วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 118 ชื่อของข้าคืออาฮัว

ข้าซุกตัวหลับสบายในอ้อมแขนของเซียงชิง   ดื่มด่ำกับความอบอุ่นและอ่อนโยนของเขา   หยินซีไม่ได้บอกข้าว่าควรทำหรือไม่ทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้    แถมยังไม่มีคำบอกใบ้ไว้ในโพยของข้าด้วย   ดังนั้นข้าเลยเลิกคิดถึงสิ่งที่ต้องทำทั้งหมด   เสพสุขแต่สิ่งที่เขามอบให้อย่างเดียว


เซียงชิงพาข้ากลับไปมายังลานโล่ง   แล้วนำชามใบหนึ่งมาจากในครัวมาใส่ข้าวเหลือให้ข้ากิน   ของพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าชอบกิน   ดังนั้นข้าจึงเมินผลักชามออกด้วยอุ้งเท้าเพื่อแสดงความไม่ชอบใจ   เขาคิดไปคิดมาอยู่แป้บ,  เขาก็กลับไปในครัวคราวนี้หยิบซาลาเปามาด้วย ข้าดมฟุตฟิตแล้วลองชิมแต่ก็ยังไม่ถูกใจอ่ะ

“แล้วเจ้าอยากกินอะไร?”   เซียงชิงถามอย่างช่วยไม่ได้    เขาหายเข้าไปในครัวอีกครั้ง   คราวนี้กลับมาพร้อมปลาอบซอส   ครั้งนี้,  ข้าโซ้ยเรียบไม่มีเหลือ    พอข้ากินเสร็จข้าก็ลุกขึ้นไปนัวเนียเขาเพื่อเป็นการชมเชย

เซียงชิงอุ้มข้ายกขึ้นมาสบตา   แล้วมองหน้ามองหลัง   “หรือว่าเจ้า....เจ้าคงจะเลือกกินแล้วก็ไม่ยอมจับหนูใช่ไหม   เจ้าของเก่าก็เลยทิ้งเจ้า?”

ช่างเป็นประโยคที่เหมือนฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงบนหัวแมวกลางวันแสกๆ   ฉีกทึ้งความภาคภูมิใจในความเป็นแมวลงอย่างยับเยิน    จริงอยู่ที่ข้าไม่กินหนู   แต่เป็นแมวทั้งทีจะจับหนูไม่เป็นได้อย่างไง!   แต่พอข้าคิดจะกางกรงเล็บออกสำแดงให้เซียงชิงได้ประจักษ์ถึงฉายาอีเหมียวสาวนักล่ามิกกี้เมาส์เก่าก็จำต้องหดกรงเล็บลงเมื่อนึกถึงคำปฎิญาณที่ข้าให้ไว้กับองค์พุทธะว่าจะไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอีก    ข้าได้แต่ทำหูลู่แล้วก้มหน้ารับความจริงอันโหดร้าย

“ไม่เป็นไรหรอกนะ ตรงริมแม่น้ำที่บนเขานี้ มีปลาตั้งมากมาย   และตัวข้าเองก็ชอบทำซุปปลาอยู่แล้วด้วย   เจ้ามาก็มาช่วยข้ากิน   ข้าเลี้ยงเจ้าไหวอยู่แล้วน่ะ”    เซียงชิงอุ้มข้าไว้กับอกแล้วเอามือลูบหัวข้าไปมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม    เขาทำท่าฉุกคิดอะไรได้บางอย่างแล้วรีบสั่งข้าว่า   “เลี้ยงแมวต้องฝึกแมวด้วยซิน่ะ,   เจ้าเหมียว...เจ้าจงจำไว้ว่าห้ามอึฉี่บนที่นอน   หากปวดขึ้นมาต้องไปทำธุระข้างนอก!

