งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 15 เรื่องชุลมุนที่วังชวนจิ้ง

มีคนเปรียบเปรยเอาไว้ว่า   ข้าวในชามของผู้อื่นย่อมดูน่าอร่อยกว่า   หัวผักกาดในแปลงของผู้อื่นก็ดูขาวอวบกว่า   ฉันใดก็ฉันนั้น.....เตียงของผู้อื่นก็ดูน่าสบายกว่า!
  

ปี้ชิงเฉินจุนเอื้อเฟื้อสละเตียงของเขาให้ข้าใช้นอน    แต่ทันทีทันใดนั้นข้ากลับรู้สึกว่าเตียงเดิมของข้าก็นับว่าไม่เลว! 
  
ดังนั้นกลางดึกคืนนั้นข้าคลานกลับไปที่นั่นอีกมุ่งมั่นตั้งใจจะขึ้นไปนอนร่วมเตียงกับเขา!

คราวนี้, ข้าฉลาดขึ้น   ข้าเปลี่ยนร่างเป็นแมวเพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นเสื้อผ้า   แต่ปี้ชิงเฉินจุนคว้าหิ้วข้าที่คออย่างดุดันแล้วเหวี่ยงข้าออกมาข้างนอก   แถมเพิ่มทหารยามยืนเวรยามด้านนอกป้องกันข้าเล็ดรอดเข้าไป!
  
หากข้าเข้าทางประตูไม่ได้   ข้าก็เข้าทางหน้าต่าง!   ข้าสวมวิญญาแมวบิดกายไร้กระดูก   ข้าค่อยๆ ปีนเข้าทางมาทางหน้าต่างจนได้แต่ก่อนที่ข้าจะถึงเตียงเขา   เขาก็พบข้าซะก่อนก่อนที่จะโยนข้าออกมาทางหน้าต่าง!
  
ครั้งที่สาม,  ข้ากระดื้บผ่านรูบนผนัง    แต่เขาก็พบข้าจนได้แล้วก็จับข้าโยนออกมาคราวนี้กลับโยนข้าพลาดตกลงไปในสระน้ำทำเอาจินเหวินที่อยู่ข้างสระหัวเราะขำก้าก!
  
โดนจับโยนบ่อยจนก้นข้าระบมไปหมด   ข้าชักจะโมโหแล้วน่ะ!
  
แมวโมโหนี่สามารถทำสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวเท่านั้น   และนั่นจะทำให้เกิดหายนะครั้งยิ่งใหญ่   เพื่อจำกัดการเผชิญหน้าข้าตัดสินใจให้เจ้าบ้านนั่นออกไปข้างนอกก่อน!
  
ปี้ชิงเฉินจุนตื่นเช้าแล้วออกไป    ข้าไม่รู้เขาจะกลับมาเมื่อไร?
  
-  ข้ารีบใช้โอกาสนี้วิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่   ตั้งใจฝนเล็บอย่างเมามัน   แต่ฝนไปแค่สองสามที    ต้นไม้ก็ผ่ากลางแล้วค่อยๆเอนล้มโครม!
  
-  ข้าวิ่งไปที่สระน้ำกว้กอุ้งเท้าของข้าลงในน้ำแล้วลากเอาดอกบัวขึ้นมาเล่นทีละดอกจนเกลี้ยงเกลา! 
  

-  จากนั้นข้าก็ตรงไปที่สวน   ข้าเหยียบย่ำแปลงดอกไม้ให้แหว่งเว้าเป็นหย่อมๆ   และเก้าอี้ก็กลายเป็นจุดฝนเล็บใหม่เอี่ยมของข้า   ข้าถึงกับทุบทำลายห้องสองสามห้องด้วยซ้ำ!

ฮี้บๆๆ พังไวๆๆ แง๊ว!!!!
  
ก้อนเมฆแปรเปลี่ยนรูปทรงและสีสัน   เหล่าผู้รับใช้ทั้งหญิงและชายรีบวิ่งกระเจิงกุมศีรษะหลบจ้าละหวั่นเมื่อพบเห็นข้า    เร็วยิ่งกว่ากระต่ายระวังภัย   หว่าหวาเป็นคนเดียวที่ยังอยู่รับหน้าข้า   นางพูดแล้วพูดอีกด้วยสีหน้าทะมึนว่า   นายหญิงเหมียวเหมียว   ระวังหน่อย แจกันและเก้าอี้เหล่านั้นล้วนเป็นของมีค่า   ท่านเฉินจุนต้องโกรธมากแน่ๆเมื่อท่านกลับมา
  
เสี่ยวหลินเดินมาตบบ่าปลอบใจนาง   ทิ้งนางไว้ผู้เดียว  เมื่อท่านเฉินจุนกลับมา   ท่านจะจัดการกับนางเอง   ตอนนี้ปล่อยนางไปก่อน
  
ข้าไม่สนว่าเขาจะพูดอะไรกัน   ข้าก็โยนสิ่งนั้นสิ่งนี้เล่นจนข้าเบื่อ   ข้าก็ปีนขึ้นบนต้นไม้อาบแดด   หากอยู่ ณ จุดนี้ข้าจะมองเห็นได้แต่ไกลและจะเห็นปี้ชิงเฉินจุนกลับมาและก็จะเห็นว่าเขาหัวเสียขนาดไหน
  
พออาทิตย์ใกล้จะลับฟ้า, เขาก็ขี่เจ้ากิเลนกลับมา    ข้ารีบลี้ภัยหลบเข้าใต้กิ่งก้านและใบไม้  ข้ามองไปที่เขาและพบว่าในดวงตาของเขาทั้งเหนื่อยล้าและหงุดหงิด
  
เขาหงุดหงิดอะไร?
  
