วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 124 ข้าผู้ซึ่งไม่กล้าทำเรื่องชั่วช้า

“ราชา!   ข้าน้อยคิดถึงท่านเหลือเกิน!

เจ้ายักษ์ปักหลั่นนั้นตะโกนซะเสียงดัง   ข้าไม่ทันฟังให้ดี, เกือบจะตวัดกรงเล็บเข้าพิฆาต   แต่เจ้านั้นไถลตัวปรื้ดมาในท่าคุกเข่าแต่ไกล  พอได้ระยะก็แนบหน้ามาถูไถกับชายประโปรงของข้า


ชะอุ้ย!   ชายผู้นี้เป็นใคร?  เหตุไฉนมาตีซี้กับข้าเช่นนี้?   หรือว่าข้าขี้ลืมขึ้นกว่าแต่ก่อนฟ่ะ?

ข้ากุมหัวแล้วส่งสายตาให้หยินซีหาคำตอบ   หยินซีกอดอกออกเดินเป็นวงกลมสำรวจชายตรงหน้าอย่างละเอียดยังไม่พอ   เขาเดินเข้าไปเชยคางหมอนั่นแล้วมองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่แล้วก็พูดออกมาอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า   “เจ้าคือหวงน้อย...ปีศาจเสือที่ข้าเรียกใช้บ่อยๆ, ใช่หรือไม่?”

อ๊ะเสี่ยวหวงที่ข้ารู้จักคือเสือที่รู้จักกินหญ้าประทังชีพแทนที่จะออกฆ่าสัตว์ตัดชีวิตน่ะรึ  ผ่านไปสองร้อยปี,  หลังจากที่เขาอดทนผ่านความยากลำบาก   เขาก็ออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์   เสาะแสวงยลโฉมคณิกาคนงามและลิ้มรสสุราชั้นดีทั่วหล้า  ยังไม่หวนกลับไปยังเขาหลัวยิ้ง   ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าร่างมนุษย์ที่เขาได้มาจะมีรูปลักษณะนี้    หน้าตามนุษย์ของเขานับว่าดูดีมากเลยในสายตาของข้า   พ่อหนวดเคราดกตัวล่ำบึ้ก   มีขนเต็มตัวแบบนี้  ดูหล่อเหลาไม่เลวเลยทีเดียว!

“ป๋าหยินซีหรือนั่น?”    เสี่ยวหวงเบิกตาที่ฉ่ำด้วยน้ำตาขึ้นกว้าง  ไม่พอยังยกมืออุดมไปด้วยขนนั่นขยี้ตาแรงๆหลายหน   เขาตั้งคำถามเสียงสงสั้ยสงสัยว่า   “เป็นป๋าตัวจริงใช่มั้ย  ป๋าหยินซี?   ทำไม....กลายเป็นอาเจ้ไปได้ล่ะ?”

“สงสัยตูดเจ้าซิ!”   หยินซีเตะพลั้วะเข้าที่หัวของเสี่ยวหวงแล้วหันมาสั่งข้าว่า   “เหมียวเหมียว, ทุบเจ้าเสือปัญญาอ่อนนี่ที!

“อย่า,  ได้โปรดละเว้นเสี่ยวหวงน้อยด้วย   เสี่ยวหวงไม่กล้าทำอีกแล้ว”  ชายร่างยักษ์เหนี่ยวกระโปรงข้าสุดฤทธิ์ทั้งยังพยายามหลบซ่อนตัวใหญ่ยักษ์ไว้หลังร่างเล็กบางเป็นไม้จิ้มฟันของข้า

แม้ว่ากระโปรงของข้าจะยาวกรุยกรายอยู่สักหน่อย  แต่เขาจะพยายามอย่างไงแค่ไหน...ก็มิอาจยัดเยียดร่างของเขามาหลบข้างใต้ได้หมดหรอก!    หากเป็นเช่นนี้ต่อไป, กระโปรงข้ามิต้องขาด,  เดือดร้อนให้ต้องซ่อมแซมหรอกเรอะ!   ข้าโมโหเลยยกเท้ากระทืบส่งออกไปที,  ตอนนั้นเองที่มีเสียงดุดันดังมาจากเบื้องหลังว่า   “เหมียวเหมียว!  ระวังด้วย!   เจ้านั่นเป็นปีศาจ!

