วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 26 ท้าทาย




สีหน้าเย่วอี้เฉินแข็งขึง   มู่หรงเสวี่ยตั้งใจเด็ดชีพชายชุดดำที่เขาส่งไป   นางมิอาจรีดความเอาจากมันว่าผู้ใดส่งมันมา   จึงจงใจเด็ดชีพมันต่อหน้าเขาผู้ซึ่งชักใยอยู่เบื้องหลัง  นี่เท่ากับตบหน้าท้าทายเขาชัดๆ!

นำทัพออกสงครามมาหลายปี   นี่เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายตรงข้ามมาท้าทายเขาซึ่งๆหน้า   ไม่คิดจะประมาณตน   แต่กลับยั่วเขาขึ้นอย่างยิ่ง!

“พี่,   พวกเราไปกันเถอะ!”   มู่หรงเสวี่ยเช็ดกำจัดหยดเลือดที่ติดอยู่ที่ปลายปิ่นด้วยผ้าเช็ดหน้า   แล้วตั้งท่าจะจากไป

“เสวี่ยเอ๋อ,   เดี๋ยวก่อน....”

“องค์ชายจิงมีภารกิจมาก   มีหลายสิ่งต้องกระทำ   พวกเราไม่ควรอยู่รบกวน ไปกันเถอะ!”   มู่หรงเสวี่ยยิ้มขณะพูดขัดประโยคของมู่หรงเยว่   มือก็ฉุดดึงแขนของเขาให้ออกมาด้วยกัน

เงาร่างบอบบางของนางหายลับไปแล้ว   ที่ยังคงจ้องมองตามอยู่...ก็คือเย่วอี้เฉิน   จู่ๆเขาก็หันมากวาดทำลายข้าวของที่อยู่บนโต๊ะหินจนร่วงกระเด็นลงกับพื้น ทั้งแท่นหมึกและพู่กัน   รวมทั้งขาหยั่งที่ใช้ตั้งภาพ   จนทำให้ภาพกุหลาบขาวดำที่เขียนไว้หล่นซับเลือดจนหน้ากระดาษแดงฉาน   เป็นสีแดงที่แสบทรวงชวนสะท้านอารมณ์อย่างยิ่ง!

เย่วอี้เฉินยังคงติดตรึงกับภาพร่างอ้อนแอ้นของมู่หรงเสวี่ยที่ผละจากไป ทรวงอกพลันเกิดอารมณ์ไม่คุ้นเคย   จะว่าโกรธก็ไม่ใช่   ภาพที่นางเดินจากไป ไม่นำพากับพิษเย็นที่กำเริบในกาย    สีหน้าทรนงราวกับไม่หวั่นเกรงต่อความตายตรงหน้า.....

ซูเทียนโย่วปราดเข้ามา  มองตามแผ่นหลังที่ถึงแม้จะเหยียดตั้งตรง   แต่ก็พอมองเห็นอาการสั่นสะท้านไม่ปกติของมู่หรงเสวี่ย   ทั้งการเคลื่อนไหวของนางถึงแม้จะมีฝีเท้าที่มั่นคงแต่ก็สามารถสังเกตุเห็นความไร้เรี่ยวแรงในการขยับ   “องค์ชาย นี่พวกเราใช่บีบบังคับพวกเขาเกินไปหน่อย?”

เย่วอี้เฉินเหลือบตามอง   “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

แฝดมู่หรงเยว่กับมู่หรงเสวี่ย,   ปีนี้เพิ่งอายุสิบสี่ปี,   ยังถือว่าเป็นแค่เด็กไม่โตเต็มที่แต่กลับต้องมาประสบเคราะห์ภัยหลายอย่าง   บิดามารดาก็ตายจาก   ถูกสูบเลือดสูบเนื้อจากย่ากับอาตัวเองจนใกล้จะหมดเนื้อหมดตัวอยู่แล้ว   แทบจะไม่มีใครเหลือให้พึ่งพาได้   มิต่างจากลูกนกที่กำลังหวาดกลัวไปทุกสิ่ง มีแต่อารมณ์หวาดระแวงระแวดระวัง พวกเราเลือกใช้กลวิธีกลั่นแกล้งเช่นนี้   ข้าเกรงว่ายิ่งบีบ พวกเขาก็จะยิ่งโต้ตอบกลับอย่างรุนแรง"

ถึงแม้ซูเทียนโย่วไม่รู้จักพิษเย็นสักเท่าไร    แต่ก็พอรู้จากคำบอกเล่าว่าเป็นยาพิษที่แปลกประหลาดอยู่สักหน่อย   ไม่มียาถอนพิษ   มีเพียงใช้ปทุมาโลกันต์เพื่อประทังยามอาการกำเริบ   ยามมีอาการพิษเย็นกำเริบ   จะทำให้คนที่ได้รับพิษเจ็บปวดเจียนตาย   ตายยังจะสบายกว่าอยู่....

