งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 42 หึงอีกแล้ว (ยังดิบ)

มู่หรงเสวี่ยหนังตากระตุกถี่ยิบ    ในใจรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี   นางรีบส่ายหัวราวกับป๋องแป๋ง   “ไม่นะ!   ท่านพูดเรื่องดูตัวอะไรกัน?”




 **เผื่อใครเกิดไม่ทัน ป๋องแป๋งหน้าตาประมาณนี้ 










โอวหยางเส่าเฉินกลับย่างสามขุมเข้าหานาง    ระยะที่หดสั้นเข้ามา   ทุกๆก้าวราวกับมีค้อนหนักๆ ทุบลงในใจดวงน้อยๆของนางจนสะดุ้งเฮือก    นางถอยหนีจนกระทั่งเสียหลัก
พลันร่างกายของชายหนุ่มก็เคลื่อนไหวเข้าหานางอย่างรวดเร็ว   แขนยาวแข็งแกร่งของเขายื่นมาโอบกระชับรอบเอวเล็กของนาง   พยุงนางไว้   กกกอดนิ่งไว้ในอ้อมแขน   น้ำเสียงชัดเจนจากริมฝีปากของเขาแฝงน้ำเสียงโหดเอาเรื่องว่า   “ข้าเห็นกับตาว่าเจ้ากับกู่ห่าวอี้คุยกันท่าทางสนิทสนมมาก!

กลิ่นกายของเขาอบอวลเข้ามาในจมูก   ลมหายใจอุ่นรินรดกับแก้มของนางอย่างสนิทสนม ผลักอย่างไงก็ไม่หลุด

เขาเชี่ยวชาญชำนาญการโอบกอดอย่างยิ่ง   กอดรัดนางแต่ละทีทำเอานางหมดสิทธิ์ดิ้นรน มือเท้ามิสามารถขยับ    สี่ระยางสำคัญของกายนางถูกเขารัดไว้อย่างแน่นแฟ้น   ได้แต่ทำตาปริบๆขมวดคิ้วถลึงตาใส่เขา

“เขาเป็นผู้มาเยี่ยมเยือน,   ข้าผู้เป็นเจ้าบ้าน   ก็ต้องต้อนรับขับสู้   หากข้าไล่คนไป   ผู้คนข้างนอกจะเอาไปลือกันผิดๆ”

โอวหยางเส่าเฉินครุ่นคิดแล้วพยักหน้า   เหตุผลนี้พอฟังขึ้น   แต่ทว่า....   ”ตอนที่ชายชุดดำฝ่ายองค์ชายจิงลงมือกับกู่ห่าวอี้   ทำไมเจ้าถึงออกหน้าปกป้องเขาด้วย   นั่นมันหมายความว่าอย่างไร?” 

ตอนที่เขาปะทะกับเย่วอี้เฉินที่ริมหน้าผา   นางก็ไม่เห็นออกมาปกป้องเขาเช่นนี้นี่นา!

มู่หรงเสวี่ยถึงกับอึ้ง   กลอกตาขึ้นมองฟ้าเบื้องบน   ยิ่งนาน,  คำถามเขายิ่งมากและยิ่งรุกไล่ไม่ยอมปล่อยแม้แต่รายละเอียดปลีกย่อย   ซ้ำยังไร้ความเกรงอกเกรงใจ   “คุณชายกู่เป็นแขกมาเยี่ยม   ซ้ำยังถูกทำร้ายอยู่ภายในเขตจวน   จะให้ข้าทำไม่รู้ไม่ชี้   ไม่ดูแลจะได้ที่ไหน?    ขนาดขอทานถูกทุบตีอยู่นอกจวน   พวกผู้คุ้มกันภัยที่เฝ้าหน้าประตูก็ยังไม่เคยนิ่งดูดาย!

“เป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ?”    โอวหยางเส่าเฉินมองจ้องลงไปยังดวงตาของนาง   ท่าทางไม่เชื่อ

“แน่นอน,  ข้าจะหลอกลวงท่านไปทำไม?”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าหงึกหงัก   ดูแล้วช่างหนักแน่นจริงใจพร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าจะสาบาน

โอวหยางเส่าเฉินค่อยผ่อนคลายท่าที    “ทีหลังมีอะไรให้บอกข้า   ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ข้าก็ช่วยเจ้าได้....”

“เหรอ!  งั้นเรื่องข้าจะแต่งงานก็ต้องบอกท่านด้วยซิ?”   มู่หรงเสวี่ยพูดหยอกกลับเขาอย่างขบขัน

“ข้าช่วยเจ้าได้!”   โอวหยางเส่าเฉินพยักหน้า   ดวงตาดำสนิทของเขาเข้มขรึม

มู่หรงเสวี่ย “...........”

