งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 25 ฉากนองเลือดที่วังจิง


มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เกิดมามีร่างกายอ่อนแอ   แต่เมื่อนางอายุได้สี่ปี   นางต้องพิษเย็น   พิษเย็นจะลามไปทั่วร่าง    และยังความทรมานแก่ผู้ถูกพิษราวกับตายทั้งเป็น   หมอที่เก่งที่สุดทั่วแคว้นฉิงหยางก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีมาขจัดพิษได้   ได้แต่ใช้ปทุมาโลกันต์ที่มีฤทธิ์ร้อนประทังอาการไปก่อน

เรื่องที่มู่หรงเสวี่ยต้องพิษถูกปิดเป็นความลับ   มีเพียงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว,  มู่หรงเยว่ผู้พี่ชาย,  ท่านอ๋องชราจิงหวาง   และเย่วอี้เฉินเท่านั้นที่รู้

ชายชุดดำยังก้มหน้าไม่มีคำพูด

มู่หรงเยว่ออกแรงกระชากคอเสื้อชายชุดดำแล้วลากสะบัดร่างมันให้ไถไปกับพื้น   ตรงเข้าไปกระทืบแล้วกระทืบอีกที่ยอดอกของมัน   จากนั้นเขาก็หมุนตัวก้าวยาวๆไปที่ประตู

นั่นพี่จะไปไหน?”   มู่หรงเสวี่ยถามเสียงอ่อนล้า   ปลายเสียงแหบโหย

ไปวังจิง   ไปหาเย่วอี้เฉิน!”   มู่หรงเยว่ตอบเสียงโมโหโดยไม่ยอมหยุดฝีเท้าหันกลับมามอง

มู่หรงเสวี่ยถามต่อว่า   พี่ไปหาเขาก็ไม่มีประโยชน์   เขาไม่ยอมรับออกมาหรอกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง”

ถึงไม่ยอมรับ   ข้าก็ต้องออกหน้าว่าเขา   ไม่ใช่อยู่เฉยๆให้เขามารังแกโดยไม่ตอบโต้”   มู่หรงเยว่พูดกัดฟันกรอดแล้วผลุนผลันผละออกไป

ในยามนี้อาการเจ็บที่ทรวงอกของมู่หรงเสวี่ยราวกับมีเข็มสักร้อยเล่มทิ่มแทงทั่วร่าง   เหงื่อกาฬไหลชุ่มโชก   เรือนร่างบอบบางนั้นสั่นระริกด้วยความฝืนทนต่อความเจ็บปวด   ทำท่าจะล้มมิล้มแหล่อยู่แล้ว

สาวใช้อันเซียงรีบเข้ามาประคองนาง   คุณหนู,  ให้บ่าวพาท่านเข้าไปพักผ่อน

ไม่ต้อง…..ลากชายชุดดำนั้นขึ้นมา   พามันไปกับข้าที่วังจิงด้วยกัน”    มู่หรงเสวี่ยตัดสินใจอย่างเยือกเย็น   วังจิงกับจวนสกุลมู่หรงมีเรื่องกินแหนงแคลงใจกัน   นางไม่วางใจปล่อยให้มู่หรงเยว่ไปเพียงลำพัง

นางมัวแต่กำจัดสองปลวกแม่ลูกที่ชอนไชที่จวนจึงไม่ได้จับตาดูเยว่อี้เฉิน   เห็นทีจะได้เวลาไปพบหน้าคู่หมั้นเก่าฐานันดรสูงส่งผู้นั้นสักครั้ง

..................................

วังอ๋องจิง

เย่วอี้เฉินสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีม่วงปักลายด้วยไหมทอง   กำลังยืนอยู่หน้าขาหยั่งวาดภาพในศาลาแปดเหลี่ยม  ในมือมีพู่กันหางสุนัขจิ้งจอกขนเส้นเล็กละเอียดสะบัดปาดไปตามแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็ว บังเกิดรูปกุหลาบบานสะพรั่งนับไม่ถ้วนบนกระดาษว่างเปล่า   โดดเด่นมีชีวิตชีวาราวกับจะส่งกลิ่นหอมเย้ายวนออกมาจากหน้ากระดาษ

หวนคำนึงถึงหญิงสาวที่โปรดปรานดอกกุหลาบ  ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาดตา หากวาดภาพกุหลาบส่งให้นาง   นางต้องชอบมากแน่ๆ

นายท่านมู่หรง,  ที่นี่คือวังอ๋องจิง   ท่านจะเข้ามาเช่นนี้ไม่ได้....

