งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 5 ขี่อากาศ

เสียงคำรามของหยินซี   ทำเอาขี้หูข้าเต้นและก็ทำให้สองคนนั้นหยุดได้...

หญิงสาวนางนั้นจ้องพี่กระทิง   จากนั้นดาบก็ล่วงลงจากมือนาง นางทิ้งกายลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงและร้องห่มร้องไห้ออกมา    “ไอ้สามีชั่ว   ข้าดูแลบ้านและเลี้ยงดูลูกๆแต่เจ้ากลับออกมาจิ้มสาวๆนอกบ้าน    ข้าคู่ควรได้รับการปฎิบัติเยี่ยงนี้หรือ


คู่ควร....”    พี่กระทิงพยักหน้า    สีหน้าของหญิงนั้นถึงกับกระตุก

 พี่กระทิงส่ายหัวตะโกนว่า   “คู่ควรกับเจ้าที่ข้าหมายถึง....

หมายถึงอะไรเหรอ??”    ข้าถามด้วยความอยากรู้   คนคู่นี้ยิ่งดูยิ่งสนุก

ตาของหญิงผู้นั้นหันมามองข้า   มือนางค่อยๆหยิบพัดรูปทรงใบลานออกมา   ข้ารู้สึกได้ถึงรังสีเข่นฆ่า   ตัวข้าสั่นเทาค่อยๆก้าวถอยหลังไปหลบอยู่หลังหยินซี

พี่สะใภ้หลัวชา,  ท่านอย่าได้ใช้พัดใบลานเลย”     หยินซีรีบพูด 

นายท่านของข้านางโดนข่มขืนแล้วตอนนี้นางก็ฟั่นเฟือนแล้ว    นางทำอะไรล้วนไม่ปกติ
วิสัย   พี่ชายกระทิงเป็นสุภาพบุรุษกระทำการให้เกียรติต่อนาง   ท่านอย่าได้เข้าใจผิด

พอได้ฟังเหตุผล,  หลัวชาหันไปมองพี่กระทิง   พี่กระทิงรีบพยักหน้ารับรอง   อยู่ๆนางก็
หัวเราะร่า  น้ำแข็งและหิมะละลายแล้วดอกไม้ก็เริ่มเบ่งบาน 

นางเดินตรงมาที่ข้าและดึงตัวข้าออกมาจากเบื้องหลังหยินซี    ใบหน้านางแดงซ่าน   นาง
พูดกระมิดกระเมี้ยนกับข้าว่า   “ล้วนเป็นความผิดของเจ้าสามีไม่ได้เรื่องของข้าที่ไม่รีบ
อธิบายความ   เจ้ายกโทษให้ข้าเถิดนะอย่าได้มองข้าไม่ดีเลย

ข้าหันซ้ายหันขวา   หางแกว่งไปมา   ตาก็มองดูหน้าแดงกล่ำของนาง   ข้าไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร????

หลัวชาถามข้าต่อ    “น้องสาวไอ้ชั่วที่กล้ารังแกเจ้าคือใคร

หมา!!!!”     ข้าตอบทันทีมิมีลังเล   ไอ้หมาใจร้ายโสโครกนั้น   หากมีโอกาสปะหน้ากันอีก   ข้าต้องกัดมันคืนให้ได้

สีหน้าหลัวชาผ่อนคลายลงถึงขั้นยิ้มออกมาได้    แต่พี่กระทิงกับหยินซีไม่เป็นเช่นนั้น   พวกเขาถามอย่างโกรธแค้นว่า   “หมาตัวไหนฟ่ะ   พาพวกเราไปกระทืบมันล้างแค้นให้เจ้า

ดีจัง-พี่นังเลงโตและพี่รปภของข้า-พวกท่านล้วนใช้ได้   ข้าซาบซื้งใจเป็นที่สุด   ดังนั้นข้า
พยายามนึกชื่อเจ้าหมาชั่วตัวนั้น   ชื่อมันค่อนข้างยาวและข้าก็ยังงงๆ

