วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 9 ศึกปะทะวาจาหัวหงอกกับหัวดำ

“หุบปาก!”    มู่หรงเสวี่ยสะบัดมือตบหน้าสาวใช้ชิวเอ๋อฉาดใหญ่    “ข้าคิดแล้วไม่มีผิด    ขนาดตัวท่านย่ารอง.....เจ้ายังกล้าปรักปรำนาง!


ใบหน้าของสาวใช้บัดนี้ถูกตบจนหน้าบวมฉึ่งดูไม่ได้    ห้านิ้วแดงก่ำขึ้นรอยเด่นชัด    ทั้งแสบทั้งเจ็บอย่างบอกไม่ถูก   เงาของความเจ็บแค้นวูบผ่านในดวงตา    ชิวเอ๋อกลั้นความเจ็บปวดกัดฟันตอบไปว่า     “คุณหนู,  บ่าวไม่ได้โกหก เป็นท่านฮูหยินผู้เฒ่าจริงๆ...”

“ยังกล้าเถียงข้าอีกเรอะ”    มู่หรงเสวี่ยตบนางอีกฉาด   สาวใช้ถึงกับทรุดตามแรงตบลงกองกับพื้น   มู่หรงเสวี่ยก้มหน้ามองนางเตรียมจะตบตีสั่งสอนเพิ่มเติม   แต่พลันก็มีเสียงดุเข้มงวดเอ่ยออกมาว่า    “เสียงดังเอะอะอะไรกัน...มีอะไรเกิดขึ้น?”

นางเพิ่งลงมือได้ไม่ทันไร    ความช่วยเหลือของนังสาวใช้ก็มาถึง    สายรายงานข่าวของจวนมู่หรงช่างแคล่วคล่องว่องไว!    มาคิดๆดูแล้ว...ก็จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร   สาวใช้ทั้งหมดของเรือนฝั่งตะวันตกล้วนเป็นคนของฮูหยินเฒ่าทั้งสิ้น    ผู้เฒ่าไม่ได้มีแค่สาวใช้ชิวเอ๋อเป็นพวกแค่คนเดียว    ยังมีคนทรยศคนอื่นอีกด้วย    จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดหญิงหัวหงอกถึงมายืนอยู่ตรงเบื้องหน้าเร็วขนาดนี้

มู่หรงเสวี่ยยกริมฝีปากเหยียดหยาม    แล้วค่อยหันหน้ามาประจันกับหญิงชราที่มีสาวใช้คอยประคองด้านข้างมุ่งตรงเข้ามา    ฮูหยินเฒ่าค่อยๆเดินด้วยมาดสง่างามข่มขวัญผู้คนเข้ามาในห้อง    ผมสีดอกเลาของนางเป็นประกายสะท้อนแสงนุ่มนวลขับเน้นให้นางดูผ่องใส   ทรงผมบนศีรษะหวีเปิดมีหมวกบังลมสีดำเข้มปักอัญมณีมรกตเป็นลายต้นไผ่อ่อนช้อย    ทั้งสง่างามสมเกียรติอันภาคภูมิ

ผู้เฒ่าเม้มริมฝีปากแน่น    ผินหน้าไปมองบ่าวชิวเอ๋อที่นอนหน้าบวมทรุดกองอยู่บนพื้นแล้วขมวดคิ้ว    “เกิดอะไรขึ้น?”

สาวใช้เห็นฮูหยินเฒ่าราวกับเห็นพระมาโปรด   ดวงตาของนางสาวใช้เป็นประกาย น้ำตาหยดเป็นสายไหลพรากลงบนพื้น   ขยับตัวมาเป็นท่าคุกเข่า   ก้มหน้าโขกหัวกับพื้น    “ฮูหยินผู้เฒ่าช่วยบ่าวด้วย คุณหนูจะขายบ่าวเจ้าคะ!

มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้ว   เอ่ยออกมาด้วยเสียงมิได้ให้ความสลักสำคัญว่า   “สาวใช้ผู้นี้เที่ยวเปิดห้องเก็บสมบัติล้ำค่าตามอำเภอใจให้ผู้อื่นเข้าออก   แถมยังกล่าววาจาสาดโคลนแก่ท่านย่ารอง  ข้ารู้ทันถึงเจตนาไม่ซื่อของนางจึงลงมือสั่งสอน   หากละเลยไม่ลงโทษนาง    นางคงใช้ประโยชน์ที่ว่าตัวเองเป็นคนเก่าคนแก่จึงกล้าขึ้นเสียงกับเจ้านายเยาว์วัยและกล่าววาจาให้ร้ายผู้เป็นนายเช่นนี้.....”