ข้ามาวันนี้เพื่อมาพบเย่วอี้เฉิน....

ข้าขออภัยท่านด้วย   นายท่านมู่หรง   ไม่มีคำสั่งจากองค์ชาย   ใครก็เข้าไปรบกวนไม่ได้....

ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องพบเขา   หากชักช้ามิทันการณ์จะเสียเรื่อง...เจ้าคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่...นะ..นี่เจ้าจะทำอะไร?  ปล่อยข้า  เย่วอี้เฉินเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้    ออกมาเลย....

เสียงเอะอะของเด็กหนุ่มดังมาเข้าหู   ดวงตาของเย่วอี้เฉินยิ่งหรี่ลงทุกทีๆ   เขากวาดตามองออกไปเห็นมู่หรงเยว่พยายามจะตรงเข้ามาหาเขา   ทหารองครักษ์ 3-4 คนเข้ากลุ่มรุมยึดแขนขาของมู่หรงเยว่ไว้กำลังจะลากตัวออกไป...

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงวังจิง,   คาดว่าจะผลุนผลันมาทันทีที่เกิดเหตุ!

เย่วอี้เฉินลอบยกริมฝีปากอย่างสาสมใจ   ก่อนที่จะโบกมือไล่ทหารองครักษ์ให้ถอยห่างออกไป   ทหารเหล่านั้นก็ปล่อยมือจากการยึดรั้งมู่หรงเยว่   ถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง

มู่หรงเยว่มองจ้องเข้าไปในศาลาแปดเหลี่ยมด้วยสีหน้าหม่นหมอง   ยื่นมือออกไปทำท่ารอรับสิ่งของจากเย่วอี้เฉิน    กล่าวออกไปตามตรงมิได้ประดิษฐ์ประดอยคำพูดว่า   เยว่อี้เฉิน,  ข้ามาเอาปทุมาโลกันต์

ปทุมาโลกันต์มีต้นกำเนิดอยู่ที่ภูเขาไฟยันชันซึ่งอยู่ในมณฑลยุนหนาน    วังอ๋องจิงอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่มณฑลยุนหนานแห่งนั้้น   ยามเมื่อปทุมาโลกันต์เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ   ส่วนใหญ่ก็จะถูกนำมาเก็บไว้ที่วังแห่งนี้    มีเพียงส่วนน้อยที่หลุดออกสู่ภายนอก

ปทุมาโลกันต์ห้าปีเก็บเกี่ยวได้หนึ่งครั้ง   ทุกๆห้าปีมีผลผลิตน้อยซะยิ่งกว่าน้อย  เนื่องจากมีจำนวนน้อยหายากเช่นนี้, ปทุมาโลกันต์ที่มู่หรงเสวี่ยจำเป็นต้องใช้  ถูกท่านพ่อ มู่หรงเยวี่ย และเกอหุยค่อยๆรวบรวมซื้อหาจากร้านสมุนไพรใหญ่ๆมาเก็บไว้ทีละเล็กละน้อย    ตอนนี้ปทุมาโลกันต์ที่รวบรวมไว้ก็โดนมือมืดสั่งทำลายไปหมดแล้ว    กะทันหันเช่นนี้,  มู่หรงเยว่ไม่รู้จะไปหาปทุมาโลกันต์ได้จากไหน   ได้แต่แบกหน้ามาขอจากวังจิง

ดวงตาวับวาวของเย่วอี้เฉินส่องล้อกับแสงธรรมชาติ   จ้องจับสนใจแต่ภาพที่กำลังเขียน  ให้ความรู้สึกของบัณฑิตจับพู่กันชวนให้ผู้คนที่ชมดูอดนับถือยกย่องไม่ได้    เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขอปทุมาโลกันต์ของวังจิง?”

เหตุผลเพราะว่าเจ้าส่งคนไปทำลายปทุมาโลกันต์ของน้องข้านะซิ!”    มู่หรงเยว่สีหน้าขมขื่นจ้องใบหน้าขององค์ชายจิง   หากยานั่นยังอยู่,  น้องสาวของข้าถึงจะรอดปลอดภัย   มิเช่นนั้นแล้ว,  ไหนเลยข้าจะมาเหยียบวังจิง

ยาของมู่หรงเสวี่ยถูกทำลาย... ก็เป็นเพราะจวนสกุลมู่หรงกวดขันดูแลไม่รัดกุมเอง   เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”   น้ำเสียงของเย่วอี้เฉินช่างแจ่มใส

มู่หรงเยว่กัดฟันดังกรอดๆ   เจ้าไม่ต้องพูดมาก บอกมาว่าจะมอบปทุมาโลกันต์ให้ข้าหรือไม่?”

