วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 4 หลัวชาพิโรธ

ฉากตรงหน้าคืออะไรกัน?

เสื้อผ้ากระจายเต็มพื้น   คราบเลือดเด่นอยู่กลางพื้นหญ้า   และสาวน้อยอย่างข้านั่งจุ้มปุ้กอยู่
บนพื้นไร้เสื้อผ้าสักชิ้น   จ้องมองไปที่ผู้ชายสองคนที่ตรงเข้ามา   บรรยากาศเริ่มกดดัน
  
มันเป็นสภาวะที่มีกลิ่นอายฆาตกรรม   เดือดดาลคละเคล้าอบอวลไปหมด   ข้าเริ่มกลัวขึ้นมา
นิดๆ

 
ราวกับส่งสัญญาณลับให้กัน   ชายทั้งสองกลับหลังหันและยืนตรง   ชายรูปร่างสูงเกือบ 2 
เมตรปลดเสื้อคลุมและยื่นมาให้ข้าทั้งๆที่ยังหันหลัง   จากนั้นสุ้มเสียงสั่นๆเพราะความโกรธ
จัดก็ดังขึ้น 
  
น้องพี่   เจ้าสวมเสื้อคลุมซะก่อน   แล้วเราค่อยออกไปตามล่าไอ้คนที่ทำกับเจ้าฉีกและก็สับ
มันเป็นชิ้นๆ   เอาให้เละจนจำไม่ได้เชียว"
  
ข้าคลานไปที่เสื้อคลุมที่อยู่บนพื้น   ดมพิสูจน์กลิ่นที่ติดอยู่   มันมีชายเป็นขนสัตว์ฟูและดูน่า
จะใส่แล้วอุ่นแต่มันก็ทำให้ข้าคิดถึงขนฟูนุ่มของข้า   ข้าสวมมันบนร่างแล้วขดร่างกลมเป็น
ลูกบอลและซุกหน้ากับหางฟูที่ยังเหลือของข้าด้วยความเศร้า
  
นายท่าน   ท่านเป็นอย่างไรบ้าง    หนุ่มน้อยเสื้อขาวถาม
  
ข้าไม่เข้าใจคำถามของเขา   ข้ากลิ้งตัวพันกับเสื้อคลุมไปมาสองครั้งและคราง   เหมียวววว 
แอวววว
  
หนุ่มชุดขาวกับชายร่างใหญ่หันมองข้า   พวกเขาคำรามแล้วหันหลังกลับ
  
ข้ามองดูปฎิกริยาของพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น   แต่แล้วกลิ่นอะไรบางอย่างก็โชยเข้าจมูกข้า   มันคือกลิ่นไก่ย่าง   ท้องของข้าเริ่มคร่ำครวญ   หัวสมองของข้าก็มีแต่ภาพอาหารลอยเข้ามาเต็มไปหมด
  
เหมียววว แอววว”   ข้าส่งเสียงอีกครั้ง   ข้าคลานช้าๆตรงไปยังต้นกำเนิดของกลิ่น   เพื่อหา
อาหาร
  
กลิ่นมาจากชายร่างใหญ่   สูงมากกว่า 2 เมตร   ทั้งตัวเต็มไปด้วยกล้ามแกร่งใส่ชุดเกราะเงา
วับ   บนหัวมีเขาสัตว์สองหัวโผล่ขึ้นมา   มือเขาถือแท่งเหล็กหนักอันใหญ่    เขาดูทรงพลัง
มาก

กระทิงเก๋อเก๋อ

ข้าเป็นแมวมีการศึกษาได้รับการสั่งสอนมาดี   ข้าไม่อยากขโมยของๆใคร   ข้าเริ่มออดอ้อน
ขออาหารจากเขาโดยใช้หัวซุกไซ้ระหว่างขาของเขาและร้อง   เหมียววว.....แอวว   ข้าอยากกินไก่   เหมียววว.....แอววว
  
พอได้ยินเสียงข้าอ้อน   ชายร่างใหญ่เหลือบมองลงมาดูข้า   ตาสองเราสบกัน   มือของเขาก็
เริ่มสั่นเทา   เขาทิ้งกระบองเหล็กลงทับเท้าตัวเองดังเปรี้ยง   เขาทำเอาข้าตกใจ!
  
ข้าคิดว่า..โดนไอ้กระบองเหล็กนี่ทับเท้าเอาท่าจะเจ็บน่าดู!
  
