วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 11 น้ำหูน้ำตาในอ่างอาบน้ำ

หากท่านต้องเผชิญหน้ากับฆาตกรรังแกเหมียวทางที่ดีที่สุดคือเผ่นแน่บให้ไวในตอนนี้ข้านึกอยากให้แขนขาของข้ามันยาวขึ้นมากกว่านี้!

ข้าวิ่งไม่คิดชีวิต!   ไม่รู้ว่าข้าไปได้ไกลแค่ไหน?   ข้าหยุดพักเอาอุ้งเท้าลูบหน้าตัวเอง   วูบนั้นเองก็มีเงาดำทะมึนแผ่รังสีเย็นสะท้านทางเบื้องหลังข้า


ข้าค่อยๆเงยหน้าช้าๆอย่างระมัดระวัง จะเป็นใครไปได้ล่ะก็คนที่คิดจะโยนข้าลงน้ำเย็น   เขามองลงมาที่ข้า   ข้ายิ่งทวีความกลัวขึ้นสุดๆ

เหมียววววว...   ข้ากรี้ดลั่นปัดป่ายกรงเล็บสู้ตายมิยอมให้เขาจับตัวได้

ดื้อขนาดนี้  คงให้สาวใช้จับเจ้าอาบน้ำไม่ไหว    ปี้ชิงเฉินจุนถอนหายใจ เขาใช้มือกันอุ้งมือที่ตะกุยตะกายของข้าแล้วคว้าที่คอของข้าแล้วออกเดิน

ข้ายังไม่ทันได้ดิ้นเอาตัวรอด   สองข้างทางกลับเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว   ข้าพบว่าเราทั้งคู่กลับมาตั้งต้นที่เดิม  อ่างน้ำแข็ง!!!

อย่า อย่านะ!   ข้าจ้องเขา   ร่างของข้าสั่นเทาข้าพยายามใช้ดวงตาปริ่มน้ำตามองเขา   ดวงตาแป๋วแหววน่ารักของข้าที่สามารถละลายแม้แต่คนจิตใจชั่วช้าให้ชะงักได้!

แต่โชคไม่ดี   มันไม่ได้ผล   หัวใจของเขาคงทำมาจากเพชร!

ข้าถูกโยนลงสระเสียงดัง  ซ่า!

เขาม้วนแขนเสื้อขึ้นและหยิบผ้าขัดตัวกระโดดตามลงน้ำดัง  ตูม!

เขาคว้าตัวข้าและเริ่มใช้ผ้าถูตามขนของข้า!

 เขาขมวดคิ้วไปพูดไปห้ามไม่ให้ข้าดิ้น  อย่าดิ้น ขืนยังดิ้นข้าจะตัดเท้าเจ้าซะ!”

ขาของข้าหยั่งไม่ถึงพื้นสระ   สระน้ำเย็นทำให้อวัยวะภายในข้าปั่นป่วนข้าไม่สนใจอะไรอีกแล้ว   ข้ารีบเปลี่ยนร่างข้ากลับเป็นมนุษย์เพื่อจะปีนออกจากสระ

ข้านั่งทรุดหายใจหอบระรัวอยู่ตรงขอบสระ   รู้สึกการเปลี่ยนแปลงกะทันหันจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิฉับพลัน 


โชคไม่ดีเลยที่เสื้อผ้าไหมสีขาวของข้าเปียกโชกแนบสนิทติดกับเนื้อตัว! 

 ผิวเปลือยเปล่าของข้าแนบติดกับเสื้อมองเห็นชัดถนัดถนี่!

 ผมของข้าหลุดลุ่ยสยายเปียกน้ำทิ้งแนบกับเรือนร่าง!


ข้าตั้งหน้าตั้งตาพยายามทำให้ผมและตัวของข้าแห้ง   ข้านั้นหนาว   หนาวมากๆๆ   หนาวจนข้าพูดไม่ออกทีเดียว!

ปี้ชิงเฉิงจุนถือผ้าค้างในมือ    ใบหน้าน่ากลัวในตอนแรกของเขาตกตะลึง   เขารีบก้าวยาวๆขึ้นจากสระและตรงมาที่ข้า   เจ้า...เจ้าไม่ใช่ปีศาจน้อยนี่!”