มู่หรงเสวี่ยเอ่ยวาจาขอถอนหมั้นกับข้า   บัดนี้นับได้ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับทางวังจิงอีก   หากข้ามอบปทุมาโลกันต์ให้เจ้าไปทั้งอย่างนี้...ก็นับว่าไม่ถูกต้อง”   เย่วอี้เฉินตอบเสียงสบายๆ

ยังไงเจ้าก็จะเอาน้องสาวข้าเป็นอนุให้ได้ใช่ไหม,  เจ้าถึงจะพอใจ!   พอน้องสาวข้าไม่ยินยอม,  เจ้าก็ใช้วิธีสกปรกบีบให้นางต้องยินยอม,  กระทำการโสมมมิต่างกับอันธพาลเช่นนี้...เจ้าไม่นึกละอายใจสักนิดบ้างเชียวเหรอ?   ตอนนี้พิษเย็นในตัวน้องสาวข้ากำเริบ   มีเพียงปทุมาโลกันต์เท่านั้นที่จะทำให้นางรอดชีวิตจากคืนนี้ไปได้   มิเช่นนั้นนางก็คงต้องตาย”   สายตามู่หรงเยว่จ้องเป๋งไปที่เย่วอี้เฉิน   ดวงตาแทบจะลุกโพลงด้วยความแค้น

เย่วอี้เฉินพูดเปรยออกมาด้วยท่าทีเรื่อยๆ   มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เป็นอะไรกับข้า   นางจะเป็นจะตายก็ไม่ได้เกี่ยวกับข้ามิใช่หรือ?”

เจ้า!”มู่หรงเยว่จำต้องเก็บกลืนคำพูด   เขารับรู้ว่าถึงทะเลาะกับเย่วอี้เฉินไป ก็ไม่ได้ช่วยให้มันมอบปทุมาโลกันต์ให้อยู่ดี

หากวังจิงไม่อยากให้สิ่งของมาโดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน   ก็เชิญบอกราคามา   จะเป็นเงินหรือทองคำ   ทางสกุลมู่หรงไม่เกี่ยง

วังจิงมิเคยขาดแคลนทรัพย์สิน   ต่อให้เจ้าเสนอราคามาเท่าไร...ข้าก็ไม่ขายปทุมาโลกันต์ให้!   หากเจ้าคิดใช้ปทุมาโลกันต์ยื้อชีวิตมู่หรงเสวี่ย   มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือ...ส่งมู่หรงเสวี่ยมาที่วังจิง   แต่งเข้าเป็นอนุที่วังข้า!

คำสุดท้ายที่เย่วอี้เฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกังวานนั้นทำให้สีหน้าของหนุ่มน้อยดำคล้ำ   ดวงตาแดงฉานราวกับจะพ่นไฟได้

เย่วอี้เฉินมิได้ใส่ใจท่าทีของมู่หรงเยว่   เขาแหงนหน้าขึ้นมองคะเนเวลาบนท้องฟ้า   แล้วเอ่ยแนะนำด้วยท่าทางใจดี   เจ้ายังพอมีเวลาให้ใคร่ครวญสักหนึ่งหรือสองชั่วยาม!

ไม่ต้องใคร่ครวญอะไรทั้งสิ้น,  ข้ามีคำตอบให้ท่าน,  องค์ชายจิง”   มู่หรงเสวี่ยเผยเงาร่างของนาง   นางเดินเข้ามาด้วยการประคับประคองของอันเซียง   น้ำเสียงของนางแตกพร่า   ใบหน้าดวงเล็กนั้นซีดเผือดปราศจากเลือด   ร่างบอบบางนั้นให้อารมณ์นึกถึงต้นหลิวที่ไหวลู่ระทดระทวยไปกับแรงลม   เพียงอย่างเดียวที่ขัดแย้งกับทุกสิ่งคือ   ดวงตาดำขลับที่สุกไสวโชติช่วงด้วยความดื้อดึงและแข็งแกร่งอย่างมิยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ   ข้ายอมสิ้นชีพเสียดีกว่า   จะแต่งเข้าเป็นอนุให้ท่านเชยชม!