ฝ่าบาทโอวหยางผู้สง่างามคงจะเล่นมุก   แต่ไหงนางถึงขำไม่ออก

มองหลบสายตาที่มองมาอย่างลึกซึ้งของซื่อจื่อหนุ่ม   มู่หรงเสวี่ยกระแอมกระไอก่อนจะพูดว่า “ฝ่าบาทอยู่ๆเสด็จมาที่เรือนของข้า....ใช่มีธุระหรือไม่?”

“ที่อวี้เป่าซวนมี หญ้าหยางเถ่า มาเปิดประมูล”    โอวหยางเส่าเฉินพูดเสียงเบา   เขาหยุดแล้วก็พูดต่อว่า   “หญ้าหยางเถ่าจะออกมาประมูลในยามเฉิน(07.00-09.00) วันนี้แล้ว”

มู่หรงเสวี่ยละล้าละลัง   “ทำไมท่านไม่บอกให้เร็วกว่านี้?”   ตอนนี้มันยามฉี (9.00-10.00) เข้าไปแล้ว   การประมูลจะเริ่มต้นภายในสองเค่อ   ไม่รู้ว่าจะไปทันก่อนหญ้าหยางเถ่าจะถูกประมูลไปหรือไม่....

“ใครว่า....ข้ามาก่อนเวลา,  แต่เจ้ามัวพูดคุยอยู่กับกู่ห่าวอี้   หากเจ้าไม่อยากได้หญ้าหยางเถ่าแล้วก็แล้วไปเถิด   ข้าจะได้ไปอวี้เป่าซวนคนเดียว ดีหรือไม่?”   โอวหยางเส่าเฉินถามตาใส

มู่หรงเสวี่ย  “....”   ไหงกลายเป็นว่านางเป็นฝ่ายผิดอีกแล้ว!

“งั้น....พวกเรารีบไปที่อวี้เป่าซวนกันเถอะ”   มู่หรงเสวี่ยดิ้นรนขยับแขนของเขาที่โอบอยู่รอบเอวบางของนาง    หวังว่าหญ้าหยางเถ่าจะยังอยู่ไม่ถูกผู้ใดประมูลไป

ข้อมือน้อยพลันถูกดึงไว้    โอวหยางเส่าเฉินกระแอมก่อนจะเอ่ยว่า   “เจ้าพร้อมจะไปอวี้เป่าซวนแล้วหรือ?”

“แล้วทำไมหรือ?”   มู่หรงเสวี่ยทำสายตางุนงง     อะไรกัน...สายตามองขึ้นมองลงนั่น?

โอวหยางเส่าเฉินมองนางแล้วพานางเดินมายังตู้เก็บเสื้อผ้า    ก่อนจะดึงบานประตูตู้ออกมองชุดกระโปรงของนางแล้วเลือกหยิบชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนหวานออกมาให้นาง   “เจ้าผลัดเปลี่ยนมาสวมชุดนี้”

มู่หรงเสวี่ยก้มลงมองชุดที่นางกำลังสวมใส่    เห็นว่ามอมแมมเปรอะเปื้อนฝุ่นอยู่พอสมควร ไม่เหมาะสมที่จะใส่ออกไปข้างนอก 

มือสีขาวเรียวใสไร้ตำหนิเช่นหยกเนื้อดีเอื้อมมายังเอวนางพร้อมกับกระตุกเชือกรัดเอวออก มู่หรงเสวี่ยได้สติรีบตะปบคว้ามือโอวหยางเส่าเฉินไว้  ถลึงตามองเขา   “นี่ท่านจะทำอะไรมิทราบ?”

“ช่วยเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้า”   โอวหยางเส่าเฉินพูดน้ำเสียงเบาทุ้ม   ดวงตาใสกระจ่างดูแล้วไร้พิษภัย   ราวกับจะสื่อออกมาว่า....ข้าแค่อยากช่วยเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าจริงๆน้า!   มิได้มีความคิดอื่นใดเลย   ความไม่ไว้ใจของนางต่างหากที่กำลังดูถูกเขา...ผู้บริสุทธิ์!

“ข้าเปลี่ยนเองได้”   มู่หรงเสวี่ยยิ่งยึดมือของโอวหยางเส่าเฉินไว้มั่น   หญิงชายต่างกัน   อยู่ๆเขาจะมาถอดผ้านางได้อย่างไร

“มือไม้เจ้าชักช้าไม่คล่องแคล่ว   กว่าเจ้าจะเปลี่ยนเสร็จ   งานประมูลก็คงเลิกเสียก่อน!”   โอวหยางเส่าเฉินตอบเสียงนิ่ม   ฝ่าบาทพลิกเปลี่ยนท่าทำให้นิ้วที่รวบจับของมู่หรงเสวี่ยหลุดออกจากกัน   จี้สกัดจุดนางแล้วหันมาสาละวนช่วยนางปลดกระดุมต่อ......

