งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 28 เจอโจทก์

ดวงตาคมเยือกเย็นประดุจดวงตาเหยี่ยว   ลึกซึ้งจนยากจะหยั่ง   ราวกับรวบรวมแม่น้ำทั้งร้อยสายเอาไว้ สูบวิญญาณผู้คนพาให้จิตใจลุ่มหลง   จมอยู่ตรงนั้นมิอาจกลับสู่ฝั่งได้


ดวงตาคู่นั้นเจิดจรัส   อาบเอิบด้วยปัญญาแต่ให้ความรู้สึกอันตรายไม่น่าเข้าใกล้   นางควรจะหลีกเลี่ยงเจ้าของดวงตาคู่นี้ให้ไกลออกไป   ไกลที่สุด   ขณะที่นางมัวแต่ประเมินตัวโอวหยางเส่าเฉินยังมิแล้วเสร็จ   ชายผู้นั้นก็ใช้แขนยาวของตนเองกักขังนางไว้ในอ้อมแขน    นางถูกตรึงให้หลังติดกับกำแพง   ส่วนด้านหน้าก็เบียดชิดกับร่างกายของเขา   เขากำลังก้มหน้าพินิจมองใบหน้าของนางด้วยดวงตาคมกริบนั่น  คิดหาทางหนีอยู่รึ?”

ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดมาถูกแก้มเนียน    มู่หรงเสวี่ยรีบคิดคำนวณ   วรยุทธ์ของโอวหยางเส่าเฉินเหนือกว่านางมาก   ทั้งยังตรึงตัวนางกักขังไว้ในอ้อมแขนของเขาซะแน่นหนา   ทำเอานางแทบดิ้นไม่หลุด   ยังไงสองฝ่ายก็อาศัยอยู่ในเมืองหลวง   มองหน้ามองหลังไม่แน่ว่าอาจจะพบกันอีก   หากมีเรื่องผิดใจกันอยู่   สู้ฉวยโอกาสนี้แก้ไขความขุ่นข้องหมองใจเสียดีกว่า

โอวหยางเส่าเฉินยังคงจ้องนางเฉยๆ   มู่หรงเสวี่ยจึงค่อยๆพูดแบบชัดถ้อยชัดคำว่า   ฝ่าบาทโอวหยางข้าไม่ได้ตั้งใจทำลายกระดานหมากของท่านนะ ท่านยังจะมาหาเรื่องข้าทำไมอีก?”

เขาเองก็บีบต้นแขนนางตอนนั้นซะแรงจนทิ้งรอยนิ้วไว้ชัดเจน   นางต้องทายาอยู่หลายวัน   จนบัดนี้ก็ยังหลงเหลือรอยอยู่จางๆ    นางยังไม่เห็นจะแค้นเขาสักหน่อย   เป็นลูกผู้ชาย...ไม่ควรถือสาเรื่องเล็กน้อยมิใช่หรือท่าน?”

โอวหยางเส่าเฉินยังคงจ้องมองมู่หรงเสวี่ย   สีหน้าที่ปกติเข้มขรึมไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา   สีหน้าซึ่งไร้อารมณ์มักจะเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ภายในใจ ยากที่จะเห็นเขาทำหน้าโกรธโมโหออกมาตรงๆ   แต่คราวนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาจะเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา   ตรงมุมปากยกยิ้มขึ้นแทบจะมองไม่เห็น พอดีซื่อจื่อเช่นข้า....มีนิสัยคิดเล็กคิดน้อยซะด้วย!

ท่าน!”   มู่หรงเสวี่ยโกรธจนพูดไม่ออก    ได้แต่จ้องหน้าคนคิดเล็กคิดน้อยด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ

เมื่อผลลัพธ์ของการเจรจา   กระดานหมากตานั้น   ขอท่านอย่าถือสา   ไม่เป็นผลแล้ว   นางก็ขอชั่งหัวมัน   หากโอวหยางเส่าเฉินตอบรับนางด้วยความไม่ถือสา   นางก็จะคิดหาทางชดใช้ให้   แต่เมื่อเขาไม่มีน้ำใจตอบมา...ฮึ่มนางก็คร้านที่จะมาเห็นใจสำนึกผิดต่อเขา ช่างเขาปะไร

หมากตานั้นเป็นกลหมากที่สำคัญ   แต่กลับโดนเจ้ามาทำลายมันทิ้งไป   ข้ารู้สึกปวดใจเป็นอันมาก   ยังไงข้าก็ต้องเอาเรื่อง   แต่ถึงข้าอยากจะลงโทษเจ้า   แต่ก็ติดตรงที่ว่าร่างกายของเจ้าทั้งอ่อนแอ   ซ้ำยังเป็นอิสตรี   ข้าคงต้องยั้งมือมีเมตตาสักหน่อย   เจ้าแค่ต้องชดใช้ข้าด้วยของสิ่งหนึ่งเสียก่อน   เรื่องบาดหมางของเราถึงจะเป็นอันหมดสิ้นลงได้”    สายตาของโอวหยางเส่าเฉินพูดไปก็เปล่งประกายแปลกๆยากคาดเดาไปด้วย

ชดใช้ด้วยอะไร?”   มู่หรงเสวี่ยเอ่ยปากให้ความสนใจ   ฝ่าบาทโอวหยางมีชีวิตที่แสนสุขสบายไม่มีอะไรขาด   ทั้งทรัพย์สินเงินทอง   ถึงพร้อมด้วยอำนาจราชศักดิ์   ทั้งยังแข็งแกร่ง   เป็นผู้อื่นก็อาจจะหวังในทรัพย์สินเงินทอง เครือข่ายพันธมิตรต่างๆ    แต่นี่ตัวเขามีทุกอย่างพรั่งพร้อมอยู่แล้ว   เงื่อนไขที่เขาตั้ง....ต้องไม่ใช่เงื่อนไขธรรมดาแน่

