วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 27 ทูลลาล่ะ..ฝ่าบาทโอวหยาง

“ข้าจะไปจวนมู่หรง   พบหน้ามู่หรงเสวี่ย!”    เย่วอี้เฉินกล่าวตอบโดยไม่เหลียวหลังมอง   “แผนของข้าที่วางไว้ต้องอาศัยตัวนาง นางจะตายไม่ได้”

ได้ฟังดังนั้น,   ซูเทียนโย่วลอบถอนใจ   หากมู่หรงเสวี่ยยังมีชีวิตอยู่   สิ่งที่องค์ชายคาดหวังย่อมประสบผลสำเร็จในไม่ช้า   แต่ถ้าหากนางตายไปก่อนล่ะก็ พวกเขาต้องเปลี่ยนแผนอ้อมไปใช้วิธีอื่นทั้งยังไม่อาจจะบรรลุเป้าหมายดังหวังได้อย่างที่องค์ชายตั้งใจไว้   หาหนทางให้มู่หรงเสวี่ยยังหายใจ   ตัวเป็นๆอยู่ย่อมดีที่สุด   แต่ทว่า....”องค์ชาย,   ท่านให้ใครไปมอบยาให้นางก็ได้   ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง”




เย่วอี้เฉินชะงัก   ใจไพล่ไปนึกถึงมู่หรงเสวี่ยกำลังจะตายเพราะพิษกำเริบ   ไม่ทราบเพราะเหตุใดจึงเกิดความรู้สึกฮึดฮัดอย่างบอกไม่ถูก   ตัดสินใจจะนำยาไปให้นางโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลอะไรอีก   “ข้ามีคำสองสามคำจะกล่าวกับนาง ไปด้วยตนเองจะดีกว่า”

ซูเทียนโย่วกระจ่างใจแล้วจึงพยักหน้าหงึกหงัก   องค์ชายจิงเป็นถึงองค์ชาย เขายังอุตส่าห์นำส่งยาไปด้วนตนเอง   สถานการณ์แบบนี้ย่อมดีกว่าให้คนรับใช้ไปส่งแทน   แต่ก็อีกนั่นแหละ   “องค์ชาย,   เกรงว่ามู่หรงเสวี่ยตอนนี้มิได้อยู่ในเมือง!

เย่วอี้เฉินรับรู้ข้อมูลใหม่   “แล้วนางอยู่ที่ไหน?”   หรือจะหอบหิ้วพากันเข้าไปในเมืองเพื่อเสาะหาหมอรักษาที่จะช่วยประทังอาการ?   ต่อสู้กับพิษร้ายมาหลายปี,   นางคงไม่ถึงกับสมองฝ่อ    ยังจะคิดว่าพิษเย็นมีหนทางอื่นที่จะข่มลงได้โดยไม่ใช้ปทุมาโลกันต์หรอกนะ?

“น้ำพุร้อนขอรับ!”   ซูเทียนโย่วลังเลก่อนจะหลุดที่อยู่ของนางออกมา

เย่วอี้เฉินตากระตุก    บ่อน้ำพุร้อนเนี่ยนะ!  นางจะไปทำอะไรที่นั่น?


......................................................................

ในขณะเดียวกัน,   มู่หรงเยว่กำลังยืนอยู่ริมน้ำ   ในมือถือโคมกระต่ายส่องไฟ กำลังเขยิบตัวเข้าชิดมู่หรงเสวี่ยพลางมองลงไปในบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นระลอกคลื่นอยู่นั่น  ในใจเด็กหนุ่มก็พาให้สงสัย   “เสวี่ยเอ๋อ,  พวกเราดั้นด้นมาที่นี่ทำอะไร?”

“ต่อสู้กับไอเย็น?”    สีหน้าของมู่หรงเสวี่ยยิ่งซีดลง   นางเน้นคำพูดทีละคำ

“แช่น้ำพุร้อนเพื่อไล่ไอเย็น?”   มู่หรงเยว่จ้องน้ำพุร้อนด้วยความไม่แน่ใจ

มู่หรงเสวี่ยยิ้ม  การแพทย์สมัยใหม่มีการค้นพบความอัศจรรย์ของการบำบัดด้วยน้ำพุร้อนมานานแล้วว่า   สามารถรักษาและเยียวยาอาการเจ็บป่วยได้ คลายความเมื่อยล้า ทำให้ผิวนุ่มเนียนและขาวกระจ่าง  เลือดลมหมุนเวียนดี   อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย   “พิษเย็นเป็นยาพิษที่ปรุงแต่งขึ้นมา   แค่อาศัยพลังธรรมชาติอย่างน้ำพุร้อนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอหรอก   ต้องอาศัยฝังเข็มช่วยด้วย!