ปทุมาโลกันต์ของมู่หรงเสวี่ยถูกทำลายไปแล้ว   นอกจากนางไม่ซบหน้าร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียง   แต่นางกลับวิ่งมาเผชิญหน้าองค์ชายจิง   แหงนหน้าหัวเราะเสียงโหดเหี้ยมแล้วสวมบทฆาตกรโหด   เจาะคอคนที่ทำลายยาของนางจนเลือดไหลออกมาเป็นลำปล้อง    ช่างเกินความคาดหมาย....มิใช่ซิ   มันหลุด...หลุดจากสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ซะไกล!

สรุปได้ว่า....นางช่างเย่อหยิ่ง   มั่นอกมั่นใจและทรนง   มิยอมคุกเข่าขอความเมตตาใดๆ   หากท่านตีนางแรงขึ้นเท่าใด   ผลสะท้อนตอบแทนจากนางจะเด้งคืนท่านมาแรงกว่าหลายเท่า!

“เราน่าจะลองวิธีการประนีประนอมดู,   ทำให้นางจิตใจอ่อนไหวมอบเหตุผลกับนาง   ให้นางรู้สึกว่าองค์ชายไม่มีเจตนามุ่งร้าย...”

เย่วอี้เฉินครุ่นคิด   เขาแต่งกับมู่หรงเสวี่ยเพราะมีแผนการณ์ซ่อนเร้นก็จริง   แต่ก็มิได้ประสงค์ชีวิตของพวกเขา

ตอนนี้มู่หรงเยว่ยังเยาว์วัยอยู่    ทั้งยังมีชื่อเสียงไม่ค่อยจะดี   ไม่ใช่คู่มือของตู้ฮูหยินด้วยซ้ำ   รออีกแค่ไม่เกินห้าปีเท่านั้น  ฮูหยินชรานั่นก็จะเข้าควบคุมบงการจวนสกุลมู่หรงได้อย่างง่ายดาย   ตอนนั้นฮูหยินเฒ่าจะไว้ชีวิตมู่หรงเยว่หรือไม่ก็ไม่อาจรับรองได้!

ถ้าตัวมู่หรงเสวี่ยแต่งเข้ามาในวังอ๋องจิงแล้ว   มู่หรงเยว่ก็จะได้ชื่อว่าเป็นพี่เขยของเขา   เขาสามารถเป็นแผ่นฟ้าปกป้องตัวมู่หรงเยว่ได้   ให้เขายังมีชีวิตยืนยาวอยู่รอดปลอดภัยใช้ชีวิตสุขสบายตามเดิมที่จวนสกุลมู่หรง   ตัวมู่หรงเสวี่ยเองก็จะมีปทุมาโลกันต์เพียงพอไปตลอด ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนต่อไป

น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาพึงพอใจ   ตอนนั้นพวกเขาก็จะได้สมดังปรารถนาทุกประการ,  มิใช่หรือ?    นางอาจจะรู้สึกถูกดูถูกอยู่บ้างที่ต้องแต่งเข้ามาในตำแหน่งรอง   แต่นั้นมีความหมายมากพอที่จะทำให้นางไม่เกรงกลัวความตายหรืออย่างไร?

“องค์ชาย,  มู่หรงเยว่และมู่หรงเสวี่ย   สองพี่น้องยังไปไม่ไกล   ถ้าอย่างไงให้ข้าเรียกพวกเขากลับมาอธิบายเหตุผล!”   ซูเทียนโย่วตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมโดยบอกเล่าเรื่องราวบางเรื่องแต่ไม่ทั้งหมด   ค่อยตะล่อมเรื่องการแต่งงานระหว่างองค์ชายจิงกับมู่หรงเสวี่ยก็ยังไม่สาย

“ไม่ต้องตาม!”   เย่วอี้เฉินพูดด้วยเสียงเฉียบขาด   ดวงตาคมลึกซึ้ง   “มู่หรงเสวี่ยอยากจะเป็นชายาเอกแห่งวังจิง   แต่ข้าให้คำมั่นกับอี้หยวนไว้แล้วว่าชายาเอกของข้าต้องเป็นนางแต่เพียงผู้เดียว   หากไปตามมู่หรงเสวี่ยกลับมาก็มีแต่ทางตัน   ต้องโต้เถียงกันหนักกว่านี้แน่....”

