วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 5 การเล่นแผลงๆของหนุ่มเสเพลมือเติบ (ต่อ)

ในกรงมีสุนัขตัวเล็กขนปุกปุยนอนอยู่ตัวนึง   ขนสกปรกพันกันจนเป็นก้อนมองแยกไม่ออกว่าสีอะไร   ระหว่างขาวกับเทา   มันนอนเอาหัวขนาดเล็กของมันพาดอยู่บนอุ้งเท้าขาหน้า   ดวงตาปิดสนิท   ขนาดของมันเล็กกว่ากรงอื่นเป็นครึ่ง   หูทั้งสองข้างลู่พับ   ดูเซื่องๆหงอยๆ




มู่หรงเสวี่ยตาเป็นประกาย    นางชี้ไปที่สุนัขตัวนั้นแล้วพูดว่า    “เลือกตัวนี้!

จิตใจที่ยังพอมีความหวังอยู่บ้างของมู่หรงเยว่ตกรูดกองลงกับพื้น   เขารู้ว่าอยู่แล้วว่าน้องสาวของตนเป็นเด็กสาวแสนดีมีเมตตาต่อสัตว์โลก   แต่ว่า....    ”ที่นี่คือบ่อนกัดหมา ขืนเจ้าเลือกหมาหงอยใกล้ตายยังงี้ไปลงแข่งก็มีแต่แพ้กับแพ้สถานเดียว   เลือกใหม่เถอะ!

“ไม่จำเป็นต้องเลือกใหม่   สุนัขตัวนี้ดีมากแล้ว”    มู่หรงเสวี่ยตอบเสียงเบาแล้วลงมือเปิดประตูกรงเอง

หมาน้อยได้ยินเสียง   ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมอง   จ้องมาที่มู่หรงเสวี่ยที่ยิ้มให้มันอย่างอ่อนโยน   ดวงตาเล็กหยีสีดำของมันก็ทอประกาย   มันค่อยๆลุกขึ้นเดินต้วมเตี้ยมออกมาจากกรง   แล้วเดินเลียบมุ่งหน้าไปทางสนามแข่ง   ร่างเล็กค่อนข้างผอมของมันหากเจอลมกระโชกแรงสักหน่อยคงไม่แคล้วปลิวไปกับลม

มู่หรงเยว่อึ้งจนด้วยวาจา    อย่างนี้เหรอเรียกว่าดี?    หากเข้าร่วมแข่งเมื่อไร   ยังไม่ทันจะเริ่มสู้ถ้าเจอหมาตัวโตดุร้ายกว่า   มันก็คงตกใจตายแล้ว   หมาลักษณะเลวพันธุ์นี้ พ่อค้าคงจะแค่สักแต่จับๆมาให้ครบจำนวน   ใครที่มีตาไม่มีทางเลือกหมายังงี้เด็ดขาด!

ซูเถียหนานยืนพิงรั้วมอง   ตามองไปที่หมาของเขา   “จอมทัพเหลือง”  วิ่งแกว่งหางลงไปที่กลางสนามประจันหน้ากับเจ้าหมาแคระของฝั่งตรงข้าม   เงาร่างใหญ่โตของหมาล่าเนื้อทาบทับบดบังเจ้าลูกสุนัขจนมิดร่าง    ให้ความรู้สึกข่มขวัญเหมือนศึกระหว่างผู้เจนสนามกับเด็กน้อยไม่เจียมตัว

ในใจของซูเถียหนานหัวเราะเยาะเย้ย   ใครๆที่มาพนันกัดหมาก็รู้กันทั้งนั้นว่าต้องเลือกหมารูปร่างสูงใหญ่แรงเยอะกันทั้งนั้น   มีแต่มู่หรงเสวี่ยคนเดียวเท่านั้นที่เลือกเจ้าหมาน้อยตัวเล็ก   หน้าตาซื่อๆโง่ๆ  ช่างโง่ไม่บันยะบันยัง   อย่างมากขยับไม่กี่ครั้ง ไอ้หมาตัวนี้ก็จะถูก “จอมทัพเหลือง” ฉีกออกเป็นชิ้นๆ    ถึงตอนนั้นแล้วเขาจะสอนให้นางรู้สำนึกเสียใจกับความจองหองของนางว่าทีหลังอย่าได้คิดอวดดีต่อหน้าเขา

พอระฆังตีส่งสัญญาณเริ่มการแข่ง   จอมทัพเหลือง สุนัขของเขาก็ส่งเสียงคำราม เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวเผ่นโผนอย่างดุร้ายเข้าจัดการเจ้าหมาปุยนั่น!