“งั้นเรอะ?”    สายตาคมกริบและเย็นชาของฮูหยินเฒ่ากวาดไปที่สาวใช้ชิวเอ๋อ    จับจ้องไปที่หน้าอันบวมเปล่งผ่านไปยังริมฝีปากปริแตก   แล้วกวาดสายตากลับมาที่มู่หรงเสวี่ยอีกครั้ง     “เจ้าต่างหากที่เที่ยวลงโทษคนไม่มีความผิด  ข้าเองเป็นคนสั่งนางให้ถือกุญแจมาเปิดห้องเอาเครื่องประดับ”

เพื่อหยิบเครื่องประดับให้หลานสาวคนโปรดของนาง    นางเป็นคนสั่งให้สาวใช้นำกุญแจมาไขห้องเก็บสินเดิมของแม่มู่หรงเสวี่ยเอง   ฮูหยินเฒ่ามิคิดปิดบังหรือซ่อนเร้นซ้ำยังเอ่ยออกมาตรงๆ ทำนองว่าถึงมู่หรงเสวี่ยรู้แล้วจะทำไม?

หากมู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นคนเดิมแล้วล่ะก็   คงได้แต่ก้มหัวกล้ำกลืนความเสียใจในความลำเอียงของท่านย่ารองไว้ในอก   แต่มู่หรงเสวี่ยผู้มาจากยุค 2016 ไม่คำนึงถึงมารยาทคร่ำครึแต่เก่าก่อนที่ต้องให้ผู้น้อยต้องอ่อนข้อให้ผู้ใหญ่โดยไร้ปากเสียง     “ตามกฎบ้านเมืองข้อไหนมิทราบที่บอกว่า   ท่านย่ารองมีสิทธิ์หยิบสินเดิมของลูกสะใภ้ที่ตายไปแล้วมาใช้?”

ดวงตาของฮูหยินทอประกายเย็นชาข่มขวัญยามจ้องมองมู่หรงเสวี่ย    “แม่ของเจ้าแต่งเข้าสกุลมู่หรง   สินเดิมของนางก็เท่ากับกลายเป็นทรัพย์สินของตระกูลมู่หรง   ข้าเป็นคนดูแลภายในจวนย่อมมีสิทธิ์ใช้สอยข้าวของทุกสิ่ง   เมื่อข้าต้องการจะให้เครื่องประดับที่เหมาะสมกับชิงหยางสักชิ้นสองชิ้น   ก็ให้กุญแจมาเปิดให้นางมาเลือกได้ด้วยตนเอง   ก็สมเหตุสมผลดีอยู่แล้ว”

“กฎหมายบ้านเมืองตราไว้ชัดเจน   หากผู้เป็นแม่ตาย   สินเดิมของนางต้องตกเป็นของทายาทของนาง   ของในห้องเก็บสินเดิมนี้ล้วนเป็นสิทธิ์ขาดของข้ากับพี่ชายของข้า ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้คนในตระกูลมู่หรง   ตราบใดที่ข้ากับพี่ชายยังหายใจอยู่.....แม้แต่ท่านย่ารอง...ท่านเองก็หามีสิทธิ์ไม่”

หลังจากบิดามารดาตายจาก,   ตู้ฮูหยินไม่เคยเหยียบย่างไปดูแลเด็กน้อยทั้งสองเลยสักครั้ง    นางไม่ดูแลอบรมสั่งสอน   หรือแม้แต่จะปกป้องเด็กแฝด   ถึงแม้มีโอกาสพบหน้าในบางครั้ง   ก็เอาแต่เหน็บแนมหรือไม่ก็ดุด่า   นางไม่ปฎิบัติกับมู่หรงเสวี่ยอย่างหลานสาวด้วยซ้ำแล้วจะให้มู่หรงเสวี่ยปฎิบัติกับฮูหยินเฒ่าอย่างกตัญญูได้อย่างไร

“เหตุการณ์ในวันนี้    ท่านย่ารองไม่ขอคำยินยอมจากข้าหรือพี่ชายข้า   แอบเปิดห้องเก็บสินเดิมของแม่ข้าโดยพลการ   ทั้งยังหยิบฉวยข้าวของ   การกระทำทั้งหมดนี้ล้วนสามารถเอาผิดท่านได้ตามกฎหมาย”

“งั้นเชียวเร่อะ...”    ตู้ฮูหยินชำเลืองดูสีหน้ามู่หรงเสวี่ย   ในแววตามีแต่เยาะเย้ย    “พูดออกมาเช่นนั้น....เจ้าคงคิดจะนำข้าผู้เฒ่าไปรับโทษทัณฑ์คุมขังในคุกเช่นนั้นล่ะซิ?”