แต่ถ้าก่อนยามจื่อ   () (ห้าทุ่ม-ตีหนึ่ง),   มู่หรงเสวี่ยยังไม่ได้ปทุมาโลกันต์ พิษจะกำเริบจนถึงแก่ชีวิตนะขอรับ!”    ซูเทียนโยว่พึมพำเสียงเบา   ดวงตาเปล่งประกาย

“ผู้คนมีแต่รักตัวกลัวตาย   ถึงมู่หรงเสวี่ยจะดื้อดึงถือดีแค่ไหน   สุดท้ายนางก็ต้องซมซานกลับมาขอยาอยู่ดี!”    ดวงตาดำดั่งนิลกาฬของเยว่อี้เฉินเป็นประกาย   ตอนที่นางกลับมาขอยาอีกทีนั้น   มู่หรงเสวี่ยก็จะไร้ปากเสียงมิอาจต่อรองเรื่องฐานันดรของนางหลังแต่งให้เขา   หรือเรื่องอะไรก็ตาม   ก็ต้องขึ้นอยู่กับเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นแล้ว!

พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับแล้ว   มู่หรงเสวี่ยกับมู่หรงเยว่สองพี่น้องเคียงข้างกันออกมาจากวังจิงแล้ว   ก็หันไปมองตัวอักษร  วังจิงหวาง’  ที่ติดอยู่เหนือบานประตูหนาหนักด้านหน้า  มู่หรงเยว่ถอนใจแล้วเอ่ยว่า   “เสวี่ยเอ๋อ,   เราจะจากไปทั้งอย่างนี้.....จะดีเหรอ?”

น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยซึมเศร้าและอ่อนล้า   “เย่วอี้เฉินไม่มอบปทุมาโลกันต์ออกมาให้ เราอยู่ไปก็เสียเวลาเปล่า”

“แต่พิษเย็นของเจ้าล่ะ  จะทำเช่นไร,  ถ้าเจ้ายังไม่ได้กินปทุมาโลกันต์นั่น...เจ้าก็จะ.....”   มู่หรงเยว่สีหน้าบิดเบี้ยว:ทอดตาทั่วเมืองหลวง,  มีแต่ที่วังจิงเท่านั้นที่มีตัวยาชนิดนี้   เขามันไม่ได้เรื่อง   เขามันไม่ได้ความ   ไม่สามารถฉกชิงยาในมือของมันมาให้น้องสาวกินรักษาชีวิตได้......

“พี่ไม่ต้องห่วงข้า,   สวรรค์ต้องช่วยชี้ทางเรา   ทางออกยังคงต้องมี!”   มู่หรงเสวี่ยปลอบเขาด้วยเสียงอ่อนโยน    ซ้ำยังตบไหล่พี่ชายเบาๆ

“พูดย่อมพูดง่าย   แต่เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วยาม   ไม่นานก็จะถึงยามจื่อแล้ว!”   จะให้ควานหาตามร้านขายยาทั่วเมืองหลวงภายในครึ่งชั่วยามนี้....ท่าจะเป็นไปไม่ได้

มู่หรงเสวี่ยหรี่ตาใช้ความคิด   แล้วกล่าวน้ำเสียงธรรมดาๆออกมาว่า   “ปทุมาโลกันต์ใช้กำราบพิษเย็นได้ผลดีอยู่   แต่นอกจากปทุมาโลกันต์แล้ว   ก็ยังมีวิธีอีกหลายวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบจากพิษเย็นลงได้มิใช่หรือ   อย่างเช่น   การฝังเข็ม   เทียบยา”

มู่หรงเยว่ตอบกลับมาว่า   “วิธีการพวกนั้น,  หมอที่มาทำการรักษาได้ทดลองจนหมดแล้ว   วิธีเดียวที่จะเอาพิษเย็นอยู่   ก็คือให้ยาปทุมาโลกันต์เท่านั้น
มู่หรงเสวี่ยมุ่นหัวคิ้ว   นางเคยอ่านตำราฝังเข็มกดจุดต่างๆในตำราแพทย์โบราณฉบับยุคปัจจุบัน   พิษเย็นก็คือพิษชนิดหนึ่ง    จะไม่มีทางแก้วิธีอื่นเลยเชียวหรือ?