ภายใต้แสงจันทร์อันนุ่มละมุน   ใบหน้าหวานซึ้งของเด็กสาวเป็นสีชมพูเปล่งปลั่งท่ามกลางบรรยากาศหมอกไอน้ำของน้ำพุร้อน   ราวกับอยู่ในห้วงฝัน   ตรงปลายขนตายาวงอนงามมีหยดน้ำใสเกาะประดับอยู่   ดวงตาดำขลับหวานปานจะหยดนั้นเปล่งประกายไร้เดียงสาใคร่รู้ ผิวพรรณของเด็กสาวนั่นเล่าก็ทั้งนุ่มทั้งเนียนฉ่ำน้ำราวกับจะแตกออกมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง   ชุดบังทรงแบบเอี้ยมสีแดงสดที่นุ่งห่มก็มองเห็นวับๆแวมๆอยู่ใต้ผิวน้ำ   ที่ดึงดูดสายตาต่อมาก็เป็นลำคอเรียวระหง   ต่ำลงไปอีกหน่อยก็ซอกคอขาวที่ต่อกับกระดูกบ่าที่แสนจะบอบบาง   ช่างเย้ายวนชวนให้ละเมิดศีลธรรม   ริมฝีปากสีแดงเผยอนิดๆดูแล้วหวานฉ่ำ   ราวกับกำลังรอให้เขาได้........

นัยน์ตาของโอวหยางเส่าเฉินเป็นสีดำเข้มราวกับน้ำหมึก   ยามที่เขาค่อยๆก้มหน้าใกล้เข้ามา.........ใกล้เข้ามา........ใกล้เข้ามา........จนริมฝีปากบางของชายหนุ่มประทับเข้ากับกลีบปากอิ่มเต็มของนาง......

ปากอุ่นร้อนที่จู่ๆก็ประทับเน้นๆบนริมฝีปากนาง   ทำให้มู่หรงเสวี่ยตกตะลึง   คิดอะไรไม่ออก ในสมองพลันว่างเปล่าโหวงเหวง   ตกอยู่ในภวังค์จนกระทั่งได้สติ  จึงรีบผลักเขาออกอย่างแรง   ถลึงตาดุดันใส่ใบหน้าหล่อเหลานั้น   โอวหยางเส่าเฉิน,  ท่านทำอะไร?”

โอวหยางเส่าเฉินยังไม่ทันตั้งตัว   พอนางผลักจึงเสียหลักต้องถอยออกไปสองสามก้าว    ริมฝีปากยังหลงเหลือรสละมุนของริมฝีปากนางเจือด้วยกลิ่นหอมหวานที่ชวนหลงใหล  ต้องมายืนต่อตาใกล้ๆกับดวงตาหวานแต่พยายามถลึงตาให้ดุของนาง   ริมฝีปากของเขาก็อดยกขึ้นยิ้มไม่ได้   ก็นี่แหละเงื่อนไขที่ข้าพูดถึง


'ฉากจำลองเหตุการณ์'

ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลย แต่...ท่านกลับ...ท่านกลับ....”   มู่หรงเสวี่ยโมโหจนพูดไม่ออก   ใครฟ่ะลือออกมาได้ว่า   ฝ่าบาทโอวหยางทรงเกียรติภูมิ   สง่างามและสุภาพ?  ออกมาเลย...นางไม่ตบปากเรียงตัวก็ให้มันรู้ไป

แต่เจ้าก็ไม่ได้ปฎิเสธข้านี่!”   โอวหยางเส่าเฉินแย้งเสียงค่อย
ก็ข้า....”   มู่หรงเสวี่ยกระอึกกระอัก   เขาแค่พูดว่าเงื่อนไข   แล้วนางจะไปตรัสรู้ได้อย่างไร   ว่าหมายถึงแบบนี้?

ปากอ้าจะโต้แย้ง   พลันอาการเจ็บแปลบที่กลางอกก็บังเกิด   จากกลางอกก็แผ่ขยายไปยังแขนขาของร่างกาย  ความเจ็บแบบเข้มข้นทรมานรวมทั้งความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากมวลกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น    โคจรย้อนไปย้อนมาด้วยความเร็วแค่พริบตาก็กระจายทั่วร่างน้อยนั่น

สีหน้าของสาวน้อยในขณะนี้ซีดไร้สีโลหิต   หน้าผากมีเหงื่อเม็ดโตๆกำลังไหลย้อย   คิ้วบนหน้าผากมนนั้นขมวดบิดแน่น!

สายตาของโอวหยางเส่าเฉินพลันเย็นยะเยียบ    เจ้าเป็นอะไรไป?”
ข้า...พิษเย็น”   มู่หรงเสวี่ยหอบไม่เป็นคำ   ไม่ใช่เวลาจะมาปัดป้องโอวหยางเส่าเฉิน    นางหันไปมองที่ริมบ่อเพื่อที่จะพบว่าไม่มีอะไรวางอยู่ตรงนั้น   เส้นเงินที่เตรียมไว้หายไปไร้ร่องรอย

มันคงจะหล่นหายไปตอนที่นางหงายหลังตกลงมาในบ่ออีกครั้ง   กระแสน้ำคงจะพัดพามันไปถึงไหนแล้ว   ขาดเข็มเงินไป   โอกาสที่นางจะสามารถคุมพิษเย็นได้ก็คงไม่มีอีกแล้ว

มู่หรงเสวี่ยดึงปิ่นปักผมออก   เงื้อง่าตั้งใจจะแทงลงที่ข้อมือซ้ายของตนเอง

นั่นเจ้าจะทำอะไร?”   โอวหยางเส่าเฉินก้าวเข้ามาพร้อมรั้งข้อมือขวาข้างที่ถือปิ่นไว้   ขัดขวางความตั้งใจของนาง

คัดเลือดเสียทิ้ง!”    มู่หรงเสวี่ยกัดฟันพูด   หางเสียงอ่อนแรง  หลังจากถูกพิษ   พิษจะหมุนเวียนอยู่ในระบบเลือด   จะให้ดีต้องถ่ายเลือดทิ้ง   แต่ว่าพิษเย็นมีผลรุนแรงมาก   ถ้าจะให้มีผลต้องปล่อยเลือดไหลทิ้งสักกึ่งหนึ่ง   เพื่อที่จะมีชีวิตรอดไปได้"

โอวหยางเส่าเฉินขมวดคิ้วแน่น   ร่างกายเจ้าอ่อนแออยู่แล้ว   หากเสียเลือดมากเกินไป   อาจมีผลเสีย.....