อีกครั้ง,  ที่ศักดิ์ศรีแห่งแมวต้องพังครืน

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทับลงบนบ่าเล็กๆของข้าทำให้หลังข้าแทบทรุดรับไม่ไหวเพราะตาซื่อบื้อผู้นี้ 

พอพูดจบ,   ทิ้งให้ข้านั่งหดหู่เพราะเสียศักดิ์ศรีแห่งแมวแล้วเขาก็ออกไปเริ่มฝึกซ้อมดาบต่อ หลังจากข้ากินข้าวเสร็จ ข้าก็กระโดดขึ้นไปนั่งริมขอบหน้าต่างแล้วเริ่มนอนบิดตัวอาบแดดไปพลาง   มองดูเซียงชิงฝึกดาบไปพลาง   ข้ายังเคลิ้มๆไปเลยว่าหากเป็นเช่นนี้ตลอดไป...ก็คงไม่เลวนัก

ข้อแม้อย่างเดียวที่ข้าอยากได้ตอนนี้ก็คือ   ห้ามมีแมวเหมียวตัวอื่นในบริเวณนี้,   ข้าจะได้ไม่ต้องมาแข่งขันยื้อแย่งความรักกับใคร!    มาย้อนคิดดูถึงทีท่าเจ้าชู้ปากหวานที่เขาทำกับข้าแล้วก็เผื่อแผ่ไปยังเหมียวสาวตัวอื่นด้วยทำให้ข้าโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง    ข้ากระโจนไปหาเขาแล้วกัดลงที่หน้าขาของเขาก่อนที่จะกระโดดกลับไม่รู้ไม่ชี้ไปที่เตียงเพื่องีบกลางวัน    ข้ากลัวเขาจะโกรธข้าเหมือนกันจึงหันหน้ากลับไปเช็คดูทางเขา   เขาไม่โมโหสักนิดแค่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้   จากนั้นก็เดินไปตักน้ำที่บ่อมาหนึ่งถัง   ถอดเสื้อออกเหลือแต่ท่อนบนเปลือยเปล่าแล้วเริ่มเอาน้ำลูบเนื้อลูบตัวทำความสะอาดร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“เหมียวววว...แอวววว”    แหมๆๆ หุ่นของเขาก็ยังดูดีเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด   ทั้งแน่นทั้งกระชับเต็มไปด้วยมัดกล้าม    มองต่ำลงไปนั่น...อุ้ย...เอวสอบๆ   ท่อนแขนท่อนที่กำยำแข็งแรง    รูปร่างบนล่าง  ซ้ายขวา ล้วนได้สัดส่วนสมบูรณ์รับกับส่วนสูงและความหนาบึกบึนของเรือนร่าง   ข้ามองดูด้วยความตื่นเต้นจนถึงกับไต่ปรู้ดจากหัวหมอนพรวดเดียวมาที่ปลายเตียงแล้วจ้องมองต่อด้วยความหลงใหล    จนตอนที่เขาเริ่มหันมองมายังห้องนั่นแหละที่ข้ารีบมุดหัวเข้าใต้ผ้าห่มแกล้งทำเป็นหลับไม่รู้เรื่อง

เซียงชิงมีทีท่าสบายตัวผ่อนคลาย   ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยหยดน้ำหลังการอาบน้ำกระจายไปทั่ว   อุณหภูมิร่างกายของเขาก็เย็นลงด้วย   จากนั้นร่างกายของเขาก็ค่อยๆทวีความอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ   ข้าจึงปีนกลับมาไต่ขึ้นตัวของเขาและขดตัวกลมเป็นลูกบอลซุกอยู่ที่แผ่นอกนอนฟังเสียงหัวใจเต้นของเขา    เขาเองก็ใช้มือลูบขนข้าเล่นจนหลับไป

เสียงหัวใจเต้นของเขามันช่างฟังดูคุ้นเคย    ฟังไปฟังมาเหมือนเพลงกล่อมข้า   ในรอบเวลาห้าร้อยปีที่ผ่านมา,   ณ  เวลานี้เป็นช่วงที่ข้ารู้สึกเบาสบายน่าหลับพักผ่อนที่สุด    ข้าไม่ต้องฝันถึงตอนที่เขาตายจากข้าไป   หรือฝันถึงตอนที่ข้ากระเซอะกระเซิงตามหาเขาไปจนทั่ว    ข้ารู้แล้วว่าสามีที่ข้าตามหามาตลอดบัดนี้ได้มาอยู่ข้างๆข้าแล้ว   คนที่ข้ารักได้หวนคืนกลับมาอยู่กับข้าแล้ว

ดีจริงๆเลยน้า....อยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไปนะ  อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว   อย่าหนีหน้าข้าไปอีกนะ    หากมันเป็นความฝันข้าก็ไม่อยากตื่นจากฝันครั้งนี้เลย....