แต่ชายตรงหน้าข้ามีความกล้าหาญมาก   เขาแค่ย่นหัวคิ้วไม่ร้องอะไรออกมาสักคำ   แต่หน้า
เขาแดงก่ำไปหมด   เขาหันกลับไปและพูดเสียงเข้มว่า   น้องพี่...เจ้า...เจ้าทำอะไร   รีบใส่ผ้าคลุมเร็ว
  
เหมียววว....แอววว   ข้าอยากกินไก่ย่าง   เหมียวววว   ข้ายืนขึ้นบนขาสองข้างและเริ่มคุ้ย
หาไก่จากตัวเขา
  
ข้าให้เจ้า   ให้เจ้าแล้ว   เอ้านี่”   เขารีบผลุนผลันยื่นดึงไก่ออกมาให้ข้า   จากนั้นก็ห้อเหยียดไปตั้งหลักห่างออกไปหลายเมตร   หนุ่มชุดขาวตะโกนโวยวาย   ท่านทำเขาตกใจถอยไปโน่น
แล้ว   ท่านรีบแต่งตัวเร็วเข้า
  
ข้าไม่สนว่าเขาโวยวายอะไร   ข้าก็แค่แมวหิวโซตัวหนึ่ง   ข้าตะครุบไก่และงับคำใหญ่   หนุ่ม
ชุดขาวมองข้ากินแล้วส่ายหัว   เดินเข้ามาหยิบเสื้อคลุมที่อยู่บนพื้น
  
//ไม่ดีแน่   เขาอยากแย่งไก่ข้าล่ะซิ//   ข้าเกร็งแผ่นหลังเตรียมตั้งท่าทำเสียงขู่
  
หนุ่มชุดขาวเหมือนจะรู้ทันว่าข้าคิดอะไรอยู่   เขากลอกตา   ย่อตัวและคลุมเสื้อคลุมให้ข้า
จากนั้นก็พูดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า   แมวน่ารัก   ถ้าเจ้ายอมใส่เสื้อคลุม   ข้าจะไม่แย่งไก่เจ้า
แถมจะให้ปลาเจ้ากินเย่อะๆด้วย
  
//เขาเป็นคนดี//   ข้ามองเขาด้วยดวงตาซาบซึ้งใจและตื่นเต้น!    //หากมีปลาให้ข้า    แค่
สวมเสื้อคลุมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเล้ย...//
  
หนุ่มน้อยยิ้มอ่อนโยนให้ข้า   เขาลูบหัวข้าเพื่อปลอบโยน   และช่วยข้าผูกเชือกของเสื้อคลุม
 จากนั้นโบกมือไปทางเบื้องหลังตะโกนว่า    ท่านกระทิง   ท่านเข้ามาได้แล้ว
  
ชายร่างใหญ่นามกระทิงค่อยๆก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง   เขาถอนใจปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดอย่างระเหี่ยใจ   หยินซีเจ้านี่ใช้ได้เลย   หากให้ฮูหยินข้ามาเห็นนางกอดข้าอย่างนั้น วันนี้ข้าต้องโดนถลกหนังทำโคมไฟหนังวัวแน่ๆ
  
จากนี้เราจะทำอย่างไงกันดี    ปีศาจช้างสารรอคำตอบรับเรื่องแต่งงานมิเช่นนั้นมันต้องมา
อาละวาดแน่    หยินซีรำพึง   พี่น้องพวกเราฝึมือไม่ใช่ชั่วแต่ถ้านายท่านออกไปในสภาพนี้ 
จะเอาชนะพวกมันไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว
  
พวกเขาทั้งสองยังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด   ข้าเข้าใจคำพูดทุกคำแต่ไม่เข้าใจถึงความหมายเบื้องหลัง   ข้านอนแทะไก่จนหมดเกลี้ยงเหลือแต่โครงกระดูก   แล้วข้าค่อยเงยหน้า
ส่งเสียงขอบคุณด้วยสำนึกในความใจดีที่แบ่งไก่ให้ข้ากิน
  
น้องพี่   เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆหรือ.
  
พี่กระทิงทำหน้าเศร้าน้ำตาคลอ   “ไอ้ชั่วผู้ใดทำให้เจ้ากลายเป็นอย่างนี้
  
จ้องสีหน้าทำจมูกฟิดฟิดสูดดมกลิ่นกายอันคุ้นเคย   ข้าก็เริ่มรู้สึกเหมือนจะจำอะไรขึ้นมาได้
บ้าง   ความหลังแต่อดีตไหลเข้าสู่สมอง   ปากข้าจึงเรียกเขาว่า   กระทิง....ปีศาจ
กระทิง.....เกอเกอ..... พี่ชาย.....