อุ้ย,  เขากลับมาแล้ววว   ข้ารีบกระโดดเข้าหาชายหนุ่มเหมือนกับที่ข้าเคยทำครั้งในอดีต  แต่พบสบสายตาว่างเปล่าและสีหน้าซีดด้วยความตกใจก็ทำให้ข้าหยุดชะงัก   บนหน้าผากของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ  ในมือกำดาบไม้เอาไว้แน่น  ตาจ้องเขม็งที่เสี่ยวหวงที่กำลังกอดดึงข้าอยู่

เสี่ยวหวงรู้สึกตระหนกจนส่ายหางเสือของมันไม่หยุด

ไอสังหารของเซียงชิงทะยานเสียดฟ้า   “เหมียวเหมียว,  อย่ากลัวนะ...ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้”

เสี่ยวหวงทะลุกลางปล้องว่า  “กลัวอะไร????   มีอะไรน่ากลัวหรือ?”

“ปีศาจร้าย!   ปล่อยตัวนางซะ!  มิเช่นนั้น, ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า....ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!

เสี่ยวหวงยิ่งตระหนกทำอะไรถูก   “ทำไมกันล่ะ...หา!?”

สองฝ่ายยืนคุมเชิงกัน   อุณหภูมิในอากาศลดฮวบ  แถมไกลๆยังได้เสียงนกกินซากร้องโหยหวนเป็นฉากหลัง

เฮ้อ,  จะอธิบายสถานการณ์ให้เสือน้อยไร้เดียงสาเก็ทได้อย่างไงโดยไม่กระโตกกระตากให้เซียงชิงรู้ฟ่ะ?

หยินซีรีบเข้าประกบเซียงชิง   ทำทีเป็นมองข้าแล้วร้องห่มร้องไห้ออกมา   “ปีศาจ!  อยู่ๆมาจากไหนก็ไม่รู้  โจมตีข้ากับเหมียวเหมียว!

“ข้ามะ.....”   เสี่ยวหวงจะค้าน   แต่ข้าที่สบตากับหยินซีก็เข้าใจความนัยที่ขยิบส่งมาปิ๊งๆ   แต่ไอ้เสือบ้านี่,  ยิ่งกลัวมันก็ยิ่งมุดกระโปรงข้าลึกเข้าไปอีก  ข้ากระทืบเท้าเหยียบตีนมันเต็มแรง  แล้วส่งโค้ตลับภาษาเหมียวกับมันว่า   “หากเจ้าปูดเรื่องออกมาสักคำ,  ข้าจะเชือดเจ้าตรงนี้”

เสือและแมวอย่างไรก็เป็นสปีชีส์เดียวกัน   แถมมันและข้ายังคลุกคลีเป็นราชาลูกน้องกันมาหลายปีดีดัก   ทำให้มันเข้าใจเจตนาข้าได้ไม่ยาก   จากนั้นมันก็ไม่กล้าเปิดปากพูดได้แต่ส่งสายตาตัดพ้อขอความเมตตามาแทน

เซียงชิงฉวยโอกาสนี้เข้าดึงตัวข้าออกมาแล้วฟาดดาบไม้ใส่ที่ไหล่ของเสี่ยวหวง   เขาดันตัวข้าไปทางหยินซีแล้วตะโกนสั่ง  “หนีไป”

เสี่ยวหวงคงจะได้กายมนุษย์มาไม่นาน    ฤทธิ์เดชเขาจึงยังไม่มาก   เพราะว่าเมื่อดาบไม้ฟาดถูกเขา,  เขาก็คำรามด้วยความเจ็บออกมาดังลั่น   เขากางกรงเล็บพยัคฆ์ออกมาหมายจะตบเจ้ามนุษย์ให้กลิ้ง

แต่ด้วยสายตาตื่นตะลึงของข้าบวกกับแววตาหวาดเสียวของหยินซีทำให้เจ้าหวงน้อยเข้าใจโดยพลันว่าหากมนุษย์ตรงหน้าเป็นอะไรไปนิดเดียว   มันคงต้องตายโดยไร้ที่กลบฝังเหลือแต่เพียงเศษขนเศษหนังเป็นอนุสรณ์แน่.....

