งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 14 ศึกบนเตียง

ปลาเจ้าเอ่ย! ใจข้าอยากรู้     ดูซิดูว่าทำแบบไหนดี
 จะเป็นการทอดต้มนึ่งอบ      ฤาจะกินสดๆก็ดี  ล้วนแต่มีวิตามิน

อะฮ่า!  ดูเหมือนข้าสามารถแต่งกลอนได้ด้วย   ข้าลูบหน้าท้องที่อิ่มแปล้   และเลื่อนไปตรวจดูที่หน้าผาก,   ไม่มีความร้อนแล้วและไม่มึนงงอีกด้วย    ข้าปีนป่ายขึ้นเตียงที่ปี้ชิงเฉินจุนจัดหาไว้ให้แต่ข้ายังไม่รู้สึกพอใจ    เพราะเตียงมันไม่สบายน่ะซี้

 
ภายนอกมีเสียงเล็กๆ ตื่นๆ    ผู้น้อยมีนามว่าหว่าหวา   ผู้น้องถูกส่งตัวมาให้รับใช้นายหญิงเหมียวเหมียว
  
เหมือนนางจะเอ่ยชื่อข้าด้วย?    ข้ากระดิกหูและรีบเดินตรงไปที่ประตู    เด็กสาวที่หน้าประตูจบประโยคยังไม่ทันได้ก้าวเข้ามา   ข้าก็พุ่งตัวเข้าหานางจนนางล้ม   นางม้วนตัวหลายครั้ง ผุดลุกขึ้นทันทีทันใดและคุกเข่าตัวสั่น   นางกล่าวว่า    หว่าหวาเสียมารยาทแล้ว...นายหญิงเหมียวเหมียวโปรดยกโทษให้ด้วย
  
ข้าหมอบจ้องที่ใบหน้านางใกล้ๆ    ข้ารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านางที่ไหนสักแห่ง     ข้าคิดอยู่เป็นนานจึงจำได้อย่างกะทันหัน    นางใช่สาวใช้ที่ตกบันไดต้อนรับข้าใช่หรือไม่?
  
ข้าก็เลยประคองนางให้ลุกขึ้นแล้วถาม    เจ้าก็ชอบกลิ้งตัวเหมือนกันเหรอ
  
อ้า...”    เด็กสาวเบิกตาโตจ้องมองข้าด้วยสายตางุนงง
  
ข้าชอบกลิ้งงงง..ม้ากมาก”    ข้ามองไปที่เด็กสาวและแนะนำเพิ่มเติมอย่างเป็นกันเอง
  
วันหน้า, เราไปกลิ้งเล่นกันก็ดี    แต่เราต้องเลือกวันแดดดีๆ   เราจะได้กลิ้งไปอาบแดดไปด้วย   สบายที่สุดเลยล่ะ
  
อย่า อ้า..ก็ดีเจ้าค่ะ..”    เด็กสาวเดี๋ยวสั่นหัวเดี๋ยวพยักหน้า   นางกำมือแน่นแล้วพูดว่า   หากนายหญิงเหมียวเหมียวสั่งให้ข้าทำ   ผู้น้อยก็สามารถปฎิบัติได้เจ้าค่ะ
  
เจ้าเรียกว่า ผู้น้อย เหรอ?”    ข้ามองหน้างง   ชื่อนี้ค่อนข้างล้ำมากเลยน่ะ
  
ผู้น้อยเรียกว่า หว่าหวา เจ้าค่ะ
  
ข้าไม่เข้าใจแล้ว   ไอ้ผู้น้อยนี่หรือคืออะไร   ข้าเลยถามอีกที
  
สุดท้ายนางเลยตอบข้าว่า   ชื่อของข้าคือ หว่าหวา
 //อย่างนั้นเจ้าก็น่าจะพูดแบบนี้ซะแต่แรก ข้าจะได้เข้าใจ! //
  
ข้ามองนางอย่างเวทนาและกล่าวกับนาง    ไม่เป็นไรหรอกเจ้าคงไม่รู้หนังสือ   เจ้าถึงบอกชื่อตัวเองมิได้    ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร   ข้าก็เคยเป็นเช่นเจ้าแต่หยินซีเฝ้าสอนข้าจนข้าพออ่านได้บางคำ
  
หว่าหวาทำสีหน้าหัวเราะมิออกร้องไห้มิได้   นางผงกหัวอย่างแข็งทื่อและตรงไปทำความสะอาดห้อง    นางมีมือที่คล่องแคล่วแต่นางก็ยังทำผลไม้หล่นบ้างหรือไม่ก็เดินชนเก้าอี้บ้าง
  
ข้านั่งภูมิอกภูมิใจ   ในอดีตหยินซีสอนข้าทุกวันแต่ในตอนนี้ข้ากลับเป็นฝ่ายมาสอนผู้อื่นบ้าง!