เย่วอี้เฉินชะงักมือจากการวาดภาพ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม   แดงเข้มขึ้นด้วยความโมโห   ดวงตาคมกริบจับจ้องที่มู่หรงเสวี่ย

มู่หรงเสวี่ยละความสนใจจากชายหนุ่ม   ลากฉุดเจ้าคนชุดดำที่มาด้วยให้มายังเบื้องหน้าของเย่วอี้เฉิน   นางยิ้มพร้อมกับกล่าวคำพูดว่า   ชายผู้นี้คือคนร้ายรับคำสั่งมาให้ทำลายยาของข้า   มันไม่ยอมให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์กับข้า ทำให้ข้าไม่สามารถหาตัวคนบงการได้   ถ้างั้นก็ให้มันตายไปล่วงหน้ารอรับใช้ข้าหลังความตายก็แล้วกัน”  

พูดขาดคำ,  มู่หรงเสวี่ยก็ใช้ปิ่นปักผมกดปาดเข้าที่ลำคอของชายผู้นั้น   ตัดเส้นเลือดใหญ่ตรงบริเวณนั้นจนขาดรุ่งริ่ง   เลือดทะลักออกจากรอยบาดแผลออกมาเป็นสาย  ไหลโจ๊กราวกับน้ำพุ่งสูงไปถึงยอดของเสาของศาลา   เลือดกองไหลนองเป็นแอ่ง

ร่างของชายชุดดำอ่อนปวกเปียกนอนราบไปกับพื้น   ดวงตายังเบิกโพลง   แต่ตาดำนั้นขุ่นมัวสิ้นแล้ว!

แสงแดดลูบไล้อ้อยอิ่งอยู่ที่ปิ่นปักผม สะท้อนเงาคมของมันให้แสงเจิดจ้า   กลิ่นของเลือดคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   ก่อให้เกิดบรรยากาศสยดสยองของความตาย.....


..............................

จบบท



มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เกิดมามีร่างกายอ่อนแอ   แต่เมื่อนางอายุได้สี่ปี   นางต้องพิษเย็น   พิษเย็นจะลามไปทั่วร่าง    และยังความทรมานผู้ถูกพิษราวกับตายทั้งเป็น   หมอที่เก่งที่สุดก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีมาขจัดพิษได้   ได้แต่ใช้ปทุมาโลกันต์ที่มีฤทธิ์ร้อนประทังอาการไปก่อน


เรื่องที่มู่หรงเสวี่ยต้องพิษถูกปิดเป็นความลับ   มีเพียงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว,  มู่หรงเยว่ผู้พี่ชาย,  ท่านอ๋องชราจิงหวาง   และเย่วอี้เฉินเท่านั้นที่รู้

ชายชุดดำยังก้มหน้าไม่มีคำพูด

มู่หรงเยว่ออกแรงกระชากคอเสื้อชายชุดดำแล้วลากสะบัดร่างมันให้ไถไปกับพื้น   ตรงเข้าไปกระทืบแล้วกระทืบอีกที่ยอดอกของมัน   จากนั้นเขาก็หมุนตัวก้าวยาวๆไปที่ประตู

“นั่นพี่จะไปไหน?”   มู่หรงเสวี่ยถามเสียงอ่อนล้า   ปลายเสียงแหบโหย

“ไปวังจิง   ไปหาเย่วอี้เฉิน!”   มู่หรงเยว่ชะงักเท้า   แล้วตอบเสียงโมโหโดยไม่เหลียวหลังกลับมา

มู่หรงเสวี่ยถามต่อว่า   “พี่คิดจะไปสอบถามให้เขายอมรับกับปากว่าเขาเป็นผู้บงการใช่หรือไม่?”