“อ๊ะๆๆ  โอ๊ะๆๆๆ  โอ้ยยยยย   ข้าเป็นอะไรป๊ายยย”   จังหวะนี้ เจ้าเสือดวงซวยเสี่ยวหวงก็ได้แต่ร้องลากเสียงยาวๆ  ออกมาหลายสำเนียง  ทุกสำเนียงล้วนบ่งถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส   ด้วยท่ากุมขมับ  ลูบลงมาที่กระเดือก  จับลงไปที่ท้อง  มันเติมประโยคลงไปด้วยอาการละล่ำละลักด้วยว่า   “ท่านผู้กล้า!  ท่านนักพรต!  ได้โปรดอย่าตีที่หน้าอันหล่อเหลาของข้านะ!  ได้โปรดละเว้นข้าด้วย!  ข้าทำผิดอะไรนักหนาถึงโดนท่านทำเช่นนี้!  โว้วๆๆ   เย่เย้...”

หยินซีและข้าหันขวับไปทางอื่นคนละทางทันที   รับไม่ได้ที่จะต้องทนดูเหตุการณ์เบื้องหน้า....

การทุบตีสั่งสอนเพียงฝ่ายเดียวนี้ดำเนินไปไม่นานก็แล้วเสร็จ   เสี่ยวหวงคืนร่างกลับเป็นเสือแล้วนอนแผ่สองสลึงบนพื้น  เซียงชิงก็เหนื่อยจนตีต่อไปไม่ไหว  ปล่อยให้ปีศาจแผ่หลาไปบนพื้นเช่นกัน

เขาถอนหายใจเมื่อจบเรื่องปุ้บแล้วหันหน้าเดินตรงดิ่งมายังข้า   ชายหนุ่มดึงข้าเข้าไปใกล้แล้วสำรวจเนื้อตัวข้าจนทั่วว่าบาดเจ็บตรงไหน   ต่อเมื่อเขาได้สติจึงรีบปล่อยตัวข้าออกจากอ้อมแขนด้วยความขัดเขิน

“ปีศาจตนนี้.....พี่เซียงคิดจะจัดการมันอย่างไรต่อไป?”   หยินซีเดินเข้ามาสมทบแล้วตั้งคำถาม

เซียงชิงตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดพลางดึงมีดสั้นที่ซ่อนในรองเท้าว่า   “แน่นอนว่า... เราก็ต้องกำจัดมันทิ้งเท่านั้น”

“เฮ้ย!   อย่าฆ่าข้านะ  ข้ายังไม่ได้ทำชั่วอะไรมาก่อนเลย!  ช่วยด้วย....ช่วยข้าด้วย!”   พอได้ยินคำตอบของเซียงชิง,  เสี่ยวหวงก็สติแตกแล้วครางหงุงหงิงร้องขอความช่วยเหลือ

ให้ข้าดูเสี่ยวหวงโดนทุบตีข้าไม่รู้สึกอะไร  แต่จะให้ดูมันถูกเจี๋ยนตรงหน้า...เป็นอะไรที่ข้าไม่คิดว่าจะรับได้   ข้ารีบก้าวเข้าไปขวางทางของเซียงชิง   “เหตุไฉนต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วย?”

“แต่มันเกือบจะเอาชีวิตเจ้านะ!  ปีศาจร้ายนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป!”   เซียงชิงคำรามเสียงลอดไรฟันออกมา

เสี่ยวหวงมองข้าด้วยตาที่คลอไปด้วยน้ำตา   เขาครางเป็นภาษาเหมียวว่า   “ราชาแมวเหมียว!  ได้โปรดช่วยข้าด้วย  อย่าปล่อยให้ข้าถูกเจี๋ยนเล้ยยยย”

รู้แล้วน่า....ข้ารู้แล้ว!”   ข้ามองเขากลับแล้วอึกอักถามอีกว่า   “แต่ทว่า...ปีศาจตัวนี้ก็ยังไม่ได้ทำร้ายข้าสักหน่อย....จะไม่ฆ่ามันได้หรือไม่  ข้าขอร้อง....”

“เจ้ากลัวที่จะเห็นเลือด, ใช่มั้ย?”   เซียงชิงทำท่าเข้าใจ  “ไม่เป็นไรหรอก....เจ้าแค่ถอยออกไปยืนไกลๆ แล้วหันหน้าไปทางอื่นก็พอ”

โอ้ย...ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น,  ข้าได้แต่โวยวายอยู่ในใจ   แต่หยินซีก็รีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์    นางส่งยิ้มแล้วพูดว่า   “ปีศาจตัวนี้,  ถึงมันจะจับเหมียวเหมียวไว้   แต่มันไม่มีท่าทีจะทำร้ายนาง   ทำไมเราไม่ลองถามต้นสายปลายเหตุก่อนว่าเป็นมันที่ทำร้ายชาวบ้านหรือเปล่าแล้วค่อยตัดสินอีกที”

เซียงชิงชำเลืองมองไปยังเสี่ยวหวงที่หมอบกระแตอยู่เป็นนานสองนาน   ก่อนที่จะเอ่ยถามเสียงเข้มว่า   “ทำไมปีศาจอย่างเจ้าจึงไม่อยู่ส่วนปีศาจ  เที่ยวออกมาทำร้ายชาวบ้านเมืองลัวอวี้?”