“อย่างไร....เครื่องประดับเหล่านี้ก็ไม่ได้ถึงกับสูญหายไปไหน    ท่านย่ารองก็มิต้องลำบากไปศาล    แต่นางบ่าวนี้ต้องโดนโบย 100 ทีแล้วขายทอดตลาดออกไปซะ”    มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยท่าที่เรื่อยๆ

สีหน้าของฮูหยินเฒ่านั้นดำคล้ำด้วยโทสะ     แต่ก่อน, ตัวนางมักจะใช้นางบ่าวผู้นี้ให้มากลั่นแกล้งมู่หรงเสวี่ย   ช่างเป็นเหตุบังเอิญเหลือเกินที่เจาะจงเป็นนางสาวใช้คนนี้โดนมู่หรงเสวี่ยตัดสินโทษพอดี

ประโยคก่อนหน้านั้น   ตู้ฮูหยินตั้งใจพูดประชดนางเด็กอวดดีนี่-แต่มู่หรงเสวี่ยกลับทำเป็นไม่เข้าใจว่านางประชด    กลับพูดตามน้ำและสรุปจบด้วยการลงโทษชิวเอ๋อโดยที่นางไม่อาจคัดค้านได้

“พวกเจ้ายืนเฉยอยู่ทำไม?    ไม่เข้าใจคำสั่งหรือไง?    ลากนังสาวใช้ผู้นี้ออกไปโบยร้อยที แล้วขายทิ้งซะ!      มู่หรงเสวี่ยออกคำสั่งฉับ

“ขอรับ....”    บ่าวชายรูปร่างใหญ่สองคนมาลากสาวใช้ผู้นั้นออกไปอย่างรวดเร็ว    นำผ้าดิบยัดใส่ปากนาง    ลากถูลู่ถูกังออกมาด้านนอก    รวดเร็วกว่าที่ใครจะตั้งตัว

เสียงไม้กระทบเนื้อดังลั่น   ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด   สามารถได้ยินทั่วทั้งเรือน   ประทับฝังในใจของบรรดาสาวใช้และผู้รับใช้ที่นั่น   บ่าวทุกคนได้แต่ปิดปากเงียบ   คุณหนูยามโกรธจัดไม่ควรคิดบังอาจกับนาง    พวกเขาต่างก็ไม่อยากติดร่างแหไปด้วย

สีหน้าของฮูหยินเฒ่านั้นสามารถกล่าวได้ว่ามีโทสะแต่มิอาจทำสิ่งใดได้   ได้แต่จ้องด้วยสายตาเกลียดชังไปยังมู่หรงเสวี่ย

มู่หรงเสวี่ยทำท่าไม่รู้ไม่ชี้    เพียงแต่ปรายตามองไปยังกล่องเครื่องประดับทั้งหลาย “เก็บเครื่องประดับคืนหีบ แล้วปิดลงสลักให้เรียบร้อย”

“เจ้าค่ะ...คุณหนู!     สาวใช้ทั้งหลายขานรับโดยพร้อมเพรียง    รีบกุลีกุจอทำตามคำสั่งโดยมิกล้าชักช้า    หวาดกลัวว่ามู่หรงเสวี่ยจะทำโทษพวกนางให้อยู่ในสภาพน่าเวทนาไม่ต่างจากสาวใช้กล้าดีอย่างชิวเอ๋อ

มองไปยังฉากลงโทษที่สวนด้านหน้าเรือน    ใบหน้าของซ่งชิงหยางยังซีดเผือด    มือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อนั้นกำกันแน่น    นางเกือบจะได้พวกเครื่องประดับเหล่านั้นอยู่แล้วเชียว  จะให้คืนปิ่นไพลิน  ตุ้มหูทับทิมที่นางถูกใจเหลือเกินน่ะเหรอ!    นังญาติบ้านี่กล้าดียังไงมาเรียกของคืนจากนาง!

“ดูเหมือนว่า.......ญาติชิงหยางไม่ได้เข้ามาเอาเครื่องประดับที่นี่เป็นครั้งแรก,ใช่หรือไม่?”