“ถึงไม่ยอมรับ   ข้าก็ต้องออกหน้าว่าเขา   ไม่ใช่อยู่เฉยๆให้เขามารังแกโดยไม่ตอบโต้”   มู่หรงเยว่พูดกัดฟันกรอดแล้วผลุนผลันผละจากไป

ในยามนี้อาการเจ็บที่ทรวงอกของมู่หรงเสวี่ยราวกับมีเข็มสักร้อยเล่มทิ่มแทงเข้ามา   ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยเหงื่อ   เรือนร่างบอบบางนั้นสั่นระริกด้วยความฝืนทนต่อความเจ็บปวด   ทำท่าจะล้มมิล้มแหล่อยู่แล้ว

สาวใช้รีบเข้ามาพยุงนาง   “คุณหนู,  ให้บ่าวพาท่านเข้าไปพักผ่อน”

“ไม่ต้อง”

ลากชายชุดดำนั้นขึ้นมา   พวกเจ้ากับข้าไปที่วังจิงด้วยกัน”   มู่หรงเสวี่ยตัดสินใจอย่างเยือกเย็น   วังจิงกับจวนสกุลมู่หรงกินแหนงแคลงใจกัน   นางไม่วางใจปล่อยให้มู่หรงเยว่ไปเพียงลำพัง

นางมัวแต่กำจัดปลวกที่ชอนไชที่จวนจึงไม่ได้จับตาดูเยว่อี้เฉิน   ทำให้เยว่อี้เฉินนั่งดูเสือกัดกันอยู่บนภูอย่างสำราญใจ  เฝ้ารอจนได้โอกาสเหมาะๆปล่อยหมัดหนักพิชิตนางผู้เป็นคู่หมายเก่าในยามเผลอจนได้

..................................

วังอ๋องจิง

เย่วอี้เฉินสวมอากรณ์สีน้ำตาลแดง   กำลังพักผ่อนอิริยาบถอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยม   เขาตั้งท่าจรดพู่กันสะบัดปาดไปตามแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็ว บังเกิดรูปกุหลาบบานสะพรั่งนับไม่ถ้วน   โดดเด่นมีชีวิตชีวาราวกับจะส่งกลิ่นหอมเย้ายวนออกมาจากหน้ากระดาษ

สตรีมักชอบกุหลาบงาม   ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาดตา หากวาดภาพกุหลาบส่งให้นาง   นางต้องชอบมากแน่ๆ

“นายท่านมู่หรง,  ที่นี่คือวังอ๋องจิง   ท่านจะเข้ามาเช่นนี้ไม่ได้....”

“ข้ามาวันนี้เพื่อมาพบเย่วอี้เฉิน....”

“ข้าขออภัยท่านด้วย   นายท่านมู่หรง   ไม่มีคำสั่งจากองค์ชาย   ใครก็เข้าไปรบกวนไม่ได้....”

“ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องพบเขา   หากชักช้ามิทันการณ์จะเสียเรื่อง...เจ้าคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่...นะ..นี่เจ้าจะทำอะไร?  ปล่อยข้า  เย่วอี้เฉินเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้    ออกมาเลย....”

เสียงเอะอะของเด็กหนุ่มดังมาเข้าหู   ดวงตาของเย่วอี้เฉินยิ่งหรี่ลงทุกทีๆ   เขากวาดตามองออกไปเห็นมู่หรงเยว่พยายามจะฝ่าทหารองครักษ์เข้ามายังภายใน   ทหารองครักษ์ 3-4 คนเข้ากลุ่มรุมยึดแขนขาเข้าไว้กำลังจะลากตัวออกไป...

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงวังจิง,   คาดว่าจะผลุนผลันมาทันทีที่เกิดเหตุ!

เย่วอี้เฉินลอบยกริมฝีปากอย่างสาสมใจ   ก่อนที่จะโบกมือไล่ทหารองครักษ์ให้ถอยห่างออกไป   ปล่อยมือจากการยึดรั้งมู่หรงเยว่   ถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง

มู่หรงเยว่มองจ้องเข้าไปในศาลาแปดเหลี่ยมด้วยสีหน้าหม่นหมอง   ยื่นมือออกไปทำท่ารอรับสิ่งของจากเย่วอี้เฉิน    กล่าวออกไปตามตรงมิได้อ้อมค้อมว่า   “เยว่อี้เฉิน,  ข้ามาเอาปทุมาโลกันต์”

ปทุมาโลกันต์มีต้นกำเนิดอยู่ที่ภูเขาไฟยันชันซึ่งอยู่ในมณฑลยุนหนาน    วังอ๋องจิงอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่มณฑลยุนหนานแห่งนั้้น   ยามเมื่อปทุมาโลกันต์เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ   ส่วนใหญ่ก็จะถูกนำมาเก็บไว้ที่วังแห่งนี้    มีเพียงส่วนน้อยที่ปล่อยกระจายสู่ภายนอก

