งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 17 หายนะที่เขาหลัวยิ้ง

ข้าไม่รู้ว่าข้าหลับไปนานแค่ไหน....
  
ข้างัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นปี้ชิงเฉินจุนกำลังอ่านหนังสืออยู่ข้างๆข้า     ข้าหาวหวอดๆแล้วลุกขึ้น กล้ามเนื้อของข้าต่างแย่งกันส่งสัญญาณประท้วงด้วยความเจ็บ   และข้าก็สำนึกได้ว่าข้าถูกพันธนาการมิต่างจากมัมมี่แมว

ปี้ชิงเฉินจุนเห็นข้าตื่นก็วางหนังสือลงและขยับมานั่งชิดข้า   เขาอุ้มข้าและพูดว่า   “เจ้าร่ำร้องจะนอนเตียงเดียวกับข้า?   หากข้าอนุญาตเจ้า   เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจแล้ว
  
แต่ว่า...”   ข้ากำลังตั้งท่าจะฉีกผ้าพันแผลแต่แล้วก็นึกถึงคำสัญญาที่ข้าให้ไว้กับเขาว่าจะอดทน   ดังนั้นข้าเลยนั่งนิ่งข้างเขาอย่างเชื่อฟัง    มองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนว่า    “ข้าหิวแล้ว
  
เสี่ยวหลินก็เดินเข้ามาอย่างนอบน้อมทันที   เขาช่างมาได้เหมาะเจาะถูกเวลาเป็นที่สุด   เสี่ยวหลินพูดว่า   “นายท่านเฉินจุน,  ผู้น้อยจัดเตรียมอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว
  
ข้ากระโดดดึ้งๆๆ บนเตียงอย่างมีความสุขตะโกนก้องว่า    “ข้าจะกิน  ข้าจะกินแล้ว
  
ปี้ชิงเฉินจุนถอนหายใจ   เขาอุ้มข้าวางลงบนโต๊ะ   และออกคำสั่งว่า     “นำอาหารของข้ามาข้างใน   ของเหมียวเหมียวก็นำเข้ามาด้วย
  
ไม่ช้า, บรรดาสาวใช้และบ่าวหนุ่มก็ยกขบวนกันเข้ามาในห้อง   ข้าเห็นอาหารฉุกเฉินของข้า แม่นางจินเหวินด้วย   วันนี้นางจงใจแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ   จริงๆแล้วในโลกปีศาจและบนสวรรค์ชั้นฟ้า   ข้าก็ไม่เคยเห็นใครน่าเกลียดหรือสวยงามเป็นพิเศษ    แต่ความงามของนางมันสะดุดตาพกมาด้วยอโรม่ากลิ่นประจำตัวนางฟ้าปลาคาร์ฟ   ทำให้ข้าพบว่านางนอกจากจะเจริญตาแล้วยังดูน่าอร่อยเพิ่มขึ้นอีกอย่างด้วย
  
จินเหวินเดินมาหยุดเบื้องหน้าเราวางถาดอาหารกล่าวกับข้าว่า    “นี่คือปลาไข่มุกที่หายากมากจากทะเลเหนือ   เฉินจุนและนายหญิงเหมียวเหมียวลองชิมดูซิเจ้าค่ะ
  
กลิ่นหอมหวนของปลาชนิดนี้แปลกใหม่อร่อยมากกว่าที่ข้าเคยลิ้มรสมา   ข้ากระโดดเข้าหาจานปลาราวกับหมาป่าผู้หิวโหย   คนรอบๆต่างขมวดคิ้ว   แอบหัวเราะเยาะแต่ไม่กล้าหลุดเสียง   เนื่องจากเกรงกลัวปิ้ชิงเฉินจุนที่อยู่ข้างข้า
  
ปี้ชิงเฉินจุนเลือกจานผักและผลไม้   หลังจากตักข้าวต้มโสมไปได้สองสามคำ    เขาเงยหน้าแล้วเอ่ย    “เปลี่ยนพ่อครัวใช่หรือไม่?”
  
