วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 7 สั่งสอน!!

สกุลมู่หรงเป็นสกุลใหญ่มีคนนับหน้าถือตา   เงินทองไม่ได้ขาดมือจนต้องมาเข้มงวดกับจำนวนสินสอดเจ้าสาว   แต่องค์ชายจิงมิได้มานำส่งสินสอดด้วยตนเองพร้อมทั้งยังส่งสินสอดมาไม่ครบจำนวน   เหมือนกับไม่ให้คุณค่าของน้องสาวของเขา   หากเขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำ น้องสาวคงไม่มีหน้าพบผู้คน   คงต้องถูกเขาหัวเราะเยาะเอาเป็นแน่


เมื่อได้ยินคำถามของมู่หรงเยว่   พ่อบ้านหวางมีสีหน้าประหลาดใจกล่าวตอบออกมาว่า “องค์ชายประกาศต่อหน้าฮ่องเต้ในท้องพระโรงแล้วว่าจะแต่งคุณหนูมู่หรงเป็นพระชายารอง    นายท่านมู่หรงมิทราบเรื่องหรอกหรือ?”

มู่หรงเยว่ตะลึง    “เมื่อไรกัน......”

“ระหว่างงานเลี้ยงรับรององค์ชาย   พวกขุนนางผู้หลักผู้ใหญ่ก็ทราบเรื่องกันหมดแล้ว ท่านยังมิได้ทราบเรื่องกระนั้นหรือ.....นายท่านมู่หรงคงไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยง...จึงไม่ได้รับทราบเรื่องใช่หรือไม่?”    พ่อบ้านหวางตอบด้วยถ้อยคำหยิกแกมหยอกเบาๆ

มู่หรงเยว่กระแอม    เขาไม่ได้กลับมาที่จวนหลายวันอยู่   ถึงได้ยินข่าวว่าองค์ชายจิงเสร็จศึกกลับมาแล้ว    แต่ไม่รู้ว่ามีงานเลี้ยงต้อนรับในวันนี้ด้วย...............

“องค์ชายจำเป็นต้องแต่งงานกระชับสัมพันธ์กับทางองค์หญิงโม่เป่ย    คุณหนูมู่หรงจำเป็นต้องเสียสละ   แต่หวังว่านายท่านมู่หรงจะเข้าใจเรื่องราวดี”    พ่อบ้านหวางคำนับก้มต่ำด้วยท่าทีนอบน้อมแสดงการขอขมาแก่มู่หรงเยว่
 มู่หรงเย่ว-นายท่านสกุลมู่หรงคนปัจจุบัน

มู่หรงเยว่มองพ่อบ้านขององค์ชายจิงด้วยสายตาครุ่นคิด    ปรากฎแววซับซ้อนขึ้นในดวงตา   ชั่วขณะหนึ่ง, จึงมีเสียงพูดออกมาจากมู่หรงเยว่ว่า    “ดูเหมือนว่า ทางองค์ชายมิได้อยากได้น้องสาวข้าเป็นพระชายา    ถ้างั้นก็ถอนหมั้นไปซะเถอะ  อย่ามาพูดจาเสแสร้งแล้วยังดูหมิ่นเกียรติน้องสาวข้าอีกเลย”

พ่อบ้านขององค์ชายจิงอ้าปากหวอ   ตาเบิกกว้างมีแววประหลาดใจ   เขาคาดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กไม่เอาถ่านผู้นี้จะกล้าพูดยกเลิกการหมั้นหมายนี้ด้วยอีกคน    ทันทีที่รู้เรื่องว่าน้องสาวตนถูกลดฐานะให้เป็นชายารอง

“น้องสาวของข้าเป็นธิดาเอกในฮูหยินตราตั้งของขุนนางใหญ่   ถึงแม้ว่าบิดามารดาจะตายจากไปแล้ว   ยังไงเกียรติยศนั้นก็ยังคงอยู่   ตระกูลที่มีเกียรติและเหมาะสมอีกมากมายที่ต้องการแต่งนางเป็นภรรยาเอก   นางไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวไปเป็นภรรยาน้อยผู้ใด”

น้ำเสียงของมู่หรงเยว่ที่เข้มแข็งและเด็ดขาดนั้นได้ยินเต็มสองหู   พ่อบ้านหวางได้แต่ยิ้มเจื่อน   ทั้งพี่ทั้งน้องตระกูลนี้ล้วนหัวดื้อทั้งสิ้น   เสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามคือองค์ชายจิง “นายท่านมู่หรง องค์ชายเองก็ต้องกล้ำกลืนเช่นเดียวกัน....”

