งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 46 กลอุบายของมู่หรงหลัว (ดิบ)

หนึ่งในสุดยอดความดีที่ผู้เป็นลูกหลานต้องยึดถือคือความกตัญญู   การจัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นการฉลองครบรอบห้าสิบห้าปีเพื่ออวยพรต่อบิดามารดานั้นยิ่งต้องจัดงานให้ใหญ่โตเข้าไว้กว่างานครบรอบวันเกิดธรรมดา    ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือใช้เป็นข้ออ้างเชื้อเชิญเหล่าบรรดาขุนนาง   เส้นสายและแขกเหรื่อต่างวงการมากันให้ครบครัน    เพื่อกระชับพันธมิตรเดิมและสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ๆให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น    ดังนั้นจวนหวู่อันย่อมไม่พลาดที่จะจัดงานนี้!



“เจ้าอยากจะไปร่วมงานเลี้ยงหรือไม่?”    โอวหยางเส่าเฉินถามเสียงนุ่ม

“ข้าไม่ไปหรอก!”   มู่หรงเสวี่ยส่ายหน้าพร้อมกับตอบอย่างรวดเร็วไม่ต้องหยุดคิด

นางไล่บี้ให้มู่หรงหลัวต้องจ่ายหนี้มาตั้งหนึ่งล้านตำลึง   มู่หรงหลัวต้องเกลียดนางยิ่งกว่าอะไรดี   ที่ส่งเทียบเชิญมาให้นางก็คงไม่เต็มใจ   หรือไม่ก็มีเจตนาไม่ดีอะไรแอบแฝง   คิดจะแก้เผ็ดเอาคืนกับนาง   ที่งานเลี้ยงคงจะเป็นกับดักล่อนางให้ไปติดกับแผนบางอย่างมากกว่า

นางไม่กลัวอุบายของมู่หรงหลัวหรอก   แต่นางไม่อยากสิ้นเปลืองพลังงานไปทะเลาะกับนางด้วย   “ฝ่าบาท,  พวกเรายังพูดเรื่องหญ้าหยางเถ่าค้างอยู่”

นางมีแค่ปทุมาโลกันต์สองดอกในมือ   ย่อมต้องอยากได้หญ้าหยางเถ่ามาเตรียมไว้ทดแทนแต่เนิ่นๆ

มองจ้องนางจนบังเกิดภาพสะท้อนในดวงตาสีดำสนิทของซื่อจื่อหนุ่ม   เขาอมยิ้มนิดแล้วตอบสาวน้อยกลับไปว่า   “หญ้าหยางเถ่าขึ้นอยู่บนยอดเขาสูง   ภูเขาลูกนั้นค่อนข้างมีอุปสรรคมาก    ยากลำบากในการป่ายปีน....”   โอวหยางเส่าเฉินเดินไปคุยไปกับมู่หรงเสวี่ย   ชายหนุ่มชุดขาวกับสาวน้อยหวานใสในอาภรณ์สีชมพูอ่อน   ต่างคนต่างเฉิดฉายสะดุดตา   เสริมส่งบุคลิกเข้ากันอย่างลงตัว   ทำให้ผู้จับตามองรู้สึกรื่นรมย์สายตาไปด้วย   แต่จ้องแล้วก็ต้องเบิกตากว้างจ้องซ้ำให้แน่ใจว่าตาไม่ฝาด    นั่นมัน....ใช่ฝ่าบาทโอวหยางหรือเปล่านะนั่น?

ชายหนุ่มเชื้อสายราชนิกูลผู้สูงศักดิ์    งดงามทุกอิริยาบถไม่ว่าจะเดินเหินหรือขยับ   มองอย่างไรก็ไม่ผิดตัวแน่   หล่อเหลางดงามไร้ที่ติ   เปรียบประดุจชายงามในจินตนาการของกวี สมแล้วที่เป็นซื่อจื่อโอวหยางเส่าเฉิน

เอ้....แต่ว่าข่าวลือที่ว่าพระองค์ไม่สนใจอิสตรีคงมิใช่ความจริงแล้วกระมัง?   แล้วแม่นางน้อยคนที่กำลังเดินคุยอยู่เคียงข้างผู้นั้นล่ะใคร?

..............................