จินเหวินก้าวขึ้นมาข้างหน้าและกระพือขนตาขณะตอบปี้ชิงเฉินจุนว่า    “ข้าน้อยมีความมั่นใจในฝีมือทำอาหาร   ดังนั้นข้าจึงเข้าครัวช่วยปรุงอาหารจานสองจาน   มิรู้ว่าเฉินจุนจะชมชอบหรือไม่?”
  
ปี้ชิงเฉินจุนไม่ทันได้กล่าวอะไรแต่ข้ากลับร้องขึ้นมาก่อนว่า   “จานปลาวันนี้อร่อยมาก   จินเหวินเจ้ายอดเยี่ยมมาก
  
อาหารเจ้าเต็มปาก   ระวังมารยาทบ้าง”    ปี้ชิงเฉินจุนขมวดคิ้ว
  
เขาสั่งให้สาวใช้นำผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากให้ข้า   แล้วหันกลับมามองจินเหวินทำให้ใบหน้านางแดงกล่ำ    เขาพูดต่อว่า   “หากเจ้าเก่งเรื่องการครัว   อย่างนั้นก็จงเป็นแม่ครัวประจำตัวของเหมียวเหมียว   สำหรับข้าไม่ค่อยจู้จี้เรื่องกินดังนั้นจึงไม่ต้องดูแลข้า

ดีจัง ดีจังเลย”   ข้าชักถูกชะตากับแม่นางอาหารฉุกเฉินนี่เข้าจริงๆ   ดังนั้นข้าประกาศอย่างมีความสุขว่า   “ต่อไป,  จินเหวินจะปรุงจานปลาให้ข้าทุกวัน
  
สีหน้าจินเหวินเปลี่ยนเป็นซีดเผือด   ริมฝีปากนางสั่นเหมือนอยากจะกล่าวอะไรแต่ก็ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา   นางล่าถอยไปอย่างเซื่องซึม
  
ปี้ชิงเฉินจุนมองดูแผ่นหลังของนางขณะถอยออกไป   เขากล่าวกับเสี่ยวหลินว่า   “นางผู้นี้เหมือนมีจุดประสงค์เคลือบแฝงอยู่   ต่อไปอย่าให้นางเข้ามาใกล้ห้องส่วนในและคอยจับตาดูนางไว้
  
เสี่ยวหลินรับคำแล้วถอยออกไป
  
อิ่มเอิบสบายใจแล้ว   ข้ากลับนึกเรื่องสำคัญออก   ข้าเกาะแขนเสื้อของปี้ชิงเฉินจุนแล้วถามเขาว่า   “จินเหวินเข้ามาใกล้ห้องข้าไม่ได้เพราะว่าข้าต้องกลับไปเขาหลัวยิ้งแล้ว   ท่านสัญญากับข้าไว้ว่าถ้าข้าหายเจ็บจะให้ข้ากลับไปได้   ตอนนี้ข้าก็ไม่เจ็บแล้ว

เรื่องนี้....”    ปี้ชิงเฉินจุนดูอึกอัก เขาลูบหัวข้าแล้วพูดว่า   “ร่างกายเจ้ายังเจ็บอยู่และตอนนี้ข้าก็รับเจ้าเป็นศิษย์แล้ว   ข้าว่าเจ้าอย่ากลับไปจะดีกว่า
  
ท่านไม่รักษาสัญญา!”   ข้าโกรธจนเริ่มยู่ปาก
  
ข้าจะให้ปลาเจ้ากินมากมาย   อย่ากลับไปที่เขาหลัวยิ้งเลย, ได้หรือไม่?”   ปี้ชิงเฉินจุนพูดหลังจากหยุดคิด