คำถามจากเสียงใสที่เข้ามากระทบรูหู    ทำเอาซ่งชิงหยางยืนตัวแข็ง   มองไปที่มู่หรง
เสวี่ยอย่างระแวง    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

มู่หรงเสวี่ยยิ้มหวาน    “ลูกพี่ลูกน้อง,  ท่านอย่าเพิ่งแตกตื่น    ข้าไม่ถือสาท่านหรอก ท่านเพียงแต่นำสิ่งที่เอาไปกลับมาคืนข้าก็พอ”

ด้านหนึ่ง,  ซ่งชิงหยางโล่งใจ   แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าหากมู่หรงเสวี่ยไม่ถือสานางจริง    พวกเครื่องประดับที่นางชอบและได้บรรจงเลือกขึ้นมาแล้ว   แต่ละชิ้นทั้งสวยงามและมีมูลค่าไม่น้อย    ก็น่าจะไม่ต้องคืนให้กับมู่หรงเสวี่ย  และรวมทั้งอีกหลายชิ้นที่นางเลือกไปในอดีต   นางก็ได้สวมใส่เป็นเจ้าของมาตั้งนานแล้ว   ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็ควรจะตกเป็นของนางซะเลย!     “อย่างไรเราก็เป็นญาติกัน เครื่องประดับชิ้นสองชิ้นก็ถือซะว่าเจ้ายกให้ข้าเป็นของขวัญแล้วกัน ถือว่าข้าขอ เจ้าอย่าได้ขี้เหนียวไปหน่อยเลย?”

มู่หรงเสวี่ยตวัดสายตาคมกริบไปยังนาง   พูดด้วยท่าทางสบายๆว่า     “ลูกพี่ลูกน้อง เดือนหนึ่งเจ้ามาที่จวนมู่หรงอย่างน้อยสามครั้ง   แต่ละครั้งหอบเอาปิ่นปักผม  ตุ้มหู สร้อยคอ  สร้อยข้อมือ  เกราะอ่อนของสตรีและเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปครั้งละสองสามชิ้น    แค่สองปี...ญาติชิงหยางมาที่นี่ไม่เพียงหยิบของมีค่าออกไปแค่สองสามชิ้นแต่รวมกันเป็นนับร้อยชิ้น   เป็นจำนวนที่สามารถเติมหีบใบใหญ่ได้สามใบเต็มๆ”

ซ่งชิงหยางทำสีหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ    “สินเดิมของแม่เจ้ามีตั้งเยอะ   เจ้ายังจะมาหวงกับของแค่ร้อยกว่าชิ้นนี่น่ะเหรอ?”

มู่หรงเสวี่ยนึกเย้ยหยัน   ผู้อื่นฉกฉวยเพชรนิลจินดาเอาไว้มิยอมปล่อย   ซ้ำยังหน้าด้านไม่จบไม่สิ้น   คิดจะเรียกร้องหาความชอบธรรมในการยึดครอง    “ได้ยินว่าตอนที่ท่านน้าแต่งออกไป   นำสินเดิมติดตัวไปเป็นขบวนยาวถึงสิบลี้   ในนั้นย่อมต้องมีเครื่องประดับไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน     ตอนที่เจ้าส่งคืนเครื่องประดับแม่ข้ากลับมา  ก็ส่งเครื่องประดับเพิ่มเติมมาอีกสัก 2-3 หีบเพื่อให้ข้าได้มีโอกาสซาบซึ้งในความใจกว้างของท่านน้าบ้าง....ดีหรือไม่?”

“เครื่องประดับของแม่ข้า   ทำไมข้าต้องให้เจ้าด้วย”     ซ่งชิงหยางกรี้ดสวนออกมาทันที   แต่นางก็สำนึกได้ทันใดว่าได้ติดกับมู่หรงเสวี่ยเสียแล้วจึงขยับปากจะพูดเพิ่มเติม

แต่กลับกลายเป็นมู่หรงเสวี่ยที่เอ่ยออกมาก่อน   “เครื่องประดับของแม่ข้า....นางก็ทิ้งไว้ให้ข้าเช่นกัน   ทำไมต้องตกไปอยู่ในมือเจ้าด้วย   ก่อนมืด........ข้าอยากจะเห็นเครื่องประดับที่ติดค้างข้าไว้ทั้งหมด   ไม่งั้นเจ้ากับข้าเจอกันในศาลแน่”



...................................
จบบท

2 ความคิดเห็น:

  1. 5555555 แสบมากกก รักนางเอกคนนี้มากก ชอบที่ไม่ยอมคน ไม่เอาของใครก่อน แต่ของตัวนางคนอื่นก้ออย่าหวังมาหยิบฉวยไป

    ตอบลบ