งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 13 อาหารฉุกเฉิน

หนูขอร้องปล่อยหนูไปเถิด!!!

ขะ...ข้าไม่อยากได้หมอ...ข้าขอร้องท่าน...

ข้ากอดแขนปี้ชิงเฉินจุนแน่นเป็นปลิง   ไม่ยอมปล่อยมือจากเขา    พวกหมอคือพวกไข่เน่า
  
โมหลินเรียงเข็มเงินออกมาจากห่อผ้า   เขามองดูข้าที่กำลังตีโพยตีพายแล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า   ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น
  
คนที่ใส่ชุดขาวเป็นคนไม่ดี   พวกเขาจะเอาไอ้แท่งๆมาเสียบก้นข้า   มันเจ็บ    ข้าตะโกนความจริงใส่หน้าเขา
  
เข็มเงินในมือของโมหลินร่วงลงพื้น    ปากเขาอ้ากว้างชนิดที่ว่าท่านอาจจะยัดเป็ดเข้าไปได้ทั้งตัว   เขาตะกุกตะกักออกมาว่า   “สะ...เสียบเข้าไปในก้น?   อะไรกัน?   เป็นไปได้อย่างไงทำไมถึงได้กระทำไม่ผิดกับสัตว์ป่า...
  
สีหน้าปี้ชิงเฉินจุนบันดาลโทสะกล่าวออกมาว่า   ไอ้หน้าไหนมันทำสิ่งน่าละอายกับเจ้าเช่นนี้?”
  
คนชั่ว...เขาแทงเข็มที่คอข้าด้วย    ข้ากล่าวอย่างน่าสงสาร   นะท่าน   ข้าไม่อยากพบหมอ ข้าอยากกลับ
  
เอาชื่อไอ้ชั่วนั้นมา?”    ปี้ชิงเฉินจุนถามอีก
  
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งข้าก็ส่ายหน้าตอบว่า   ข้าจำไม่ได้
  
ชายสองคนตรงหน้าข้าเงียบเป็นเป่าสาก   โมหลินขยับและลูบหัวข้าอย่างอ่อนโยน   เจ้าคงพบกับความเลวร้ายมากมายในอดีต   วางใจเถอะ   ต่อไปเฉินจุนอยู่เคียงข้างเจ้าจะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก
  
ก็เขานั่นแหล่ะที่โยนข้าลงในสระน้ำเย็นเจี๊ยบ...
  
โมหลินทำสายตาระแวงไปที่ปี้ชิงเฉินจุน   ใบหน้าของปี้ชิงเฉินจุนเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดงแต่เขาก็ไม่บอกปฎิเสธแถมทำเป็นทอดสายตาชมนกชมไม้เบื้องนอกแทน

ข้ามองดูโมหลินผู้อ่อนโยนและใจดีตรงหน้า   ถึงแม้ว่าเขาสวมชุดขาวแต่เขาก็ไม่ใช่หมอ    เขาเป็นคนดี
  
แต่ในไม่ช้า   ข้าก็รู้ว่าข้าคิดผิ้ดดดดดด!!!!!
  
ถึงแม้เขามิได้ใช่แท่งแก้ว   หรือเสียบเข็มยามเข้าร่างกายข้า   แต่เขาก็นำยาต้มสูตรสุดขมทนกล้ำกลืน   มาให้ปี้ชิงเฉินจุนบังคับข้ากิน
  
เสร็จสิ้นขั้นตอนในการดื่มยาสูตรสุดขมทนกล้ำกลืน   ข้ารู้สึกข้าวูบคล้ายกับจะใกล้ตาย สีหน้าปี้ชิงเฉินจุนมิได้ดีขึ้นเลย
  
ข้าขอสาบาน   นับจากนี้หากมีใครกล่าวว่าโมหลินเป็นคนดี   ข้าจะกัดเจ้าคนนั้นให้ถึงแก่ความตาย!
  