ข้อเสนอช่างยั่วยวนเสียนี่กระไร   ดังนั้นข้าจึงลังเล   แต่เมื่อข้านึกถึงดวงตาหงอยๆ ของเจ้าอีกา   ข้ารู้สึกกังวลและเป็นห่วง   ดังนั้นข้าจึงประกาศก้องออกมาว่า    “ข้าอยากกลับไป   ข้าอยากกลับ   ข้าจากมานานเกินไปแล้ว   หยินซีต้องโกรธมากแน่ๆ
  
หยินซีอีกาตัวนั้น?”   ปี้ชิงเฉินจุนถาม
  
ข้ายืดอกตอบ   “ใช่แล้ว, หากข้าไม่อยู่ที่นั่นแล้วจะมีปีศาจตัวอื่นมารังแกเขา   เจ้านั่นต่อยตีไม่ค่อยเก่ง
  
ปี้ชิงเฉินจุนถอนใจ   ข้าคิดว่าเขาคงไม่อยู่ที่นั่นแล้ว
  
ทำไม?”   ข้าไม่เข้าใจ
  
ปี้ชิงเฉินจุนอึกอัก   ในที่สุดเขาก็พูดว่า   “เขาหลัวยิ้งเกิดแผ่นดินไหว   ทั้งปีศาจและมารใหญ่น้อยได้จากไป    ข้าไปตรวจดูโดยรอบแล้ว   แต่ข้าไม่พบปีศาจอีกา
  
ท่านโกหกข้า!”    ข้ากรี้ดร้อง   “หยินซีจะไม่ทิ้งข้าไป  เขาต้องรอข้าอยู่แน่ๆ
  
ข้าไม่ได้โกหกเจ้า
  
โกหก
  
ปี้ชิงเฉินจุนเห็นข้าทั้งยืนกรานและทุ่มตัวกลิ้งไปมาบนพื้น   เขาก็ยอมผ่อนปรนโดยให้ข้าพักต่ออีกสามวันเพื่อรักษาตัวแล้วเขาจะพาข้ากลับไปดู
  
หลังจากนั้นสามวันให้หลัง  เขาก็พาข้ามายังโลกมนุษย์  กลับมาสู่เขาหลัวยิ้ง........ 
  
สิ่งที่ข้าได้เห็นคือผืนแผ่นดินแตกแยก   ต้นไม้โค่นวินาศกระจัดกระจายไปทั่ว   ผาหินแตกร้าว ลำธารที่แห้งเหือดและกลิ่นแห่งความตายคละคลุ้งไปทั่ว  
  
สถานที่แห่งนี้เงียบสงัด   ไร้สรรพเสียงของสิ่งมีชีวิต   เสียงนกร้อง   เสียงของพี่กวางน้องต่ายเฮียหมีที่ข้าเคยวิ่งไล่หยอกล้อ   ร่างของพวกเขาล้วนเน่าสลายทิ้งไว้แต่โครงกระดูกขาวโพลนมีหนอนชอนไชและแมลงวันตอมหึ่ง   หัวใจของข้ามัน......ในโพลงอกของข้ามันแน่น.....
  
หยินซีๆๆๆๆๆๆ……”   ข้ากู่ร้อง
  
ไม่มีเสียงหยินซีประชดประชันตอบกลับมา   บนท้องฟ้ามีฝูงอีกาแต่ไม่มีอีกาสีขาว!

หยินซีเจ้าอยู่ไหน?”   ข้ารู้สึกเคว้งคว้าง   ข้ารีบเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์กระโดดขึ้นต้นไม้สูงเพื่อมองหาให้ทั่วบริเวณ
  
แต่ก็ไม่เห็นร่างเขา!!!!
  