คิดไปคิดมาในที่สุดข้าก็นึกชื่อมันออก   ข้าพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจเป็นที่สุดว่า   “เขา
บอกว่า   เขาชื่อเอ้อหลาง
คำๆนี้ทำให้สามคนนั้นอึ้งไปเป็นนาน    ข้าใช้เวลามิให้สูญเปล่าโดยค่อยๆเคี้ยวเก็บราย
ละเอียดของซากโครงไก่ที่เหลือข้างๆข้าไปด้วย

คง..คงไม่ใช่ท่านเทพ เอ้อหลางหยางเจี้ยนใช่ไหม”    หยินซีตะกุกตะกักหลังจากเงียบไป
พักใหญ่

ข้ามาลองทบทวนดูแล้วข้าก็ผงกหัวรับ

เป็นไปได้อย่างไงกัน”    พี่กระทิงลูบหัว   “ท่านเทพเอ้อหลางมิใช่สุนัข…...


หยินซีพูดเสริมว่า   “อย่าลืมซิว่า   ท่านผู้นี้แปลงกายได้ 72แบบ   หากเขาแปลงเป็นสุนัขลงมาที่โลกมนุษย์ก็ไม่แปลก   นอกจากเขาแล้วยังจะมีสุนัขตัวไหนเอาชนะและขืนใจนายท่านได้
ท่านเทพเอ้อหลาง กับ เสี่ยวเทียนช้วน


แต่นี่   น้องข้านั้นนับได้ว่าเป็นปีศาจเก่งอันดับต้นของชาวปีศาจ   สุนัขธรรมดาย่อมเอาชนะนางไม่ได้แน่”   กล่าวต่อแบบอึกอักว่า   “แต่....ถ้าเป็นถึงท่านเทพเอ้อหลาง..เจ้าไม่คิดเหรอว่า   เขาจะชอบน้องสาวเราได้อย่างไง

อาจจะ...”     ตัวข้าหันมาทางหลัวชา 

นางกล่าวว่า   “น้องสาวงดงามเลิศล้ำ   ขนาดข้าเป็นหญิงยังว่านางสวยงามเกินหน้าผู้ใดถ้าจะบอกว่าขนาดท่านเทพเอ้อหลางยังติดเนื้อต้องใจนางก็ไม่น่าสงสัย

ทั้งสามปรึกษาหารือกันครู่ใหญ่   สรุปความได้ว่า...เนื่องจากท่านเทพเอ้อหลางสูงส่งเกิน
กว่าจะเอาชนะเขาได้   ดังนั้นเพื่อรักษาชื่อเสียงของข้าเอาไว้ก็จะบอกแก่ผู้อื่นว่า   ข้าหกล้มหัวกระแทกพื้น   แล้วค่อยหาโอกาสแก้แค้นครั้งหน้า

หลังจากสรุปจบแล้ว   หยินซีก็หันมาอธิบายให้ข้าฟังและบอกข้าว่าข้าจะสั่งสอนบทเรียน
ให้ไอ้หมาขึ้แกล้งนั่นไม่ได้

ความนี้ทำให้ข้าโกรธ   ข้าทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างดื้อดึงจนหลัวชาลงมือปรุงปลาคาร์พตัว
อ้วนๆให้ข้า   ข้าเลยยอมตกลงปล่อยเจ้าหมาตัวนั้นไป

หัวข้อต่อไป,  พวกเขาก็ปรึกษาเรื่องการขอแต่งงานจากเจ้าพลายปีศาจ   หยินซีบอกว่าปฎิเสธละมุนละม่อมหลีกเลี่ยงการใช้กำลังจะดีกว่า   และตอนนี้การพาข้ากลับเขาหลัวยิ้งหาเสื้อผ้าให้ข้าใส่ก่อนจะดีกว่า


ทันทีที่ข้าได้ยินคำว่า เสื้อผ้า   ข้าต่อต้านขึ้นมาทันที   ข้าหมุนตัวและนอนกลิ้งลงบนพื้น ถึงแม้หยินซีจะพูดล่อหลอกอย่างไงข้าก็ยังยืนยันที่จะไม่ใส่อยู่ดี