ปทุมาโลกันต์ห้าปีเก็บเกี่ยวได้หนึ่งครั้ง   ทุกๆห้าปีมีผลผลิตน้อยซะยิ่งกว่าน้อย   แต่เดิม,  มู่หรงเสวี่ยจำเป็นต้องใช้ปทุมาโลกันต์ในการเยียวยา   ส่วนแบ่งส่วนใหญ่ที่วังอ๋องจิงเก็บไว้ก็จะทำการจัดส่งมาให้ยังจวนสกุลมู่หรงมิได้ขาด   ตอนนี้บรรดาร้านยาและสมุนไพรที่พอมีเก็บอยู่บ้างเล็กน้อยก็โดนมือมืดสั่งทำลายไปหมด    กะทันหันเช่นนี้ มู่หรงเยว่ไม่รู้จะไปหาปทุมาโลกันต์ได้จากไหน   ได้แต่แบกหน้ามาขอจากวังจิง

ดวงตาวับวาวของเย่วอี้เฉินส่องล้อกับแสงธรรมชาติ   ดูหล่อเหลาและชั่วร้ายชวนให้ผู้คนที่ชมดูใจเต้น   “ปทุมาโลกันต์ของวังจิง,  อยู่ๆจะให้เจ้าไปเปล่าๆได้เช่นไร?”

“เหตุผลเพราะว่าเจ้าส่งคนไปทำลายปทุมาโลกันต์ของน้องข้านะซิ!”   มู่หรงเยว่สีหน้าขมขื่นจ้องใบหน้าขององค์ชายจิง   “หากยานั่นยังอยู่,  น้องสาวของข้าถึงจะรอดปลอดภัย   มิเช่นนั้นแล้ว ไหนเลยข้าจะมาเหยียบวังจิง”

ยาของมู่หรงเสวี่ยถูกทำลาย... ก็เป็นเพราะจวนสกุลมู่หรงกวดขันดูแลไม่รัดกุมเอง   เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”   น้ำเสียงของเย่วอี้เฉินช่างแจ่มใส

มู่หรงเยว่กัดฟันดังกรอดๆ   “เจ้าถ้าไม่ใช่เจ้าจะเป็นใครที่คิดทำลายปทุมาโลกันต์ของน้องข้า!

“มู่หรงเสวี่ยเอ่ยวาจาขอถอนหมั้นกับข้า   บัดนี้นับได้ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับทางวังจิงอีก   หากข้ามอบปทุมาโลกันต์ให้เจ้าไปทั้งอย่างนี้...ก็นับว่าไม่ถูกต้อง”   เย่วอี้เฉินตอบเสียงสบายๆ

“ยังไงเจ้าก็จะเอาน้องสาวข้าเป็นอนุให้ได้ใช่ไหม,  เจ้าถึงจะพอใจ!   พอน้องสาวข้าไม่ยินยอม,  เจ้าก็ใช้วิธีสกปรกบีบให้นางต้องยินยอม,  กระทำการโสมมมิต่างกับอันธพาลเช่นนี้ได้เยี่ยงไร?   ตอนนี้พิษเย็นในตัวน้องสาวข้ากำเริบ   มีเพียงปทุมาโลกันต์เท่านั้นที่จะทำให้นางรอดชีวิตจากคืนนี้ไปได้   มิเช่นนั้นนางก็คงต้องตาย”   สายตามู่หรงเยว่จ้องเป๋งไปที่เย่วอี้เฉิน   ดวงตาแทบจะลุกโพลงด้วยความแค้น

เย่วอี้เฉินพูดเปรยออกมาด้วยท่าทีเรื่อยๆ   “หากว่ามู่หรงเสวี่ยยังเป็นคู่หมายของข้าอยู่   ความเป็นความตายของนางก็ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของข้าด้วย”

“เจ้า!

“หากวังจิงไม่อยากให้สิ่งของมาโดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน   ก็เชิญบอกราคามา   จะเป็นเงินหรือทองคำ   ทางสกุลมู่หรงไม่เกี่ยง”

“วังจิงมิเคยขาดแคลนทรัพย์สิน   ต่อให้เจ้าเสนอราคามาเท่าไร...ข้าก็ไม่ขายปทุมาโลกันต์ให้!   หากเจ้าคิดใช้ปทุมาโลกันต์ยื้อชีวิตมู่หรงเสวี่ย   มีเพียงทางเดียวเท่านั้นคือ...ส่งมู่หรงเสวี่ยมาที่วังจิง   แต่งเข้าเป็นอนุที่วังข้า!