มู่หรงเสวี่ยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเดือดจัด   นางจ้องหน้าโอวหยางเส่าฉฺนอย่างเอาเรื่อง “ฝ่าบาทโอวหยาง,  ท่านรู้หรือไม่ว่าหญิงชายนั้นแตกต่าง?”    เขาเป็นบุรุษ,  นางเป็นสตรี   ต่อให้รีบแค่ไหนแต่ถึงกับจะลงมือช่วยนางเปลี่ยนเสื้อ....มันออกจะเกินกว่าเหตุหรือไม่

“แน่นอน   เรื่องพวกนั้นข้าย่อมรู้ดี!”    เสียงโอวหยางเส่าเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ    ซื่อจื่อผู้ปราดเปรื่องเช่นเขาคุ้นเคยกับบทประพันธ์ประโลมโลกตั้งแต่เด็ก   เรื่องความแตกต่างระหว่างชายหญิง   เขาก็หมั่นศึกษา   รู้อยู่แก่ใจ!   แต่ทว่า....อยู่ต่อหน้านางผู้นี้, เขามิอยากนำพากับคำสั่งสอนคร่ำครึอะไรนั่น

ริมฝีปากที่บางได้รูปนั้นซ่อนรอยยิ้มพิฆาตไว้    นิ้วมือของเขาขยับอีกทีและอีกที   กระดุมที่ทำจากหยกใสนั่นก็ค่อยๆหลุดตามกันลงมา

การเคลื่อนไหวของเขานั้นทำอย่างว่องไว   มู่หรงเสวี่ยถลึงตากัดฟันด่า   “โอวหยางเส่าเฉิน! ชายหญิงห้ามแตะต้องเนื้อตัวกัน”

เขาไม่กลัวจะเสียชื่อเสียงราชสกุลโอวหยางของเขาหรือไง?    ทำลายความเลิศเลอของตัวเองจนย่อยยับได้ด้วยเรื่องด่างพร้อยเพียงเรื่องเดียว,  เขาไม่รู้หรอกหรือ?

“พวกเราต้องรีบไปยังอวี้เป่าซวน   ประมูลหญ้าหยางเถ่า   ชีวิตเจ้าน่ะกำลังตกอยู่ในอันตราย ย่อมสำคัญกว่าสิ่งใดถึงจะถูก!

โอวหยางเส่าเฉินมองสบตานาง   นิ้วเรียวงามนั้นยังเคลื่อนไหวไม่หยุด   คราวนี้ก็มาถึงกระโปรง   กระโปรงไหมเนื้อนุ่มที่ไร้สายคาดเอว   เพียงปลดกระดุมก็ลื่นหลุดไหลลงมากอง เผยให้เห็นผิวพรรณที่งดงามของเด็กสาว   เอี้ยมบังทรงสีชมพูอ่อน   กางเกงชั้นในเนื้อนุ่มสีขาว   เปล่งปลั่งจนแทบจะลืมหายใจ

มู่หรงเสวี่ยกัดฟันกรอด  ถลึงตามองเขา   นางโมโหจนไม่รู้จะโมโหอย่างไง...

แววตาของโอวหยางเส่าเฉินใสบริสุทธิ์ราวกับเซียนผู้เมตตา   ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดใดๆ   เขาจับชุดกระโปรงสีชมพูนั้นสวมใส่เข้ากับร่างของนาง  ช่วยนางติดกระดุม  ผูกผ้ารัดเอว มองขึ้นมองลงเห็นว่าเหมาะสมงดงามดีแล้ว   โอวหยางเส่าเฉินก็จูงข้อมือนางออกเดิน   “เอาล่ะ! ไปกันเถอะ”

โอวหยางเส่าเฉิน!   มู่หรงเสวี่ยได้รับอิสระแล้ว   นางกำหมัดต่อยตรงหาเขา  ถึงนางจะมีเอี้ยมปิดอก   กางเกงในก็ยังใส่เรียบร้อย   เขาเองก็ไม่ได้เห็นอะไรไปมากเท่าไร   แต่นางก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเองได้น่ะเฟ้ย   ใครขอให้เขาช่วยเปลี่ยนกัน!

โอวหยางเส่าเฉินรีบเบี่ยงตัวหลบหมัดของนาง   แขนยาวนั้นยึดจับเอวของนางแล้วพาเดินออกไปจากห้อง   “พวกเราสายแล้ว, มาๆๆ ...ออกเดินทางกันเถอะ”


แสงแดดอันอบอุ่นภายนอกอาบต้องร่าง,   มู่หรงเสวี่ยยากจะขัดขืน   พลันจู่ๆ ร่างกายก็เบาหวิวไร้น้ำหนัก   โอวหยางเส่าเฉินโอบตัวนางไว้แน่นหนา   สะกิดปลายเท้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว


............................................
จบบท



2 ความคิดเห็น: