งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 121 เป็นผู้ชายที่ดีต้องมีเงินเป็นสำคัญ

“พวกเราเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน....”    น้ำเสียงของเซียงชิงเข้มขึงขัง

ข้าขยับเข้าใกล้เขา   “ไม่เห็นจะสำคัญเลย”


เซียงชิงขยับถอยเล็กน้อย   หน้าผากเขาเริ่มผุดเม็ดเหงื่อ   “พวกเรายังไม่รู้จักสนิทสนมกันพอ”

ข้าเขยิบเข้าไปอีกหน่อย   “ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”

เซียงชิงยังถอยร่นต่อ   “ไปถึงขั้นนั้น....มันเร็วเกินไป”

ข้าขยับเข้าใกล้อีกนิ้วนึงจนชิด    ปิดระยะห่างที่เว้นไว้จนไม่เหลือ   “ไม่เร็วสักหน่อย    ไม่เร็วเลย   จริงๆ...ข้าว่าช้าไปด้วยซ้ำ”

สุดท้าย เซียงชิงผู้เอาแต่ถอย   ถอยจนตกจากหินทั้งตัว   ข้ารีบยื่นมือไปฉุดมือของเขาขึ้นมาแล้วหาถามเขาต่อเรื่องแต่งงานมีลูกด้วยกัน

“การแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่อยู่ๆก็ตัดสินใจได้ทันทีเพียงเพราะเจ้าชอบใครสักคน”   คำตอบของเซียงชิงทำข้างง

“แล้วเราขาดอะไรอีกล่ะ?”    ข้าไม่เข้าใจ

“แม่นางเหมียวเหมียว เจ้าเป็นคนสวยน่ารักมาก   ชายใดก็อยากให้เจ้าแต่งให้”    เซียงชิงทำท่าขมขื่นใจ  “ตัวข้านั้นไม่มีอะไรเลย   เทียบข้ากับผู้อื่นแล้ว   เจ้าจะหาชายใดที่ดีเลิศกว่าข้าได้อีกมาก”

“เรื่องพวกนั้น ข้าไม่สนใจสักนิด”    ข้ายังคงไม่เข้าใจประเด็น

เซียงชิงยิ้มขมให้กับข้า    “ข้ารู้สึกเป็นเกียรติที่เหมียวเหมียวปักใจกับข้า   แต่การแต่งงานนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ   เจ้าจงกลับไปไตร่ตรองให้ดี...อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ”

ข้าอยากจะถามเขาว่าปักใจคืออะไร?   แต่เขาก็รีบผลุนผลันทิ้งข้าไป

ข้ามองตามหลังเขา,  หัวใจของข้ามันบีบแน่นอย่างบอกไม่ถูก    หรือว่าข้าขอแต่งงานผิดวิธีหว่า?    หรือข้าควรจะเปิดใจออกไปตรงๆมากกว่านี้?   หรือว่าข้าน่าจะเน้นหนักๆ ให้ชัดๆ ตรงภารกิจทำลูก?    บางทีข้าน่าจะเปลื้องผ้าออกให้หมดแล้วไปนอนรอเขาที่เตียงจะดีกว่ามั้ย?

ยุ่งยากเกินไป....ยุ่งยากเกินไปแล้ว     ซือฟุที่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้วช่างรับมือยากสำหรับเหมียวเหมียวเหลือเกิน    เข้าใจความคิดของมนุษย์เป็นอะไรที่พิรี้พิไรน่ารำคาญอย่างยิ่ง หากเป็นแมวน่ะนะ   เป็นอะไรที่ง่ายจะตาย   เมื่อแมวตัวหนึ่งชอบตัวหนึ่ง   พวกมันก็ร้องบอกกันตรงๆ ง่ายๆ ใช่หรือไม่?   แต่นี่อะไรกัน....ยากจริงๆ

พอข้ากลับมาถึงห้องพัก,  หยินซีที่กำลังรอพบข้าอยู่   ก็เดินตรงเข้ามาไม่พูดพล่ามทำเพลงแต่เขกกะโหลกข้าหลายทีติดกันเป็นชุด   หัวของเหมียวเหมียวไม่ได้ทำมาจากเพชรน่ะ    ระดมเขกติดกันเป็นชุดเช่นนี้   ก็อาจจะทำให้แตกได้  พอหยินซีไม่สนใจข้าอีกต่อไป   ข้าก็ย่องออกมาเงียบๆ

พอข้าออกมาด้านนอกปุ้บ,  ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดก็เข้ามาหาข้าทันที   เขาถามคำถามว่า   “แม่นางหยินซีเก็บตัวอยู่ในห้องมาตั้งหลายวัน   อยู่แต่ในห้องนานๆไม่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ข้านำลูกกวาดผลไม้มาฝาก   รบกวนแม่นางเหมียวเหมียวช่วยนำไปให้นางด้วย”

ข้ามองไปที่ลูกอมผลไม้ด้วยความเซ็งแล้วบอกเขากลับไปว่า   “ของที่ศิษย์พี่ส่งมา   หยินซีเขาไม่ชอบหรอก”

“ถ้าเช่นนั้น....แม่นางหยินซีชอบอะไรบ้าง?”   ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดอยากรู้ทันที

“เขาชอบไก่ย่าง”   ข้าเลียริมฝีปาก   “ถ้าท่านส่งมาวันละตัวทุกวัน    นางจะมีความสุขมาก”

ความลับนะนี่....ถ้าไม่ใช่บุรุษหมายเลขเจ็ดอย่างท่าน, เหมียวไม่บอกหรอก



ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดรีบผลุนผลันกลับไปด้วยสีหน้าผ่องใส

ข้าเดินกลับไปกลับมาหลายรอบระดมความคิดจนปวดหัวเรื่องเซียงชิง    แบบนี้ซิน่ะ....เจ้าความรู้สึกที่ว่าหนึ่งวันเหมือนผ่านไปสามหนาว   เวลามันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าซะจริงๆ?

ฉวยโอกาสที่หยินซีกำลังนั่งเย็บปักถักร้อยวุ่นวายไม่มาสนใจข้า   ข้าเลยดอดหลบออกมา   พอไม่มีใครเห็น,   ข้าก็เปลี่ยนร่างเป็นแมวแล้วตรงไปหาเซียงชิงที่ห้อง

เขาเอาเหรียญอีทองแดงกับก้อนเงินมาวางอยู่เต็มโต๊ะ   แต่พอเขาเห็นข้า,   สีหน้าของเขายินดีขึ้นมาทันที   เขารีบออกไปที่ครัวแล้วนำปลาอบจานใหญ่มาให้ข้า   จากนั้น,   เขาก็เริ่มกลับมานับเหรียญกับก้อนเงินบนโต๊ะแล้วนั่งถอนใจ

ข้าไม่รู้เขาเอาเงินออกมานับทำไม   จึงทำเพียงกระโดดขึ้นนอนตักเขา    ข้าถูศีรษะกับช่วงอกของเขาและทำท่าไม่ยอมลง    พลันมีชายรูปร่างผอมสูงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาจากด้านนอก   เขามองมาที่เซียงชิงแล้วหัวเราะ    “หืมม?   ตอนนี้เจ้าเพิ่งมาเห็นความสำคัญของเงินหรอกหรือ?    พระอาทิตย์เปลี่ยนมาขึ้นทิศตะวันตกแล้วหรือนั่น?”

“ไม่ใช่แบบนั้น”   เวียงชิงค่อยๆเก็บเศษก้อนเงินอย่างเป็นระเบียบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการว่า   “ศิษย์พี่สี่กลับมาตอนนี้ได้อย่างไร?   พอแต่งงานแล้ว,  ท่านก็ไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมที่นี่เลย   ศิษย์พี่หญิงใหญ่สบายดีหรือไม่?”

“อืมม,  ข้าก็แวะกลับมาเยี่ยมพวกศิษย์น้องบ้าง   ตอนนี้,  เสี่ยวหลันกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด พวกเจ้าก็เตรียมของรับขวัญหลานกันได้แล้ว”   ชายผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่สี่ยิ้มเย้าแหย่ต่อว่า “พูดเรื่องของเจ้ากันดีกว่า   ไม่ใช่เจ้าเหรอที่ไม่สนใจปล่อยวางเรื่องวัตถุทางโลก?    อยู่ๆทำไมต้องการเงินขึ้นมา?”