การเดินทางขากลับไม่ต่างจากขามาเท่าไร    ปี้ชิงเฉิงจุนไม่กล่าวอะไรแต่เมื่อเรามาถึงประตูทางเข้า    เขากระซิบกับข้าว่า   ดูเจ้าเป็นแมวร่าเริง   ข้าจึงไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าจะเคยได้รับความเจ็บปวดเช่นนี้....
  
ใช่แล้ว”    ข้าตามน้ำกับคำพูดของเขา
///ส่วนนึงของความเจ็บช้ำน้ำใจของข้าก็คือท่านนี่แหล่ะ!///
  
เจ้าอยากได้อะไรหรือไม่?”    อยู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่อง
  
เมื่อมีคนเสนอจะให้อะไรท่าน   อย่าได้ช้าจงรีบสนองให้ไว   ดังนั้นข้ารีบตอบทันใดโดยไม่หยุดคิด   ปลา!  ข้าอยากกินปลาคาร์ฟ
  
ดี...   เขาลูบหน้าผากข้าไปมาเบาๆและสั่งเสี่ยวหลินเบื้องหลังว่า   “เจ้าจงเดินทางไปทะเลตะวันออก   และบอกราชันย์มังกรให้ส่งปลาคาร์ฟมาให้ข้า

เสี่ยวหลินที่ยืนรอรับคำสั่งรีบจากไป
  
ข้าคิดไปมาแล้วข้านึกออกว่าข้าควรขออย่างอื่นด้วย   จริงๆข้าอยากพบหยินซี...ข้าอยากกลับบ้าน
  
หากเจ้าเชื่อฟังข้าและรีบรักษาตัวให้หายจากไข้   หลังจากเจ้าหายไข้,  ข้าจะพาเจ้าไปพบเขา    อยู่ๆปี้ชิงเฉินจุนก็กลับมาอ่อนโยน    น้ำเสียงทุ้มลึกของเขาแทรกซึมเข้าไปในใจข้า ทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่น   ข้าเชื่อเขาสนิทใจ
  
เรากลับมาถึงตำหนักชวนจิ้ง   สาวใช้ได้ปูผ้าห่มบนเตียงเรียบร้อยแล้ว   ข้ารีบซุกตัวลงบนเตียงหมุนไปหมุนมาแล้วก็พบว่า 
  
-เตียงนอนใหญ่ไม่เท่าเตียงของปี้ชิงเฉินจุน
 -นุ่มไม่เท่าของเขา   อ๊ายยยย.....ข้าไม่พอใจ!

แต่พอข้าคิดถึงปลาคาร์ฟ   ข้าก็ลดความไม่พอใจของข้าลง    ดูเหมือนว่ายาสูตรสุดขมทนกล้ำกลืน   ของโมหลินจะทำให้ข้าหิวมาก   หิวจนข้านอนไม่หลับ
  
ข้าเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์และพบว่าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของข้าได้ถูกผลัดเปลี่ยน   ตอนนี้ข้ากำลังสวมเสื้อผ้าเนื้อนุ่มสบายปักเย็บลวดลายสวยงาม    นอกจากชุดไม่มีรูให้หางข้าออกมา นอกนั้นก็ให้ความรู้สึกสบายตัวมาก
  
ข้าเดินไปดูที่โต๊ะ   มีแต่ผลท้อ, แอบเปิ้ลและผลไม้ต่างๆ ไม่มีอะไรที่ข้ากินได้สักอย่าง   ข้ากลิ้งลูกแอบเปิ้ลไปมาบนพื้นอย่างเบื่อหน่ายขณะที่กระดิกหูเล่น   ข้ากำลังรอปลาคาร์ฟของข้าเดินทางมา
  
เมื่อเสียงผีเท้าม้ากลับมาถึง, ข้ารีบวิ่งออกไป    ข้ารู้สึกแปลกใจเมื่อพบปี้ชิงเฉินจุนยืนรอข้าอยู่ที่ห้องโถง   ข้ากระโดดสั้นๆและยาวๆเพื่อจะตามเขาให้ทัน
  
