งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 16 ถูกล้อเล่น

ข้าจ้องไปที่ใบหน้าของปี้ชิงเฉินจุนด้วยความงงงวย   ข้ามิเข้าใจความนัยในคำพูดของเขา.......
  
และเขามิได้กล่าวให้จบประโยค   เขาหยุดและเดินมุ่งขึ้นกิเลนทะยานขึ้นฟ้า   ทอดสายตาชมดูดอกไม้และคอยปัดกิ่งไม้ระเกะระกะข้างทาง   จนเรามาถึงที่พักของเจ้าหมอโรคจิต!
  
กลับมาที่สุดสยองที่แสนจะคุ้นเคย   ขนของข้าพองฟูชี้เด่แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดทำให้มิสามารถดิ้นรนขัดขืนได้   โมหลินเดินมารับเราด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม   จากนั้นเขาก็มัดข้าติดกับโต๊ะและบีบแก้มซ้ายและขวาของเหมียวด้วยความหมั่นเขี้ยว
  
อู้ยยยย...เจ้าแมวเหมียว   ขนที่ขาเจ้าทั้งนุ่มทั้งขาว   ปุกปุยดีเหลือเกิน    มา..มะ   ข้าจะเกาท้องให้เจ้าน่ะ    อ้า....ดูฝ่าเท้าสีชมพูเล็กๆของเจ้าซิ   น่าร้าก.....น่าร๊าก  
  
เขาหัวเราะถูกใจราวกับคนติงต๊องลูบเนื้อลูบตัวข้าไปทั่ว   อุ๊ๆๆๆ  เจ้าบาดเจ็บมาอีกแล้วหรือ ใครกันน่ะบังอาจมารังแกเจ้า?   เจ้าทิ้งปี้ชิงเฉินจุนแล้วมาอยู่กับข้าดีกว่า   อยู่กับข้าทั้งกินหรูอยู่สบายยิ่งนัก?”
  
โมหลิน,  รักษานางและหยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว!”    ปี้ชิงเฉินจุนเหลืออด   อย่าพาดพิงข้ามิฉะนั้นข้าจะพังบ้านเจ้า
  
ว้า!  แย่จัง  โกรธซะแล้ว   ดูซิเหมียวน้อย  เจ้ากลับไปคิดดูก่อนอย่าลืมว่ากระท่อมน้อยหลังนี้เปิดรอเจ้าอยู่ตลอด!”   โมหลินไม่กลัวคำขู่   เขาทั้งพูดทั้งหัวเราะไร้สาระ   เหมือนคนบ้าที่หว่านล้อมเหมียวอ่อนโลกไปทำแมวกระป๋อง.....
  
ตัวถูกมัดติดกับโต๊ะ   ข้าเริ่มชั่งน้ำหนักระหว่างเขากับปี้ชิงเฉินจุน   แต่พอข้าเห็นเขาเอาห่อผ้าของมวลมหาเข็มใหญ่เล็กออกมา   ข้าสั่นหัวรัวๆๆๆ ปฎิเสธไม่เลือกเขาแน่นอน
  
ข้างๆข้า ปี้ชิงเฉินจุนดูผ่อนคลาย..............
  
หรือจะเป็นการเอาคืนของโมหลินที่ข้าปฎิเสธไม่เลือกเขา   เพียงพริบตาข้ากลายร่างจากแมวเป็นเม่น   จากนั้นอีก1ก้านธูปต่อมา   โมหลินถึงดึงเหล่ามวลเข็มใหญ่น้อยออกจากตัวข้า และใช้กรรไกรแต่งเล็มขนที่ไหม้เกรียมของข้าทิ้ง

 เขาใช้ผ้าพันแผลสีขาวพันรอบบาดแผลให้ข้ารอบแล้วรอบเล่า    หนาขึ้นเรื่อยๆจนข้ามองดูเหมือนแมวมัมมี่   จากนั้นเขาก็นั่งฮัมเพลงประดิษฐ์พู่ดอกไม้แล้วนำมาติดแหมะที่หน้าผากของข้า   มองซ้ายมองขวาดูด้วยความพอใจจากนั้นก็ประกาศว่า   “ห้ามนางเคลื่อนไหวสักสามวัน   บาดแผลนางก็จะดีขึ้น
  
จากนั้น,  ปี้ชิงเฉินจุนก็แก้มัดข้า   พอข้าได้อิสระ   ข้าก็ยืดแขนและขาของข้า   ข้ากำลังจะก้มเลียแผลแต่ผ้าพันแผลดันเกะกะขวางข้า   ข้าส่งเสียงประท้วง   เหมียววว  เหมียววว
  
อย่าให้นางเลียแผล   โมหลินจับตัวข้า  ห้ามไม่ให้ข้าฉีกผ้าพันแผล   เขาหยุดคิดนิดหนึ่งจากนั้นหันไปหยิบแผ่นโลหะแผ่นบางออกมา   เขาเช็ดถูและดัดโค้งมันจนได้ที่ติดศีรษะเป็นรูปกรวยและใส่ลงบนหัวข้า    มันพันรอบหัวของข้าดูตลกอย่าบอกใคร

กรวยครอบศีรษะ คุณค่าที่เหมียวคู่ควร!
  