“ไม่มีอะไรหรอก”    เซียงชิงทำท่าอึดอัด

“ให้ข้าเดาน่ะ?   ศิษย์พี่สี่ลูบคาง   ดวงตาทั้งสองของเขาหรี่ลงทำให้หน้าคล้ายสุนัขจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์   “แม่ที่บ้านเจ้าป่วย?”

“พูดจาเหลวไหล”   เซียงชิงทำท่าไม่พอใจกับคำถามกึ่งเดาของเขา

“เจ้าทำอะไรเสียหายแล้วต้องชดใช้ให้เขา?”    ศิษย์พี่สี่เดาต่อ

“ข้าไม่ได้ทำ”

“หรือรวบรวมเงินไปช่วยคนที่ประสบเคราะห์กรรม?”

“ไม่ใช่”

“อั้ยโย่วๆๆ    แล้วเหลือเหตุอะไรอีกฟ่ะ?   ศิษย์พี่สี่ทำท่าอยากรู้จะเป็นจะตาย

“ไม่ต้องเดาแล้ว   ท่านอย่ามากวนข้า”

ศิษย์พี่สี่จู่ๆก็ก้มตัวมาจ้องหน้าเซียงชิงใกล้ๆ   “หรือว่า....หรือว่าเจ้าไปชอบสาวที่ไหน?”

“ไม่ใช่,  ไม่ใช่แบบนั้น”    คราวนี้ใบหน้าของเซียงชิงขึ้นสีแดงก่ำ   “เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว”

“ฮ่าๆๆๆ  ข้าเดาแล้วไม่มีผิด”    ศิษย์พี่สี่ตบมือชอบใจ   ไม่สนใจสีหน้าฟึดฟัดของเซียงชิง “สาวบ้านไหนเอ๋ยที่โชคดี?   สามารถทำให้คนที่ใจแข็งเป็นหินหวั่นไหวได้?”

“ข้าแต่งกับนางไม่ได้”   เซียงชิงถอนใจยาว

ศิษย์พี่สี่ทำหน้างงถามว่า   “ทำไมกันเล่า?”

“นางเกิดในบ้านฐานะดี   อุปนิสัยก็ไร้เดียงสาไม่เคยพบกับความยากลำบาก   คาดว่าตั้งแต่เกิดมา,  นางคงไม่เจอความทุกข์ยากมาก่อน   แล้วจะให้ข้าแต่งงานกับนาง   พานางมาตกระกำลำบากกับข้าได้อย่างไร?”

“บางทีนางอาจจะไม่รังเกียจก็ได้”    ศิษย์พี่สี่ส่ายหน้า   “เจ้าคิดกังวลมากไปหรือเปล่า?”

“คนที่เกิดมาร่ำรวยจะไม่เคยลิ้มรสความขาดแคลน   แล้วจะให้ข้าพาคนที่ข้ารักมาลำบากได้อย่างไร?   แม่นางผู้นั้นไม่เคยกัดก้อนเกลือกินหรือทำงานบ้านหนักๆด้วยซ้ำ  มือทั้งสองของนางทั้งเนียนทั้งนุ่มละเอียด   ข้าไม่อยากทำลายมือคู่นั้นให้หยาบกร้าน   ต่อให้นางไม่ใส่ใจ ข้ากลับไม่อยากให้นางต้องมาลำบากกับข้า"

เซียงชิงพูดอะไรออกมา?   ข้าไม่เห็นเข้าใจ   ทำไมการทำงานบ้านมาเกี่ยวกับอะไรกับการชอบคนผู้หนึ่ง?   ทำไมการทำงานหนักถึงไม่ดี?   ข้าตั้งคำถามที่ไร้คำตอบรวดเดียวมากมาย แล้วข้าก็ตั้งใจฟังต่อ

รับรู้ถึงบรรยากาศตึงเครียด,  ศิษย์พี่สี่จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา   “แล้วนางเป็นคนแบบไหนล่ะ?”