“จริงเหรอ?”   มู่หรงเยว่ยังระแวง

“ใช่น่ะซิ,   ข้าจะหลอกพี่ไปทำไม!”   มู่หรงเสวี่ยกล่าวเบาๆแต่ท่าทีเต็มไปด้วยความมั่นใจ

มู่หรงเยว่มุ่นหัวคิ้ว   ถึงแม้น้องสาวไม่ได้พูดปดกับเขา   แต่ทว่า   “ที่นี่ไม่มีหมอ   ทั้งยังไม่มีเข็มเงิน...”

“ไม่เป็นไร,   ข้าศึกษารูปวาดจุดต่างๆในร่างกายมนุษย์มาล่ะ   รู้และจำได้ทุกจุดที่ต้องฝัง   ส่วนเรื่องที่ไม่มีเข็มเงิน..........................”    มู่หรงเสวี่ยกระตุกดึงเครื่องประดับรูปดอกไม้บนผมของนางที่มีก้านแขนงอ่อนช้อยทำจากเงินบริสุทธิ์ออกมา   แล้วหมุนคีบไว้ในระหว่างนิ้วของนาง   ยื่นให้มู่หรงเยว่ดู   “ข้าจะใช้ไอ้นี่แทน”

“ใช้แทนได้เช่นนั้นหรือ?”

“ข้าไม่เอาชีวิตตนเองมาเสี่ยงเล่นหรอกน่า,   พี่วางใจเถอะ”   มือตบลงบนบ่าพี่ชายพร้อมกับส่งยิ้มปลอบใจให้   “พี่ช่วยข้าดูลาดเลา   อย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าก็พอ!

มองจ้องตาน้องสาว   พลันให้หัวใจเกิดความอบอุ่น   รู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก   มู่หรงเยว่รับปาก   หมุนตัวกลับมาพูดด้วยเสียงห่วงใยว่า   “ถ้างั้น ข้าจะเข้าไปในป่าด้านนอกยืนยาม   จะไม่ให้ใครหน้าไหนเล็ดรอดเข้ามาได้ หากเจ้าเห็นอะไรผิดปกติหรือท่าไม่ดี   ให้ตะโกนเรียกข้าดังๆ!

“ก็ได้!”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้า   มองดูมู่หรงเยว่ถือโคมกระต่ายเดินไปยังราวป่า   นางเองก็เริ่มหามุมเหมาะๆ   ปลดเข็มขัดผ้าที่เอวบางออก   จากนั้นก็เปลื้องอาภรณ์ที่สวมใส่   เสื้อคลุมตัวนอก ต่อจากนั้นก็เสื้อกระโปรงชุดข้างใน   เหลือไว้เพียงเอี้ยมปิดเฉพาะส่วนหน้า   และกางเกงในบางๆ   จากนั้นก็ก้าวลงไปในบ่อ

น้ำร้อนมีกลิ่นกำมะถันเล็กน้อยเข้าโอบล้อมร่างที่เหลือแต่อาภรณ์ตัวน้อยของนางไว้  ความอุ่นของน้ำก็ทำงานทันทีที่แทรกซึมสู่ผิวหนัง   เริ่มขับไล่ความเจ็บปวดตามร่างกายและความหนาวสะท้านให้ทุเลาลง

มู่หรงเสวี่ยค่อยคลายใจ   การแช่น้ำพุร้อนช่วยควบคุมลดความรุนแรงของพิษเย็นได้จริงๆ   แต่อย่างไรก็ดี   พิษเย็นก็ยากจะรับมือได้ด้วยวิธีธรรมดาเช่นนี้ แค่แช่น้ำร้อนเป็นเพียงการระงับที่ปลายเหตุ   ยังไม่สามารถขจัดต้นเหตุออกไปได้

มือขาวละเอียดบอบบางจับเส้นเงินขึ้นมาพิจารณาดู   ปลายด้านแหลมของเส้นเงินที่ตีจนบางถูกแสงจันทร์ส่องกระทบจนแวววาว    มีจุดฝังเข็มหลายจุดที่น่าจะช่วยบรรเทาอาการพิษเย็นได้   นางเห็นทีจะต้องทดลองแทงเข็มไปจุดละที   แล้วดูว่าอาการเป็นอย่างไร   หากไม่ได้ผลก็ต้องทดลองแทงที่ใหม่  ถึงแม้จะขจัดพิษไม่ได้   หรือไม่ได้ทั้งหมดก็ยังอาจจะสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้

เสียงแผ่วแทบไม่ได้ยินชนิดหนึ่งลอยมากระทบประสาทหู,   นัยน์ตาของมู่หรงเสวี่ยวาบขึ้นด้วยความระแวงภัย   ตวาดออกไปว่า   “นั่นใคร?”