ข้ากระโดดลงมุ่งหน้าจะไปยังถ้ำที่พวกเราเคยอาศัยอยู่ด้วยกัน   ปี้ชิงเฉินจุนขวางข้าไว้   เขาร่ายเวทย์ใส่ร่างเขาเองจากนั้นอยู่ๆเขาก็หายไปในอากาศ
  
ท่านทำอะไรน่ะ?”    ข้าถาม
  
ปี้ชิงเฉินจุนตอบกลับมาว่า  “พวกปีศาจกลัวเกรงข้า   ดังนั้นข้าถึงร่ายเวทย์แฝงกาย    พวกมันไม่เห็นข้าจะสะดวกกว่า
  
ข้าทำทีเป็นเข้าใจ   แต่จริงๆแล้วข้าผงกศีรษะไปทั้งๆที่ไม่รู้อย่างงั้นแหล่ะ   เขาติดตามข้าอยู่เบื้องหลัง
  
การทำลายล้างมันเป็นเรื่องง่ายดายกว่าการรังสรรค์   ยอดเขาอายุหมื่นปีถูกทำลายเรียบจากแผ่นดินไหวเพียงครั้งเดียว    ฉากเละเทะที่ผ่านเข้ามาในสายตาและหัวใจของข้า   ข้าอาศัยที่เขาหลัวยิ้งมาเป็นเวลา 300 ปี   ข้าแทบจะบอกความแตกต่างของต้นไม้ทุกต้น   ใบหญ้าทุกใบ   แต่เพียงชั่วระยะเวลาสั้นข้ากลับจดจำมันแทบไม่ได้
  
ถ้ำที่ๆข้าเคยอยู่กับหยินซีทลายลงมา   ข้าต้องออกแรงขุดรูเพื่อมุดเข้าไปข้างใน   แต่ข้าก็ไม่พบหยินซี
  
เขาไปไหน????

ใจของข้ากวัดแกว่ง   แต่หลังจากใคร่ครวญอยู่อึดใจ   ข้าก็บรรลุ    ข้ารีบวิ่งหน้าตั้งไปที่ด้านหลังที่ๆเขาฝังขุมทรัพย์ของเขาไว้   ข้ารู้ว่าไอ้เจ้านี่รักแก้วแหวนเงินทองยิ่งชีพ   หากสมบัติอยู่คนอยู่
  
พอข้าขุดเอาทองเพชรนิลจินดาขึ้นมาได้   ข้าก็ตะโกนด้วยความดีใจว่า   “หยินซีเขายังไม่ได้ไปไหน  เขายังอยู่ที่นี่
  
ปี้ชิงเฉินจุนเดินเข้ามาหาข้าและกล่าวออกมาว่า   “เหมียวเหมียว, เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่า...เขาอาจจะหนีออกไปไม่ทัน
  
ทำไมเขาจะหนีออกไปไม่ทันล่ะ?”   ข้าฉงน
  
แผ่นดินไหวกินออกไปกว้างหลายแสนไมล์    เขาอาจจะตายแล้วก็ได้”    ปี้ชิงเฉินจุนค่อยๆอธิบายข้า
  
ข้าก็ยังคงไม่เข้าใจ  “แผ่นดินไหวคือตัวอะไร??   อะไรคือแผ่นดินไหว??”
  
สายตาของปี้ชิงเฉินจุนทวีความอ่อนโยน   เขาลูบหัวข้าเอ่ยเสียงนุ่มนวล   “แผ่นดินไหวคือชะตาฟ้าลิขิต   มันมิใช่ปีศาจ   แต่เป็นหนทางที่สวรรค์ประทานมาเพื่อให้นำไปสู่การล้างทำลาย....
  
คำพูดของเขาเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางใจข้า   ข้าเข้าใจว่าความตายเป็นอย่างไงแต่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดกับหยินซี   ข้าดึงแขนปี้ชิงเฉินจุนแล้วร้องไห้โยเย   “หยินซีไม่เคยทำสิ่งไม่ดี ทำไมสวรรค์ต้องลงโทษเขาด้วย
  
ทำลายวันนี้   สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในวันหน้า

ข้าไม่เข้าใจ!!!   ข้าไม่เข้าใจ!!!”   คำพูดของเขาข้ารับไม่ได้   ข้าไม่อยากจะฟังอีกต่อไป   ข้าเอามืออุดหูเฝ้าแต่ตะโกนว่า   “ข้าอยากได้หยินซีกลับมา!”
  