ในทางกลับกัน...เจ้าหมาปุกปุยนั้นกลับยืนนิ่งเงียบ   ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย   ตาดำจ้องไปที่ จอมทัพเหลือง ที่วิ่งใกล้เข้ามาๆ อย่างไม่กระพริบตา   ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันไม่รู้จะสู้อย่างไง   หรือกลัวจนฉี่ราดไปแล้ว    มองขนาดตัวที่แตกต่างกันเยอะขนาดนั้นก็รู้ผลอยู่แล้วว่าเจ้าลูกหมาคงมีจุดจบที่ไม่โสภาสักเท่าไหร่    ไม่อยากจะดูวาระสุดท้ายของเจ้าหมานั่น.....มู่หรงเยว่เลย-หลับตาลง

“เอ๋งงง”    เสียงดังมาเข้าหู   เสียงคำรามเห่าอย่างดุดันจู่ๆกลับเงียบ   ใจของมู่หรงเยว่ดิ่งจมลง   เสียงแบบนี้.....บรรยากาศแบบนี้เป็นตอนที่หมาที่ต่อสู้ถูกอีกตัวหนึ่งกัดตายเรียบร้อยแล้ว

เขาบอกนางแล้วว่าอย่าซื้อหมาแบบนั้นก็ไม่เชื่อ   ตอนนี้ทำไงดี   หมาก็ตายแล้ว   น้องสาวของเขาแพ้อย่างย่อยยับ   เขาคงต้องตัดนิ้วชดใช้แทนนางอีกไม่ช้า.....

“เป็นไปได้ยังไง?   จอมทัพเหลืองซี้แล้ว”    ซูเถียหนานกรี้ดเสียงแหลมแทรกขึ้นมา   มู่
หรงเยว่หูกระดิกเมื่อได้ยินประโยคนั้น   “อะไรน่ะ! จอมทัพเหลือง   ตายแล้วรึ?"

มองไปยังกลางสนาม   เห็นร่างของ จอมทัพเหลือง นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น   ลำคอถูกกัดขาด   เลือดสาดกระจาย   ดวงตาดุร้ายของมันขึ้นฝ้ามัวขุ่น   ส่วนอกและช่วงบนลำตัวไม่มีการเคลื่อนไหว    ตายแน่นอนแล้ว....ตายสนิท

หมาตัวเล็กยืนอยู่ตรงหน้าศพมัน   มองดูซากของมันด้วยสายตาเยาะเย้ย   หลังของมันตั้งตรง    สายตานั้นคมกล้า....สายตาของผู้ที่เหนือกว่า

มู่หรงเยว่จ้องตะลึงมอง   เป็นความจริงหรือนี่ที่ จอมทัพเหลือง โดนกัดตาย     ไอ้หมาตัวกระเปี้ยกนี้เป็นหมาที่ล้ม จอมทัพเหลือง ผู้แข็งแกร่งลงได้อย่างไม่น่าเป็นไปได้   เพียงแค่ขยับครั้งเดียวเท่านั้น

“ซูเถียหนาน   เจ้าแพ้แล้ว!   เอานิ้วเจ้ามาเลย!”     มู่หรงเสวี่ยพูดเสียงเบาๆ กระแสเสียงนิ่งสงบ

เด็กรับใช้ของบ่อนนำถาดออกมาวางตรงหน้าของซูเถียหนาน     มีมีดปังตอลับจนคมกริบวางบนผ้ากำมะหยี่สีแดงที่ปูบนถาด    ประกายแดดสะท้อนความคมของมีดแยงเข้าตาของซูเถียหนานอย่างจัง

เขาแพ้   ถ้าเช่นนั้นก็ต้องโดนตัดนิ้ว    จะยอมให้เป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร?    เขาเป็นบุตรชายคนเล็กที่สำคัญของตระกูลเสนาบดี    จะมากลายเป็นไอ้ด้วนนิ้วขาดได้อย่างไง!

ด้วยความหน้ามืดตามัว,  ซูเถียหนานรีบวิ่งเข้าไปเปิดกรงสุนัขที่ซื้อไว้ทั้งหมด    แล้วปล่อยสุนัขกรูกันออกมาจากกรงในคราวเดียวเพื่อให้เข้าไปต่อสู้กับเจ้าลูกหมากลางสนาม

“กัดมันเลย! ฆ่ามันๆๆ”    ซูเถียหนานมองดูการแข่งขันในสนาม    ตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง    ตาของเขาแดงก่ำ    ในหัวสมองของเขาคิดอยู่อย่างเดียวว่า   หากเขาฆ่าไอ้ลูกหมาของมู่หรงเสวี่ยได้    ก็เท่ากับว่าเขาชนะไม่ต้องตัดนิ้วให้นาง

“ซูเถียหนาน!   เจ้าทำอะไรลงไป  คิดตะบัดสัตย์หรือไง?    ผลแพ้ชนะตัดสินออกมาแล้ว เจ้ายังหน้าด้านคิดทำอะไร?”    มู่หรงเยว่โกรธจัด   รีบสั่งให้บ่าวรับใช้ของบ่อนเข้าไปนำสุนัขของเขาออกมา

เจ้าหมาตัวเล็กนั่นกลับกระโดดแล้วเคลื่อนไหวตรงเข้าจัดการหมาตัวโตกว่า    ตัวนั้นทีตัวนี้ทีด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ    “ฮืออ”  เสียงครางในลำคอที่ถูกกัดขาดดังเพียงสี่ครั้งและเงียบกริบลง    หมาที่ตัวโตและท่าทางดุร้ายทั้งหลายล้วนถูกกัดเข้าที่คอหอย ทิ้งซากเกลื่อนกลางสนาม    ตาเบิกกว้าง   สิ้นชีวิตเสียทั้งหมดแล้ว