เสี่ยวหวงตะโกนด้วยความคั่งแค้นว่า   “ข้าถูกปรักปรำ!   ฟ้าดินจงเป็นพยาน!   ปีศาจอย่างข้าไม่เคยก่อกรรมทำเข็ญสักนิด   หากมีโอกาสข้าจะช่วยเหลือทั้งเด็ก สตรีและคนชราด้วยซ้ำ  รับทั้งงานทำไร่ไถนาและงานแบกหามหนักๆ,  อย่างงี้จะมากล่าวหาว่าข้าทำลายเมืองได้อย่างไร?”

หยินซีกลั้นหัวเราะไม่ไหว หลุดเสียง พรืด ออกมา  “นั่นไม่มากไปหน่อยหรือ?”

เซียงชิงเองก็มีรอยยิ้มบนใบหน้าเช่นกัน   เขาถามต่อว่า   “แล้วตัวอะไรเข้ามาทำลายทุ่งนาพืชพันธุ์  ฆ่าเป็ดไก่วัวควายตาย?”

“ขะ...ข้าเองที่ปรากฏตัวที่แปลงนานั้น....”   เสี่ยวหวงตะกุกตะกัก  “แต่เป็นเพราะ...เป็นเพราะพวกมันต่างหากที่ทำเกินไป....ดังนั้น, ข้าจึงแค่ตั้งใจสั่งสอน....”

“อย่างงี้เจ้ายังจะเถียงว่าไม่ได้ทำชั่วอีกหรือ?”   เซียงชิงเริ่มโมโหอีกครั้ง

เสี่ยวหวงรีบเล่าเพิ่มว่า   “ตาแก่แซ่หวงที่ปาเข้าไปตั้งแปดสิบนั่นต่างหาก,  อาศัยว่าบ้านช่องมีฐานะใหญ่โตในหมู่บ้านหน่อย   บังคับให้ลูกสาวอายุแค่สิบสี่ของตาเฒ่าหู่แต่งเป็นเมียน้อยมัน!   ข้าทนดูต่อไปไม่ไหวเลยตัดสินใจเข้าก่อกวนมันกลับ   เพื่อว่ามันจะได้ล้มเลิกความคิดที่ว่า”

“ปีศาจอย่างเจ้าจะมายุ่งเกี่ยวเรื่องของมนุษย์ได้อย่างไร”   น้ำเสียงของเซียงชิงนุ่มนวลขึ้น

“แล้วมีวิธีไหนอีกกันเล่า?   เจ้าหน้าที่บ้านเมืองนะเรอะ?   พวกมันรับสินบนมาตั้งนานแล้ว   สองตาพวกมันยังไม่ชำเลืองมองเลย!”   เสี่ยวหวงพูดด้วยความโกรธ   เส้นขนบนส่วนศีรษะลุกชันด้วยอารมณ์ที่ว่า   “พวกมันล้วนไร้ประโยชน์!  ขนาดเฒ่าหู่กับเสี่ยวเชี่ยวบุตรสาวจะฆ่าตัวตายตรงหน้า, พวกมันยังไม่แลเลย!   พวกมันเลวร้ายยิ่งกว่าปีศาจซะอีก!

เซียงชิงเงียบ   ไม่พูดอะไร

“ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นแค่ปีศาจ   ข้าก็มีหัวจิตหัวใจ!”   เสี่ยวหวงยังระเบิดคำพูดต่อไป   “พอข้ามาที่เมืองลัวอวี้แรกๆ   เมืองนี้กำลังประสบภัยแล้ง   ก็เป็นเสี่ยวเชี่ยวที่เสียสละแบ่งน้ำที่มีน้อยอยู่แล้วให้ข้า   ทำไมเด็กสาวดีๆอย่างนี้ต้องไปตกระกำลำบากอย่างนั้น?!   ทำไมตาแก่หวงอะไรนั่นถึงไม่ตายๆไปซะที   แต่กลับเป็นข้าที่พลั้งลงมือไปนิดหน่อยต้องมาถูกฆ่าตายแทนกันเล่า?”