***ปีศาจเองนั่นก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรระยะหนึ่ง***

แต่....อย่างข้ากลับไปเป็นปีศาจน้อยเมื่อไรกัน!   ข้านั้นทั้งโมโหโกรธจัดแต่ข้าก็พอจะรู้ว่าข้าไม่อาจเอาชนะเขาได้    ข้าไม่สามารถยั่วโมโหเขาดังนั้นข้าจึงหมุนตัวและเตรียมจะหนีออกทางหน้าต่าง

เจ้าห้ามไป”   ปี้ชิงเฉินจุนพูดอย่างโมโหและตกใจ   อยู่ๆก็มีแส้มารัดที่เท้าของข้าและดึงข้ากลับ

เรี่ยวแรงข้าไม่เยอะเท่าเขา   ดังนั้นข้าเลยจิกกรงเล็บของข้ากับพื้น   แต่แรงเขาช่างเยอะเหลือเกิน   ข้าได้แต่ทำให้พื้นบังเกิดรอยกรงเล็บแปดรอยไปเปล่าๆ

เจ้าคนชั่ว!   ข้าเห็นว่าหนีไม่พ้นเลยเปลี่ยนเป็นหันหาแล้วกระโจนใส่   เขาขยับมือเพียงนิด   เจ้าแส้นั่นเหมือนมีชีวิต   รัดที่แขนและขาอย่างเหนียวแน่น เขาลากข้าเข้าหาเขา

พลังของเจ้าไม่เบาเลย   แต่เจ้ายังไม่รู้จักควบคุมมัน   ไม่แปลกที่ข้าคิดว่าเป็นปีศาจน้อยฤทธิ์มาก    ปี้ชิงเฉินจุนกล่าว

ข้าพยายามดิ้นให้หลุดจากแส้   แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดแน่น   ข้าเลยกลายสภาพเป็นบ๊ะจ่าง   จนข้าเจ็บอกขยับต่อไปอีกไม่ได้

ข้าเจ็บแต่ข้ายังมิยอมแพ้พยายามบิดเบียดร่างกายเลื้อยไปกับพื้นเหมือนงูเพียงเพื่อตรงไปที่ประตู   ข้าไม่อยากอยู่กับคนใจร้ายเช่นเขา!

ปี้ชิงเฉินจุนขวางทางข้าไว้   ใบหน้าของเขาแดงซ่านแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ  เจ้าจะออกไปแบบนี้ไม่ได้   รอให้ข้าหาเสื้อผ้าให้เจ้า...

สาวใช้และบ่าวชายที่อยู่ข้างนอกต่างก็ได้ยินเสียงโครมคราม   พวกเขาไม่อาจทนนิ่งเฉยจึงส่งเสียงถามว่า   “นายท่านเฉินจุน  ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่

ข้าได้ยินเสียงถามจึงรีบตะโกน  ช่วยด้วย!  ช่วยข้าด้วย!”

พวกเจ้าห้ามเข้ามา    ปี้ชิงเฉินจุนปิดปากข้าแล้วสำทับอีกคำ  ห้ามเข้ามารบกวน

พวกข้างนอกต่างก็เงียบเสียงลง

เหมียววว...แอววว    ข้ากรี้ดร้องแต่เขาคว้าเอวข้าเดินไปที่โต๊ะดึงผ้าปูโต๊ะออก   จากนั้นก็นำมาพันข้าไม่ต่างกับปอเปี๊ยะ  และโดยไม่ลังเล,  เขาเดินออกจากประตูไป

สาวใช้และบ่าวชายข้างนอกมองดูข้าโดนแบกออกมาด้วยสีหน้าตื่นตะลึงงัน พวกเขามองสบตากันด้วยความประหลาดใจ  สงสัยและไม่แน่ใจ   ข้าคิดว่าต้องมีใครบางคนสงสารข้าบ้างล่ะที่ถูกคนใจร้ายรังแก

ปี้ชิงเฉินจุนขยับเร็วราวกับเหาะ   เขาพาข้าไปไม่ไกล   นำข้ามาที่ห้องกว้างตกแต่งเรียบง่าย   กลางห้องมีผ้านวมผืนใหญ่ปูแผ่บนที่นอนหนานุ่มจัดวางอยู่บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่   โต๊ะและเก้าอี้ในห้องล้วนแกะสลักลวดลายเดียวกับเตียงไม้   ห้องรายล้อมไปด้วยชั้นหนังสือชั้นแล้วชั้นเล่าเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย   บนผนังมีลายเส้นขยุกขยุยแขวนอยู่  (ข้าไม่รู้ว่าอันนี้เรียกว่า ภาพลายมือพู่กัน)

เขาโยนข้าลงบนเตียง   ยืนจังก้าขมวดคิ้วมองข้าครุ่นคิด......