*****เกอเกอ ใช้เรียกพี่ชาย แต่ใช้เรียกคนสนิทหรือคนที่อายุมากกว่าเราได้*****
  
น้องพี่   เจ้าจำข้าได้....      ปีศาจกระทิงน้ำหูน้ำตาไหล
  
ข้ายืนขึ้นเชื้อเชิญเขาให้นั่งลง   มองน้ำตาพี่กระทิงไหลพราก   เลียซับน้ำตาให้อย่างอ่อน
โยน   ข้าเอ่ยคำปลอบไม่ค่อยเก่ง   ค่อยๆอีกอักคำ    พี่ชาย...ท่านอย่าร้องไห้
  
ข้าไม่ได้ร้อง   ลมแรงพัดทรายเข้าตาข้า    พ่อกระทิงพูดแล้วกอดข้าพร้อมเอามือขยี้ตาตัว
เอง   หยินซีที่ยืนอยู่เบื้องหลังทำสีหน้าตกใจมองจ้องเลยไปทางด้านหลังของพวกเรา

หยิน..หยินซี   ชื่อนี้ผุดขึ้นในความทรงจำ   ข้าไม่รู้ว่าเพราะอะไร   แต่ยิ่งมาภาษาคำศัพท์
ของข้าก็ยิ่งเก่งขึ้น   ข้าถามด้วยความสงสัยว่า   เจ้าเป็นอะไร
  
พี่กระทิงรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆเช่นกัน   เขาหันหัวไปพูดว่า   มีอะไรหรือ….”
  
ขะ...ข้างหลัง”   หยินซีชี้มือไปทางเบื้องหลัง   เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก    พะ...พี่
สะใภ้....
  
นังหน้าด้านแย่งสามีผู้อื่น!”    เสียงสตรีแหลมสูงดังมาจากเบื้องหลัง    แก๊....เจ้ากระทิง
เจ้ากล้ามีหญิงอื่นลับหลังข้างั้นหรือ
  
ข้าไม่รู้ความหมายประโยคนี้แต่พี่กระทิงนั้นแสดงท่าว่ากลัวมาก   เขาปล่อยมือจากข้า
ราวกับของร้อน   หันศีรษะควับไปมองทางเสียง
  
เบื้องหลังข้า    สตรีสาวนางหนึ่งในชุดรัดกุมพกดาบชิงเฟิงคู่หนึ่ง   ดวงตารีรูปอัลมอนด์ของ
นางจ้องมาที่พวกเรา   คิ้วของนางขมวดเข้มด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับต้องการจะแล่เนื้อ
พวกข้าให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
  
เมียจ๋า!   โปรดให้พี่อธิบาย...มันไม่ได้เป็นเหมือนที่เจ้าคิด    พี่กระทิงกระโจนออกห่าง
โบกไม้โบกมือวุ่นวาย
  
สตรีนางนั้นกวาดสายตาผ่านฉากเลือดสาดบนพื้นแล้วไต่สายตากลับมาจ้องเสื้อคลุมบน
ร่างเปลือยของข้า   นางตวัดดาบดังเฟี้ยวไปทางพี่ชายกระทิงแล้วเค้นเสียง 
  
ข้าจะฆ่าท่าน   ไอ้คนทรยศหักหลังไม่มีหัวใจ    เจ้าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานซะอีก   ขนาด
น้องสาวตัวเองก็ยังไม่เว้น....
  
พี่กระทิงลนลานใช้กระบองเหล็กปัดการโจมตี   เขาพูดไปด้วยว่า   ฟังข้าก่อน   เจ้าอย่างเพิ่ง
มโนไป.

ข้าไม่ฟังเจ้า   ข้าจะเถือหนังเจ้าทั้งเป็นๆแล้วเอาไปทำโคมไฟ   แล้วนังแมวขโมยนั้นข้าก็จะ
เอาไปทำโคมลอยด้วย

เจ้าไม่มีสิทธิ์เอาน้องเหมียวไปทำโคมลอย!”    พี่กระทิงเริ่มเดือด
  
สองคนตบตีกันร้อนแรงดุจเปลวเพลิง   ภูเขาทั้งลูกโยกคลอนแผ่นดินบังเกิดรอยร้าว   ต้นไม้
อายุพันปีแตกเป็นชิ้น   รากถอนโค่นหลุดลอยไปในอากาศ
  
ผัวหนุ่มเมียสาวช่างมีกำลังเหลือเฟือ    ข้าดูเขาตีกันด้วยความสนุกลากหยินซีให้มาอยู่ข้างๆแล้วกระซิบถามว่า...........................
  
คนทรยศหักหลังไร้น้ำใจคือ????  

นังแมวขโมยคือ??? 

แล้วถลกหนังทำโคมลอยคือ???
  
หยินซีเขย่าตัวข้าจนข้ามึนโล่งไปหมด    จากนั้นเขาก็ตะโกนก้องว่า
  
 หยู้ดๆๆๆๆ.....พวกท่านทั้งหมด หยุดซะที



...................................................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น