ข้ายังไม่ทันได้ขบคิดข้อสงสัยนี้   ยามที่เขาก้าวเข้ามาในตำหนักเห็นความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้น ความเหน็ดเหนื่อยในดวงตาเขาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ   สายตาเขาราวกับมีเพลิงลุกไหม้อันตรายขึ้นทุกที
  
ข้าเริ่มจะเกิดความกลัว   ข้าหมอบต่ำลงและหดกระถดเข้าเรื่อยๆ ข้าไม่อยากถูกพบตัว
  
เสี่ยวหลินปราดไปข้างกายเขา   และรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ปี้ชิงเฉินจุนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและถามว่า   ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?”
  
ข้าคว้าที่กิ่งต้นไม้อย่างขวัญเสีย   มองดูเสี่ยวหลินสั่นศีรษะ   ข้าภาวนาอย่าให้ข้าโดนจับได้
  
โชคไม่ดีเพราะสิ่งนั้นมันเป็นไปไม่ได้!
  
ปี้ชิงเฉินจุนมองไปรอบๆสักครู่เดียวก็พบที่ซ่อนของข้า   ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเขากล่าวกับข้าว่า   ลงมา
  
ไม่!”   ข้าส่ายหัว

ลงมา”   เขาสั่งอีก
  
ท่านจะตีข้า!”   ข้าส่ายหัว   ไม่ยอมขยับเขยื้อน
  
เขาขมวดคิ้วแล้วพูดกับข้า   หากเจ้ารู้ว่าข้าจะตีเจ้าทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้   ทำไมเจ้าจึงทำ?”
  
เพราะว่า....เพราะว่า....”   ข้าคิดคำตอบอยู่นาน   จากนั้นก็ตะโกนตอบว่า   เพราะท่านไม่ยอมให้ข้านอนกับท่านน่ะสิ!   ข้าโกรธมากรู้มั้ย
  
ข้าตะโกนดังมาก    ทุกคนในที่นั่นตกอยู่ในความเงียบสงัด   แล้วคนก็เริ่มซุบซิบ  หลังจากนั้นแต่ละคนก็อุดปากกลั้นหัวเราะกันเป็นแถว   เสี่ยวหลินกระแอมกระไอพยายามกลั้นหัวเราะ 
  
ปี้ชิงเฉินจุนยืนนิ่งกลายเป็นหินก้อนใหญ่   ใบหน้าของเขาค่อยๆซับเลือดฝาด
  
เป็นเพราะ...ด้วยเรื่องแค่นั้น?”    เขาพึมพำ
  
ข้าผงกหัวอย่างจริงจัง!!!!!!

ปี้ชิงเฉินจุนมองกวาดสายตาดุดันไปยังผู้คนรอบๆ    พวกเขาหุบปากโดยฉับพลันไม่กล้าหัวเราะ   จากนั้นเขาก็เร่งปราณเหินขึ้นสู่ต้นไม้   คว้าตัวข้าและวางข้าลงบนพื้น
  
เหมียวววว...เหมียวววว    ข้าครางคร่ำครวญ
  
ปี้ชิงเฉินจุนออกคำสั่งกับทุกคนด้วยเสียงเย็นชา    พวกเจ้าทุกคนกลับไปทำงาน
  
ผู้คนแยกย้ายกระจายอย่างรวดเร็ว   เหลือเพียงเสี่ยวหลินเขาก้าวออกมาข้างหน้าคุกเข่ากล่าวกับปี้ชิงเฉินจุนว่า   เหมียวเหมียวยังเยาว์ไม่รู้ความ   นางยังมีจิตใจไร้เดียงสา   โปรดผ่อนผันโทษให้นางด้วย
  
เจ้าขอร้องแทนนาง?”    ปี้ชิงเฉินจุนมองเขาทำเสียง   หืมม์

กระทำเรื่องเบาปัญญาขนาดนี้  มิอาจยกโทษให้ง่ายดายนัก

โปรดไตร่ตรองก่อนเถิดท่านเฉินจุน    สีหน้าของเสี่ยวหลินนิ่งเฉย
  
ข้ารู้สึกสำนึกบุญคุณเขาที่ขอร้องให้ข้า   เสี่ยวหลินช่างเป็นคนดีอะไรอย่างนี้!
  
