งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 125 ศัตรูหัวใจตัวจริงเผยโฉม

เพราะเกิดปมปัญหาใหม่ให้ขบคิด   เรื่องตามล่าหาชู้ของข้าก็เลยม้วนเก็บก่อน

เซียงชิงเป็นบุรุษประหยัดถ้อยคำอยู่แล้ว  ทุกวันเขาจะออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วกลับมาเอาเย็นย่ำเพื่อทำงานเก็บเงิน   ข้าไม่รู้เหตุผลว่าทำไม....แต่หยินซีอาสาจะออกติดตามเขาไปเพียงลำพัง  ทั้งสองมักจะออกไปพร้อมกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ   ทิ้งเหมียวเหมียวให้นั่งกินนอนกินอยู่เพียงลำพัง  นอกจากสองอย่างที่ข้าทำแล้ว   ข้าก็มักจะฆ่าเวลาด้วยการนอนกลางวัน


พูดถึงเรื่องกิน,  ทุกครั้งที่ข้าไปที่โรงอาหาร   ท่านป้าที่ห้องครัวจะตักข้าวให้ข้ามากเป็นพิเศษ   ชามของข้ามักจะพูนข้าวสูงเป็นเจดีย์  หนำซ้ำยังมีกับข้าวตักเพิ่มรับกันดีกับปริมาณข้าวที่เพิ่มให้กับข้าอีกด้วย

เจียนหนานเดินทางมายังเหมาซานตามคำสั่งของหยินซี  ให้แปลงร่างเป็นแม่นางหยินซียามที่เขาไม่อยู่   เจียนหนานปลอมเป็นหยินซีได้แนบเนียนมาก  ปัญหาเดียวที่มีก็คือ...เจียนหนานนั้นเป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเลิศ    เริ่ดเกินไปจนกระทั่งทุกครั้งที่ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดมาเกี้ยว   เขาก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานปานจะหยด จนใบหน้าของศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดจะยิ้มกริ่มกลับไปทุกครั้ง   ศิษย์พี่ชายจำนวนมากที่ประหลาดใจกับแง่มุมใหม่ของแม่นางหยินซี แต่ก็ไม่มีใครทักเขาสักคน   หลายคนในนั้นฉวยโอกาสที่แม่นางหยินซีกำลังอารมณ์ดีเชื้อเชิญนางให้ไปชมวิวบนเขา   ซึ่งเจียนหนานก็ตอบรับคำเชิญไปทุกคน

คิดไม่เหมือนพวกเราก็คือหยินซีเจ้าของเรื่อง  พอหยินซีกลับมาทราบเรื่อง   เขาก็เหวี่ยงหมัดแล้วสาบานว่าจะตีเจียนหนานให้อ่วม   เขาเตะโด่งเจียนหนาแล้วสั่งให้จัดการเรื่องราวที่ไปรับปากมาทุกเรื่อง   หยินซีกำชับว่าโดยเฉพาะเรื่องศิษย์พี่หมายเลขเจ็ด   บอกว่าเขาไม่ต้องการเห็นหน้าศิษย์พี่หมายเลขนี้มาป้วนเปี้ยนอีกต่อไป

พูดตรงๆ  ข้ารู้สึกประทับใจไก่ย่างของศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดที่เทียวมาฝากทุกวัน  ลึกๆข้าอดเสียดายไม่ได้แต่เพื่อเป็นการบรรเทาโทสะของหยินซีเป็นสำคัญ   เจียนหนานต้องแปลงร่างเป็นหยินซีอีกครั้งแล้วไปสารภาพกับศิษย์พี่เจ็ดว่านางมีชายในดวงใจแล้ว   สิ่งนี้นับว่าร้ายกาจและติดจะทำร้ายความรู้สึกศิษย์พี่เจ็ดไม่น้อย   เขาอกหักดังเป๊าะตอนที่เขาพยายามกล้ำกลืนแล้วถามออกมาว่า   “ผู้ใดคือชายคนนั้น?   เขาดีกว่าข้ามากนักหรือ?”