“ข้าตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกได้เห็นหน้า   นางทั้งน่ารัก  ทั้งสงบเสงี่ยม   ไร้จริตจะก้านแสนจะบริสุทธิ์   แม้ว่าครอบครัวนางจะประสบเคราะห์กรรม,  แต่ทว่า...นางก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ   มีแค่เพียงบางครั้งเท่านั้นที่นางมองสบตาข้า....ถึงจะได้เห็นความเศร้าของนางในดวงตา"

สตรีผู้นั้น......มันควรจะเป็นข้า,  ถึงจะถูกต้องใช่ไหม?   จิตใจของข้างุนงงสับสนไปหมดเพราะคำพูดของเขา   ตอนนี้ข้าได้แต่คิดวนเวียนในหัวว่านังหน้าด้านที่ไหนฟ่ะมาแย่งตำแหน่งของข้า

ชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้ใส่ใจกับการมีตัวตนของข้า  มือของเซียงชิงนานๆที...ก็จะลูบไล้ขนของข้าเป็นบางครั้ง   “ศิษย์พี่สี่,  ท่านเป็นคนใจดีและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ   เรื่องราวที่ข้าเล่าให้ท่านฟังในวันนี้,   ได้โปรดอย่าได้แพร่งพรายให้ใครฟัง”

“แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรในอนาคต?   จะยอมเลิกราง่ายๆเช่นนี้เหรอ?”   ศิษย์พี่สี่ตั้งคำถาม

เซียงชิงมองกลับมาที่กล่องทำจากไม้ไผ่สานที่เขาใช้เก็บเงินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า   “ข้าให้เวลาตนเองสองปี   ถ้าข้าหาเงินได้มากพอที่จะให้นางได้อยู่อย่างสุขสบายแล้วล่ะก็…..ข้าจะขอนางแต่งงาน”

“แล้วถ้าเผื่อถึงเวลานั้นแล้ว,  นางแต่งให้ผู้อื่นไปแล้วล่ะ?”

“หากเป็นเช่นนั้น,  ข้าก็ได้แต่ทำใจ   ตราบใดที่นางมีความสุข...ข้าก็มีความสุขด้วย”   เซียงชิงถอนหายใจ

“รับปากข้าเรื่องหนึ่ง...”   ศิษย์พี่สี่ยิ้มบางๆ   “อย่าได้เคี่ยวกรำตนเองจนเกินไป”

“อืมม์.....”

“ข้าอยากให้เจ้ารับปาก”

“ตกลง....ศิษย์พี่”


ปากข้าอ้าค้าง   ข้ามิอาจส่งเสียงสำเนียงใดออกมาได้อีก   ซือฟุหลงใหลสตรีนางอื่นและยังมีความคิดจะตกแต่งนางด้วย.....เขาปฎิเสธคำขอแต่งงานของข้าเรียบร้อยโรงเรียนแมวแล้ว   ฉะนั้นสตรีนางนั้นไม่สามารถเป็นข้าไปได้   แล้วเป็นใครที่ไหนฟ่ะ?   ถึงได้น่ารักจนสามารถมาแข่งขันกับข้า,  ฮัวเหมียวเหมียว ได้   ครั้งนี้,  ข้าคงต้องขอผิดคำพูดที่เคยให้ไว้กับองค์พุทธะ  ค้นหานางให้เจอแล้วเจี๋ยนนางทิ้งซะแล้ว!   การณ์นี้ต้องทำอย่างลับๆมิให้ผู้ใดรู้.......ข้าเลยกะว่าจะขุดหลุมสักหลุมแล้วกลบซากนางที่เหลือ  เอาให้มิดเลย!!!!


................................................
จบบท




2 ความคิดเห็น:

  1. หญิงคนนั้นคือเหมียวๆนั่นแหละ เมื่อไหร่ซือฟุจะจำทุกอย่างได้เนี่ย

    ตอบลบ
  2. หวังว่าเหมียวๆ คงจะรู้ว่าหญิงผู้นั้นคือตนเองโดยไว ไม่งั้นถ้าศิษย์พี่สาม(ผู้หญิง)มาจะต้องจีบซือฟุแน่ๆ และอาจถูกเหมียวเข้าใจผิดแน่ว่าพระเอกมีซัมติงกะศิษย์พี่สาม

    ตอบลบ