงเยว่ทวนคำ   แล้วยิ่งกราดเกรี้ยวตรงเข้ากระชากคอเสื้อของชายชุดดำนั้น   เอ่ยกระโชกถามออกไปว่า   “เป็นเยว่อี้เฉินใช้เจ้ามาขโมยปทุมาโลกันต์ ....เป็นคำสั่งของวังจิงเพื่อที่จะใช้ต่อรองกับจวนมู่หรงใช่หรือไม่?   ไม่มีใครรู้ว่าเสวี่ยเอ๋อมีพิษเย็นในร่างกาย และจำเป็นต้องใช้ปทุมาโลกันต์ในการรักษา...นอกจากมัน”


...............................................

จบบท


“พี่อยากได้เงินไปแข่งพนันหมาที่บ่อนหรอกหรือ?” มู่หรงเสวี่ยชำเลืองสายตามองไปยังพี่ชาย เอ่ยถามเสียงเบาๆ

“ใช่แล้ว!” มู่หรงเยว่ผงกศีรษะ ไม่ลังเลที่จะยอมรับ ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย วันๆก็มีแต่นั่งเบื่ออยู่ในจวน จนเขาร่ำๆจะล้มป่วยด้วยโรคเบื่ออยู่แล้ว

มู่หรงเสวี่ยกระพือขนตาถี่ๆราวกับมีอะไรติดอยู่ที่ตา นางพูดขึ้นว่า “พี่อยากได้เงิน, ข้าไม่ว่าซ้ำยังจะช่วยส่งเสริม แต่ในโลกกว้างนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องแลกกับอะไร เงินจำนวนนี้จะให้พี่เปล่าๆไม่ได้   ต้องมีของสมน้ำสมเนื้อมาแลกเปลี่ยนกัน”

พ่อหนุ่มหน้าหวานจอมลอยชาย รู้แต่จะกัดหมาท่าเดียว ต่อให้นางมีเงินมากกว่านี้ก็ไม่มอบให้ไปง่ายๆหรอก  
  
“อะไรที่สมน้ำสมเนื้อล่ะ?” มู่หรงเยว่ยิ้มแย้มไปพลางถามไป หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง เขาย่อมให้สัญญา

มู่หรงเสวี่ยหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นจากโต๊ะหินแล้วโยนส่งให้เขา “พี่ท่องจำหนังสือเล่มนี้ให้ได้หมดก่อน แล้วข้าจะมอบเงินให้ท่านหนึ่งแสนสองหมื่นตำลึง” ตำราเล่มนั้นมิใช่อะไรที่สลักสำคัญ เอาไว้แค่ชิมลางนำร่องให้มู่หรงพ่อหนุ่มเสเพลได้เริ่มหัดอ่านเท่านั้น

มู่หรงเยว่รับหนังสือแล้วก้มลงอ่านสันปก เห็นที่หน้าปกเป็นเรื่องเกี่ยวกับโคลงฉันท์กาพย์กลอน ก็เบ้หน้า “เสวี่ยเอ๋อ, เห็นเพียงบรรทัดแรก ก็เหมือนกับเห็นแมลงวันตั้งแถวเกาะติดเป็นพรืด ชวนให้อ้วกแตกอย่างยิ่งแถมยังทำให้รู้สึกคันยุบยิบไปทั้งตัว พวกมันไม่รู้จักข้า, ข้ายิ่งไม่อยากรู้จักมันผ่านเข้ามาในลูกกะตา เจ้าอย่าทำให้ข้าอึดอัดใจจะได้หรือเปล่า, น้องรัก?”

มู่หรงเสวี่ยหน้าคว่ำตั้งแต่ได้ยินคำว่า แมลงวันตั้งแถว แล้ว  มู่หรงเยว่ผู้นี้ท่าทางจะเกลียดตัวอักษรเอาขนาดหนัก  

“ถ้างั้นพี่แวะไปหาลุงหุยหน่อยซิ ร่ำเรียนท่ามวยจากเขาสักสิบกระบวนท่า ฝึกจนคล่องแล้วค่อยกลับมารับเงินแสนกับข้า”

มู่หรงเยว่ไม่ชอบตำรับตำรา ถ้างั้นบังคับฝืนใจเขาไปก็เปล่าประโยชน์ ให้เขาฝึกต่อยตีน่าจะดีกว่า เกอหุยมีวรยุทธ์ไม่เลว...คงสามารถฝึกสอนให้มู่หรงเยว่ได้ไม่ยาก

มู่หรงเยว่ได้ยินคำพูดของนาง ก็นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด “ท่ามวยของลุงหุยมีแต่สอนให้เจ้าย่อๆ แล้วก็ย่อเข่า ย่อแล้วย่อเล่าเฝ้าแต่ย่อ ข้าฝึกวรยุทธ์กับเขามาเป็นสิบปี...เขาสอนกระบวนท่าต่อยตีให้ข้าได้ทั้งหมด 49 ท่า หากเจ้าคิดให้ข้าเรียนเพิ่มอีก 10 ท่า มิใช้เวลาอย่างน้อยสองปีหรอกเรอะ ข้าต้องกระอักเลือดตายก่อนแน่....”