คำสุดท้ายที่เย่วอี้เฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกังวานนั้นทำให้สีหน้าของหนุ่มน้อยดำคล้ำ   ดวงตาแดงฉานราวกับจะพ่นไฟได้

เย่วอี้เฉินมิได้ใส่ใจท่าทีของมู่หรงเยว่   เขาแหงนหน้าขึ้นมองคะเนเวลาบนท้องฟ้า   แล้วเอ่ยออกมาว่า   “เจ้ายังมีเวลาให้ใคร่ครวญสองชั่วยาม!

“ไม่ต้องใคร่ครวญอะไรทั้งสิ้น,  ข้ามีคำตอบให้ท่าน,  องค์ชายจิง”   มู่หรงเสวี่ยเผยเงาร่างของนาง   มุ่งตรงเข้ามา   น้ำเสียงของนางแตกพร่า   ใบหน้าดวงเล็กนั้นซีดเผือดปราศจากเลือด   ร่างบอบบางนั้นให้อารมณ์นึกถึงต้นหลิวที่ไหวลู่ระทดระทวยไปกับแรงลม   เพียงอย่างเดียวที่ขัดแย้งกับทุกสิ่งคือ ดวงตาดำขลับที่สุกไสวโชติช่วงด้วยความดื้อดึงและแข็งแกร่งอย่างมิยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ   “ข้ายอมสิ้นชีพเสียดีกว่า   จะแต่งเข้าเป็นอนุให้ท่านเชยชม!

ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม   แดงเข้มขึ้นด้วยความโมโห   ดวงตาคมกริบจับจ้องที่มู่หรงเสวี่ยไม่คลาดคลา!

มู่หรงเสวี่ยละความสนใจจากชายหนุ่ม   ลากฉุดเจ้าคนชุดดำที่มาด้วยให้มายังเบื้องหน้าของเย่วอี้เฉิน   นางยิ้มพร้อมกับกล่าวคำพูดว่า   “ชายผู้นี้รับคำสั่งมาให้ทำลายยาของข้า   ทั้งยังจงรักภักดีต่อผู้เป็นนายที่อยู่เบื้องหลังอย่างยิ่ง   มาตรแม้นว่ายอมตายซะดีกว่าจะหักหลังผู้เป็นนาย   ข้าจะส่งเสริมมัน   ให้มันชดใช้ความผิดที่ทำไว้!”   พูดขาดคำ,  มู่หรงเสวี่ยก็ใช้ปิ่นปักผมปักเจาะเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของชายผู้นั้น   เลือดทะลักออกจากรูกลวงของตัวปิ่นออกมาเป็นสาย  ไหลโจ๊กราวกับน้ำพุ่งออกจากท่อ

ร่างของชายชุดดำอ่อนปวกเปียกนอนราบไปกับพื้น   ดวงตายังเบิกโพลง   แต่ตาดำนั้นขุ่นมัวสิ้นแล้ว!



แสงอาทิตย์ยังคงสาดส่องให้เห็นทุกสิ่งได้อย่างเด่นชัด   กลิ่นของเลือดคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   ก่อให้เกิดบรรยากาศสยดสยองของความตาย.....


.....................................
จบบท

30 ความคิดเห็น:

  1. นางโหดมาก แต่ก็สมควรทำแบบนี้แล้ว

    ตอบลบ
  2. ค้างสุดดดดด แต่ชอบ ไม่คือไม่ จบนะแก โมโหแทน ฮึ

    ตอบลบ
  3. โหดได้สะใจมากกกกก.. ลุ้น ลุ้น พระเอกจะออกมาช่วยมั้ย....ค่าตัวแพงมากกกก 556 ขอบคุณค๊า..