“ข้าเอง”   เสียงบุรุษดังขึ้นให้ได้ยินอยางชัดเจน   ไม่มีความสะดุดในน้ำเสียง เสียงของบุรุษทุ้มไพเราะระรื่นหู   ทั้งยังฟังคุ้นหูพิกล!

มู่หรงเสวี่ยหันมาจ้องเขม็ง   นางเห็นร่างของชายผู้หนึ่งแช่กายอยู่ในบ่อน้ำพุร้อน   กำลังเดินตรงมุ่งเข้ามาทางนางอย่างช้าๆ   เสื้อคลุมสีขาวที่ใส่แช่อยู่ในน้ำ   เปียกแนบลู่ติดกับลำตัวของเขา   เผยให้เห็นบ่าที่กว้างรับกับเอวสอบอย่างถนัดถนี่   เส้นผมสีดำสนิทราวกับขนกาทิ้งตัวสบายๆไร้การเกล้าใด เพียงแค่มีเส้นไหมผูกหลวมๆไว้เท่านั้น    คิ้วหนาดำดั่งน้ำหมึกสอดรับกับดวงตาคมกริบที่ส่องประกายในความมืด   หล่อเหลาจนลมหายใจสะดุด   ผู้ที่กำลังสำเริงสำราญอยู่นั่นก็คือ   โอวหยางเส่าเฉินนั่นเอง!

“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”   มู่หรงเสวี่ยมองอย่างตื่นตระหนก   ตัวนางรีบมุดกายลงไปใต้ผิวน้ำ   โผล่พ้นผิวน้ำมาแค่ลำคอ   ท่ามกลางหมอกหนาของไอน้ำตั้งมากเช่นนี้    ทั้งตัวเขาอยู่ห่างจากนางตั้งหนึ่งถึงสองจั้ง   คงมองไม่เห็นเรือนร่างของนางหรอกหน่า...

“ที่แห่งนี้คือทรัพย์สินส่วนหนึ่งของครอบครัวข้า  พบเจอข้าที่นี่...ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน?”   โอวหยางเส่าเฉินพูดน้ำเสียงสบายๆแต่ชัดเจน    ดวงตาดำราวกับแท่งนิลยิ่งเปล่งประกายเมื่อยามอยู่บนใบหน้าที่แย้มยิ้ม

ใบหน้าอ่อนหวานไร้เดียงสาของมู่หรงเสวี่ยเบ้ทันใด   มู่หรงเยว่นะมู่หรงเยว่.....ทำไมไม่บอกนางก่อนเล่า   หากนางรู้ว่าน้ำพุร้อนนี่อยู่ในเขตบ้านผู้ใด นางจะได้คิดให้หนักๆ   ก่อนจะตัดสินใจมา..............

นางเข้ามายังเขตน้ำพุร้อนได้   ก็เพราะพ่อบ้านอนุญาตมิได้ลักลอบเข้ามา   หากต้องพบหน้าโอวหยางเส่าเฉิน   นางก็ไม่ได้มีความผิดอะไรสักหน่อย   “ฝ่าบาทมีบ่อน้ำพุร้อนตั้งหลายบ่อ   ฝ่าบาทจะเลือกใช้บ่อไหนก็ได้   ทำไมต้องมาลงบ่อนี้ด้วย?”

มองใบหน้าหงิกงอของสาวน้อยแล้ว,   โอวหยางเส่าเฉินยกยิ้มอ่อนๆ เผยให้เห็นสีหน้ารื่นรมย์เบาๆ   “ข้ามาถึงที่นี่และลงแช่ก่อนเจ้าตั้งเค่อสองเค่อ   เจ้าเองต่างหากที่มาทีหลัง....”

มู่หรงเสวี่ยหวิดสำลัก   “แล้วทำไมฝ่าบาทไม่ส่งเสียงสักนิด   แล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่า   มีคนแช่อยู่ก่อน   ข้าจะได้ไปลงบ่ออื่น   ไม่อยู่รบกวนฝ่าบาทให้ระคายเคือง...”

โอวหยางเส่าเฉินตวัดสายตาใส่นาง   กล่าวตอบกลับมาว่า   “ข้าเผลองีบหลับไป   พอข้าได้ยินเสียงน้ำ   จึงตื่นขึ้นมา....”