คาดไม่ถึง,  ไม่มีปลาคาร์ฟของข้าแต่กลับมีสตรีนางหนึ่งแต่งกายชุดแดงยืนตรงหน้าแทน  นางมีผิวขาวนวล   คิ้วโก่งดั่งคันศรและผมสีดำมันเกล้าเป็นมวยปักปิ่นไข่มุก    คลุมด้วยผืนผ้าแดงพันรอบกายเช่นนี้ยิ่งขับเน้นให้ดูเย้ายวน   นางผู้นี้มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาชายซะจริงๆ
  
พบหน้าปี้ชิงเฉินจุน,  นางย่อกายทำความเคารพด้วยท่าทางชดช้อยและกล่าวเสียงนุ่ม   ข้าผู้น้อยขอคารวะปี้ชิงเฉินจุน
  
ราชันย์มังกรส่งเจ้ามา?”   สีหน้าของปี้ชิงเฉินจุนเรียบสนิท
  
ข้างกายของสาวงามมีเซียนน้อยที่ถูกกลบรัศมีจากสาวงาม   เซียนน้อยก้าวขึ้นมาคารวะ   “ผู้น้อยคือหวางเย่ว,  เซียนเต่าใต้อาณัติขององค์ชายสามแห่งวังมังกรนำนางฟ้าปลาคาร์ฟจินเหวินมาส่งยังตำหนักของท่านเฉินจุน   ได้โปรดรับไว้ด้วยเถิดขอรับ
  
เซียนน้อยมองไปที่จินเหวินและชำเลืองกลับมาที่ปี้ชิงเฉินจุน   จากนั้นก็โค้งตัวรอเงียบๆ
  
อืมม์...ถ้าเช่นนั้น   ปี้ชิงเฉินจุนนิ่งคิดแล้วหันมาถามข้าว่า    เจ้าจะกินแบบไหน   ต้มหรือทอดดี?”
  
ปรุงอะไรหรือ?”    ข้าไม่เข้าใจที่เขาถาม
  
เจ้าอยากให้เขาทำปลาคาร์ฟแบบไหน?   ข้าจะให้พ่อครัวปรุงมาให้     ปี้ชิงเฉินจุนลูบหัวข้าแล้วถาม
  
ข้าตอบแทบจะทันที   ข้าอยากกินแบบทอด
  
เด็กๆ  เข้ามานี่...ไปเตรียมกระทะน้ำมัน!”    ปี้ชิงเฉินจุนออกคำสั่งและสั่งเพิ่มอีกคำว่า   เอากระทะใบใหญ่ๆมาหน่อย
  
ด้วยความกลัว,  จินเหวินทรุดนั่งบนพื้นมิอาจลุกขึ้นยืน    ร้องห่มร้องไห้จนน้ำเจิ่งนองเป็นลำธาร    ปากก็ขอความเมตตาไม่หยุด


เออ...เออ..”    สีหน้าหวางเย่วดำคล้ำรีบกล่าว    ข้าไม่รู้ว่าจินเหวินล่วงเกินท่านเฉินจุนอย่างไร   ท่านเฉินจุนโปรดละเว้นนางด้วย

 นางมิได้ล่วงเกินข้า ปี้ชิงเฉินจุนตอบด้วยท่าทีเฉื่อยชา ข้าแต่เดิมอยากจะกินปลา  ปลาคาร์ฟตัวไหนก็ได้  มิแตกต่าง

นี่หมายความว่า...นางฟ้าปลาคาร์ฟนี่มิใช่สิ่งที่ท่านเฉินจุนต้องการ?”    คราวนี้สีหน้าหวางเย่วเปลี่ยนเป็นซีด
  