ข้าไม่เอานี่น่ะ ข้าไม่เอ๊า!!!”   ข้าไม่ยินยอม   มันเกะกะ ไม่สบายเอาซะเลย
  
เจ้าจะได้ไปยุ่งกับแผลไม่ได้?”    หน้าของปี้ชิงเฉินจุนบิดเบี้ยวชอบกล   เหมือนเขากลั้นหัวเราะอยู่     นิ้วมือของเขาลูบผ้าพันแผลของข้าและเคาะเบาๆที่แผ่นโลหะนั้น   เสียงแผ่นโลหะ เป้ง...เป้ง...เป้ง  
  
สุดท้ายเขาคงทนไม่ไหวจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่น!!!!!!
  
ข้ารู้สึกทันทีว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีของข้าได้ถูกลบหลู่อ่ะ...
  
เกลียดนักเชียว!   พวกท่านรู้ไว้เลยน่ะว่า   แมวยอมเสียชีพแต่มิยอมเสียเกียรติ!   ข้าผุดลุกขึ้นเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์และใช้ฝ่ามือผลักโมหลินล้มกลิ้งไปบนพื้นอย่างน่าขบขัน
  
แต่แล้วปี้ชิงเฉินจุนก็ร่ายเวทย์กับข้า   ร่างกายข้าอยู่ๆพลันอ่อนระทวยและทรุดลงบนพื้น   มิสามารถเปลี่ยนกลับเป็นร่างคนได้อีก
  
ข้าถลึงตามองคนเลวทั้งสองที่ยืนกุมท้องหัวเราะงอหายอย่างไม่ไว้หน้าข้า    ขบขันแมวสาวไร้เดียงสาที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้    ข้าโกรธนัก,  ปี้ชิงเฉินจุนละความสนใจข้าที่กำลังโกรธ    อุ้มข้าขึ้นซุกไว้ในอ้อมแขนและบอกลาโมหลิน   แล้วเราก็จากมา
  
โมหลินออกมาส่งพวกเรา   มือของเขากรีดน้ำตาในขณะที่โบกมือล่ำลา    ดูท่าทางอาดูรยิ่งนักแต่เราทั้งหมดต่างก็รู้กันดีว่า   หยดน้ำตาคลอคลองของเขามันเกิดจากการตะเบ็งเสียงหัวเราะขบขันข้าต่างหาก!
  
ทั้งสองคนนี่น่ารังเกียจยิ่งกว่าพวกสุนัขซะอีก!   หากข้ามีโอกาสข้าจะขอล้างแค้น   ข้าได้แต่คิดชิงชังขณะที่ต้องแบกเทินกรวยเหล็กไว้บนหัว
  
ตลอดทางเดิน,  เหล่าสาวใช้กับผู้ติดตามที่เห็นข้า   ต่างชะงักถอยหลัง   บ้างสูดลมหายใจเฮือกสะกดกั้น   บ้างหน้าแดง  บางรายถึงกับปล่อยเสียงพรืดพราดออกมา     นับเป็นประสบการณ์อับอายที่มิมีวันลืมเลือน!!!!!!
  
ปิ้ชิงเฉินจุนไม่ได้พาข้ากลับไปที่ห้องแต่กลับพาข้าไปที่ห้องของเขา    เขาวางข้าลงกลางเตียงนุ่มหนาขนาดใหญ่ในห้องของเขาและบอกข้าว่า   อยู่นิ่งๆสักสามวัน   อย่ากระโดดโลดเต้นมิฉะนั้นแผลเจ้าอาจเปิด
  
ข้าไม่สนใจคนใจร้ายหรอก   ข้าคลานหลบเข้ามุมสุดชายผ้า   พยายามเลียทำความสะอาดขน    แต่.....เพ้ยๆๆๆๆ    หัวข้ามันติดกรวยเหล็กไปไม่ถึงขนซะที!
  
ทรมานยิ่งนัก!
  
ปี้ชิงเฉินจุนเห็นดังนั้น   เขาจึงพูดกับข้าเสียงนุ่มว่า   อดทนสักนิด เพียงแค่สามวันเท่านั้น
  
คนที่ต้องอดทนไม่ใช่ท่านนี่   ข้าพึมพำ
  
ข้าเองมักจะต้องอดทนอยู่เสมอ   ปี้ชิงเฉินจุนได้ยินข้าบ่น   เขาถอดรองเท้าของเขาและขึ้นเตียงนอนหนุนหมอน   เขาค่อยๆดึงตัวข้ามาอยู่เคียงข้างแล้วพูดต่อว่า   ยิ่งเจ็บมาก ก็ยิ่งต้องอดทนให้มาก
  
เมื่อไรเจ็บขนาดไหน?”    ข้าถามเบิกตาโต   ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าทรงอิทธิฤทธิ์เช่นเขาก็ยังมีวันบาดเจ็บ
  
นานมาแล้ว   ข้าจำไม่ได้”    ปี้ชิงเฉินจุนพูดแผ่วๆ    ตอนนั้น, กระดูกทั้งตัวของข้าหัก เส้นเอ็นทั้งหมดฉีกขาด   ทำให้ข้าขยับไม่ได้เลย
  
โกหก!   บาดเจ็บถึงขนาดนั้น  ท่านก็ต้องตายแล้ว!”
  