ข้ารู้ว่าอีกไม่นานเขาก็ต้องตื่น    พอเขาขยับตัว,  ข้าก็ตื่นด้วย   เขาบิดตัวแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างพึมพำว่า    “..ข้าหลับยาวไปได้อย่างไร?”

ข้าเองก็ลืมตาอย่างเกียจคร้าน   เห็นว่าฟ้าข้างนอกกลายเป็นยามค่ำไปแล้ว   ข้ายืดเหยียดแผ่นหลังแล้วนั่งจุ้มปุ้กเชิดหน้าอยู่บนเตียงดูเซียงชิงเตรียมหนังสือมาอ่านตั้งหนึ่ง

ใบหน้าของเขามุ่งมั่นมีสมาธิยามเพ่งความสนใจไปที่ตำรา  ข้าพลอยดื่มด่ำทำสมาธิจ้องหน้าผู้ชายเอาเป็นเอาตายไปด้วย    ข้าจ้องเขาจนกระทั่งหยินซีมาอยู่ด้านนอกทำเสียงกระแอมเรียก   เห็นหน้าหยินซี,  ข้าก็นึกออกทันทีว่า ตายห่ะ...ข้าลืมเปลี่ยนร่าง....

พอเซียงชิงหันหน้าไปตามเสียง   หยินซีก็ปั้นหน้ากากสาวน้อยน่ารักยิ้มแย้มอ่อนโยนลงบนใบหน้าแล้วเอ่ยออกมาว่า   “พี่เซียงท่านอาศัยอยู่ที่นี่นี่เอง”

“อืม”    เซียงชิงลุกขึ้นยืน   “เจ้ามีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“โอ๊ะ   แมว....น่าร๊ากกกก!”    หยินซีทำเป็นร้องดีใจแล้วรีบเข้ามายิ้มหวาน    “ข้าขอเล่นกับมันได้ไหม?”

“ได้”

หยินซีคว้าหมับที่ช่วงพุงของข้าแล้วหิ้วข้าลิ่วมาด้านหน้าห้องของเซียงชิง    เขากระซิบกับข้าว่า   “เจ้ามาทำอะไรที่นี่....หา?”

“เหมียววว...แอวววว,   ข้า....ข้ามานอนกับซือฟุน่ะซิ”     ข้าพูดไปอายไป

“นอนทำตูดเจ้าซิ!    ข้าเป็นห่วง....เที่ยวตามหาเจ้าจนทั่ว!”    หยินซีโกรธมากจนกลายเป็นอีกาพ่นไฟได้ในบัดดล   “ข้าบอกให้เจ้าระวังตัว   อย่าได้เปิดเผยความลับออกมา!   แล้วดูเจ้าซิ.... เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดบ้างไหม?”

“แต่ข้าก็ได้นอนกับซือฟุแล้วน่ะ!”    ข้าบอกกล่าวถึงความก้าวหน้าของข้า

“ดีๆๆๆ”   หยินซีเขกกะโหลกข้าดังโป้ก   “อย่างงั้นเจ้าก็อยู่ข้างเขาในร่างแมวไปตลอดชีวิตเจ้าเลย!