มู่หรงเยว่โบกมือขัดพ่อบ้าน   แววตาของเขาเย็นชา   เอ่ยออกมาว่า  “เย่วอี้เฉินกร้าวแกร่งประดุจเทพนักรบ   หากเขามีใจให้น้องสาวของข้าอย่างจริงใจแล้วละก็   เขาก็ต้องหาหนทางแต่งนางเป็นชายาเอกให้จงได้   เขาต้องเหยียบขยี้โม่เป่ยจนไม่มีหน้ามาเผยอมาทำสัญญาสงบศึกเสนอการแต่งงานอะไรนี่   ลดฐานะน้องสาวข้าเป็นอนุเพื่อความสงบของสองชาติน่ะเหรอ?   เจ้ากล้าเอาข้ออ้างบัดซบนี้มาพูดให้ข้าฟัง?   เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไง?”

ทำตัวเรื่อยเฉื่อยลอยชายมาตลอดเวลา   แต่ถึงเวลาเอาจริงก็สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่ง-มู่หรงเยว่นับว่าเป็นคนหนุ่มสายตาเฉียบคมหาตัวจับยากผู้หนึ่ง   แต่อย่างไรก็ตาม, ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแต่งมู่หรงเสวี่ยเข้าตำหนักองค์ชายจิงให้ได้  เพียงแค่คำพูดแค่นี้ไม่ทำให้องค์ชายจิงยอมให้มู่หรงเยว่ง่ายๆแน่

“นายท่านมู่หรง   ข้าต้องปฎิบัติตามคำสั่งองค์ชายส่งสินสอดเจ้าสาวให้ได้   โปรดอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย”   พ่อบ้านหวางเอ่ยเสียงนุ่มนวลแล้วหันไปให้สัญญาณกับพวกลูกหาบด้านหลัง

บ่าวรับใช้เหล่านั้นก็เข้าใจสัญญาณเป็นอย่างดี   รีบวิ่งนำหีบตรงไปยังประตูทางเข้าจวนมู่หรง   ว่องไวจนยังมิทันมีใครขยับตัว

มู่หรงเยว่เพิ่งได้สติ   บ่าวพวกนั้นก็หาบหีบสินสอดล่วงเข้าไปในประตูจวนซะแล้ว  “พวกเจ้าทำอะไรกัน?”    มู่หรงเยว่ตวาดลั่นราวกับเสียงฟ้าผ่าด้วยความโมโห   เขาวิ่งอย่างรวดเร็วเข้าไปยังหีบแล้วกระโดดถีบจนหีบล้มคว่ำ

บ่าวที่ทำหน้าที่หาบหีบไม่ทันระวังทำให้หีบล้มคว่ำลงกับพื้น   ฝาหีบเหล่านั้นเปิดอ้าทำให้ข้าวของเพชรนิลจินดา  เงินทอง  ม้วนภาพและรูปปั้น  และม้วนผ้าไหมแพรพรรณหล่นกระจายลงบนพื้น   แต่ละชิ้นล้วนมีค่าควรเมือง   ประกายแวววาวของพวกมันทอแสงจนทำให้ผู้คนถึงกับตาพร่า

แต่มู่หรงเยว่ไม่พร่าด้วย    เขาถลึงตาด้วยความโกรธจัดไปที่บรรดาบ่าวรับใช้เหล่านั้น “ที่นี่คือจวนสกุลมู่หรง   ไม่ใช่ตำหนักองค์ชายอะไรของนายเจ้า   พวกเจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาหรือ?    ใครมันให้ท้ายพวกเจ้าขนาดนี้?

บ่าวชายเหล่านั้นก้มหน้าไม่กล้าพูดแต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ    สายตาของพวกมันชำเลืองไปยังด้านข้างกันเป็นแถว!