เขาหัวเราะเบาๆ   ตอนนั้น, มีคนบอกข้าว่า....มีพุทธะในตำนานอยู่ยังดินแดนตะวันตกที่สามารถรักษาข้าได้   ข้าเลยค่อยๆคืบทีละนิ้วไปทางตะวันตก   ข้าใช้เวลาทั้งสิ้น 500 ปีถึงจะไปถึง   กล้ามเนื้อของข้าเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจนไม่ต้องการการทำงานประสานของกระดูกและเส้นเอ็นอีกต่อไป  ครั้งนั้นสุดท้ายข้าก็หาพุทธะไม่พบ
  
ข้าได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าของเขาและอดเอ่ยปากถามไม่ได้ว่า   เจ้าคนที่เล่าเรื่องเท็จให้ท่าน   ท่านกลับมาล้างแค้นเขาหรือไม่
  
ต่อมา....ข้าถึงได้รู้ว่า คนผู้นั้นก็คือพุทธะนั่นเอง   เขาเห็นข้ามีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะมีชีวิต เขาได้ให้ปราณเซียนแก่ข้า   ทำให้ข้าสามารถสร้างกระดูกขึ้นมาใหม่และช่วยข้าให้เข้าถึงแก่นแท้ของเซียน   สำเร็จมรรคผลเป็นเทพเจ้าแห่งการปกป้องจากเหล่าปีศาจอันธพาล   ซึ่งข้าก็ได้ปฎิบัติหน้าที่มาตลอดหลายพันปี
  
ข้ายังคงไม่เชื่อเขา   ดังนั้นข้าก็เลยลองบีบเนื้อเขา   มิคาดว่าเขาไม่มีเส้นเอ็นจริงๆ   ข้าตกตะลึงมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวที่วาววับในความมืดดูว่าเขารู้สึกผิดหวังเสียใจอะไรหรือไม่????
  
แต่ไม่มีเลยกลับเป็นตัวข้าที่รู้สึกเจ็บปวดในใจแทน   ข้าปีนป่ายขึ้นที่หน้าอกของเขา   และแนบตัวลงไปเลียใบหน้าของเขา   ถ้าปี้ชิงเฉินจุนบอกว่า  มันไม่เจ็บ....เหมียวเหมียวก็จะบอกว่าไม่เจ็บ
  
เหมียวเหมียว....กรวยเหล็กของเจ้ามันกระแทกโดนข้า    เขาย่นหัวคิ้ว
  
ข้าไม่ได้แค่เลียปลอบใจเขาครั้งสองครั้งนะ   แต่เลียปลอบไปแล้วตั้งเย่อะแล้วมาตอนนี้เขากลับทำให้ข้าเสียอารมณ์    ข้ากระโดดขึ้นแหวว่า น่าชังนักข้าจะไม่สงสารท่านอีกแล้ว
  
ปี้ชิงเฉินจุนระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น!
  
สะบัดก้นด้วยความโมโหไปที่มุมเดิม    ข้าม้วนเก็บหางตั้งใจจะไม่ฟังเขาอีก   แต่เขากลับคว้าข้าเข้าไปกอด   ไม่ยอมปล่อยมือ   จนเขาค่อยๆหลับไป
  
ข้าจ้องตาแป้วมองดูเขา   ข้าเห็นขนตายาวของเขาขยับยามเขาหายใจเข้าออก 
  
ข้ามองไปมองมา....นานเข้าข้าก็ม้วนตัวขดเป็นก้อนกลมซุกซบอกเขาแล้วค่อยๆหลับลง


............................................................................

พวกเจ้าเหล่าทาสแมวทั้งหลาย คงจะเห็นยุทธวิธีจู่โจมเข้ายึดครองได้โดยวิธีละมุนละม่อมแล้ว  มิจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าพิชิตหักหาญแต่อย่างใด บัดนี้ เตียงของปี้ชิงเฉินจุน ข้าก็ปีนขึ้นได้เรียบร้อยโรงเรียนแมวแล้ว โฮ้ะๆๆๆๆ  อย่าลืมส่งคำทักทายมาถึงเจ้านายของพวกเจ้าด้วย  

สุดท้ายนี้......สักวันเหมียวจะครองโลก!!!!! 5555555555


จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น