ข้าเพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมหว่าหวาถึงชอบทำความสะอาดไปบ่นไป    ทำไมดวงข้าถึงได้แย่นัก...ทำไมข้ามักจะจับได้ไม้สั้นอยู่เรื่อย...ทำไม...
  
ตอนกลางคืน,  จินเหวินนำจานปลาสูตรพิเศษมาให้ข้ากิน   โดยปราศจากเงาร่างของปี้ชิงเฉินจุนให้เห็น   ข้าก็เลยคิดว่าจะแอบย่องเข้าไปนอนบนเตียงในห้องเขาซะหน่อย

พูดถึงเรื่องนอน,  ข้าก็รู้สึกขัดใจกับเตียงของข้า
  
- มันเล็กกว่าเตียงของปี้ชิงเฉินจุน 
 -มันแข็งกว่าเตียงของปี้ชิงเฉินจุน
 -มันกลิ่นไม่หอมเหมือนเตียงของปี้ชิงเฉินจุน
 -มันไม่สบาย...เอาล่ะ...ง่ายๆเลย มันทำให้ข้านอนไม่หลับอ่ะ
  
ข้ากลิ้งตัวไปทางซ้ายสุดๆ แล้วม้วนตัวกลับมาทางขวาสุดๆ หว่าหวาช่วยข้าเปลี่ยนอาภรณ์เป็นเสื้อนอนบางเบาสีขาวสะอาด   จากนั้นนางก็นอนลงที่หน้าเตียงข้าแล้วหลับไป   ปากของนางมีน้ำลายไหลยืดออกมา   ข้ากลอกตาวางแผนการณ์ในใจ
  
วันนี้ข้าจะย่องขึ้นเตียงปี้ชิงเฉินจุน!

ข้ากระโดดพรวดลงจากเตียงโดยไม่คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้า   ดังนั้นในชุดนอนข้าพุ่งตรงไปที่ห้องของปี้ชิงเฉินจุน
  
โชคดีเหลือเกินที่ห้องของเขาอยู่ไม่ไกลนัก   ข้ากระโดดข้ามรั้วกั้นและซ่อนกายในพุ่มไม้เพื่อหลีกเลี่ยงยามรักษาการณ์    ข้ายังไม่ทันข้ามลานเลยตอนที่ข้าสังเกตุเห็นจินเหวินในชุดแดงยืนอยู่ใต้ศาลาไม้เลื้อย   ข้าเลยไม่รู้จะตัดสินใจทำอย่างไรต่อดี
  
ข้าเดินเข้าไปแตะไหล่นางด้วยความอยากรู้อยากเห็น   จินเหวินหันกลับมาตกใจที่เห็นเป็นข้า นางทิ้งตัวคุกเข่าแล้วพูดว่า   นายหญิงเหมียวเหมียว   ปลาที่นำขึ้นโต๊ะวันนี้   หากยังไม่เพียงพอ   ผู้น้อยจะจับมาเพิ่ม
  
วันนี้ข้าอิ่มแล้ว   นำมาให้ข้าพรุ่งนี้แล้วกัน    ข้าพบว่านางดูท่าทางแปลกไป    สายตาของนางดูหลบเลี่ยง 
  
ข้าอาจจะคิดมากเกินไปแต่ข้าก็ลองเดาใจนางดู   เจ้าคงต้องการปีนขึ้นเตียงของปี้ชิงเฉินจุนเช่นกันใช่หรือไม่?”
  
สีหน้าจินเหวินเปลี่ยนเป็นขาวเผือด   นางมองข้าตัวสั่นแล้วกล่าว
 เช่นกัน...คำนี้หมายความว่า  ท่านก็....
  
ข้ากำลังจะขึ้นเตียงเขา”    ข้าพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
  
สีหน้าจินเหวินเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินคล้ำ    ไม่ใช่ว่าท่านเป็นลูกศิษย์ของเขาหรอกเหรอ   แล้วทำไม....
  
แล้วทำไมจะไม่ได้?”    ข้าถามกลับอย่างงุนงง 
  
แต่ข้าเห็นนางทำหน้าน่าสงสาร   ด้วยใจที่กว้างขวางของข้าข้าจึงได้กล่าวออกมาว่า   “ก็ได้ ก็ได้   ข้าจะแบ่งข้างนึงให้เจ้า   เรามานอนพร้อมกันเถอะ
  
สีหน้าจินเหวินทะมึนขึ้นทันตา   นางเลื่อนสายตาจากใบหน้าข้า   ไล่ระลงมาตามอาภรณ์บนเรือนร่างของข้า    จากนั้นนางก็ก้มลงมองอาภรณ์ของนาง   นางมองกลับมาอีกครั้งที่หน้าอกของข้าและจากนั้นก็มองกลับไปที่หน้าอกของนางเอง   แล้วนางก็ปล่อยโฮวิ่งจากไป
มุมขาว ฮัวเหมียวเหมียว vs มุมแดง จินเหวิน โปรดพิจารณากันเอาเอง!