มู่หรงเสวี่ยยิ้มอ่อนแรง    ที่เขาพูด,  นางเองก็รู้ดี   แต่ทว่า....  “พิษเย็นของข้าแทรกซึมเข้าสู่เส้นเอ็นแล้ว   เส้นเลือดของข้ามันพร้อมที่จะสะบั้นทุกเมื่อ   หากข้าไม่เอาเลือดเสียออก  ข้าต้องตายแน่นอน!

เจ้าอย่าได้กังวล,  ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก!”    สายตาของโอวหยางเส่าเฉินเข้มเครียด สองแขนกำยำของเขายิ่งรัดรอบเอวเล็กของนางแน่นขึ้น

มู่หรงเสวี่ยตัวอ่อนระทวยซบแนบกับอกของโอวหยางเส่าเฉิน   มีเพียงเนื้อผ้าบางๆขวางกั้น นางรู้สึกได้ถึงอกผึ่งผายแน่นกระชับของเขา   ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงนั่น    พลันนางก็รู้สึกตัวถึงความใกล้ชิดที่เกินพอดี    นางเริ่มดิ้นรนไม่ยอมอยู่นิ่ง   โอวหยางเส่าเฉิน,  ท่านคิดจะทำอะไร?”

ช่วยเจ้าควบคุมพิษเย็น!”   โอวหยางเส่าเฉินตอบเสียงปร่า   มือข้างซ้ายค่อยๆกุมยึดข้อมือซ้ายของนางให้หยุดดิ้นรนอย่างนุ่มนวล   แล้วรูดมือละลงมาจับแขนซ้ายนางไพล่ไปด้านหลัง

ร่างกายมู่หรงเสวี่ยพลันแข็งขึง   กระโปรงชั้นในชั้นนอกของนางตอนนี้มิได้ติดอยู่กับเรือนร่างอีกแล้ว   ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางมีแค่เอี้ยมกับกางเกงชั้นในบางๆเท่านั้น   ตัวเอี้ยมน้อยนั้น,  เนื้อผ้าก็แสนจะน้อยมีเพียงชิ้นเล็กๆที่แปะปิดแค่ครึ่งบน   พร้อมกับสายคล้องคอและสายเส้นเล็กๆอีกสองเส้นอ้อมไปผูกที่แผ่นหลังเท่านั้น   แผ่นหลังส่วนที่เปลือยเปล่าในขณะนี้มีมือหนาของโอวหยางเส่าเฉินวางอยู่  หากเขาดึงสายคล้องคอของนางออก  เพียงแค่กระตุกมือเบาๆ,  เอี้ยมของนางก็คงจะ.........คงจะ.....ร่วงลง

ท่านมิใช่หมอ...แล้วจะมารักษาข้าได้อย่างไร?”   หลังจากต่อล้อต่อเถียงกันมา,  มู่หรงเสวี่ยก็ไม่ไว้ใจโอวหยางเส่าเฉินอีกต่อไป   นางพยายามฝืนดิ้น   ให้เขาละมือออกจากร่างนาง

ไม่ต้องห่วงหรอก   ข้าบอกว่าได้ก็ต้องได้!”   โอวหยางเส่าเฉินยิ่งรัดเอวนางแน่นขึ้น   ในขณะที่วางฝ่ามือลงยังแผ่นหลังของนางเร่งถ่ายทอดปราณให้

จู่ๆ   มู่หรงเสวี่ยก็รู้สึกถึงกระแสอุ่นร้อนวาบพุ่งเข้าสู่หัวใจของนาง    แล้วแผ่กระจายไปตามแขนขาของร่างกายอย่างรวดเร็ว    ขับไล่ความหนาวเย็นในเส้นเอ็นให้ล่าถอยออกไป

มู่หรงเสวี่ยลังเลใจก่อนที่จะหยุดดิ้นรน   จากนั้นนางก็รู้สึกว่าร่างกายของนางเริ่มรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอีกกระแสหนึ่งจากอุณหภูมิของน้ำพุร้อนซึมซาบผ่านชั้นผิวเข้ามา   รวมกับพลังปราณที่ชายหนุ่มมอบให้พุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ   ทีละคืบทีละคืบ  สุดท้ายแล้วพิษเย็นก็ค่อยๆอ่อนกำลังลงทีละนิดทีละนิด 

ความรู้สึกของอุณหภูมิน้ำที่ไหลเวียนในเส้นเลือด   รวมกับปราณของชายหนุ่มที่กระตุ้นตรงไปที่หัวใจ ทำให้เกิดความรู้สึกสบาย   ชวนให้ง่วงงุน

มู่หรงเสวี่ยทุ่มเทพลังกายยืนหยัดอยู่นาน   ขณะนี้ความรู้สึกเหนื่อยล้าก็เข้าถาโถมพร้อมกันทีเดียวทำให้นางค่อยๆปิดเปลือกตา   สูดดมกลิ่นหอมสดชื่นของป่าไผ่จากใครบางคน   ก็ยิ่งทำให้นางเบาสบายจนอยากจะพักผ่อน

แขนบอบบางของเด็กสาวตกลงข้างลำตัว    โอวหยางเส่าเฉินก้มมองเห็นดรุณีน้อยนอนหลับตาพริ้มเอนอิงเนื้อตัวซบเข้าหาอ้อมกอดของเขา   ขนตายาวหนาเป็นแพทาบกับแก้มนวลราวกับพัดที่แผ่ออกมา   ไล่ระเรื่อยมายังใต้ตาที่มีรอยคล้ำของความเหน็ดเหนื่อย    จมูกเล็กนั้นพะเยิบเข้าออกเป็นจังหวะหายใจสม่ำเสมอ   อดทำให้ผู้คนที่จ้องดูเกิดความรู้สึกหวั่นไหวแกมหมั่นเขี้ยวมิได้

โอวหยางเส่าเฉินอดไม่ได้   ค่อยๆเขี่ยปลายนิ้วไล้สัมผัสแตะต้องใบหน้างามละเอียดประณีตนั้นอย่างหลงใหล   พลันมีเสียงเข้มของบุรุษหนึ่งดังสอดขึ้นมาว่า นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร?”