“ขะ...”   เจียนหนานชะงักกับคำถามที่ไม่ได้เตี้ยมคำตอบไว้   เอ่ยไปส่งๆว่า  “เขาเป็นคนดี  ดีมากๆๆๆ”

“เป็นผู้ใดกัน?   เป็นศิษย์สำนักเหมาซานนี้หรือไม่?   ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดยังมิยอมลดละ

“ไม่..คือว่าไม่ใช่แบบนั้น....เขาก็คือ.....”  เจียนหนานเริ่มตะกุกตะกัก

“ข้าขอถามเป็นครั้งสุดท้าย  เขาเป็นใคร?”   ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดคาดคั้น   “ได้โปรดบอกข้ามาเถิดว่าเขาเป็นใคร   ให้ข้าได้รู้ว่าใครคือชายผู้โชคดีผู้นั้นที่ได้รับรักจากเจ้า”

“เรื่องนี้.....ข้าไม่สามารถพูดออกมาได้”   หัวของเจียนหนานส่ายไปมาไม่หยุดอย่างลืมตัว  เหงื่อหยดแหมะ

“ข้าขอร้องเจ้า  โปรดบอกข้ามา  ไม่เช่นนั้น, ใจของข้าคงไม่สงบ”   ใบหน้าศิษย์พี่เศร้าสร้อยน่าสงสารอ่ะ

เจียนหนานสุดจะทนอีกต่อไป   เขากำมือแน่นด้วยความเครียดแล้วพลั้งออกไปว่า   “ก็คือศิษย์พี่หมายเลขหกน่ะสิ  (เซียงชิง) !   ข้าชอบเขา!   แต่ได้โปรดอย่าไปบอกเจ้าตัวนะว่าข้าชอบเขา!

“เป็นเขาน่ะหรือ?   เขา...ก็เป็นคนดีจริงๆ”  ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดยืนทอดอาลัยสักครู่   ใบหน้าของเขาปรากฏน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา  “แต่ข้าจะไม่ยอมพ่ายแพ้หรอกนะ!

ศิษย์พี่หมายเลขนี้....ใครฟ่ะ?  รู้สึกคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูก?  ข้ากระโดดลงมาจากบนกำแพงแล้วนั่งจุ้มปุ้กคิด   ศิษย์พี่หมายเลขหก เท่ากับ เซียงชิง, มิใช่หรือ?   เซียงชิง เท่ากับ ศิษย์พี่หมายเลขหก?   เซียงชิงก็คือคนๆเดียวกับศิษย์พี่หมายเลขหก  ใช่ป่าวหว่า?

ดังเก้าอสุนีของสวรรค์ฟาดตรงๆลงกลางดวงใจข้า   เนื้อตัวข้าสั่นระริกไปหมด    หยินซีที่แท้ก็คือศัตรูหัวใจของข้านี่เอง!   เป็นเขาน่ะเองที่ขโมยซือฟุไปจากข้า!   มิน่าเขาถึงได้ออกตามเซียงชิงทุกวั้นทุกวัน   เป็นเพราะพวกเขาแอบเป็นชู้กันมาตั้งนานแล้ว!   เขาเป็นสาเหตุให้ซือฟุปฎิเสธข้า!

เพื่อนสนิทกับชายอันเป็นที่รักของข้าลอบคบชู้กัน?   ข้าจะทนต่อไปได้อย่างไร?

ข้าเกลียดเจ้า!   ข้าตวัดสายตามองไปทางหยินซีแล้วกระโจนเข้าหาเขาพร้อมกับงับเนื้อเขาอย่างดุเดือดจนหยินซีร้องลั่น   “นังแมวโง่   ปล่อยข้านะ   เจ้าคิดอะไรอยู่...ข้ารู้นะ  แต่มันไม่ได้เป็นแบบที่เจ้าคิด!   โอ้ย!  ฟังข้าพูดก่อน!

“ข้าไม่ฟัง   ข้าไม่ฟัง!”  ข้ายิ่งกัดจนจมเขี้ยว

“ข้าขอร้องเจ้า  ฟังข้าก่อน  ข้าบริสุทธิ์!”  หยินซีคร่ำครวญ
“เหมียวววว.....แอวววว... ให้แป้บนึง  พูด!   เจ้าทำกับเหมียวเหมียวอย่างนี้ได้ไงอ่ะ?”   น้ำตาข้าไหลออกมาเต็มตาตอนที่ข้ากลั้นใจฟังคำอธิบายของเขา

“ใครจะไปเอาผู้ชายของเจ้ากัน?   ข้าเป็นชายทั้งแท่งน่ะเฟ้ย!”   หยินซีพูดอย่างเหลืออด  “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดต่างหาก!