“ไม่เอาอ่ะ,   เป็นแมวจะพูดกับเขาได้อย่างไง”    ข้ารีบใช้อุ้งเท้าตะปบกอดหยินซีไว้เพื่อยอมรับว่าข้าทำผิดไปแล้ว   ข้ายังหงายท้องกลิ้งไปกลิ้งมาอ้อนเขาอยู่ครึ่งค่อนวันกว่าข้าจะทำให้เขาหายเดือดได้

“แมวโง่ งั้นให้เจ้าอยู่นี่อีกเดี๋ยว พอได้เวลาแล้วก็รีบคืนร่างอย่าให้ใครเห็น”   หยินซีพูดอย่างอ่อนใจ   เขาหันหลังเดินกลับไปยังห้องพร้อมกับยิ้มกว้าง   พูดกับเช๊ยงชิงว่า   “พี่เซียง,  ข้าไปล่ะนะ   นี่แมวของท่าน....”

เซียงชิงยื่นมือออกมารับตัวข้า   เขาอึกอักก่อนจะถามออกมาว่า   “แม่นางเหมียวเหมียว....นางสบายดีหรือไม่?”

“สบายดี   นางสบายดีมากเลย   ตอนนี้,  นางก็หลับอยู่ที่ห้อง”    หยินซีปั้นเรื่องขึ้น   “ทำไมเหรอพี่เซียง?   มีอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีอะไร   ข้าแค่ถามดู”   เสียงเซียงชิงนิ่งสงบไม่ต่างจากแต่ก่อน   “ดึกมากแล้ว,   นี่เป็นเขตที่พักของศิษย์ชาย   แม่นางหยินซีควรจะรีบกลับออกไป”

“ก็ได้”   หยินซีหมุนตัวเดินตรงไปยังทางออก   แต่ก่อนเขาจะจากไปเขาสะบัดสายตาคมกริบมายังข้า   พอข้าเห็นสายตาเช่นนั้น,  ข้ารีบผงกหัวรับประกันว่าข้าจะทำตามที่พูดแน่นอน

หน้าตักของเซียงชิงช่างอบอุ่นนอนสบาย    พอผ่านไปได้สักพักข้าก็ค่อยๆขยับผละจากหน้าขานั้นมาอย่างเสียดาย   ข้ากระโดดลงพื้นและฉวยจังหวะที่เขาไม่ได้สนใจรีบเผ่นออกมาทางประตู   เปลี่ยนกลับคืนเป็นร่างคนของข้าแล้วกลับไปยังห้องที่ข้าใช้ร่วมกับหยินซี

พอข้ากลับมาถึง,  หยินซีก็มอบโอวาทชุดใหญ่ให้ข้าแล้วเน้นย้ำกระหน่ำเตือนความผิดของข้าออกเป็นข้อๆ     ถึงอย่างนั้นก็เถอะ,  ข้ากลับไม่โกรธเขาแล้วเข้านอนอย่างเป็นสุขทั้งคืน   คืนนั้น,  ข้าฝันว่า,  เซียงชิงมีแมวเหมียวนัวเนียอยู่ทางซ้ายตัวทางขวาตัว   แถมบนตัวยังมีแมวอัดอยู่เต็มหน้าตัก    พวกมันลอยหน้าลอยตาอย่างมีความสุข    ไม่มีที่ว่างแม้แต่นิดเดียวสำหรับข้าที่จะแทรกตัวเข้าไป

โมโหที่สุด!  เกลียดจริงฟ่ะ!  พอตื่นขึ้นมาจากความฝัน,  ก็เป็นเวลาเช้าแล้ว   ข้ารีบย่องวิ่งขึ้นเขาไปเงียบๆ    ข้ากะว่าข้าจะขึ้นมาไล่นังแมวขโมยหน้าหนาทั้งหลายเอาให้กระเจิงเปิดเปิงไปให้หมด

แต่คาดไม่ถึงว่า….ข้าจะเจอเซียงชิงบนยอดเขาอยู่ก่อนแล้ว    เขากำลังโบกปลาตัวหนึ่งในมือไปทางนั้นทางนี้   “อาฮัว?   อาฮัว,  เจ้าอยู่ไหน?”

อ้า......ข้าจะทำอย่างไรดีกันเนี่ย?


เซียงชิงโบกปลาในมือไปๆมาๆแล้วก็เรียกซ้ำออกมาอีก   “อาฮัว,  เจ้าไปอยู่ที่ไหนกัน?”


................................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น