หมาเล็กกระหร่องยืนอยู่ตรงนั้นอวัยวะครบถ้วน   ศีรษะเชิดสูง   ยืนอย่างสง่าอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของสนาม

มู่หรงเยว่ตาค้าง   นั้นเป็นการตะลุมบอนสี่ต่อหนึ่ง   ไม่เพียงไม่บาดเจ็บทั้งยังเป็นผู้ชนะอย่างสวยงาม   เจ้าลูกหมานี้แข็งแกร่งเกินกว่าหมาตัวใด   ท่าทางของมันดูเหมือนหมาง่อย...แต่มันหาได้เป็นหมาอ่อนยามเผชิญหน้าศัตรูไม่

ซูเถียหนานเลือกหมามาหลายตัว   ทุกตัวต่างก็เสร็จเจ้าลูกหมานั้นหมด   แพ้เบ็ดเสร็จจนไม่มีทางปัดที่จะไม่ต้องจ่ายหนี้พนัน   ขนาดโกงยังไม่อาจพ้นที่จะต้องจ่ายไปได้   ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องตัดนิ้วจ่ายพนันกัดหมา   จะดูซิว่าซูเถียหนานจะปากดีได้อีกหรือไม่!

มองด้วยสายตากระเหี้ยนกระหือรือไปยังซูเถียหนานที่กำลังมองกองเลือดที่นองกระจายอยู่ที่พื้นด้วยดวงตาหวาดกลัว   เขาสู้อุตส่าห์ซื้อหมามาหลายตัว   กลับต้องพ่ายแพ้ให้แก่มู่หรงเสวี่ยทั้งหมด   เขา...เขาจะถูกตัดเอานิ้วไป....ชีวิตเขาจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้    เขาไม่อาจเป็นคนพิการได้!

ตาเปล่งประกายอำมหิต,  ซูเถียหนานฉวยมีดที่ถาดแล้วพุ่งตัวเข้าหามู่หรงเสวี่ย   นางกล้าดียังไงมาใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามเขา   นางต้องการนิ้วนักใช่ไหม?    ข้าจะตัดนิ้วนางใส่ถาดให้เอง

“ซูเถียหนาน   ไอ้คนต่ำทราม!

มู่หรงเยว่มองเห็นการกระทำทั้งหมดและตั้งท่าจะเข้ายื้อแย่งมีด    แต่ไม่ทันมู่หรงเสวี่ยที่หมุนเบี่ยงหลบไปด้านข้างอย่างนิ่มนวลพร้อมตวัดข้อมือออกไป,  พลันมีดในมือของซูเถียหนานก็มาปรากฏอยู่ในมือนาง   จากนั้นก็สะบัดมีดอันคมกริบนั้นไปที่มือซ้ายของซูเถียหนานทันที   นิ้วมือทั้งห้าบนมือข้างนั้นถูกตัดกระเด็น   เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุสาดกระจายลงดินสีคล้ำเป็นละอองฝอย

ซูเถียหนานร้องโหยหวน   “อ้ากกกก”

“คุณชายๆๆ”   บ่าวรับใช้รีบวิ่งเข้ามาดู

ซูเถียหนานยันตัวขึ้นยืนสะเงาะสะแงะ   ใบหน้าซีดเผือดเนื่องจากเสียเลือดมาก    จ้องตาไปยังมู่หรงเสวี่ยด้วยความโกรธแค้น  “พนันกันด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว  เหตุใดเจ้าถึงตัดนิ้วข้าไปถึงห้านิ้ว?”    เขาจบสิ้นแล้ว    ตอนนี้เขาดูไม่ต่างจากสุกรตัวหนึ่งที่โดนชำแหละ

“ตอนคุยกติกากัน   พนันหนึ่งตาต่อนิ้วหนึ่งนิ้ว   เจ้าเดิมพันหมาทั้งหมดห้าตัวนั้นเท่ากับว่าพนันห้าตา   ฉะนั้นหนี้พนันเท่ากับนิ้วห้านิ้ว”    มู่หรงเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆพร้อมกับโยนมีดเปื้อนเลือดลงในถาด

ตอนแรกนางเองตั้งใจจะตัดนิ้วของซูเถียหนานเพียงแค่หนึ่งนิ้ว    แต่ซูเถียหนานใช้วิธีต่ำทรามทำให้นางไม่คิดยั้งมือ   เขาจึงต้องประสบกับชะตากรรมเช่นนี้   จะมาต่อว่าว่านางไม่มีเมตตาไม่ได้


......................................

จบบทที่ 5

3 ความคิดเห็น:

  1. อยากรู้จัง หมาพันธ์อะไร ถึงเก่งขนาดนี้

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ1 เม.ย. 2560 11:52:00

    สงสัยจะกิเลนม่วงทอง ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ (Tibetan mastiffs) จากรหัสลับหลังคาโลก

    ตอบลบ