............................................

จบบท







ดวงตาคมเยือกเย็นประดุจดวงตาเหยี่ยว   ลึกซึ้งจนยากจะหยั่ง   ราวกับรวบรวมแม่น้ำทั้งร้อยสายเอาไว้   สูบวิญญาณผู้คนพาให้จิตใจลุ่มหลง   จมอยู่ตรงนั้นมิอาจกลับสู่ฝั่งได้


ดวงตาคู่นั้นเจิดจรัส   อาบเอิบด้วยปัญญาแต่ให้ความรู้สึกอันตรายไม่น่าเข้าใกล้   นางควรจะหลีกเลี่ยงเจ้าของดวงตาคู่นี้ให้ไกลออกไป   ไกลที่สุด   ขณะที่นางมัวแต่ประเมินตัวโอวหยางเส่าเฉินยังมิแล้วเสร็จ   ชายผู้นั้นก็ใช้แขนยาวของตนเองกักขังนางไว้ในอ้อมแขน    นางถูกตรึงให้หลังติดกับกำแพง   ส่วนด้านหน้าก็เบียดชิดกับร่างกายของเขา   เขากำลังก้มหน้าพินิจมองใบหน้าของนางด้วยดวงตาคมกริบนั่น  คิดหาทางหนีอยู่รึ?”

ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดมาถูกแก้มเนียน    มู่หรงเสวี่ยรีบคิดคำนวณ   วรยุทธ์ของโอวหยางเส่าเฉินเหนือกว่านางมาก   ทั้งยังตรึงตัวนางกักขังไว้ในอ้อมแขนของเขาซะแน่นหนา   ทำเอานางแทบดิ้นไม่หลุด   ยังไงสองฝ่ายก็อาศัยอยู่ในเมืองหลวง   มองหน้ามองหลังไม่แน่ว่าอาจจะพบกันอีก   หากมีเรื่องผิดใจกันอยู่   สู้ฉวยโอกาสนี้แก้ไขความขุ่นข้องหมองใจเสียดีกว่า

โอวหยางเส่าเฉินยังคงจ้องนางเฉยๆ   มู่หรงเสวี่ยจึงค่อยๆพูดแบบชัดถ้อยชัดคำว่า   ฝ่าบาทโอวหยาง,   ข้าไม่ได้ตั้งใจทำลายกระดานหมากของท่านนะ ท่านยังจะมาหาเรื่องข้าทำไมอีก?”

เขาเองก็บีบต้นแขนนางตอนนั้นซะแรงจนทิ้งรอยนิ้วไว้ชัดเจน   นางต้องทายาอยู่หลายวัน   จนบัดนี้ก็ยังหลงเหลือรอยอยู่จางๆ    นางยังไม่เห็นจะแค้นเขาสักหน่อย   เป็นลูกผู้ชาย...ไม่ควรถือสาเรื่องเล็กน้อยมิใช่หรือท่าน?”

โอวหยางเส่าเฉินยังคงจ้องมองมู่หรงเสวี่ย   สีหน้าที่ปกติเข้มขรึมไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา   สีหน้าซึ่งไร้อารมณ์มักจะเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ภายในใจ ยากที่จะเห็นเขาทำหน้าโกรธโมโหออกมาตรงๆ   แต่คราวนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาจะเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา   ตรงมุมปากยกยิ้มขึ้นแทบจะมองไม่เห็น พอดีองค์ชายเช่นข้า....มีนิสัยคิดเล็กคิดน้อยซะด้วย!

ท่าน!”   มู่หรงเสวี่ยโกรธจนพูดไม่ออก    ได้แต่จ้องหน้าคนคิดเล็กคิดน้อยด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ

เมื่อผลลัพธ์ของการเจรจา   กระดานหมากตานั้น   ขอท่านอย่าถือสา   ไม่เป็นผลแล้ว   นางก็ขอชั่งหัวมัน   หากโอวหยางเส่าเฉินตอบรับนางด้วยความไม่ถือสา   นางก็จะคิดหาทางชดใช้ให้   แต่เมื่อเขาไม่มีน้ำใจตอบมา...ฮึ่มนางก็คร้านที่จะมาเห็นใจสำนึกผิดต่อเขา ช่างเขาปะไร

หมากตานั้นเป็นกลหมากที่สำคัญ   แต่กลับโดนเจ้ามาทำลายมันทิ้งไป   ข้ารู้สึกปวดใจเป็นอันมาก    ยังไงข้าก็ต้องเอาเรื่อง   แต่ถึงข้าอยากจะลงโทษเจ้า   แต่ก็ติดตรงที่ว่าร่างกายของเจ้าทั้งอ่อนแอ   ซ้ำยังเป็นอิสตรี   ข้าคงต้องยั้งมือมีเมตตาสักหน่อย   เจ้าแค่ต้องชดใช้ข้าด้วยของสิ่งหนึ่งเสียก่อน   เรื่องบาดหมางของเราถึงจะเป็นอันหมดสิ้นลงได้”    สายตาของโอวหยางเส่าเฉินพูดไปก็เปล่งประกายแปลกๆยากคาดเดาไปด้วย