“ให้ข้าสืบดูก่อนว่าเป็นจริงดั่งที่เจ้าเล่า   ข้าค่อยตัดสินใจเรื่องเจ้าอีกที”   เซียงชิงเก็บมีดสั้น   “บ้านตาเฒ่าหู่ที่ว่า...อยู่ที่ไหน?”

“โชคยังดีของเสี่ยวเชี่ยวที่ถูกช่วยจากการฆ่าตัวตายทัน  แต่ตาเฒ่าหู่นั้นเสียชีวิตไปแล้ว   ตอนนี้,  นางต้องอยู่ตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร”   น้ำตาของเสี่ยวหวงไหลออกมา   “ไปดูให้เห็นกับตาว่า...ข้าไม่ได้โกหกท่าน” 

ครอบครัวถูกบีบคั้น   เหลือเพียงนาง........


เซียงชิงเดินนำหน้าพวกเราเข้าไปยังตัวเมือง   จนกระทั่งมาถึงกระท่อมหลังคามุงใบไผ่   พอพวกเรามาถึง,  ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างใน   มองเข้าไปเห็นเด็กหญิงบอบบางคนหนึ่งนอนร้องไห้อยู่บนเตียง   เซียงชิงมองไปยังเสี่ยวหวง แล้วก็ทอดถอนใจออกมาพร้อมกับกล่าวแนะนำว่า   “เจ้าปีศาจ,  เจ้าต้องไป  ต่อไปภายภาคหน้าก็อย่าได้ประพฤติเช่นนี้อีก”

“ท่านไม่คิดจะฆ่าข้าแล้วใช่ไหม?”   เสี่ยหวงถามอย่างไม่แน่ใจ  หางตาของเขาเหลือบมาทางข้านิดๆ

เจ้ายังยืนบื้ออยู่อีก....หากยังไม่รีบไปเดี๋ยวก็กลายเป็นเมนูเสือร้องไห้อยู่แถวนี้หรอก   ข้าสื่อสายตากลับดังเปรี๊ยะๆๆ

“ข้าไม่ฆ่าเจ้าแล้ว”   เซียงชิงผงกศีรษะ”

เสี่ยวหวงอึ้งแล้วพูดว่า  “ข้าไม่ไปไหนหรอก”

“ทำไมไม่ไป?”   เซียงชิงขมวดคิ้ว

“เสี่ยวเชี่ยว....นางต้องถูกผู้อื่นรังแกแน่....ข้าไม่ไปไหนจะอยู่ข้างๆนาง  คอยปกป้องดูแลนาง”   น้ำเสียงเสี่ยวหวงที่ตอบมาเบาราวกับแมลงหวี่

“ปีศาจและมนุษย์อยู่ร่วมกันไม่ได้   หากวนเวียนอยู่ข้างๆนาง ก็มีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของนางเสียหาย”

“แล้วข้าจะทำอย่างไรดี?   ไม่มีทางอื่นเลยหรือ?”

สรุปคือ  พวกเราปรึกษาหารือร่วมกันตลอดวันแต่ก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้   พอฟ้าเริ่มมืด,   เสี่ยวหวงก็แปลงร่างกลับคืน  แล้วเดินกลับไปยังกระท่อมน้อยของเฒ่าหู่  ส่วนสามเราก็เริ่มเดินทางต่อไป

ข้าไม่รู้ว่าเซียงชิงคิดอะไรอยู่ในใจ   แต่เขาไม่พูดอะไรออกมาอีกเลยตลอดเส้นทาง


เห็นเขาดูไม่ร่าเริง   ข้าตัดสินใจพับเก็บเรื่องแต่งงานเอาไว้ก่อน     เพราะอย่างไง  อย่างไง, เขาก็ไม่มีทางหนีพ้นอุ้งมือของเข้าไปได้หรอก.............


..........................................
จบบท



4 ความคิดเห็น:

  1. นึกว่าต้องรับสาวน้อยมาเลี้ยงดูอีกคน555

    ตอบลบ
  2. สนุกค่ะรอตามอยู่นะคะ

    ตอบลบ
  3. เสือน้อยอีโวซะแล้ว

    ตอบลบ