ใบหน้าน่ารักของมู่หรงเสวี่ยเริ่มทมึนดั่งมีพายุกำลังก่อร่างสร้างตัว ท่านั่งม้า หรือย่อเข่าค้างนั้นเป็นสุดยอดพื้นฐานในการฝึกวรยุทธ์ ลุงหุยสั่งให้เขาฝึกย่อเพื่อให้เขามีพลังข้อเท้าและท่อนขาที่แข็งแกร่ง จริงๆเขาสอนท่าที่ทำง่ายที่สุดแล้ว  ตัวโง่งมหน้าหวานนี่ไม่รู้อะไรซะบ้างเลย!

สิบปี, เกอหุยสอนทเขาได้แค่สี่สิบเก้ากระบวน  ไม่ใช่ลุงหุยไม่อยากสอน แต่เจ้าขี้เกียจเยว่น้อยนี่....ฝึกพื้นฐานก็ยังไม่แข็งแกร่ง จะให้ต่อท่าร่างมากกว่านั้นได้อย่างไร  สอนไปทำไม่ได้เดี๋ยวจะเจ็บตัวเอาเปล่าๆ

ให้ท่องตำราก็ตาฝาดเห็นเป็นแมลงวันเรียงแถว ให้ฝึกมวยก็เบื่อไม่อยากทำท่านั่งม้าซะงั้น สุขใดไหนเท่าแข่งกัดหมาซะไม่มี เจ้าคนไม่เอาถ่านแสนจะเฉื่อยชานี่  มันจะสบายมากไปหน่อยแล้ว!!

ฮึๆๆ หากจะเอาเงินจากนางให้ได้  ถึงเบื่อก็ต้องเอา ตาลายก็ต้องไม่ถอย ลืมไปเลยไอ้ความสุโขสโมสรที่คุ้นเคย...

มู่หรงเสวี่ยมองไปยังมู่หรงเยว่ เตรียมจะเปิดปากเอ่ยคำสอนให้สำนึกตนสักเล็กน้อย แต่แล้วจู่ๆ นางก็ปวดแปลบขึ้นที่ทรวงอก ใบหน้าเล็กอ่อนหวานของนางพลันซีดเซียวไร้สีโลหิต เหงื่อเม็ดโตหลายเม็ดผุดขึ้นบริเวณหน้าผากมนเกลี้ยงนั้น....

“เสวี่ยเอ๋อ, เจ้าเป็นอะไรไป?” มู่หรงเยว่เห็นสีหน้านางผิดปกติ รีบก้าวเข้ามาประชิดตัว โอบร่างนางไว้ในวงแขน เอานิ้วเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาและอังดูอุณหภูมิที่หน้าผาก เย็นเฉียบ สีหน้าของเขาซีดแข็งด้วยความตกใจ 

“เจ้า...พิษเย็นเข้าแทรกอีกแล้ว ฉวงซี, เจ้ารีบไปหยิบยาของคุณหนูมาเร็ว!

“ขอรับ ขอรับ นายท่าน!” ฉวงซีคงจะคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดีพอสมควร รีบรับคำสั่งแล้วรีบรุดออกจากห้องด้วยใบหน้าที่สงบควบคุมเป็นอย่างดี

มู่หรงเยว่จับชีพจรของมู่หรงเสวี่ยแล้วค่อยๆเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของนาง พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยนแผ่วเบาดั่งสายลม “เสวี่ยเอ๋อ, น้องพี่ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวยาก็มาแล้ว”

มู่หรงเสวี่ยผงกศีรษะอย่างยากลำบาก ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มีความทรงจำของการต่อสู้กับความเจ็บปวดมาเนิ่นนาน ได้แต่อาศัยยาช่วยพยุงอาการไว้ หากได้รับยาแล้ว, ความเจ็บปวดดังกล่าวก็จะหายไป

“อ้า...”