ชดใช้ด้วยอะไร?”   มู่หรงเสวี่ยเอ่ยปากให้ความสนใจ   ฝ่าบาทโอวหยางมีชีวิตที่แสนสุขสบายไม่มีอะไรขาด   ทั้งทรัพย์สินเงินทอง   ถึงพร้อมด้วยอำนาจราชศักดิ์   ทั้งยังแข็งแกร่ง   เป็นผู้อื่นก็อาจจะหวังในทรัพย์สินเงินทอง เครือข่ายพันธมิตรต่างๆ    แต่นี่ตัวเขามีทุกอย่างพรั่งพร้อมอยู่แล้ว   เงื่อนไขที่เขาตั้ง....ต้องไม่ใช่เงื่อนไขธรรมดาแน่

ภายใต้แสงจันทร์อันนุ่มละมุน   ใบหน้าหวานซึ้งของเด็กสาวเป็นสีชมพูเปล่งปลั่งท่ามกลางบรรยากาศหมอกไอน้ำของน้ำพุร้อน   ราวกับอยู่ในห้วงฝัน   ตรงปลายขนตายาวงอนงามมีหยดน้ำใสเกาะประดับอยู่   ดวงตาดำขลับหวานปานจะหยดนั้นเปล่งประกายไร้เดียงสาใคร่รู้ ผิวพรรณของเด็กสาวนั่นเล่าก็ทั้งนุ่มทั้งเนียนฉ่ำน้ำราวกับจะแตกออกมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง   ชุดบังทรงแบบเอี้ยมสีแดงสดที่นุ่งห่มก็มองเห็นวับๆแวมๆอยู่ใต้ผิวน้ำ   ที่ดึงดูดสายตาต่อมาก็เป็นลำคอเรียวระหง   ต่ำลงไปอีกหน่อยก็ซอกคอขาวที่ต่อกับกระดูกบ่าที่แสนจะบอบบาง   ช่างเย้ายวนชวนให้ละเมิดศีลธรรม   ริมฝีปากสีแดงเผยอนิดๆดูแล้วหวานฉ่ำ   ราวกับกำลังรอให้เขาได้........

นัยน์ตาของโอวหยางเส่าเฉินเป็นสีดำเข้มราวกับน้ำหมึก   ยามที่เขาค่อยๆก้มหน้าใกล้เข้ามา.........ใกล้เข้ามา........ใกล้เข้ามา........จนริมฝีปากบางของชายหนุ่มประทับเข้ากับกลีบปากอิ่มเต็มของนาง......

ปากอุ่นร้อนที่จู่ๆก็ประทับเน้นๆบนริมฝีปากนาง   ทำให้มู่หรงเสวี่ยตกตะลึง   คิดอะไรไม่ออก ในสมองพลันว่างเปล่าโหวงเหวง   ตกอยู่ในภวังค์จนกระทั่งได้สติ  จึงรีบผลักเขาออกอย่างแรง   ถลึงตาดุดันใส่ใบหน้าหล่อเหลานั้น   โอวหยางเส่าเฉิน,  ท่านทำอะไร?”

โอวหยางเส่าเฉินยังไม่ทันตั้งตัว   พอนางผลักจึงเสียหลักต้องถอยออกไปสองสามก้าว    ริมฝีปากยังหลงเหลือรสละมุนของริมฝีปากนางเจือด้วยกลิ่นหอมหวานที่ชวนหลงใหล  ต้องมายืนต่อตาใกล้ๆกับดวงตาหวานแต่พยายามถลึงตาให้ดุของนาง   ริมฝีปากของเขาก็อดยกขึ้นยิ้มไม่ได้   ก็นี่แหละเงื่อนไขที่ข้าพูดถึง

'ฉากจำลองเหตุการณ์'

ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลย แต่...ท่านกลับ...ท่านกลับ....”   มู่หรงเสวี่ยโมโหจนพูดไม่ออก   ใครฟ่ะลือออกมาได้ว่า   ฝ่าบาทโอวหยางทรงเกียรติภูมิ   สง่างามและสุภาพ?  ออกมาเลย...นางไม่ตบปากเรียงตัวก็ให้มันรู้ไป

แต่เจ้าก็ไม่ได้ปฎิเสธข้านี่!”   โอวหยางเส่าเฉินแย้งเสียงค่อย
ก็ข้า....”   มู่หรงเสวี่ยกระอึกกระอัก   เขาแค่พูดว่าเงื่อนไข   แล้วนางจะไปตรัสรู้ได้อย่างไร   ว่าหมายถึงแบบนี้?

ปากอ้าจะโต้แย้ง   พลันอาการเจ็บแปลบที่กลางอกก็บังเกิด   จากกลางอกก็แผ่ขยายไปยังแขนขาของร่างกาย  ความเจ็บแบบเข้มข้นทรมานรวมทั้งความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากมวลกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น    โคจรย้อนไปย้อนมาด้วยความเร็วแค่พริบตาก็กระจายทั่วร่างน้อยนั่น

สีหน้าของสาวน้อยในขณะนี้ซีดไร้สีโลหิต   หน้าผากมีเหงื่อเม็ดโตๆกำลังไหลย้อย   คิ้วบนหน้าผากมนนั้นขมวดบิดแน่น!