ข้าพลิกตัวไปมาบนเตียง   มันนุ่มสบายมากแต่ข้าหมุนตัวไปสุดมุมเตียงแล้วหันมามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์

ที่หน้าประตูห้องพลันปรากฏเสียงแทรก นายท่านเฉินจุน   เสี่ยวหลินขอรายงาน

ปี้ชิงเฉินจุนถามข้าสั้นๆ  เจ้าเปลี่ยนกลับคืนเป็นแมวได้ไหม

หากศัตรูอยู่ๆขอให้เจ้าทำอะไร   เจ้าย่อมต้องไม่ยอมทำให้   ดังนั้นข้าส่ายหัวปฎิเสธ

มิรู้จะทำอย่างไรเขาจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมข้าแล้วอนุญาตให้เสี่ยวหลินเข้ามา

หลังจากเสี่ยวหลินเข้ามา   เขาก็ชำเลืองดูข้าที่กำลังนอนหนาวอยู่บนเตียง เขาชะงักไปเพียงนิดแล้วกล่าวรายงานว่า  “นายท่านเฉินจุน   ข้าเพิ่งกลับมาจากพบท่านเทพเอ้อหลาง   คือ....


ปี้ชิงเฉินจุนนั่งลง   เขาถอนหายใจและกล่าวว่า   ข้าคิดว่านางเป็นปีศาจน้อย ข้าใช้น้ำเย็นอาบน้ำให้นาง

เขาไม่เล่าต่อว่าเกิดอะไรขึ้น   แต่เสี่ยวหลินเหมือนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี   เขาพูดขึ้นว่า  น้ำเย็นนั้นเอื้อในการบำเพ็ญเพียร   แต่เกรงว่าความปรารถนาดีของนายท่านเฉินจุนจะสูญเปล่า   ในตำหนักช้วนจิ้งของเรา   เหล่าบริวารรับใช้มักจะเป็นภูติดอกไม้  ภูติต้นหญ้า  พวกเราไม่เคยมีสัตว์เลือดอุ่นมาก่อนดังนั้นจึงไม่เข้าใจธรรมชาติของพวกเขาเป็นธรรมดา

ธรรมดาบ้านเจ้าซิ   ลองไปอาบดูเองล่ะกัน   ข้าตะโกนสวน

ข้าอาบเช่นนั้นทุกวัน   ปี้ชิงเฉินจุนมองมาทางข้าและกล่าวต่อ  ข้าคิดไม่ถึงเรื่องนี้ เจ้าจงไปพบเอ้อหลางขอคำแนะนำการเลี้ยงสัตว์เลือดอุ่นมาด้วย

เสี่ยวหลินโค้งหัวส่งหนังสือให้ปี้ชิงเฉินจุน

ปี้ชิงเฉินจุนพลิกดู 2-3 หน้า   เขาโบกมือให้เสี่ยวหลินถอยออกไป   ครุ่นคิดแล้วออกคำสั่ง   ไปจัดเตรียมห้องให้นาง   แมวน้อยตัวนี้อารมณ์ร้ายและมีฤทธิ์เดชพอสมควร   จัดห้องให้นางอยู่ใกล้ข้า   จะได้ดูแลนางสะดวก   จัดหาสาวใช้ปรนนิบัตินางด้วย    เสี่ยวหลินโค้งคำนับจะกลับออกไป   แต่เขายังเรียกเขาไว้และออกคำสั่งว่า  หาอะไรให้นางกินด้วย

พอพูดจบ   เขาก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อ   อ่านไปผงกหัวไปแล้วกล่าวว่า ข้าเข้าใจล่ะ

ข้านั้นไม่ขยับ   ข้านอนหงายมองงานแกะสลักบนเพดาน   หัวข้าเริ่มมึนเมา ร่างกายข้าเหมือนจะเย็นขึ้น   หัวข้าหมุนติ้วเต็มไปด้วยภาพหลอนของปลาแห้งเต้นระบำ    แล้วข้าก็ค่อยๆหมดสติ



.............................................................................
จบบท 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น