มู่หรงเยว่มองตามสายตาเหล่านั้นไปจนพบเข้ากับใบหน้าของพ่อบ้านหวาง   เพลิงโทสะในดวงตาของมู่หรงเยว่แทบจะลุกโชนออกมาข้างนอก    พ่อบ้านหวางเป็นข้ารับใช้คนสนิทขององค์ชายจิง    หากเป็นพ่อบ้านที่สั่งให้พวกบ่าวเสียมารยาทวิ่งเข้ามาวางหีบสินสอดเอาดื้อๆ   โดยไม่ต้องสนใจเจ้าบ้านที่ยืนเป็นหัวหลักหัวตออยู่ตรงนั้น   ก็ย่อมหมายความว่าเป็นองค์ชายจิงนี่แหละที่สั่งพ่อบ้านให้ทำเช่นนั้นได้

“ข้าเคยมองว่าเยว่อี้เฉินเป็นผู้กล้าและวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่   ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เกี่ยวดองกันแล้วแต่ก็ยังคงสามารถเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันได้   ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้เช่นนี้   ทั้งผิดสัจจะไม่ทำตามสัญญาหมั้นหมายแล้วยังมีหน้าจะมาบีบบังคับน้องสาวข้าให้แต่งเป็นอนุอีก   ช่างหน้าด้านไร้ยางอายสิ้นดี!

“แม้ว่าสกุลมู่หรงจะไม่มีอำนาจเฉกเช่นองค์ชาย   แต่พวกเราก็ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบหยามย่ำยีเช่นนี้   พ่อบ้านหวาง....ท่านจงกลับไปบอกเย่วอี้เฉินว่า   สกุลมู่หรงต่อไปนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา    ต่อให้เขาเปลี่ยนใจจะแต่งน้องสาวข้าเป็นชายาเอก   พวกเราก็ไม่ขอดองด้วย   พวกเราต้องการยกเลิกสัญญาหมั้นหมายให้เป็นโมฆะเท่านั้น!

ขนาดก่อนแต่งงาน,  ยังเหยียดหยามรังแกน้องสาวของเขาขนาดนี้    หากแต่งให้มันแล้ว….น้องสาวมิลำบากยากแค้นกว่านี้อีกเหรอ    แต่งนางเข้าตำหนักองค์ชายจิงก็คงไม่ต่างกับส่งเนื้อเข้าปากเสือ    นางคงต้องสิ้นชีพอยู่ที่นั่นเป็นแน่!

ใครๆที่นั้นต่างก็ตะลึงพรึงเพริด    เจ้าหนุ่มนี้กล้าด่าองค์ชายจิงว่า    หน้าด้านไร้สัจจะเชียวเหรอ?      ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอะไรเช่นนี้!

มู่หรงเยว่มิได้สนใจท่าทีผู้คน   เด็กหนุ่มออกคำสั่งเด็ดขาดว่า    “โยนข้าวของเฮงซวยนี้ออกไปให้หมด!

“ขอรับนายท่าน!”    บรรดาผู้คุ้มกันของจวนมู่หรงรีบกรูกันเข้ามาทันทีหลังจากหายจากอาการตกตะลึง   รวบรวมทั้งข้าวของและบรรดาบ่าวขององค์ชายจิง...เตะโด่งออกไปจากจวนโดยพร้อมเพรียง

มู่หรงเยว่ยืนคุมเชิงดูความโกลาหลท่ามกลางเสียงร้องขอความเมตตาของคนตำหนักองค์ชาย   โทสะของเขาค่อยๆบรรเทาเบาบางลง   เขาเดินกลับมาจูงมือของมู่หรงเสวี่ยพาเข้าไปในอาคารของจวนด้วยกัน    “กลับเข้าข้างในกันเถอะ   ดูพวกทุเรศนี้...ก็มีแต่เสียสายตา!

“...ก็ได้!”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี

เย่วอี้เฉินไม่สนใจว่านางคิดอย่างไง...แต่กลับใช้กำลังดึงดันส่งสินสอดให้แก่นางเพื่อแต่งเป็นอนุให้เขา    นางขยะแขยงชายผู้นี้สิ้นดี   คิดจะสั่งสอนพ่อบ้านหวางและพรรคพวกให้หน้าม้านกลับไปอยู่แล้ว   คาดไม่ถึงว่ามู่หรงเยว่จะลงมือก่อน   จัดการเก็บกวาดผู้คนของตำหนักองค์ชายให้แตกกระเจิงไปไม่พอ   ยังไม่ไว้หน้าองค์ชายจิง....ออกหน้าปกป้องนาง   จนนางไม่จำเป็นต้องขยับอะไรเลย!