“ เขามีโอกาส 8 ใน 10 ที่จะรอด”   ปี้ชิงเฉินจุนลูบหัวข้าเพื่อปลอบโยน   “พวกเรากลับกันเถอะ
  
ข้าไม่อยากกลับ!”   ข้าหมุนตัวและพุ่งขึ้นยอดเขา  จ้องดูก้อนเมฆบนฟ้าด้วยสายตาที่สับสน ทิวทัศน์ยังเหมือนเดิมแต่หยินซีไม่อยู่แล้ว   ข้าเสียใจมากๆเสียใจกว่าตอนที่มีคนมารังแกหรือตอนที่โดนหมอทิ่มเข็มใส่ตัวข้าซะอีก!
  
จากนั้นข้าก็นั่งลงกอดเข่าเจ่าจุก   ข้าจำได้ว่าหากข้านั่งท่านี้แล้วรู้สึกเมื่อยข้าจะเปลี่ยนท่าแล้วข้าจะหาย   หายจากอาการเจ็บปวด!
  
แต่ครั้งนี้ความเจ็บปวดมันไม่หายไป   ข้ายังเจ็บ   เจ็บมาก!!!
  
ปี้ชิงเฉินจุนเดินมาจากเบื้องหลัง  เขานั่งลงข้างๆข้าแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน   “หากรู้สึกเจ็บปวด ก็จงร้องไห้ออกมาเถิด
  
ข้ามองหน้าเขาอย่างงงๆแล้วก็สั่นศีรษะ   “ขะ...ข้าไม่รู้จะร้องไห้อย่างไงเพราะแมวไม่มีน้ำตา
  
ตอนนี้เจ้าเป็นมนุษย์แล้ว
  
ข้าเป็นแมว
  
ปี้ชิงเฉินจุนนั่งใช้ความคิด
  
ข้ามองดูอาทิตย์ยามกำลังตกจวบจนทั่วทั้งเขาปกคลุมด้วยผืนผ้าแห่งรัตติกาลโอบล้อมเรา
  
หยินซีมิได้กลับมา   ข้าเริ่มคิดว่าบางทีเขาอาจจะไม่เคยกลับมา
  
กลับไปกับข้า”    ปี้ชิงเฉินจุนกล่าวปุบปับ    “ไม่มีเหตุเภทภัยหรือเคราะห์กรรมใดบนสรวงสวรรค์
  
ท่านคิดไหมว่าหยินซีจงใจทิ้งข้าไป...”    ข้าถามเขาเสียงต่ำ
  
ทำไมเจ้าถามเช่นนั้น?”    ปี้ชิงเฉินจุนลูบไล้ศีรษะข้า
  
เพราะว่าข้ามักจะก่อเรื่องให้เขา....
  
ข้าเคยขู่บังคับเขาให้หาปลาให้ข้ากิน.....
  
ข้าไม่เชื่อฟังคำของเขา….”
  
หยินซีเกลียดข้า เขาเลยไม่รอข้า??”
  
เขาคงโกรธที่ข้าจากไป เขาเกลียดเหมียวเหมียวแล้ว.....
  
ข้านั่งสารภาพบาป   ปี้ชิงเฉินจุนฟังแล้วยิ้ม   เขาโอบกอดข้าไว้ในอ้อมแขน   ลูบปัดปอยผมของข้าและกล่าวเสียงทุ้มว่า    “หยินซีชอบเหมียวเหมียวด้วยใจจริง   วันที่ข้าพาเจ้ามา   เขาบินไล่ตามเรามาทั้งยังประกาศว่าเขาจะตามมาที่เขตสวรรค์
  
จริงๆหรือ???”   ข้ามองจ้องเขา
  
เป็นความจริง”    ปี้ชิงเฉินจุนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  จริงใจ
  
อย่างนั้นข้าจะกลับไปรอเขาที่สวรรค์!!!!”
 ตำหนักชวนจิ้ง




..........................
จบบท





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น