“เสวี่ยเอ๋อ,  เจ้าคิดอะไรอยู่?”   มู่หรงเยว่เห็นนางหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่พูดไม่จา จึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร”   มู่หรงเสวี่ยยิ้ม   “พี่,  มีน้ำพุร้อนอยู่ใกล้ๆแถวนี้ใช่หรือไม่”

“ก็มีหรอกนะ ทำไมรึ?”

มู่หรงเสวี่ยมีรอยยิ้มลึกลับบนใบหน้า   “ข้าคิดวิธีหนึ่งออกแล้ว!


......................................

ตำหนักอ๋องจิง

ภายในวังอ๋องจิงยามนี้,   ทั่วทั้งบริเวณจุดไฟสว่างไสว   ศาลาแปดเหลี่ยมยังคงมีเงาร่างหลายคนไม่ขยับเขยื้อนอยู่ภายในนั้น   กองคราบเลือดได้ถูกทำความสะอาดไปหมดแล้ว   ตรงมุมศาลายังมีเตาอุ่นทำจากทองคำ   มีเชื้อเพลิงประทุอยู่ภายในนั้น   พร้อมกับเผาเครื่องหอมขับไล่กลิ่นคาวเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างในอากาศ   บนโต๊ะหินขาวตั้งไว้ซึ่งนาฬิกาทรายบอกเวลา ขณะนี้ทรายในนาฬิกาแก้วใสนั้นกำลังไหลพรั่งพรูถ่ายเทจากที่สูงลงที่ต่ำเรื่อยๆ

เย่วอี้เฉินนั่งอยู่ที่โต๊ะศิลาตัวนั้น   ในมือมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง   เดี๋ยวๆก็มอง...แล้วก็มอง....อีกพักหนึ่งแล้วก็มองอีก   สายตาคอยจับไปยังประตูทางเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ   ประตูบานหนาสีแดงเข้มได้ถูกเปิดอ้าทิ้งไว้,   จริงๆแล้วควรจะมีทหารองครักษ์ประจำการอยู่   แต่ในยามนี้กลับไม่เห็นผู้ใดสักคน

เย่วอี้เฉินที่เริ่มหงุดหงิดปิดหนังสือดังพั่บ   มองตรงไปยังนาฬิกาทรายที่ยังคงไหลลงมาเรื่อยๆไม่หยุดยั้ง   ใบหน้าเข้มคมของเขาสำแดงสีหน้าหงุดหงิดเคืองโกรธ   ใกล้เข้ายามจื่อเข้าไปทุกทีแล้ว   ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของมู่หรงเสวี่ย หรือว่านางไม่กลัวตายแล้วจริงๆ!

ทรายถ่ายเทมวลสารลงสู่เบื้องล่างเรื่อยๆ   เสียงทรายตกกระทบแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน   ใกล้เวลาเข้ามาทุกที   เข้ามาทุกที   เย่วอี้เฉินพลันลุกพรวดพราดขึ้น   คว้าเอาขวดบรรจุยาปทุมาโลกันต์   แล้วทะยานออกไป


ซูเทียนโย่วที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับนิ่งตะลึง   “องค์ชาย,  นั่นท่านจะออกไปที่ใด?”


......................................
จบบท





48 ความคิดเห็น:

  1. ถถถถ.. เยว่อวี้เฉิน กลัวเสวี่ยเอ๋อร์ตายสิน่ะ

    ตอบลบ
  2. อุ้ย มาแล้วๆ ขอบคุณคะ

    ตอบลบ
  3. โอ๊ยยย ขอวันให้อีองค์ชายนี่เป็นรองบ้างงงง ขนาดคนใช้ยังมีหัวคิดกว่าเลยยย เกลียดมันนนนน

    ตอบลบ
  4. สรุปเฮียจะเอาไงเนี่ย=_=

    ตอบลบ
  5. รอลุ้นเหตุผลที่องค์ชายจิง เปลี่ยนคู่หมั้นให้เป็นชายารอง..อนุอยู่ มันเป็นปมต้นเรื่อง ตอนนี้ติดตามหน้าเว็บนี้เป็นหลักแทนแล้วค่ะ อย่าลืมลิ้งค์ไปเว็บเด็กดีด้วย จะได้แปะคะแนนได้ไงคะ