“อ้า...ฮึกๆๆ”

มีเสียงแปลกๆดังขึ้นติดๆกัน มู่หรงเยว่เหลียวไปมองตามเสียง เห็นคนสวมชุดดำ บนใบหน้าคลุมผ้าปกปิดเอาไว้  กำลังพุ่งตัวกระโดดหนีออกมาจากห้องของมู่หรงเสวี่ย ในอ้อมแขนกอดกล่องไม้กล่องเล็กไว้แน่น

ฉวงซีวิ่งออกจากห้องไล่ตามมาทางหน้าประตู หน้าของหนุ่มน้อยซีดขาวราวกับกระดาษ ทำท่าหมดเรี่ยวหมดแรงตะโกนว่า” นายท่าน, นายท่าน ...มันขโมยยาของคุณหนู”

มู่หรงเยว่สายตาพลันตื่นตระหนก สะกิดเท้ามุ่งไล่ตามหลังคนชุดดำออกไปทันที เขาตะโกนไล่หลังผู้บุกรุกว่า “คืนยามาเดี๋ยวนี้!

แน่นอนคนชุดดำมีหรือจะคืน มันทำเป็นไม่ได้ยิน แต่เบี่ยงตัวหลบการเข้าสกัดของมู่หรงเยว่แล้วเริ่มประมือโต้ตอบกัน

แค่ได้เห็นสองเงาร่างหนึ่งดำหนึ่งน้ำเงินเข้มกำลังพัวพันกันอยู่ เดี๋ยวปัดมือ เดี๋ยวผลัก เดี๋ยวกระชาก เสียงฝ่ามือและหมัดแหวกอากาศต่อเนื่องรุนแรงไม่หยุด

เจ้าคนชุดดำรูปร่างสูงใหญ่กว่ามาก กระบวนท่าออกหมัดก็แคล่วคล่อง ทั้งยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ออกหมัดแต่ละครั้งล้วนแม่นยำและรุนแรง ไร้ความปรานี

มู่หรงเยว่อย่างไรก็ยังอ่อนเยาว์ ประสบการณ์น้อย ซ้ำยังไม่ค่อยขยันหมั่นฝึกซ้อม พอต้องมาปะทะกับศัตรูเอาตรงๆ ทำให้ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

เสียงฝีเท้าดังสับสนตามมา ที่มาถึงก็คือหน่วยคุ้มกันประจำสกุลมู่หรง ทำให้คนร้ายชุดดำฉวยโอกาสฟาดหนึ่งฝ่ามือเข้าที่อกของมู่หรงเยว่ เตรียมสลัดเขาให้หลุดแล้วกะจะเผ่นหนี

แววตาของมู่หรงเสวี่ยเปล่งประกายเหี้ยมโหดขึ้น นางฝืนข่มความเจ็บปวดแล้วชักกระบี่อ่อนที่เอวกระโดดเข้าใส่ชายชุดดำผู้นั้น แทงเข้าใส่เป็นกระบวนท่าต่อเนื่องทำให้ไหล่ซ้ายของชายชุดดำได้รับบาดเจ็บมีรูเลือดทะลักออกมา!

“ตรงนี้ๆ เร็วๆเข้า นักฆ่าวางเพลิงปล้นบ้านอยู่ตรงนี้ อย่าให้มันหนีไปได้!” 

หน่วยคุ้มกันวิ่งเข้ามาถึงพอดี ทั้งหมดล้อมรอบตัวมู่หรงเยว่ มู่หรงเสวี่ยและคนชุดดำไว้กลางวง  ซึ่งขณะนี้ทรุดตัวอยู่ที่พื้นเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ

สายตาของคนชุดดำเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว มันฟาดฝ่ามือลงไปที่กล่องไม้นั้น “ปัง!” กล่องไม้แหลกลาญกลายเป็นผุยผง ขวดยาที่เคยอยู่ในกล่อง...ในบัดนี้ก็กลายเป็นฝุ่นลอยฟุ้งในอากาศพร้อมๆกับกล่องไม้นั่น  แล้วตกเรี่ยลงพื้นปะปนไปกับเม็ดดินที่อยู่บนพื้น

“ปทุมาโลกันต์, ปทุมาโลกันต์ของเสวี่ยเอ๋อ....”มู่หรงเยว่รีบเข้าไปใช้มือกอบฝุ่นผงที่ตกอยู่ที่พื้น แต่ก็ได้แต่ขี้ดิน, เศษขวดและเศษไม้ขึ้นมา ตัวยานั้นซึมหายไปแทบไม่เห็น ดวงตาของหนุ่มน้อยพลันเป็นสีเข้มจัดด้วยอารมณ์เดือดดาล คนชุดดำที่นอนกองอยู่กับพื้นถูกเขาถล่มเตะและระดมหมัดใส่ไม่ยั้ง “เจ้า, ชาติชั่ว...ชดใช้ยาของข้ามา ....ยาของน้องข้า....”