ณ จวนขุนนางหวู่อัน

มู่หรงหลัวและบรรดาสาวใช้ทั้งหลาย   และอีกหนึ่งหัวหน้าสาวใช้   ยกขบวนเลิกม่านเข้ามาตั้งแถวในห้องโถง     ท่าทางยินดีปรีดาและกระตือรือร้น:  "สะใภ้คารวะท่านแม่เจ้าคะ!” 

นอนบนเตียงหนานุ่มที่ติดกับบานหน้าต่างคือ   หญิงชราที่มีบุคลิกหน้าตาผ่องใส   นางแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มสง่างามปักลวดลายเทพประทานพรทั้งห้า   บนหน้าผากคาดผ้ารัดหน้าผากสีน้ำเงินประดับตรงใจกลางด้วยหยกใส   ในมือมีลูกประคำ    นัยน์ตาจับไปยังมู่หรงหลัว   เอ่ยวาจาด้วยท่าทางเรียบเรื่อยว่า   “ลุกขึ้นเถิด   จัดเตรียมงานฉลองไปถึงไหนแล้ว?”

“สะใภ้ได้จัดการตามสั่งเรียบร้อยแล้ว   ไม่ว่าจะจัดเตรียมปัดกวาดสถานที่   ประดับประดาตกแต่งจวน   อาหารที่จัดเลี้ยง    ท่านแม่,  โปรดตรวจดูรายละเอียด”

มู่หรงหลัวยิ้มบางๆลุกขึ้นยืน   ค่อยๆส่งสมุดจดบันทึกให้กับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อม
ฮูหยินซ่งเลาเปิดสมุดไล่ดูไปทีละอย่าง    ตั้งแต่รายการแสดงอาทิเช่น  นักเล่านิทาน, นักกายกรรม   และกิจกรรมฆ่าเวลาให้ความบันเทิงกับบรรดาขุนนาง    ยาวมาถึงรายการอาหาร อย่างพระกระโดดกำแพง   เนื้อย่าง  ปอเปี๋ยะกรอบ และ ฯลฯ   ทุกจานต้องหรูมีระดับ จำนวนปริมาณและราคาสูงขึ้นเป็นสองเท่าของปีก่อนๆ

นางเอ่ยเสียงเรื่อยๆไม่ยินดียินร้ายว่า   “จัดๆมาก็ใช้ได้  เจ้าต้องระวังหมั่นตรวจตราให้ออกมาดี  อย่าให้มีข้อผิดพลาดได้”

“เจ้าคะ”   มู่หรงหลัวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ฮูหยินซ่งเลาปิดสมุดบันทึก   ท่าทีผิดหวังไม่สมดั่งใจ   กล่าวว่า  ”ข้าก็ได้แต่หวังว่าเจ้าจะทำมันออกมาดี   อย่าให้เหมือนเรื่องหกร้านค้าที่ทำให้เกิดรอยด่างพร้อยใหญ่   ประพฤติตัวเบาปัญญาแค่ไหนซ้ำยังทำให้จวนหวู่อันต้องมัวหมองไปด้วย”

จะโลภมากอยากได้ของเขาไม่มีใครว่า   ตราบเท่าที่เจ้าจะเฉลียวฉลาดฉกฉวยมาได้อย่างงดงาม   ไม่ให้มีคนรู้เห็น   จะตักตวงมาแค่ไหนก็ได้ไม่มีใครว่า   การกระทำของมู่หรงหลัวไม่ได้ถูกตำหนิว่าผิด   แต่ผิดตรงที่ทำแล้วให้ผู้อื่นจับได้ต่างหาก

ตอนนี้ทั่วเมืองหลวงแม้แต่ในสภาขุนนาง,  ไม่มีใครไม่รู้ถึงวีรกรรมความโลภของมู่หรงหลัวที่ฉ้อโกงร้านค้าหกร้าน   ฉวยโอกาสที่หลานกำพร้าทั้งสองยังเยาว์วัย   ทำการกอบโกยติดค้างชำระหนี้

ภาพพจน์อันเสียหายของสะใภ้เอกของนาง   ฮูหยินใหญ่ของจวนขุนนางหวู่อัน   ทำให้ฮูหยินเฒ่าและบุตรชายพลอยได้รับความเสื่อมเสียไปด้วย