ประสาทหูอันบอบบางของข้ายังได้ยินเสียงนางคร่ำครวญขณะวิ่งจากไปว่า   ข้าแพ้แล้ว...
  
ข้าไม่รู้จริงๆ  ว่าเจ้าอาหารฉุกเฉินนี่คิดอะไรอยู่    ข้ายักไหล่และก็มุ่งหน้าตามแผนการปีนขึ้นเตียง

ข้าค่อยๆย่องอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้องของเขา   ภายในมืดสนิท   ไฟทุกดวงดับลงแล้วและฟังจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา   ดูเหมือนเขากำลังหลับสนิท
  
ความมืดมิสามารถเป็นอุปสรรคขัดขวางแมวเหมียวได้   ข้ามองไปที่เตียงหลังใหญ่นิ่งนาน จากนั้นก็ตัดสินใจเริ่มต้นจากปลายเตียงก่อน
  
ข้าเลิกผ้าห่มขึ้นเพียงนิดแล้วสอดกายลงไป   ข้าค่อยๆกระถดตัวไปจนถึงกลางเตียงหยุดอยู่ข้างกายปี้ชิงเฉินจุน
  
ปี้ชิงเฉินจุนเหมือนสะท้านตัวเล็กน้อย   ผิวหนังของเขาเย็นดังนั้นข้าไม่เกาะแขนเขาเพื่อหวังไออุ่น   แต่ข้าพยายามให้ไอร้อนของข้ากับเขาแทนเพราะเหมือนเขาจะไม่ค่อยมี
  
ข้าพลิกแก้และลองท่าทางต่างๆ   จนในที่สุดข้าก็พบว่าท่าเหมาะๆที่แสนสบายเข้าหนึ่งท่า  ข้ารู้สึกพออกพอใจและหลับตาลง   เตรียมพร้อมจะหลับ


แต่ข้าไม่นึกเลยจู่ๆผ้าห่มก็ถูกดึงออกจากตัว   หนาวสะท้าน,  ปี้ชิงเฉินจุนคว้าข้อมือข้ากัดฟันกรอดแล้วพูดว่า    เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?”
  
เหมียวววว...แอววว    ข้าบิดตัวพยายามหนีออกจากการจับกุมของเขา   ข้ามานอนน่ะซิ
  
กลับไปนอนที่ห้องตัวเอง!!!   เจ้าจะมาทำไมที่นี่?”   เขาถามข้าอีก
  
ข้าตอบอย่างน่าสงสารว่า เตียงของข้ามันไม่สบายเหมือนเตียงท่านนี่!”
  
ปี้ชิงเฉินจุนหน้าบิดเบี้ยว   เขากำข้อมือของข้าแน่น    นี่คือเหตุผลที่เจ้าแต่งตัวแบบนี้ปีนขึ้นเตียงผู้ชายงั้นหรือ?”
  
เจ็บน่ะ..มันเจ็บ”    ข้ารู้สึกข้อมือข้าช้ำไปหมด   และรีบร้องออกมา 
  
ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่า ปัญหาที่มีเกิดจากเสื้อผ้านั่นเอง    แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมอย่างไง   ดังนั้นข้าจึงลองถามเขาว่า   หากข้าเป็นคนแล้วมีเสื้อผ้าไม่สะดวกท่าน   หรือจะให้ข้าเปลี่ยนกลับไปเป็นแมว?”
  
คำพูดพอกล่าวออกไป   ข้าก็เปลี่ยนเป็นร่างแมว   มือของปี้ชิงเฉินจุนพลันว่างเปล่า   ข้ากลับร่างเป็นแมวน้อยและถูไถร่างกายของเขาและเริ่มตั้งหน้าตั้งตาบิดตัวเตรียมนอน
  
ลมหายใจของปี้ชิงเฉินจุนหนักหน่วงขึ้นทุกที     เขาดูโกรธจัดแต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องโกรธ      ไม่ใช่เพียงเพราะแค่เสื้อผ้า????  
  
เอาล่ะ....เอาล่ะ....ครั้งหน้าข้าจะไม่ใส่อะไรมาก็ได้   เกลียดจริงเชียว!   ตาคนเรื่องมาก!
  
พอข้าหลับตาตั้งท่าจะหลับ   ปี้ชิงเฉินจุนก็กระโจนลงจากเตียง   เขาคำรามเรียกคนรับใช้ ออกคำสั่งว่า   ย้ายเตียงหลังนี้ไปที่ห้องของเหมียวเหมียว
  
เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอกแทบจะทันที   พอข้าตุปัดตุเป๋ทรงตัวขึ้นได้   เขาก็แผดเสียงออกคำสั่งอีกชุด   นำเตียงที่อยู่ในห้องนางมาไว้ที่ห้องนี้


แต่ทว่า   ขะ..ข้าเกิดอยากได้เตียงทั้งสองเตียงเลยนี่นา!


..............................................
จบบท







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น