“ท่าน!”   มู่หรงเสวี่ยลำสักไอน้ำ   วรยุทธ์ระดับโอวหยางเส่าเฉิน...ประสาทสัมผัสล้วนคมชัดเหนือกว่าคนธรรมดา   ตอนที่นางมาถึงบ่อน้ำพุร้อน   เขาต้องรู้ตัวแล้วแน่นอนว่านางมาถึงแล้ว!   นอกจากนางสลายกลายเป็นควันได้น่ะซิ....เขาถึงจะไม่รู้ เชอะ!

โอวหยางเส่าเฉินทำหน้าเศร้าสร้อย   มองมายังที่นาง   ดวงตาสีดำนิ่งดุจสายน้ำที่สงบในทะเลสาบนั้นเล่า   จ้องนางนิ่งงัน

มู่หรงเสวี่ยนึกขึ้นได้   โอวหยางเส่าเฉินสมควรจะโกรธนางที่ไปล้มกระดานหมากของเขามิใช่หรือ?   เขายังเล่นงานเย่วอี้เฉินแบบไม่ยั้งมือ   นางเองก็มีส่วนร่วมช่วยกันพังกลหมากเขาซะยับขนาดนั้น   เห็นท่าสมควรนางจะรีบหลบลี้หนีหน้าก่อนดีกว่า

มู่หรงเสวี่ยยังไม่คลายความระวัง   ตอนที่นางคว้าเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ที่ริมบ่อขึ้นมาพันกายลวกๆ พุ่งตัวขึ้นฝั่ง   พอจะก้าวต่อไปข้างหน้า   ทางเบื้องหลังก็มีสิ่งเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นทันควัน   ร่างอ้อนแอ้นของนางที่มิทันระวังตัวก็ถูกดึงกลับไปเบื้องหลังหลายก้าว   เสียงน้ำแตกกระจาย  หงายหลังตกกลับลงไปในบ่ออีกครั้ง   ละอองฝอยของน้ำพุ่งขึ้นเป็นม่านหนาแทบมองไม่เห็นอะไร


“โอวหยางเส่าเฉิน!”   มู่หรงเสวี่ยโผล่พรวดขึ้นมาจากสายน้ำแค่ศีรษะ   เส้นผมเปียกลู่   เสื้อผ้าที่ติดกายทั้งหมดไม่ต้องพูดถึง   เปียกทั้งชั้นนอกชั้นในแนบชิดติดเรือนร่างไปหมด   พอนางหันขวับกลับไปมองยังโอวหยางเส่าเฉิน ก็พบเพียงดวงตาเข้มคมกริบที่มองสบมาอย่างลึกซึ้ง....


....................................

จบบท  


“ข้าจะไปจวนมู่หรง   พบหน้ามู่หรงเสวี่ย!”    เย่วอี้เฉินกล่าวตอบโดยไม่เหลียวหลังมอง   “แผนของข้าที่วางไว้ต้องอาศัยตัวนาง นางจะตายไม่ได้”

ได้ฟังดังนั้น,   ซูเทียนโย่วลอบถอนใจ   หากมู่หรงเสวี่ยยังมีชีวิตอยู่   สิ่งที่องค์ชายคาดหวังย่อมประสบผลสำเร็จในไม่ช้า   แต่ถ้าหากนางตายไปก่อนล่ะก็ พวกเขาต้องเปลี่ยนแผนอ้อมไปใช้วิธีอื่นทั้งยังไม่อาจจะบรรลุเป้าหมายดังหวังได้อย่างที่องค์ชายตั้งใจไว้   หาหนทางให้มู่หรงเสวี่ยยังหายใจ   ตัวเป็นๆอยู่ย่อมดีที่สุด   แต่ทว่า....”องค์ชาย,   ท่านให้ใครไปมอบยาให้นางก็ได้   ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง”

เย่วอี้เฉินชะงัก   ใจไพล่ไปนึกถึงมู่หรงเสวี่ยกำลังจะตายเพราะพิษกำเริบ   ไม่ทราบเพราะเหตุใดจึงเกิดความรู้สึกฮึดฮัดอย่างบอกไม่ถูก   ตัดสินใจจะนำยาไปให้นางโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลอะไรอีก   “ข้ามีคำสองสามคำจะกล่าวกับนาง ไปด้วยตนเองจะดีกว่า”

ซูเทียนโย่วกระจ่างใจแล้วจึงพยักหน้าหงึกหงัก   องค์ชายจิงเป็นถึงองค์ชาย เขายังอุตส่าห์นำส่งยาไปด้วนตนเอง   สถานการณ์แบบนี้ย่อมดีกว่าให้คนรับใช้ไปส่งแทน   แต่ก็อีกนั่นแหละ   “องค์ชาย,   เกรงว่ามู่หรงเสวี่ยตอนนี้มิได้อยู่ในเมือง!