    ตอบลบ
  6. ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ตกลงจิทำไง รอสมน้ำหน้าเฮียแก

    ตอบลบ
  7. ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ตกลงจิทำไง รอสมน้ำหน้าเฮียแก

    ตอบลบ
  8. ชิเกลียดจิงอ๋องไม่รักแต่ต้องการอำนาจเขาไม่เอาแล้วยังจะมาสนใจทำไมอำนาจองหญิงก็ได้พอเขาไม่สนใจแล้วถึงรู้สึกถึงการสูญเสียสส.แรงมากยังไยก็คงไม่ใช่พระเอกวะฮ่าฮ่า

    ตอบลบ
  9. มาเร็วๆนะคะ ค้างหนักค่า ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  10. ขอบคุณมากจร้า ไรทเตอร์

    ตอบลบ
  11. สนุกมากค่ะ จากเหตุการณ์นี้มู่หรงเยว่น่าจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้แล้วนะ ^^

    ตอบลบ
  12. สุดท้ายกลัวเป็นเหมือนกันนะท่านอ๋อง

    ตอบลบ
  13. เมื่อไหร่จะคิดได้นะองค์ชายรองว่าหลงเสน่ห์นางเอกแล้ว เสียดาย เสียใจก็สายไปแล้วนะ

    ตอบลบ
  14. แบบเป็นถึงแมรทัพคิดได้แค่นี้เองหรอ

    ตอบลบ
  15. รีบอัพไวๆนะคะรออยู่ค่ะ

    ตอบลบ
  16. ตกลงองค์ชายบ้านี่เป็นคนดีเหรอ ดันเกลียดไปแล้วอ่ะสิ

    ตอบลบ
  17. สงสัยจังนางอยากได้อะไรจากเสวี่ยๆ อำนาจ เอิ่ม ดูจากย่ารองกับพี่ชายแล้วคงจะกลวงพอดู เงินทองทางวังอ๋องก็ไม่ได้ขาดแคลน อีกอย่างอ๋องจิงเองก็คิดว่าเสวี่ยเสวี่ยจะหมดตัว พี่ชายจะโดนย่ารองฆ่า เท่ากับเสวี่ยเสวี่ยมีแต่ตัวไม่มีอะไรสนับสนุนทำไมอ๋องจิงถึงยังหน้าทนตามตื้ออีก

    ตอบลบ
  18. ผลประโยชน์ที่ได้เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สำคัญมากซินะ ถึงต้องพยายามบังคับข่มขู่แต่งเข้าขนาดนี้

    ตอบลบ
  19. ผลประโยชน์ที่ได้เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สำคัญมากซินะ ถึงต้องพยายามบังคับข่มขู่แต่งเข้าขนาดนี้

    ตอบลบ
  20. อ่านมาจุดนี้ พระเอกใครฟร่ะ

    ตอบลบ
  21. โธ่เอ๊ยยยยยคิดว่าจะแน่. ที่แท้ก็แอบรักกกก. อิอิ

    ตอบลบ
  22. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  23. โธ่! ความจิงก็ห่วงเขา ยังจะแกล้งเขาอีก อยากรู้เหตุผลที่ต้องแต่งให้ได้จัง สรุปใครพระเอกเนี่ย!! ทำไมเริ่มแอบเชียร์อิ้เฉินเนี่ย โอ๊ย นางเอกสู้ๆ

    ตอบลบ
  24. เพี้ยง...ขอให้สะดุดหินตายไปซะ...มาห่วงอะไรตอนนี้...

    ตอบลบ
  25. ถ้าให้เดานะ คิดว่าฮีคงอยากดูแลฝั่งนี้ล่ะแต่อยากได้อำนาจทางนั้น กดคนให้เหมือนไม่สนใจคนั้นทางนั้นจะได้ไม่ใส่ใจนัก แต่ฮีคงไม่รุ้คนที่อยากดูแลได้จากไปนานแล้วที่เหลือไว้เป็นคนใหม่ที่ดูยังไงก็กระแทกหัวใจฮีขึ้นทุกวันๆ. มโนล้วน