ชายชุดดำก้มหน้านิ่ง ไม่ฮือไม่อือ คงไว้ซึ่งความเงียบ

มู่หรงเสวี่ยเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหน้าอกจนแปลบไปหมด นางไอแห้งๆออกมาต่อเนื่องไม่หยุด นางพยายามจะยังยั้งอาการไอโขลกแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่หอบหายใจกล่าวออกมาว่า “พี่, ไม่ต้องเสียแรงหรอก มันรับคำสั่งมา ถึงตายมันก็ไม่พูดหรอก!


“รับคำสั่งมา?”  มู่หรงเยว่ทวนคำ แล้วยิ่งกราดเกรี้ยวตรงเข้ากระชากคอเสื้อของชายชุดดำนั้น เอ่ยกระโชกถามออกไปว่า “เป็นเยว่อี้เฉินใช้เจ้ามาขโมยปทุมาโลกันต์ ....เป็นคำสั่งของวังจิงเพื่อที่จะใช้ต่อรองกับจวนมู่หรงใช่หรือไม่? ไม่มีใครรู้ว่าเสวี่ยเอ๋อมีพิษเย็นในร่างกาย และจำเป็นต้องใช้ปทุมาโลกันต์เพื่อประทังความเจ็บปวด...นอกจากมัน”

..............................
จบบท

36 ความคิดเห็น:

  1. ไอ้องค์ชายบ้านั่นอีแล้วโอ๊ยๆๆๆๆๆหงุดหงิดๆพระเอกอยู่ไหนค้าช่วยนางเอกเขาด้วย

    ตอบลบ
  2. โอ๊ยยยยย รับไม่ได้ ไอ้ใจร้าย

    ขอบคุณมากค่ะไร้ท์

    ตอบลบ
  3. ชั่วไม่เลิกจริงๆจะมีคนใจดีมาช่วยไหมน้า?

    ตอบลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  5. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  7. สนุกทุกตอน รอตอนต่อปัยน่ค่

    ตอบลบ
  8. ไ่มรู้ว่าตอนนี้พี่นางเอกจะสำนึกได้ยังว่าตัวเองอ่อนหัด

    ตอบลบ
  9. รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆนะคะไรต์

    ตอบลบ
  10. รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆนะคะไรต์

    ตอบลบ
  11. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  12. สนุกมากค่ะ คนเลว ยังงัยก็เลววันยังค่ำเนอะ

    ตอบลบ
  13. เมื่อไรพวกคนเลวจะได้รับบทเรียน

    ตอบลบ
  14. แล้วจะมีใครมาชว่ยหล่ะคราวนี้

    ตอบลบ
  15. กำลังสนุกเลย ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  16. เนี่ย แล้วแบบนี้ยังขี้เกียจฝึกเอาแต่เล่นอีก แบบนี้จะปกป้องดูแลน้องสาวได้ยังไง เมื่อไหร่จะคิดได้หนอคุณพี่ชาย ส่วนองค์ชายสารเลวนี่ก็ยังไม่ยอมเลิกราเนอะ งานนี้นางเอกคงต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ

    ตอบลบ
  17. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  18. ถามนิสสสสสสสมัน 26 ตอนแล้วอะ แต่พระเอกค่าตัวแพง ออกมา 1ตอน แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกซักทีละคะ

    ตอบลบ
  19. ค้าง....ค่า...ค้าง

    ตอบลบ
  20. ค้าง....ค่า...ค้าง

    ตอบลบ
  21. องค์ชายบ้า..หรือว่ายัยฮูหยินแก่หงำเหงือกกันนะชั่วๆๆแบบนี้

    ตอบลบ
  22. อยากฆ่ามันจริงๆ อีอ๋องชั่ว

    อีพี่ชายสำนึกได้สักทีเหอะ เอาดีให้ได้สักที มัวแต่กัดหมาอยู่นั่นแหละ

    ใครจะช่วยนางเนี่ย

    ตอบลบ
  23. เมื่อไรอิจิงอ๋องมันจะตายๆไปซะ เลวเอ๊ยยยย

    ตอบลบ
  24. แกต้องทำขนาดนี้เลยหรออีท่านอ๋อง

    ตอบลบ
  25. เมื่อไกร่พระเอกจะมีบทมากกว่านี้
    เกลียดอดีตคู่หมั้นมาก เลวจริงๆ

    ตอบลบ
  26. สนุกค่ะ🌸😊

    ตอบลบ
  27. หวังว่าพี่แกจะสำนึกได้นะ น้องจะตายเพราะความอ่อนหัดไม่เอาถ่านของแกน่ะ

    ตอบลบ
  28. ลุ้นมาก สนุกมาก ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  29. คนอย่างอวี้เฉิน ไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ น่าจะเป็นคนในตระกูลมากกว่าที่อยากให้ตาย

    ตอบลบ