เย่วอี้เฉินรับรู้ข้อมูลใหม่   “แล้วนางอยู่ที่ไหน?”   หรือจะหอบหิ้วพากันเข้าไปในเมืองเพื่อเสาะหาหมอรักษาที่จะช่วยประทังอาการ?   ต่อสู้กับพิษร้ายมาหลายปี,   นางคงไม่ถึงกับสมองฝ่อ    ยังจะคิดว่าพิษเย็นมีหนทางอื่นที่จะข่มลงได้โดยไม่ใช้ปทุมาโลกันต์หรอกนะ?

“น้ำพุร้อนขอรับ!”   ซูเทียนโย่วลังเลก่อนจะหลุดที่อยู่ของนางออกมา

เย่วอี้เฉินตากระตุก    บ่อน้ำพุร้อนเนี่ยนะ!  นางจะไปทำอะไรที่นั่น?


.........................................

ในขณะเดียวกัน,   มู่หรงเยว่กำลังยืนอยู่ริมน้ำ   ในมือถือโคมกระต่ายส่องไฟ กำลังเขยิบตัวเข้าชิดมู่หรงเสวี่ยพลางมองลงไปในบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นระลอกคลื่นอยู่นั่น  ในใจเด็กหนุ่มก็พาให้สงสัย   “เสวี่ยเอ๋อ,  พวกเราดั้นด้นมาที่นี่ทำอะไร?”

“ต่อสู้กับไอเย็น?”    สีหน้าของมู่หรงเสวี่ยยิ่งซีดลง   นางเน้นคำพูดทีละคำ

“แช่น้ำพุร้อนเพื่อไล่ไอเย็น?”   มู่หรงเยว่จ้องน้ำพุร้อนด้วยความไม่แน่ใจ

มู่หรงเสวี่ยยิ้ม  การแพทย์สมัยใหม่มีการค้นพบความอัศจรรย์ของการบำบัดด้วยน้ำพุร้อนมานานแล้วว่า   สามารถรักษาและเยียวยาอาการเจ็บป่วยได้ คลายความเมื่อยล้า   ทำให้ผิวนุ่มเนียนและขาวกระจ่าง  เลือดลมหมุนเวียนดี   อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย   “พิษเย็นเป็นยาพิษที่ปรุงแต่งขึ้นมา   แค่อาศัยพลังธรรมชาติอย่างน้ำพุร้อนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอหรอก   ต้องอาศัยฝังเข็มช่วยด้วย!

“จริงเหรอ?”   มู่หรงเยว่ยังระแวง

“ใช่น่ะซิ,   ข้าจะหลอกพี่ไปทำไม!”   มู่หรงเสวี่ยกล่าวเบาๆแต่ท่าทีเต็มไปด้วยความมั่นใจ

มู่หรงเยว่มุ่นหัวคิ้ว   ถึงแม้น้องสาวไม่ได้พูดปดกับเขา   แต่ทว่า   “ที่นี่ไม่มีหมอ   ทั้งยังไม่มีเข็มเงิน...”

“ไม่เป็นไร,   ข้าศึกษารูปวาดจุดต่างๆในร่างกายมนุษย์มาล่ะ   รู้และจำได้ทุกจุดที่ต้องฝัง   ส่วนเรื่องที่ไม่มีเข็มเงิน..........................”    มู่หรงเสวี่ยกระตุกดึงเครื่องประดับรูปดอกไม้บนผมของนางที่มีก้านแขนงอ่อนช้อยทำจากเงินบริสุทธิ์ออกมา   แล้วหมุนคีบไว้ในระหว่างนิ้วของนาง   ยื่นให้มู่หรงเยว่ดู   “ข้าจะใช้ไอ้นี่แทน”

“ใช้แทนได้เช่นนั้นหรือ?”

“ข้าไม่เอาชีวิตตนเองมาเสี่ยงเล่นหรอกน่า,   พี่วางใจเถอะ”   มือตบลงบนบ่าพี่ชายพร้อมกับส่งยิ้มปลอบใจให้   “พี่ช่วยข้าดูลาดเลา   อย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าก็พอ!

มองจ้องตาน้องสาว   พลันให้หัวใจเกิดความอบอุ่น   รู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก   มู่หรงเยว่รับปาก   หมุนตัวกลับมาพูดด้วยเสียงห่วงใยว่า   “ถ้างั้น ข้าจะเข้าไปในป่าด้านนอกยืนยาม   จะไม่ให้ใครหน้าไหนเล็ดรอดเข้ามาได้ หากเจ้าเห็นอะไรผิดปกติหรือท่าไม่ดี   ให้ตะโกนเรียกข้าดังๆ!