ท้ายที่สุด,  หลัวชาผลักหยินซีออกไปข้างๆก้าวขึ้นมายืนตรงหน้าข้าแทนและพูดเสียงหนัก
ว่า   “ถ้าเจ้ายังไม่ยอมสวมเสื้อผ้าแล้วล่ะก็   ข้าจะเลาะเนื้อเฉือนกระดูกเจ้านำไปต้มกิน


คุณเจ้าของเคยสอนข้าว่า   มีคนโรคจิตชอบจับแมวกินเป็นอาหาร รายละเอียดของคำขู่
ของหลัวชาทำให้ข้ากลัวจนหูข้าลู่   กลัวแบบไม่ได้ตั้งใจ   ไม่อยากกลายเป็นแมวอบข้าได้
แต่รับปากตกคำว่าจะใส่เสื้อ

พี่กระทิงดูข้ายินยอมแล้วค่อยกระซิบเอ่ยชมภรรยาว่า   “ฮูหยิน...เจ้านี่เยี่ยมยอดที่สุด

หลัวชายิ้มหวานและพูดกับเขาว่า   “ข้าก็แค่ประยุกต์เอาวิธีที่ใช้บังคับลูกของเราให้เข้านอนมาใช้!!!!!

ข้าเฝ้าแต่จมอยู่ในโลกของเมนูอาหารเนื้อแมวไปพักใหญ่

พาข้ากลับเขาหลัวยิ้ง   หยินซีจำแลงร่างควันขาวปกคลุมอีกครั้ง   เมื่อควันจาง   อีกาสีขาวก็มาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง   อะฮ่าอาหารเอ๋ย   เจ้ากลับมาแล้ว

น่าเศร้าซะจริงอยู่ๆอีกาขาวก็ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งปีกของเขาบดบังท้องฟ้า

ข้าไม่เคยเจอนกตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน   นึกไม่ออกว่าจะเริ่มกินส่วนไหนก่อนดี   พี่กระทิงจับตัวข้ายกขึ้นวางบนหลังนก

เมื่อทุกคนปีนขึ้นหลังนกเรียบร้อยแล้ว   อีกาก็เริ่มเหินทะยานขึ้นด้นเมฆบินข้ามตัดขอบฟ้าไป

ขนนกให้ความรู้สึกนุ่มนวลเป็นอย่างยิ่ง   เมฆสีขาวลอยผ่านไปตามแนวนอน   สายลมเริ่มกระโชกแรงผ่านใต้คางข้า   สรรพสิ่งด้านล่างดูเล็กราวกับเมืองมด   เหมือนภาพต่างๆที่ข้าเคยเห็นตอนตกลงมาจากคอนโดชั้นสิบ   แต่งดงามกว่ามาก

บางทีแบบนี้อาจจะพาข้ากลับบ้านได้   ข้าจะได้พบกับคุณเจ้าของที่รักของเหมียวน้อยอีก
ครั้ง
เหมียววว....แอววว”   ข้าคิดและครางออกมาอย่างมีความสุข

อีกาเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของข้า   มันเริ่มบินสูงขึ้นตรงเข้าหาดวงอาทิตย์

ปีกสีขาวสะอาดภายใต้แสงร้อนแรงของดวงอาทิตย์ก่อเกิดภาพอันสวยงามน่าตื่นตะลึง

ข้ายิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆและเมื่อข้าตื่นเต้นจนได้ระดับ   ข้าไม่สามารถทนอยู่เฉยๆได้   ข้าก็
เลยกัด

อ้ากกกกกกก!!!!”     อีกากรี้ดลั่น

การบินอันแสนนุ่มนวลสะดุดกระทันหันเมื่อนกเริ่มบิดตัวกลางอากาศ

พี่กระทิงและหลัวชาก้าวมาข้างหลัง   พวกเขารีบจับข้าแยกออกพลาง  ตะโกนโวยวายพลาง 

น้องสาว หยุด...อย่ากัด โอ้ย!....อย่ากัด ปล่อยหยินซีเขาไปเถิด อย่า.......


.............................................................................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น