“ฮือๆๆๆ   อย่างมาก....อย่างมาก,  ข้ายอมแบ่งซือฟุให้เจ้าครึ่งนึงก็ได้  แต่ห้ามเอาซือฟุไปจากเหมียวเหมียวทั้งหมด,  อย่างงี้ใช้ได้หรือไม่?  ข้าต่อรองอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ

“ข้าพูดแล้วเจ้าไม่ได้ฟังหรือเจ้าโง่  ข้าบอกว่าข้าไม่อยากได้เจ้าทึ่ม น่าเบื่อของเจ้ามาทำอะไรหรอก!   ต่อให้เจ้าจับเขาผูกพู่ประดับมรกตมา,  ข้ายังไม่อยากได้เล้ยยย!   หยินซีใช้ปีกตีหัวข้าดังแผละๆ

ขณะที่หนึ่งแมวกับหนึ่งนกกำลังทะเลาะกันอยู่,  ศิษย์พี่หมายเลข 137  ก็ผ่านมาแล้วถอนหายใจแถวนี้ดังเฮือกว่า  “แมวตัวนี้สงสัยกำลังติดสัด  ใกล้ฤดูวสันต์เต็มทน   เงินจ๋า, รอข้าหาเข่งใบใหญ่ๆ ไว้ใส่ก่อนน้า”

หลังจากทะเลาะตบตีกันเองแล้ว   ข้ากับหยินซีก็มาสรุปว่า...คนที่เป็นต้นเหตุเรื่องนี้ทั้งหมดก็คือ – เจียนหนาน   ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ทันรู้ตัว.....ดังนั้น, รอคอยตอนที่เขามาถึง, พอเขาเห็นเราสองคนก็โบกมือหยอยๆให้ พูดว่า   “อาเฮียหยินซี,  ทุกสิ่งทุกอย่างข้าเก็บกวาดให้หมดแล้วนะ”

“เก็บกวาดตูดเจ้าซิ!”  หยินซีที่ขนหลุดกระจุยจนแหว่งเป็นจุดๆ กระโดดถีบขาคู่เข้าใส่เจียนหนาน   “เจ้าพูดไหลไปถึงไหน?   ทำไมเอาศิษย์พี่หมายเลขหกมาเกี่ยวข้องด้วยฟ่ะ?”

“โอ้ย!  ก็เจ้านั่นมันเอาแต่ถามข้าจนจนมุม   ข้าต้องคิดชื่อที่เอามาอุดปากมันอยู่  เอาอย่างนี้,  ถ้าวันหน้ามีใครมาถามท่านเรื่องนี้ก็บอกไปว่าเขาฟังผิดก็สิ้นเรื่อง”   เจียนหนานยืดอกพูดอย่างภูมิใจ   “ด้วยการแสดงที่ไร้ที่ติของข้า   พวกท่านวางใจได้”

“วางใจได้มารดาเจ้าซิ!”  คราวนี้เป็นรอบของข้าที่กระโดดขาคู่เข้าใส่เขา   “ศิษย์พี่เลขหกคือเซียงชิงของข้าเฟ้ย!  สามีของข้า....ได้ยินมั้ยยยยย!

“ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้?”  เจียนหนานพูดออกมา

ณ จุดๆนี้  จะมาตำหนิกันเองก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา   หยินซีเริ่มหมดอารมณ์  อยากจะถอนตัวกลับไปยังคฤหาสน์ฮวาเต็มทน   ข้ารีบดึงเขาไว้...อ้อนวอนขอให้เขาอยู่ต่อ

ตอนนี้ ณ จุดๆเดิม มีแมวนั่งอยู่ตัว, นกอีกหนึ่ง....แล้วยังมีกบร้องอ้บๆล้อมวงปรึกษากันอยู่บนพื้น   จากที่ใดที่หนึ่ง, พลันบังเกิดเสียงคุ้นหูทักขึ้นว่า   “อาฮัว,  เจ้ามานั่งยองๆทำอะไรตรงนี้?”