“ก็ได้!”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้า   มองดูมู่หรงเยว่ถือโคมกระต่ายเดินไปยังราวป่า   นางเองก็เริ่มหามุมเหมาะๆ   ปลดเข็มขัดผ้าที่เอวบางออก   จากนั้นก็เปลื้องอาภรณ์ที่สวมใส่   เสื้อคลุมตัวนอก ต่อจากนั้นก็เสื้อกระโปรงชุดข้างใน   เหลือไว้เพียงเอี้ยมปิดเฉพาะส่วนหน้า   และกางเกงในบางๆ   จากนั้นก็ก้าวลงไปในบ่อ

น้ำร้อนมีกลิ่นกำมะถันเล็กน้อยเข้าโอบล้อมร่างที่เหลือแต่อาภรณ์ตัวน้อยของนางไว้  ความอุ่นของน้ำก็ทำงานทันทีที่แทรกซึมสู่ผิวหนัง   เริ่มขับไล่ความเจ็บปวดตามร่างกายและความหนาวสะท้านให้ทุเลาลง

มู่หรงเสวี่ยค่อยคลายใจ   การแช่น้ำพุร้อนช่วยควบคุมลดความรุนแรงของพิษเย็นได้จริงๆ   แต่อย่างไรก็ดี   พิษเย็นก็ยากจะรับมือได้ด้วยวิธีธรรมดาเช่นนี้ แค่แช่น้ำร้อนเป็นเพียงการระงับที่ปลายเหตุ   ยังไม่สามารถขจัดต้นเหตุออกไปได้

มือขาวละเอียดบอบบางจับเส้นเงินขึ้นมาพิจารณาดู   ปลายด้านแหลมของเส้นเงินที่ตีจนบางถูกแสงจันทร์ส่องกระทบจนแวววาว    มีจุดฝังเข็มหลายจุดที่น่าจะช่วยบรรเทาอาการพิษเย็นได้   นางเห็นทีจะต้องทดลองแทงเข็มไปจุดละที   แล้วดูว่าอาการเป็นอย่างไร   หากไม่ได้ผลก็ต้องทดลองแทงที่ใหม่  ถึงแม้จะขจัดพิษไม่ได้   หรือไม่ได้ทั้งหมดก็ยังอาจจะสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้

เสียงแผ่วแทบไม่ได้ยินชนิดหนึ่งลอยมากระทบประสาทหู,   นัยน์ตาของมู่หรงเสวี่ยวาบขึ้นด้วยความระแวงภัย   ตวาดออกไปว่า   “นั่นใคร?”

“ข้าเอง”   เสียงบุรุษดังขึ้นให้ได้ยินอยางชัดเจน   ไม่มีความสะดุดในน้ำเสียง เสียงของบุรุษทุ้มไพเราะระรื่นหู   ทั้งยังฟังคุ้นหูพิกล!

มู่หรงเสวี่ยหันมาจ้องเขม็ง   นางเห็นร่างของชายผู้หนึ่งแช่กายอยู่ในบ่อน้ำพุร้อน   กำลังเดินตรงมุ่งเข้ามาทางนางอย่างช้าๆ   เสื้อคลุมสีขาวที่ใส่แช่อยู่ในน้ำ   เปียกแนบลู่ติดกับลำตัวของเขา   เผยให้เห็นบ่าที่กว้างรับกับเอวสอบอย่างถนัดถนี่   เส้นผมสีดำสนิทราวกับขนกาทิ้งตัวสบายๆไร้การเกล้าใด เพียงแค่มีเส้นไหมผูกหลวมๆไว้เท่านั้น    คิ้วหนาดำดั่งน้ำหมึกสอดรับกับดวงตาคมกริบที่ส่องประกายในความมืด   หล่อเหลาจนลมหายใจสะดุด   ผู้ที่กำลังสำเริงสำราญอยู่นั่นก็คือ   โอวหยางเส่าเฉินนั่นเอง!

“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”   มู่หรงเสวี่ยมองอย่างตื่นตระหนก   ตัวนางรีบมุดกายลงไปใต้ผิวน้ำ   โผล่พ้นผิวน้ำมาแค่ลำคอ   ท่ามกลางหมอกหนาของไอน้ำตั้งมากเช่นนี้    ทั้งตัวเขาอยู่ห่างจากนางตั้งหนึ่งถึงสองจั้ง   คงมองไม่เห็นเรือนร่างของนางหรอกหน่า...