ข้าหมายถึงปลาคาร์ฟ     ปี้ชิงเฉินจุนถอนใจ
  
ไม่ใช่ว่าท่านเฉินจุนทานเจ?”     หวางเย่วถาม
  
ปี้ชิงเฉินจุนตอบว่า   ศิษย์ผู้นี้อยากกินปลา
  
ศิษย์ของท่านคือ..... หวางเย่วเริ่มไปไม่ต่อไม่ถูก
  
ข้ากระโดดออกมาข้างหน้าแล้วชี้นิ้วไปที่ปลายจมูกของข้าพูดว่า ปลาคาร์ฟเป็นของข้า ไม่ใช่ลูกศิษย์ที่ไหน
  
เจ้านั่นแหล่ะ คือลูกศิษย์ข้า”      ปี้ชิงเฉินจุนส่ายหัว
  
ข้าคือ ฮัวเหมียวเหมียว
  
ข้าเถียงกับเขาเรื่องคำเรียกขานข้า   จินเหวินก็ยังคุกเข่าร้องไห้   สิ้นไร้การวางท่า   ร้องขอความเมตตาจากท่านเฉินจุน
  
หวางเย่วด้วยสีหน้าทรมานทรกรรมหันมาทางเราแล้วกล่าว   ถ้าศิษย์ของท่านเฉินจุนต้องการจะกินปลาคาร์ฟ   ไยต้องเสียสละแม่นางจินเหวิน   อนุญาตให้ข้าน้อยเดินทางกลับไปวังมังกรและเลือกปลาคาร์ฟตัวอ้วนๆสักสิบตัวและนำส่งมาที่นี่เพื่อแลกกับชีวิตแม่นางจินเหวิน   ท่านเฉินจุนคิดว่าเป็นอย่างไร?”

ปี้ชิงเฉินจุนถามข้าว่า   เจ้าอยากรอปลาคาร์ฟสิบตัวหรือจะกินตัวเดียวเดี๋ยวนี้?”
  
ข้ากางนิ้วขึ้นนับแต่นับยังไงก็คิดไม่ออก   ดังนั้นข้าเลยตอบง่ายๆว่า    ข้าจะเอาทั้งหมด
  
จินเหวินได้ยินดังนี้เป็นลมล้มตึงไป   หวางเย่วรีบขอโทษขอโพยปี้ชิงเฉินจุนขอเวลาเขาหนึ่งก้านธูปและรีบวิ่งแจ้นออกไป
  
เขากลับมาพร้อมปลาคาร์ฟอวบอ้วนสิบตัว   ข้าแสนจะมีความสุขออกคำสั่งให้พ่อครัวทำทั้งอบนึ่งต้มและก็ทอด   ข้าพอใจที่ได้กินปลาคาร์ฟจนเกือบจะลืมจินเหวินไป
  
เสี่ยวหลินเข้ามาถามข้าว่าจะเอานางไปปรุงแบบไหนดี????????
  
ข้าสูดกลิ่นปลาบนร่างของนาง คิดเพียงครู่ก็สรุป   เราจะเก็บมันไว้เป็นอาหารฉุกเฉิน   หากไม่มีปลาข้าค่อยมาคิดดูอีกที
  
จินเหวินเริ่มสาบานว่า   ตราบใดที่นางมีชีวิตอยู่จะไม่มีวันขาดแคลนปลาเป็นอันขาด!
  
ได้ยินดังนั้นข้าลุกขึ้นไปหานางทันที   รู้สึกอบอุ่นซาบซึ้งใจ   ข้าคว้าจับตัวนางและจุ้บนางไปสองสามที


................................................................................
ไม่มีไก่ย่าง แต่ๆๆๆๆ.....ซือฟูจะทอดปลาคาร์ฟให้กินแทน
บทหน้าจะใบ้อย่างไงดีน่ะ ถึงไม่สปอย........... 

เอาชื่อตอนไปก็แล้ว กัน มันคือ "ศึกบนเตียง"




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น