สีหน้ามู่หรงหลัวซีดหม่นหมอง   มือของนางกำกันแน่นอยู่ภายใต้แขนเสื้อ   เรื่องที่นางเริ่มดำเนินการติดบัญชีร้านค้าของพี่สะใภ้นาง,    ฮูหยินชราผู้เป็นแม่สามีก็รู้เรื่องดีมาตั้งแต่ต้น หนำซ้ำเพื่อเป็นการประจบประแจงแสดงความกตัญญูต่อแม่สามี,   นางยังนำข้าวของเสื้อผ้าอัญมณีที่ได้มา    มามอบให้ฮูหยินเฒ่าด้วยซ้ำ   แต่พอมีเรื่องฉาวโฉ่ผิดพลาดขึ้นมา   นางจิ้งจอกเฒ่าก็โบ้ยให้เป็นความผิดของนางทั้งหมด   ส่วนตัวนางเองก็ทำลอยลำไม่รู้เรื่องด้วย

“สะใภ้สำนึกผิดแล้ว  ขอบคุณท่านแม่ที่สั่งสอน”    มู่หรงหลัวตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแทบจะสังเกตุไม่ออกถึงอารมณ์ที่เก็บกดไว้ภายใน    เปลือกบนมีแต่ความอ่อนโยนของสะใภ้ที่ดี

ฮูหยินซ่งเลาก็ยังไม่ถูกใจ   ทำท่าไม่อยากเห็นขี้หน้าสะใภ้มากขึ้นทุกที   จึงได้กล่าวเหน็บแนมออกไปอีกว่า   “อย่ามาพิรี้พิไรตรงนี้   รีบไปทำงานทำการดูแลจัดงานเลี้ยงให้เรียบร้อย   เจ้าต้องใส่ใจให้มาก   อย่าได้ผิดพลาดซะล่ะ”

ตอนนี้เรื่องจวนหวู่อันเป็นหนี้หนึ่งทศวรรษเป็นข่าวสะท้านสะเทือนวงการแพร่กระจายไปทั่วแล้ว   ไม่มีใครไม่รู้เรื่อง  จวนหวู่อันกลายมาเป็นหัวข้อพูดถึงกันอย่างสนุกปากทั่วทุกที่   แม้แต่สาวใช้รุ่นใหญ่รุ่นเล็ก   หรือบ่าวไพร่ใช้แรงงานออกไปซื้อของเดินตลาด   ก็ยังถูกผู้คนชี้หน้าแล้วหันไปนินทากัน

งานเลี้ยงครบรอบวันเกิดมหามงคลของฮูหยินมารดาของจวนหวู่อันที่จะจัดขึ้นนี้,   ก็เหมือนคล้ายจะเป็นขอพื้นที่ผู้คนเพื่อการแสดงแถลงไขกรายๆ ว่าจวนหวู่อันไม่เกี่ยวข้องอันใดกับสิ่งที่เกิดขึ้น   ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากการกระทำผิดพลาดของมู่หรงหลัวเป็นผู้จัดการให้เป็นไปเพียงผู้เดียว    จวนหวู่อันเป็นผู้มีจรรยาบรรณอันดีจึงรู้สึกละอายกับความเป็นไปของนางมาก

“เจ้าค่ะ!”  มู่หรงหลัวคำนับก้มหัวไปข้างหน้า   แล้วเงยหน้าขึ้นก้าวเดินออกไป  เครื่องประดับทองคำบนศีรษะของนางขยับแกว่งไกวยามนางเคลื่อนไหวดูสวยงาม   ฝ่ายฮูหยินซ่งเลาถอนหายใจใหญ่    นึกถึงตอนแรก, ทั่วเมืองหลวง,  มีเด็กสาวคุณหนูผู้ดีที่เฉลียวฉลาดน่ารักให้เลือกตั้งมากมาย    แต่ทำไมนางถึงได้ตาบอดมัว...เลือกเอาคนโง่แบบนี้เข้ามาในตระกูลได้กันน่ะ?