“ที่แห่งนี้คือส่วนหนึ่งในตำหนักของข้า   น้ำพุร้อนแห่งนี้นับว่าอยู่ในตำหนักของข้า   ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน?”   โอวหยางเส่าเฉินพูดน้ำเสียงสบายๆแต่ชัดเจน    ดวงตาดำราวกับแท่งนิลยิ่งเปล่งประกายเมื่อยามอยู่บนใบหน้าที่แย้มยิ้ม

ใบหน้าอ่อนหวานไร้เดียงสาของมู่หรงเสวี่ยเบ้ทันใด   มู่หรงเยว่นะมู่หรงเยว่.....ทำไมไม่บอกนางก่อนเล่า   หากนางรู้ว่าน้ำพุร้อนนี่อยู่ในเขตบ้านผู้ใด นางจะได้คิดให้หนักๆ   ก่อนจะตัดสินใจมา..............

นางเข้ามายังเขตน้ำพุร้อนได้   ก็เพราะพ่อบ้านอนุญาตมิได้ลักลอบเข้ามา   หากต้องพบหน้าโอวหยางเส่าเฉิน   นางก็ไม่ได้มีความผิดอะไรสักหน่อย   “วังของฝ่าบาทมีบ่อน้ำพุร้อนตั้งหลายบ่อ   ฝ่าบาทจะเลือกใช้บ่อไหนก็ได้   ทำไมต้องมาลงบ่อนี้ด้วย?”

มองใบหน้าหงิกงอของสาวน้อยแล้ว,   โอวหยางเส่าเฉินยกยิ้มอ่อนๆ เผยให้เห็นสีหน้ารื่นรมย์เบาๆ   “ข้ามาถึงที่นี่และลงแช่ก่อนเจ้าตั้งเค่อสองเค่อ   เจ้าเองต่างหากที่มาทีหลัง....”

มู่หรงเสวี่ยหวิดสำลัก   “แล้วทำไมฝ่าบาทไม่ส่งเสียงสักนิด   แล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่า   มีคนแช่อยู่ก่อน   ข้าจะได้ไปลงบ่ออื่น   ไม่อยู่รบกวนฝ่าบาทให้ระคายเคือง...”

โอวหยางเส่าเฉินตวัดสายตาใส่นาง   กล่าวตอบกลับมาว่า   “ข้าเผลองีบหลับไป   พอข้าได้ยินเสียงน้ำ   จึงตื่นขึ้นมา....”

“ท่าน!”   มู่หรงเสวี่ยลำสักไอน้ำ   วรยุทธ์ระดับโอวหยางเส่าเฉิน...ประสาทสัมผัสล้วนคมชัดเหนือกว่าคนธรรมดา   ตอนที่นางมาถึงบ่อน้ำพุร้อน   เขาต้องรู้ตัวแล้วแน่นอนว่านางมาถึงแล้ว!   นอกจากนางสลายกลายเป็นควันได้น่ะซิ....เขาถึงจะไม่รู้ เชอะ!

โอวหยางเส่าเฉินทำหน้าเศร้าสร้อย   มองมายังที่นาง   ดวงตาสีดำนิ่งดุจสายน้ำที่สงบในทะเลสาบนั้นเล่า   จ้องนางนิ่งงัน

มู่หรงเสวี่ยให้ประหลาดใจ   โอวหยางเส่าเฉินสมควรจะโกรธนางที่ไปล้มกระดานหมากของเขามิใช่หรือ?   เขายังเล่นงานเย่วอี้เฉินแบบไม่ยั้งมือ   นางเองก็มีส่วนร่วมช่วยกันพังกลหมากเขาซะยับขนาดนั้น   หรือว่าเขาไม่ถือสาเรื่องเล็กๆน้อยๆนั่นแล้ว

มู่หรงเสวี่ยยังไม่คลายความระวัง   ตอนที่นางคว้าเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ที่ริมบ่อขึ้นมาพันกายลวกๆ พุ่งตัวขึ้นฝั่ง   พอจะก้าวต่อไปข้างหน้า   ทางเบื้องหลังก็มีสิ่งเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นทันควัน   ร่างอ้อนแอ้นของนางที่มิทันระวังตัวก็ถูกดึงกลับไปเบื้องหลังหลายก้าว   เสียงน้ำแตกกระจาย  หงายหลังตกกลับลงไปในบ่ออีกครั้ง   ละอองฝอยของน้ำพุ่งขึ้นเป็นม่านหนาแทบมองไม่เห็นอะไร


“โอวหยางเส่าเฉิน!”   มู่หรงเสวี่ยโผล่พรวดขึ้นมาจากสายน้ำแค่ศีรษะ   เส้นผมเปียกลู่   เสื้อผ้าที่ติดกายทั้งหมดไม่ต้องพูดถึง   เปียกทั้งชั้นนอกชั้นในแนบชิดติดเรือนร่างไปหมด   พอนางหันขวับกลับไปมองยังโอวหยางเส่าเฉิน ก็พบเพียงดวงตาเข้มคมกริบที่มองสบมาอย่างลึกซึ้ง....