    ตอบลบ
  26. ถึงงัยๆนางก็ไม่แลเจ้าแล้ว5555555555

    ตอบลบ
  27. ลุ้น ลุ้น เป็นกำลังใจค่ะ ไปดำน้ำมาเหมือนกันแต่ยอมแพ้ค่ะ

    ตอบลบ
  28. อ๋องแค่กลัวว่านางตายแล้วจะไม่ได้แต่งแล้วก็ไม่ได้สิ่งนั้นที่เรายังไม่รู้ว่าอะไรส่วนแต่งแล้วนางจะตายๆไปตอนไหนก็แล้วแต่นาง เรื่องมันเป็นแบบนี้แหละ

    ตอบลบ
  29. แม่....... กลัวเสียหน้า แต่คนจะตายอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าอะไรใช่ไหม แกเป็นแม่ทัพมาได้ยังไงวะ เนี่ย


    คิดว่า นางเอกคงแช่น้ำพุลดอาการกำเริบของพิษเย็นได้ล่ะมั้ง ขอให้ใช่เถอะ
    ขอบคุณมากค่ะ ไร้ท์ ตอนนี้ใจดจ่อกับนิยายเรื่องนี้มากกกก สนุกจริง ๆ ไร้ท์แปลได้แซ่บมากกกก

    ตอบลบ
  30. รอนะคะ
    อยากรู้เหตุผลทำไมต้องจะแต่งขนาดนั้น
    เราเชียร์องค์รัชทายาทนะ

    ตอบลบ
  31. กาลกลายกลับ ดูคล้ายเป็นว่า เย่วอี้เฉิน ต้องการแต่งเพื่อช่วยปกป้อง เสวี่ยเอ๋อจากการถูกพวกโคตเหง้าดูดเลือดสูบเนื้อจนตายซะงั้นนะนี่ เหอ เหอ เหอ
    แต่เป็นพวกปากไปทาง ใจอยู่อีกทาง ไม่น่าเลย ๆ ๆ 55555
    สนุกมาก ๆ ขอบคุณ Writer ด้วยนะคะ

    ตอบลบ
  32. ชอบความเด็ดเดี่ยวของนางมาก ความตายรึ ความอวดดี(อ๋องงี่เง่า) ทำไรนางไม่ได้หรอก ทุกปัญหามีทางออก ถ้าไม่มีให้ ห็แค่ สร้างมันขึ้น. ไม่มีอะไร อยากเกินกว่าถ้าคิดจะทำ ที่มันไม่มี หรือทำไม่ได้ คือเรายังไม่ได้ลอง ลงมือทำ และพยายาม เลยต่างหากกกกกกกกก

    ตอบลบ
  33. ตกลงจะบีบให้แต่ง ทำกันขนาดนี้ยังจะแต่งกันไปได้ไง หน้ายังมองกันไม่ติดแล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนแล้ว เอาชีวิตกันแบบนี้

    ตอบลบ
  34. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  35. สงสารเขานะครับ โง่เกินเยียวยา คิดว่าฐานะคือทุกสิ่ง ดูๆแล้วเหมือนจะหาเหตุผลให้ตัวเองมากกว่า
    หลงตัวเองชิปหา..

    ตอบลบ
  36. สงสารเขานะครับ โง่เกินเยียวยา คิดว่าฐานะคือทุกสิ่ง ดูๆแล้วเหมือนจะหาเหตุผลให้ตัวเองมากกว่า
    หลงตัวเองชิปหา..

    ตอบลบ
  37. อิอ๋อง เอ็งมีสัญญาแต่งกับเสวี่ยเอ๋อก่อนนะ แล้วมันคือชายา ไม่มีคำว่ารองรึอนุ ถึงแม้คนที่รับปากจะไม่ใช่ตัวเองก็เถอะ แล้วไปรับปากอีองค์หญิงทำไม ทั้งที่ตัวเองก็รู้อย่างมากอีองค์หญิงก็ต้องเป็นชายารอง สมน้ำหน้าที่สุด

    ตอบลบ
  38. อิฮ๋องเฮงซวยเกลียดมันเข้ากระดูกดำ พระเอกเมื่อไหร่จะมา นางเอกหายเมื่อไหร่แกบาคอรอได้เลยอิฮ๋องเวร

    ตอบลบ
  39. เชี่ยอี้เฉินนี่แม่มมเลววจริงๆ

    ตอบลบ
  40. นางเอกเรื่องนี้ต้องแข็งแกร่ง อย่ายอมแพ้นะ

    ตอบลบ
  41. เริ่มสนุกอิอิ

    ตอบลบ