เป็นเซียงชิงนั่นเอง,  ที่ผ่านมาเห็นข้าเข้า   เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาแล้วอุ้มข้าขึ้นจากพื้น  ตอนที่เขาเริ่มออกเดินไปยังห้องของเขานั้น  เขาพูดกับข้าด้วยรอยยิ้มว่า   “ข้าออกไปข้างนอกมีปลามาฝากเจ้าด้วย”

เหมียววว...แอววว?   พอข้ามองเห็นหน้าเขา,  ใจของข้าก็พลันหลอมละลาย   ปัญหาขุ่นข้องใจใดๆก็ถูกข้าปัดกระเด็นปลิวหวือไปไหนต่อไหน  ตั้งหน้าตั้งตาสนองการเอาใจของเขาด้วยการตั้งสมาธิหม่ำปลาที่เขาแกะป้อนให้

แต่ไม่ช้า, ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดก็ถลันเข้ามาจากทางไหนไม่ทราบ  มาถึงก็ตบโต๊ะปัง, ตาแดงก่ำช้ำมาเต็มที่  ไม่บอกก็รู้ว่าต้องร้องไห้มาอย่างหนักแหงๆ

“เจ้ามาได้เวลาพอดี  ข้าเพิ่งทำซุปปลาเสร็จ  น้องเจ็ดก็มากินด้วยกันซิ”   เซียงชิงท่าทางอารมณ์ดีมาในวันนี้

“ข้าไม่กิน!”   เสียงศิษย์พี่เจ็ดยังเศร้าสร้อย

“แล้วเจ้ามานี่มีธุระอะไร?”   เซียงชิงถามอย่างงุนงง

“มาท้าดวล!”  ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดเค้นเสียงลอดไรฟัน   “ข้าอยากจะท้าดวลด้วย!

“ทำไมกัน?”   เซียงชิงยิ่งนานก็ยิ่งงง

“ลูกผู้ชายมีศักดิ์ศรีต้องทำเพื่อหญิงอันเป็นที่รัก!   อย่าพูดมากอีกเลย!”   ศิษย์พี่หมายเลขเจ็ดพูดเหตุผลด้วยท่าทางชอบธรรมอย่างยิ่ง

“รักอะไร  ใครรักใคร?”

“ขอข้าถามศิษย์พี่หน่อย”    เห็นว่าเซียงชิงทำท่าไม่รู้ไม่เห็น  เขาเลยขยายความว่า   “ศิษย์พี่พึงใจศิษย์น้องหญิงที่มาใหม่, ใช่หรือไม่?”

“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ไหน?”   เซียงชิงทำสีหน้าอึกอัก


“ฮึ่ม!  งั้นข้าก็เข้าใจถูกต้องแล้ว!  มา...พวกเรามาตัดสินแพ้ชนะกันวันพรุ่งนี้ที่บนเขา   หากท่านแพ้,  ท่านต้องลงจากเขาเหมาซานไป ไม่ต้องกลับมาอีก!  และห้ามท่านพบหน้าศิษย์น้องหญิงอีกต่อไป!



............................................
จบบท



9 ความคิดเห็น:

  1. พันกันไปหมดแว้ววววจะแกะกันออกยังงัยเนี่ย
    ไรหารูปเหมียว เหมียวได้ตรงกับตอนมากกกกกก

    ตอบลบ
  2. อีนุงตุงนังกับเซียงชิงไปหมดแล้ว เหมียว เหมียว รีบๆหลอกเซียงชิงไปแต่งงานเถอะ

    ตอบลบ
  3. พันกันไปหมดแต่ละคนเข้าใจไปคนละอย่างสนุกมากๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  4. ไปกันใหญ่แล้วววววววววว

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณค่ะ...สนุกมาก

    ตอบลบ
  6. เหมียวมัดมือชกจับเซียวชิงแต่งงานไปโลดดด

    ตอบลบ
  7. ทำไมไม่พูดให้เคลียน้องหญิงคนไหนฟะ

    ตอบลบ
  8. เลอะเทอะไปใหญ่หล่ะ55555//เสือหายไปหนายยยยย

    ตอบลบ
  9. ยุ่งกันหมดแล้ว รีบเคลียร์ให้เข้าใจกันด่วน

    ตอบลบ