....................................
จบบท

30 ความคิดเห็น:

  1. ว้าวววว ท่าทางท่านโอวหยางเฉิน จะรักษานางได้แน่ ๆ อิอิ (คิดไปเองหรือเปล่า อิอิ ขอมโนแป๊บ)


    ขอบคุณไร้ท์มากค่ะที่แปลให้อ่าน ถึงจะดิบเราก็ชอบมาก

    ตอบลบ
  2. โอววหยางไปกระทืบบักอี้เฉินนให้ที

    ตอบลบ
  3. อร๊าย มีความพระเอก มีความฟินบรรยายได้น่ากินมาก5555

    ตอบลบ
  4. ไรท์อ่ะ!ค้างสุดแง๊ๆๆๆๆๆๆฟฟ

    ตอบลบ
  5. เฮ้อ ช่างแตกต่าง อีกคนจ้องหาเรื่อง อีกคนจ้องลวนลาม? ว่าไป2ฉากที่ฝ่าบาทโผล่มานี่ถูกที่มาก ครั้งแรกโผล่มาจากหลังก้อนหินมาช่วยพอดี ครั้งนี้โผล่มาในบ่อน้ำ มาแช่ด้วยพอดีอีก หุหุหุ

    ตอบลบ
  6. เฮ้อ ช่างแตกต่าง อีกคนจ้องหาเรื่อง อีกคนจ้องลวนลาม? ว่าไป2ฉากที่ฝ่าบาทโผล่มานี่ถูกที่มาก ครั้งแรกโผล่มาจากหลังก้อนหินมาช่วยพอดี ครั้งนี้โผล่มาในบ่อน้ำ มาแช่ด้วยพอดีอีก หุหุหุ

    ตอบลบ
  7. โอ้ มาแล้ว สุภาพบุรุษที่รอคอย ต้องรีบกลับไปเทคะแนนให้ที่เว็บเด็กดีก่อนจ้ะ

    ตอบลบ
  8. ค้างงมาก ขอบคุณไรท์มากกค่ะ

    ตอบลบ
  9. เรื่องนี้ใคร้ป็ยพระเอกเหรอ?

    ตอบลบ
  10. ค้งงงง ใครจะเป็นคนรักษา กันแน่

    ตอบลบ
  11. เริ่มคิดว่า ฝ่าบาทคงิยากกินเต้าหู้

    ตอบลบ
  12. โอ้. ข้าเกรงว่ามันจะเป็นรักสามเส้า มันต้องเป็นรักสามเส้าแน่ๆ โอ้ข้ากลัวตัวเองจะลงเรือผิดลำ งั้นตอนนี้ขอเหยียบไว้สองแคมเลยแล้วกัน โอ้ๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  13. ค้างอย่างแรงอ่ะไรต์

    ตอบลบ
  14. สนุกมากกก ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ

    ตอบลบ
  15. โอวหยางท่านช่วยนางเอกของเราด้วย

    ตอบลบ
  16. พระเอกใช่ไหม? ค้าง ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  17. ขอบคุณมากจร้า ไรทเตอร์

    ตอบลบ
  18. ค้างงงงงง....T^T

    ตอบลบ
  19. อย่าเพิ่งเล่นตัวรักษาตัวก่อนไหม

    ตอบลบ
  20. ขอบคุณค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งมันส์

    ตอบลบ
  21. โอ้ยยย พระเอกเรื่องนี้ค่าตัวแพงเหลือเกิน จะสามสิบบทแล้วนี่เป็นฉากที่ 3 ที่นางโผล่มา

    ตอบลบ
  22. โอวหยางตัวท่านมาแรงแซงทางโค้งจริงๆ

    ตอบลบ
  23. อิอิ รักษาให้ด้วยนะ เค้ากำลังป่วยอย่ารุนแรงกะเค้านักเลย

    ตอบลบ
  24. อุ๊ยต๊ายยย ครั้งก่อนเป็นโจรมุมหิน ครั้งนี้เป็นโจรมุมบ่อ ตายแล้วววว รักโจรค่า 5555
    ป.ล.เกลียดอีตาเย่วมาก

    ตอบลบ
  25. พระเอกสินะคะ ชอบๆ
    ขอบคุณมากค่าาา

    ตอบลบ
  26. อร้ายมีดึงกลับลงน้ำด้วยฟินจัง......

    ตอบลบ