เห็นว่ามู่หรงเยว่กับมู่หรงเสวี่ยจะกลับเข้าไปในจวนแล้ว   พ่อบ้านหวางหรี่ตามอง   เขาได้ทำการส่งสินสอดแล้วแต่มู่หรงเยว่ไม่ยอมรับเอง   ถือว่าเขาได้ทำตามคำสั่งขององค์ชายแล้ว   แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งให้มู่หรงเยว่รับทราบด้วย   “นายท่านมู่หรง, องค์ชายจิงจะส่งเกี้ยวมารับคุณหนูมู่หรงแต่งเข้าเป็นอนุภายในสามวันนับจากนี้.....”

“เปรี้ยง!”    แผ่นไม้แผ่นหนึ่งปลิวหวือเข้าปากพ่อบ้านหวาง    ทำให้เสียงของเขาขาดหายไปในทันที

พ่อบ้านหวางหน้าซีดเผือด    ได้แต่จ้องมองไปยังร่างบอบบางของหญิงสาวที่หยุดชะงักไม่ก้าวเดินต่อ   ตัวเขานั้นกระอักเลือดออกมาจากปาก   มีฟันสีขาวสะดุดตาสองซี่หักหลุดติดออกมานอนแอ้งแม้งท่ามกลางสีแดงของกองเลือดด้วย

ผู้คนที่กำลังสับสนโกลาหลกันอยู่ถึงกับหยุดชะงักแข็งค้างได้แต่มองกันตาปริบๆ   ผู้ใดกันหนอที่กล้าลงมือกับพ่อบ้านหวางจนฟันหน้าหักกระอักเลือดออกมาเช่นนี้?

พวกเขาได้แต่จ้องเงียบๆไปยังมู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งหันหลังห่างออกมาจากพวกเขาสี่ห้าก้าว    เสียงเย็นเรียบของนางดังมาเข้าหูทุกคนว่า   “ใครยังขืนบังอาจมาเอะอะหน้าประตูจวนสกุลมู่หรง   ผู้คุ้มกันทุกคนฟังข้า-ใครก็ตามที่ยังดึงดันจะบุกรุกจวนให้ชักดาบฆ่าพวกมันให้หมด”

“ขอรับคุณหนู!”   ผู้คุ้มกันตอบอย่างพร้อมเพรียง   แล้วเริ่มชักดาบวาดฝีเท้าเข้าใส่บรรดาคนของตำหนักองค์ชายจิง   ภาวะโกลาหลอลหม่านหน้าจวนยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ

มู่หรงเยว่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเหล่านั้นแต่กลับจ้องที่มู่หรงเสวี่ยอย่างไม่เชื่อสายตา   “เสวี่ยเอ๋อนี่เจ้าไปเรียนวรยุทธ์มาจากไหน?    แค่จับได้แผ่นไม้ปาส่งๆออกไป    ทำเอาฟันพ่อบ้านหวางหักไปสองซี่    ขนาดพ่อบ้านหวางเองก็เป็นผู้รู้วรยุทธ์คนหนึ่ง...เขายังหลบแผ่นไม้บินของเจ้าไม่ทัน    เจ้าเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่??”


..................................

จบบท

7 ความคิดเห็น:

  1. อบป้าเยว่ซารางเฮโย

    ตอบลบ
  2. ชอบจัง รักคนแปล
    จร้าาา

    ตอบลบ
  3. เห็นมู่หรงเยว่แบบนั้น แต่เขาเป็นพี่ชายที่กู๊ดมาก!!!ยิ่งรูปเค้านี่แบบ อื้อหือ...เขาคือลู่หานโอปป้าของชั้นรึเปล่า???555 ไม่ใช่ละโดนตบ!!!

    ตอบลบ
  4. แอบหลงรัก มู่หลงเยว่แล้วค่ะ หน้าตาคุ้น ๆเหมือนเนื้อคู่เมื่อชาติที่แล้วเลย

    ตอบลบ
  5. ตอนแรกว่าจะไม่สนใจพี่ชายนางเอกแล้วนะ แต่ถ้านายจะรักน้องขนาดนี้ เรายอม โฮ้ยยยยย ดีอ่าาา

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ1 เม.ย. 2560 12:05:00

    หลงรักคุณพี่ชายด้วยอีกคนค่ะ

    ตอบลบ