สายตาของโอวหยางเส่าเฉินพลันเย็นยะเยียบ    เจ้าเป็นอะไรไป?”
ข้า...พิษเย็น”   มู่หรงเสวี่ยหอบไม่เป็นคำ   ไม่ใช่เวลาจะมาปัดป้องโอวหยางเส่าเฉิน    นางหันไปมองที่ริมบ่อเพื่อที่จะพบว่าไม่มีอะไรวางอยู่ตรงนั้น   เส้นเงินที่เตรียมไว้หายไปไร้ร่องรอย

มันคงจะหล่นหายไปตอนที่นางหงายหลังตกลงมาในบ่ออีกครั้ง   กระแสน้ำคงจะพัดพามันไปถึงไหนแล้ว   ขาดเข็มเงินไป   โอกาสที่นางจะสามารถคุมพิษเย็นได้ก็คงไม่มีอีกแล้ว

มู่หรงเสวี่ยดึงปิ่นปักผมออก   เงื้อง่าตั้งใจจะแทงลงที่ข้อมือซ้ายของตนเอง

นั่นเจ้าจะทำอะไร?”   โอวหยางเส่าเฉินก้าวเข้ามาพร้อมรั้งข้อมือขวาข้างที่ถือปิ่นไว้   ขัดขวางความตั้งใจของนาง

คัดเลือดเสียทิ้ง!”    มู่หรงเสวี่ยกัดฟันพูด   หางเสียงอ่อนแรง  หลังจากถูกพิษ   พิษจะหมุนเวียนอยู่ในระบบเลือด   จะให้ดีต้องถ่ายเลือดทิ้ง   แต่ว่าพิษเย็นมีผลรุนแรงมาก   ถ้าจะให้มีผลต้องปล่อยเลือดไหลทิ้งสักกึ่งหนึ่ง   เพื่อที่จะมีชีวิตรอดไปได้"

โอวหยางเส่าเฉินขมวดคิ้วแน่น   ร่างกายเจ้าอ่อนแออยู่แล้ว   หากเสียเลือดมากเกินไป   อาจมีผลเสีย.....

มู่หรงเสวี่ยยิ้มอ่อนแรง    ที่เขาพูด,  นางเองก็รู้ดี   แต่ทว่า....  “พิษเย็นของข้าแทรกซึมเข้าสู่เส้นเอ็นแล้ว   เส้นเลือดของข้ามันพร้อมที่จะสะบั้นทุกเมื่อ   หากข้าไม่เอาเลือดเสียออก  ข้าต้องตายแน่นอน!

เจ้าอย่าได้กังวล,  ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก!”    สายตาของโอวหยางเส่าเฉินเข้มเครียด สองแขนกำยำของเขายิ่งรัดรอบเอวเล็กของนางแน่นขึ้น

มู่หรงเสวี่ยตัวอ่อนระทวยซบแนบกับอกของโอวหยางเส่าเฉิน   มีเพียงเนื้อผ้าบางๆขวางกั้น นางรู้สึกได้ถึงอกผึ่งผายแน่นกระชับของเขา   ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงนั่น    พลันนางก็รู้สึกตัวถึงความใกล้ชิดที่เกินพอดี    นางเริ่มดิ้นรนไม่ยอมอยู่นิ่ง   โอวหยางเส่าเฉิน,  ท่านคิดจะทำอะไร?”

ช่วยเจ้าควบคุมพิษเย็น!”   โอวหยางเส่าเฉินตอบเสียงปร่า   มือข้างซ้ายค่อยๆกุมยึดข้อมือซ้ายของนางให้หยุดดิ้นรนอย่างนุ่มนวล   แล้วรูดมือละลงมาจับแขนซ้ายนางไพล่ไปด้านหลัง

ร่างกายมู่หรงเสวี่ยพลันแข็งขึง   กระโปรงชั้นในชั้นนอกของนางตอนนี้มิได้ติดอยู่กับเรือนร่างอีกแล้ว   ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางมีแค่เอี้ยมกับกางเกงชั้นในบางๆเท่านั้น   ตัวเอี้ยมน้อยนั้น,  เนื้อผ้าก็แสนจะน้อยมีเพียงชิ้นเล็กๆที่แปะปิดแค่ครึ่งบน   พร้อมกับสายคล้องคอและสายเส้นเล็กๆอีกสองเส้นอ้อมไปผูกที่แผ่นหลังเท่านั้น   แผ่นหลังส่วนที่เปลือยเปล่าในขณะนี้,  มีมือหนาของโอวหยางเส่าเฉินวางอยู่    เขาทำท่าจะดึงสายคล้องคอของนางออก  เพียงแค่กระตุกมือเบาๆ,  เอี้ยมของนางก็คงจะ.........คงจะ.....ร่วงลง

ท่านมิใช่หมอ...แล้วจะมารักษาข้าได้อย่างไร?”   หลังจากต่อล้อต่อเถียงกันมา,  มู่หรงเสวี่ยก็ไม่ไว้ใจโอวหยางเส่าเฉินอีกต่อไป   นางพยายามฝืนดิ้น   ให้เขาละมือออกจากร่างนาง

ไม่ต้องห่วงหรอก   ข้าบอกว่าได้ก็ต้องได้!”   โอวหยางเส่าเฉินยิ่งรัดเอวนางแน่นขึ้น   ในขณะที่วางฝ่ามือลงตรงตำแหน่งหัวใจของนางเร่งถ่ายทอดปราณให้

จู่ๆ   มู่หรงเสวี่ยก็รู้สึกถึงกระแสอุ่นร้อนวาบพุ่งเข้าสู่หัวใจของนาง    แล้วแผ่กระจายไปตามแขนขาของร่างกายอย่างรวดเร็ว    ขับไล่ความหนาวเย็นในเส้นเอ็นให้ล่าถอยออกไป

มู่หรงเสวี่ยลังเลใจก่อนที่จะหยุดดิ้นรน   จากนั้นนางก็รู้สึกว่าร่างกายของนางเริ่มรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอีกกระแสหนึ่งจากอุณหภูมิของน้ำพุร้อนซึมซาบผ่านชั้นผิวเข้ามา   รวมกับพลังปราณที่ชายหนุ่มมอบให้พุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ   ทีละคืบทีละคืบ  สุดท้ายแล้วพิษเย็นก็ค่อยๆอ่อนกำลังลงทีละนิดทีละนิด 

ความรู้สึกของอุณหภูมิน้ำที่ไหลเวียนในเส้นเลือด   รวมกับปราณของชายหนุ่มที่กระตุ้นตรงไปที่หัวใจ   ทำให้เกิดความรู้สึกสบาย   ชวนให้ง่วงงุน