ปี้ชิงเฉินจุนไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบง่ายๆถึงเสี่ยวหลินจะวอนขอ  เขาแค่โบกมือให้เสี่ยวหลินถอยออกไปและก็ลากข้าตรงไปตามทางเดินเชิงเขา   มีถ้ำขนาด 8*8 เป็นถ้ำตื้นๆไม่มีอะไรอาศัยข้างใน

ข้าตามใจเจ้าเกินไป    เขาจับข้าโยนเข้าไปในถ้ำแล้วพูดเสียงดุว่า    เจ้าต้องอยู่ในนี้เพื่อทบทวนความผิดของเจ้าเป็นเวลาสามวัน!  อดอาหาร!”
  
ข้ากระวนกระวายตั้งแต่ได้ยินคำของเขา   หากให้ข้าอดอาหารข้ายอมถูกตียังดีซะกว่า   ดังนั้นข้ารีบกระแทกประตูหมายใจจะหนี  แต่ข้าไม่คาดคิดว่าปี้ชิงเฉินจุนจะยกมือกำกับเวทย์ไว้ที่ประตู   ถ้ำแห่งนี้พลันถูกแสงจางๆโอบล้อมไว้ทำให้คนไม่อาจเข้าใกล้หรือแตะต้องทางออก  ข้าร้องครางเสียงอ่อยเพื่อขอให้เขายกโทษให้   แต่เขายังคงยืนกรานเจตนาเดิม    ปี้ชิงเฉินจุนก้าวหมุนตัวจากไป
  
แสงนี่มีผลอย่างไร   ข้ายื่นนิ้วออกไปแตะแสงนั่นเบาๆ   ทันใดนั้นข้าก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นเมื่อกับข้าโดนฟ้าผ่าตรงเข้าที่หัวใจและเหมือนกับมีไฟลวกผิวข้าไปทั้งร่าง   เจ็บปวดแทบจะทานทนมิได้
  
เหมียววว....แอวววว  ข้าอยากออกไป!”    ข้าเฝ้าแต่ตะโกน    ปล่อยข้าออกไป
  
ข้าตะโกนข้ามวันข้ามคืน   จนเสียงข้าแหบแห้งก็ไม่มีผู้ใดมาสนใจ...ไม่มีใครมาดูข้าหรือนำอาหารมาส่งข้า
  
หิวจังเลย!
  
ท้องข้าครางระงม   ข้าคิดถึงแมวจรจัดที่ต้องเผชิญหน้ากับความหิวโหย
  
ข้าลุกขึ้นอย่างลังเล   ข้าโถมกายพุ่งเข้าใส่แสงพลังเวทย์ที่กักข้าไว้   พยายามจะหนีออกไป
  
แสงแห่งเวทย์สะท้อนข้ากลับแต่ข้าไม่ยอมแพ้    ผิวของข้าแสบร้อนและทิ้งรอยห้อเลือดไว้ ร่างกายของข้าชาไร้ความรู้สึกและข้าก็หมดสติไป   ข้าไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดได้อีกและร่างข้าก็กลับเป็นแมวดังเดิม

เหมียววว....แอวววว    ร่างกายของข้าเจ็บระบมเหลือเกิน    ข้านอนมองดูดวงดาวและท้องฟ้ามิอาจลุกขึ้นยืน    ข้าได้ยินใครบางคนเรียกชื่อ   ข้าหวังว่าจะมีคนมาช่วยข้า
  
บางที.....ข้าอาจจะกำลังจะตาย
  
ท่ามกลางความงุนงงและสับสนข้าได้ยินเสียงฝีเท้า   ปี้ชิงเฉินจุนมาถึง   เขามองมาที่ข้าด้วยความตกใจอย่างยิ่ง   เขารีบปลดแสงเวทย์   ก้าวเข้ามาอุ้มข้าอย่างอ่อนโยนและพูดว่า   เจ้าทำไมถึงได้โง่อย่างนี้?   ฝ่าเข้ากำแพงเวทย์มิต่างจากคิดหาเรื่องปลิดชีพตัวเอง!”
  
เหมียวเหมียว...ไม่อยากทนหิวอีกต่อไป    เสียงข้าอ่อนระโหย
  
นั่นก็ไม่ได้หมายความให้เจ้ากระทำการบ้าบิ่นเช่นนี้!!”    เสียงของเขาห่วงใยและเร่งรีบ   ข้าแค่จะกักตัวเจ้าให้สำนึกตนเพียงวันสองวัน
  
ข้าไม่อยากถูกขัง...
  
เจ้าแมวโง่!”    ปี้ชิงเฉินจุนตะโกนจนรอบกายสั่นสะเทือน
  
ข้าอยากกลับไปที่เขาหลัวยิ้ง...    ข้าพูดด้วยความเศร้าเสียใจ
  
อยู่ๆปี้ชิงเฉินจุนก็เงียบไปเป็นเวลานาน   เขาพูดขึ้นว่า    ถึงเจ้าจะกลับไป   มันก็คงจะสายไปเสียแล้ว.....
  
ทำไมถึงสายไป?    ข้าสงสัย.......


............................................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น