    ตอบลบ
  4. พี่ชายข้าทำไมถึงงี่เง่าแสนโง่งมมาให้เขาตอกหน้าถึงที่เช่นนี้มิควรจริงๆเลย

    ตอบลบ
  5. สมควรโดน คนอะไรทำไมใจร้ายขนาดนี้ แล้วใครจะช่วยนางเอกได้ อย่าบอกนะว่าไอ้เจ้าคนนั้นจะบังคับให้นางแต่งเป็นอนุในตอนนี้อีก


    ขอบคุณไร้ท์มากค่ะ

    ตอบลบ
  6. เย่วอี้เฉินสารเลวจริงๆ

    ตอบลบ
  7. เลวจริงๆตายดีกว่าได้สามีอย่างนี้

    ตอบลบ
  8. ตามมาอ่านโดยเร็ว แล้วรีบกลับไปส่งคะแนนให้จ้า ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้น แทบจะนั่งเปิดหน้าเว็บทุกชั่วโมงแล้ว

    ตอบลบ
  9. องค์ชายจิงนี่เลวได้โล่ห์มาก นางเอกเราต้องเข้มแข็งจริงๆถึงสู้กับคนเลวหน้าหนาระดับนี้ได้ สงสารนางเอก พี่ชายก็ไม่เอาอ่าว้ลย

    ตอบลบ
  10. องค์ชายจิงนี่เลวได้โล่ห์มาก นางเอกเราต้องเข้มแข็งจริงๆถึงสู้กับคนเลวหน้าหนาระดับนี้ได้ สงสารนางเอก พี่ชายก็ไม่เอาอ่าว้ลย

    ตอบลบ
  11. นางเอกสู้ๆทีมนางเอกจ้า

    ตอบลบ
  12. นางเอกสู้ๆทีมนางเอกจ้า

    ตอบลบ
  13. โอ๊ยสะใจอย่างยิ่งคนอะไรหน้าไม่อายเขาก็บอกไม่แต่งๆยังจะเอามันน่าตืบจริงๆ

    ตอบลบ
  14. โอ๊ยยย เสวี่ยเอ๋อร์เอาใจเจ้ไปเลยยยยย

    ตอบลบ
  15. อิจิง ยังเป็นผู้ชายอยู่มั้ย เลวแบบนี้ใส่กระโปรงเหอะ เหอๆๆๆ

    ตอบลบ
  16. หึหึ นางต้องโหด เจอแบบนี้ต้องจัดหนัก พวกนิสัยไม่ดี ทำทุกอย่างเพื่อบีบนาง จัดหนักเลยเสวี่ยเอ๋อ

    ตอบลบ
  17. หึหึ นางต้องโหด เจอแบบนี้ต้องจัดหนัก พวกนิสัยไม่ดี ทำทุกอย่างเพื่อบีบนาง จัดหนักเลยเสวี่ยเอ๋อ

    ตอบลบ
  18. จัดว่าเด็ดขาด สุดยอดค่ะ

    ตอบลบ
  19. ใครจะช่วยนางคะเนี่ย

    แล้วก็ค้างต่อไป

    ขอบคุณค่ะ แต่ตอนนี้สั้นจังเนอะ ไม่สะใจเลย

    ตอบลบ
  20. พระเอกค่าตัวแพงจะมาเมื่อไหร่เนี่ย นางเอกจะตายแล้วนะ! องค์ชายนี่รังแกคนไม่สนวิธีเลยจริงๆ น่ารังเกียจนัก!

    ตอบลบ
  21. อืม นี่ทำให้ครุ่นคิดไปว่า เหตุใด เสวี่ยถึงได้ต้องพิษเย็น และบังเอิญที่ ยาแก้จำเป็นต้องไปอยู่ในจวนอ๋องจิง ทำไมชะตาถึงได้เล่นตลกหรือตั้งใจ ทำไมต้องเป็นนางเอกที่โดนพิษเย็นแทนที่จะเป็นพี่ชายนางมันต้องมีเงื่อนงำอะไรซักอย่างอ๋องจิงมันก็ไม่เลิก

    ตอบลบ
  22. อะไรจะอยากชนะนางขนาดนั้น นี่มันโจรชัดๆ ถึงขนาดทำลายยา ชอบพี่น้องสกุลมู่จริงๆ เด็ดมาเ

    ตอบลบ
  23. ขอบคุณค่ะ
    ใจเด็ดมากอิหนู

    ตอบลบ
  24. โหยยย น้องนางช่างโหดดดด ไม่มีแรงแต่ทำไมเจาะคอด้วยปิ่นได้ล่ะเนี่ยย ปิ่นไม่ได้คมขนาดนั้นนน???

    ตอบลบ
  25. เมื่อบักหำนี้จะเลิกตามมาตอแยสักที

    ตอบลบ
  26. ตอนแรกไม่คิดว่าอี้เฉินจะทำเรื่องชั่วช้าถึงเพียงนี้
    สงสารแต่นางเอก จะหายาที่ไหนมารักษาตัว

    ตอบลบ