ถ้ามู่หรงหลัวไม่ใช่บุตรีของตู้ฮูหยิน   และถ้านางกับตู้ฮูหยินไม่ใช่พอจะรู้จักสนิทกันบ้างล่ะก็ นางก็คงไม่ให้บุตรชายแต่งกับมู่หรงหลัวผู้นี้หรอก   ถ้าย้อนเวลากลับไปก็ดี...จะได้ไม่เลือกนางเข้ามาในจวนหวู่อัน

แล้วยังเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดนี่อีก,   หากมิใช่ไม่สะดวกให้บุตรีคนที่สองของนางจัดงานแล้วล่ะก็....ก็ไม่อยากให้มู่หรงหลัวที่กำลังมีข่าวอื้อฉาวจัดการงานนี้หรอก   ต้องจำไว้ไม่ให้นางโผล่หน้าออกมาต้อนรับแขกเหรื่อ   มีแต่ขายขี้หน้า  ให้นางไปอยู่หลังครัวช่วยทำการงานทางนั้นดีกว่า

แล้วค่อยหาจังหวะดีๆ   แต่งเมียคนที่สองให้บุตรชาย  จากนั้นก็ให้สะใภ้รองที่ว่าค่อยๆเข้ามาแทนที่มู่หรงหลัว

มู่หรงหลัวที่เดินพ้นจากมาแล้ว   มือยังคงกำเค้นแน่นด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ    เมื่อมีผลประโยชน์สุขสบายก็ร่วมกันเสพ   แต่พอนางหมดประโยชน์ก็เฉดหัวส่ง   ปล่อยให้นางแบกเรื่องน่าอับอายไว้คนเดียว  นังคางคกแก่สารพัดพิษ

มีเงาร่างหนึ่งวูบไหวเข้ามาใกล้   มู่หรงหลัวมองดูกล่าวเสียงแข็ง   “เรื่องนั้นจัดการไปถึงไหน?”

สาวใช้ในเครื่องแบบสาวใช้สีชมพู   กล่าวตอบว่า   “เรียนฮูหยิน,  ทุกสิ่งจัดเตรียมไว้ครบแล้ว แค่รอให้ถึงวันงานเท่านั้น”

“ถ้างั้นก็ดี!”   มู่หรงหลัวพยักหน้า   ท่าทีดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย   แววตาเปล่งประกายไหววูบ การแก้แค้นระหว่างนางกับซ่งฮูหยินแม่สามีสามารถพักเอาไว้ก่อน   แต่เรื่องที่มู่หรงเสวี่ยทำให้จวนหวู่อันเป็นที่ซุบซิบเสื่อมเสียชื่อเสียง   ทำลายชื่อเสียงของนาง   เรื่องนี้ต้องเอาคืนอย่างเร็วที่สุด

ชื่อเสียงของนางกลายเป็นคนฉ้อโกง   ไร้เมตตา   วางแผนซับซ้อนก็เพราะนังเด็กนั่น...

มู่หรงเสวี่ยทำให้นางจนตรอก   ชื่อเสียงเสียหาย   นางต้องทำให้ไอ้เด็กแฝดสองพี่น้องนั่นได้รับบทเรียนที่เจ็บแสบ   ทำให้ไปไหนก็มีแต่คนเมินพวกนั้น  ทำให้ทุกคนหัวเราะเยาะมัน

สามวันผ่านไปไวราวกับติดปีก,  วันเกิดของซ่งฮูหยินก็มาถึง,  เช้าวันนี้,  ตู้ฮูหยินและมู่หรงเยว่นั่งรถม้าตรงไปยังจวนหวู่อัน

มู่หรงเสวี่ยอ้างว่าสุขภาพไม่สู้ดี   รั้งอยู่ในเรือนพำนักของตัวเอง   นั่งจัดรายการข้าวของจำเป็นที่ต้องนำไปผจญภัยกลางทุ่งหญ้า

เขาอี้ซานที่เป็นแหล่งของหญ้าหยางเถ่านั้น,  ห่างจากเมืองหลวงไปไม่มาก   นั่งรถม้าไปเร็วสุดเพียงวันเดียวก็ถึง - จากนั้นก็ช่วงรอนแรมบนเขา - เก็บเกี่ยวต้นหญ้า - ขนลงจากเขา   ทุกขั้นตอนล้วนใช้เวลาไม่น้อย   นางต้องเตรียมพร้อมให้มาก....


“คุณหนู,  แย่แล้ว!...นายท่านเกิดเรื่อง”  
จบบท  



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น