มู่หรงเสวี่ยทุ่มเทพลังกายยืนหยัดอยู่นาน   ขณะนี้ความรู้สึกเหนื่อยล้าก็เข้าถาโถมพร้อมกันทีเดียวทำให้นางค่อยๆปิดเปลือกตา   สูดดมกลิ่นหอมสดชื่นของป่าไผ่จากใครบางคน   ก็ทำให้นางหลุดเข้าสู่นิทรารมย์ได้อย่างง่ายดาย

แขนบอบบางของเด็กสาวตกลงข้างลำตัว    โอวหยางเส่าเฉินก้มมองเห็นดรุณีน้อยนอนหลับตาพริ้มเอนอิงเนื้อตัวซบเข้าหาอ้อมกอดของเขา   ขนตายาวหนาเป็นแพทาบกับแก้มนวลราวกับพัดที่แผ่ออกมา    ไล่ระเรื่อยมายังใต้ตาที่มีรอยคล้ำของความเหน็ดเหนื่อย    จมูกเล็กนั้นพะเยิบเข้าออกเป็นจังหวะหายใจสม่ำเสมอ   อดทำให้ผู้คนที่จ้องดูเกิดความรู้สึกหวั่นไหวแกมหมั่นเขี้ยวมิได้

โอวหยางเส่าเฉินอดไม่ได้   ค่อยๆเขี่ยปลายนิ้วไล้สัมผัสแตะต้องใบหน้างามละเอียดประณีตนั้นอย่างหลงใหล   พลันมีเสียงเข้มของบุรุษหนึ่งดังสอดขึ้นมาว่า นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร?”


............................................
จบบท

81 ความคิดเห็น:

  1. กริ๊ดดดดดดด. วิ่งวนรอบบ่น้ำพุสองร้อยรอบ

    ตอบลบ
  2. ใครวะ ดันมาขัดจังหวะเสียได้ กำลังฟิน

    ตอนนี้ชอบของดิบๆ ค่ะ

    รอตอนต่อไป

    ตอบลบ
  3. ค้างสุดๆ ขออีกได้มั๊ยคะ?please... ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ

    ตอบลบ
  4. ท่านพี่ชายมาขัดจังหวะทำมายยยยย. โอ้ยยยยลุ้นๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  5. พระเอกไหม พระเอกไหม

    ตอบลบ
  6. ค้างสุดๆเลยค่าาาาา
    โอวหยาง คนเจ้าเล่ห์!

    ตอบลบ
  7. ้เอายามาให้ ช้าไปแล้ว 555+

    ตอบลบ
  8. บรรยากาศกำลังดีเข้ามาขัดทำมายยยย

    ตอบลบ
  9. ค้าง ใครชังกล้ามาขัด 555

    ตอบลบ
  10. สเต๊กเนื้อแบบค่อนข้างดิบอาหร่อยนะ

    ตอบลบ
  11. องค์ชายแม่ทัพ ท่านมาช้าไปแล้ว

    ตอบลบ
  12. ค้างค่ะ ขออีกนิดได้ไหมค่ะ😅😅

    ตอบลบ
  13. สนุกมากๆค่ ค้างอ่าาา

    ตอบลบ
  14. นั่นเจ้ามาขัดขวางทำไม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม

    อร๊ายยยย ค่้างค่ะ

    ตอบลบ
  15. ใครมันโผล่มาฟะ ไม่รู้จักหวะเล๊ย

    ตอบลบ
  16. ด้วยๆๆๆ ค่า ติดใจที่นี่แล้วนะ

    ตอบลบ
  17. ใครนะ มาขัดจังหวะความฟิน

    ตอบลบ
  18. มาต่ออีกได้มั้ยคะ เลิกสนใจไปนานแล้วว่าจะดิบหรือสุก(?) ค้างง่ะ มาต่อหน่อยนะ นะๆๆๆๆน้าาา~~~~

    ตอบลบ
  19. มาทำอะไรตอนนี้

    ตอบลบ
  20. ใครกันนนนนน ...ขวางคลอง กำลังฟิน

    ตอบลบ
  21. เพ้ยยย!!!! ค้างแรง กะลังเอาเข็มเข้าด้าย ใครมาปัดฟระ!!!

    ตอบลบ
  22. โอ่วววว ม่ายยยย ใครมาขัดตอนนี้

    ตอบลบ
  23. ทีมโอวหยาวเลยค่ะ เชียร์สุด

    ตอบลบ
  24. ถ้าเป็นพี่ชายจะเขกกะโหลก ถ้าเผ็นอ๋องตัวประกอบจะจับตอน

    ตอบลบ
  25. อีตาองค์ชายเรื่องเยอะนั่นใช่ไหมฮะมาทำไมขัดจังหวะเว้ย

    ตอบลบ
  26. ใครมาขัดจังหวะเนี้ยยย กำลังดีเลย

    ตอบลบ
  27. ใครโผล่มาขัดจังหวะระหว่างฝ่าบาทโอวหยางกับมู่หรงเสวี่ยกันฮะ!
    ปล. เราเกลียดนายองค์ชายแม่ทัพมากๆใครก็ได้เตะมันไปให้พ้นๆคู่ฝ่าบาทโอวหยางกับมู่หรงเสวี่ยที!

    ตอบลบ
  28. ขอบคุณค่ะ Writer ชอบ ๆ ๆ มากมาย

    ตอบลบ
  29. เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่าไหม~~~~

    ตอบลบ
  30. ใคร!? ใครเป็นมารคอหอย ตบมันน คนเขากำลังสวีทกัน อ่ยยยยยยยย

    ตอบลบ
  31. ขอให้นังอี้เฉินมาเจอ เย่!

    ตอบลบ
  32. ค้าง......สุดๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะ แต่จะให้ดีขอดิบๆมาเรื่อยได้ค่ะ ไม่ต้องรอปรุงสุก....

    ตอบลบ
  33. ค้าง......สุดๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะ แต่จะให้ดีขอดิบๆมาเรื่อยได้ค่ะ ไม่ต้องรอปรุงสุก....

    ตอบลบ
  34. กรีสสสสส อยากต่อใจจะขาเ

    ตอบลบ
  35. กรี๊ดแรงมาก จิกหมอนวนไปค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

    ตอบลบ
  36. กรี้ดดดค้างมาก ใครมาขัดจังหวะ ณ ตอนนี้ไม่ต้องสุกล่ะค่ะ อ่านแบบดิบๆวนๆไปค่ะ ฟินได้อีกกก

    ตอบลบ
  37. อร้ายยยย กำลังฟิน อีนี่โผล่มาทำมายยยยย

    ตอบลบ
  38. อร้ายยยย กำลังฟิน อีนี่โผล่มาทำมายยยยย

    ตอบลบ
  39. บังอาจจจ มาขัดทำไมกำลังลุ้นนนน

    ตอบลบ
  40. ขอบคุณค่ะ มาเชียร์ให้ลงตอนดิบต่อไป
    กำลังฟินเลยพระเออกมาบ่อยขึ้นแล้ว

    ตอบลบ
  41. ฌอ้ยยยยยวยยยยวย ตายยยยย อีกตอน

    ตอบลบ
  42. ใครมาขัดจังหวะ...กริ๊ดๆ โอวหยางพระเอกเถอะน่ะ ชอบบ

    ตอบลบ
  43. กรี๊ดดด...ฝ่าบาทโอวหยาง รุกหนักแบบไม่ให้ตั้งเนื้อตั้งตัวเลยนะท่าน >///<

    ขอบคุณนะคะ ตอนตอนต่อไปด้วยใจจดใจจ่อ

    ตอบลบ
  44. มิเดียมแร์ ของแรร์ชัดๆอร่อยสะใจ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  45. กริ๊ดๆๆ จิกหมอนจะขาดแล้ว

    ตอบลบ
  46. กรี๊ดดดดดด หมอนกระจาย น้ำหมากกระเด็ดดดดดดด
    555555555

    ตอบลบ
  47. ใครมาขัดจังหวะเนี่ย

    ตอบลบ
  48. อร๊ายๆๆกำลังฟินอิอิ🌸😊😽😽

    ตอบลบ
  49. ดีนะยังมาตอนรักษาเสร็จ ถ้ามัวมาอธิบายเสวี่ยเอ๋อคงตายก่อน 5555 มาขัดเฮียเขาทำไม เจอกันครั้งสองครั้งได้จูบได้กอด ครั้งหน้าจะทำอะไรอีก โอ้ยยดีต่อใจ

    ตอบลบ
  50. เอ็งจะเข้ามาขัดทำมาายยยยยยย อีหอยหมี
    เอ็งมาช้าไปแล้วย่ะ#ค้างมาก 555555555

    ตอบลบ
  51. กรี๊ดดดดดดดดดด ดี๊ดีค่ะ ใครมาขัดตอนสุดท้ายกันนะ

    ตอบลบ
  52. มีคนมาสอดจนได้ ศึกชิงนาง

    ตอบลบ
  53. กรี้ด ค้างมากมายกำลังฟิน

    ตอบลบ
  54. ใครมาขัด!! กำลังฟินเลย!! ฆ่ามัน!!

    ตอบลบ
  55. อ่านแบบดิบก้อสนุกดีนะคะ ขอบคุณที่แปลนิยายสนุกๆๆให้อ่านค้า

    ตอบลบ
  56. คุณพี่ชายหรือเปล่า?

    ตอบลบ
  57. แน่ใจเหรอว่ายังดิบ...มันก็อ่านสนุกดีนะ อ่านได้เรื่อยๆไม่ได้ติดขัดอะไร

    ตอบลบ
  58. โจทก์-จำเลย หรือ โจทย์ปัญหา-เฉลย ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ ว่าไรท์ต้องการสื่อถึง ประเด็นไหนคะ

    ตอบลบ
  59. ค้าง ใครชังกล้ามาขัด 555

    ตอบลบ
  60. ฟินกับฝ่าบาทโอวหยางค่าาา อยากเห็นจินนี่ผิดหวังแบบรุนแรง...กระอักเลือดด้วยความเสียดาย...เมื่อไหร่จะมาน้าาาาาาาา

    ตอบลบ
  61. รักษาแบบนี้ก็ได้หรอ >///<
    แล้วใครมันมาขัดเนี่ย เอามันออกปายยย

    ตอบลบ
  62. ขัดจังหวะอย่างแรง

    ตอบลบ
  63. ใคร๊ใครใครๆ ช่างมาขัดเวลาความฟินของเรา!!
    อิจิ้ง(อ๋อง)ใช่มะ!?

    ตอบลบ
  64. ครายวะมันมาขัดคอช่างไม่รู้กาละเทศะจริงๆเลย กรี๊ดดดดดดตอนนี้ชั้นอยากเป็นนางเอกจังเลยยยยยย ชอบมากกกกก

    ตอบลบ
  65. ค้างมากๆๆๆ ด้วยคนจ้า

    ตอบลบ
  66. ขอบคุณค่ะ แหมมม ถ้าองค์รัชทายาทไม่ใช่พระเอกจะเทนิยายเรื่องนี้จริงด้วยย!

    ตอบลบ
  67. ฌอ้ยยยยยวยยยยวย ตายยยยย อีกตอน

    ตอบลบ
  68. ขอบคุณมากจร้า ไรทเตอร์

    ตอบลบ
  69. ใครบังอาจนักมาขัดจังหวะ

    ตอบลบ
  70. ใครบังอาจนักมาขัดจังหวะ

    ตอบลบ
  71. ใคร??? ใครมาคะคุณ มาทำไมตอนนี้

    ตอบลบ
  72. รอตอนต่อไปค่ะ🌸😊

    ตอบลบ