วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 18 ความหิวของพยัคฆ์

ลมพัดแรงพัดเอาฝุ่นผงปลิวเข้าตาข้า 

ไปกันเถอะ”    ปี้ชิงเฉินจุนจับมือข้าและเรียกเมฆเหินฟ้าเตรียมจะกลับไปสวรรค์
  
ขณะกำลังจะลาจาก   หูของข้าก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนแทรกขึ้นมาในความเงียบ    เสียงอุ้งเท้าแมวบนพื้นหญ้าย่องเงียบกริบ....


ตรงจุดรวมสายตาคือหางอวบใหญ่สีเหลืองห้อยลงมาจากต้นไม้!!
  
ฮะๆๆๆฮ่า”    ข้ายกมุมปากยิ้มอย่างอดไม่ได้แล้วกระโจนพรวดไปดึงลากเจ้าหางนั้นอย่างไม่ปราณีปราศัย   ลากๆๆๆๆ ให้มันร่วงลงมา
  
อ้ากกกก”   เสียงเสือคำรามร้องโหยหวนทะลุฟ้า  กรงเล็บสั่นระริกยกขึ้นป้องหัว    ไม่กล้าลืมตาและเอาแต่ร้องขอความเมตตา   “ราชาเหมียวเหมียวไม่อยู่ที่นี่    หากเจ้าอยากท้าประลองก็อย่ามาหาข้า   ข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
  
ข้าจ้องเป๋งไปที่สีหน้าน่าสงสารของมัน   และอดแสยะยิ้มพูดไม่ได้ว่า   “ข้าจะท้าเจ้าประลอง เจ้าจะทำไม
  
โอ้ย!  อย่าเล้ย!  ข้าน้อยรับมือได้ไม่เกินหนึ่งกระบวนท่า  ก็ลาลับโลกแล้ว!”    พอเขาจบประโยค   เขาถึงได้รู้สึกไม่ชอบมาพากลเลยลืมตาขึ้นมองร่างของข้า
  
ท่าทีเปลี่ยนไปราวกับไม้ได้ฝน   สดชื่นระริกระรี้ขึ้นมาทันตาเห็น   เขากระโดดขึ้นกระโดดลงด้วยความดีใจตะโกนติดๆกันว่า   “ราชาเหมียวเหมียว   ท่านกลับมาแล้ว   ข้าน้อยคิดถึงท่านจะเป็นจะตายอยู่แล้นนนน
พี่เสือดีใจ น้ำหูน้ำตาไหลพราก!

ข้าเกือบจะอ้าแขนกอดรับขวัญเจ้าเสืออยู่แล้วตอนที่ปี้ชิงเฉินจุนก้าวมากันข้าออกแล้วผลักพี่เสือกระเด็นออกไป 2-3  เมตร
  
อ๊ะๆๆ... นี่เกิดอะไรขึ้น?”    พี่เสือฉงนฉงาย   เหลียวซ้ายแลขวาล่อกแล่ก   ลูบหัวแล้วพูดว่า   “ทำไมอยู่ๆข้าก็รู้สึกเหมือนโดนผลัก?    ราชาเหมียวเหมียวท่านฝึกกระบวนท่าใหม่มาเหรอ?”
  
ข้าโบกมือ   “ไม่ใช่, ไม่ใช่หรอก   ปี้ชิงเฉินจุนผลักเจ้าต่างหาก   ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าเจ้า
  
พี่เสือขนลุกขนพอง   คลานกระดื้บแล้วมองรอบๆ    ไม่มี,  เขาอยู่ไหน?  ท่านหลอกข้าหรือเปล่า?”
  
ข้ามองปี้ชิงเฉินจุนงงๆ    ปี้ชิงเฉินจุนถอนหายใจแล้วปลดเวทย์ออก   ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น  “ข้าอยู่นี่
  
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!!!”    พี่เสือกลัวจนกระตุก    เขาเอาแต่ถอยหลังแล้วโขกศีรษะ   “นายท่านเฉินจุน   ข้าไม่เคยทำผิดคิดร้าย   อย่าฆ่าข้าเลย
  
หยินซีเคยกล่าวไว้ว่า...นิสัยปีศาจแต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน   อย่างข้าชอบกลิ้งตัวนอนอาบแดด   หยินซีเองก็ชอบสะสมเพชรนิลจินดา    แต่สำหรับพี่เสือนั้นข้าว่าเขาชอบโขกศีรษะ เจอหน้าข้าทุกครั้ง   เขาโขกศีรษะ   โขกแล้วโขกเล่าจนข้ากลัวหัวของเขาจะกลายเป็นลูกท้อยักษ์เข้าสักวัน......... 
  
แต่ข้าก็ไม่ห้ามเขาหรอก   ข้าย่อตัวลงและดูเขาโขกศีรษะอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ!!
  
หลังจากดูเขาโขกศีรษะชั่วเวลาหนึ่ง   ข้านึกเบื่อข้าเลยตัดบทเขาว่า    “เจ้าค่อยมาโขกหัวต่อทีหลัง, ดีหรือไม่
  
แต่ว่า...”    เขามองไปที่ปี้ชิงเฉินจุนอย่างเกรงกลัวและค่อยๆกระถดมาทางข้างหลังข้า   หัวเขายังคงก้มต่ำจนเกือบติดพื้นแล้วก็เกือบจะมุดเข้ามาในกระโปรงของข้าอยู่รอมร่อ
  
เห็นเช่นนั้น,  ปี้ชิงเฉินจุนตวาด    “บังอาจ....ออกมาเดี๋ยวนี้
  
ร่างเจ้าเสือสั่นดิ้กด้วยความกลัว   น้ำลายเริ่มก่อฟองฟอดที่ปาก   เขาหงายหลังล้มตึงลงไปทันที   ข้ารีบเข้ารับร่างเขาไว้และพัดระบายอากาศให้เขาพร้อมทั้งช่วยแก้ไขให้เขาฟื้น
  
หัวเขาบวมโนเป็นลูกท้อ   พอเขาฟื้นเขาก็ซบหน้าลงในอ้อมแขนของข้าร้องไห้กระซิกๆอ้อนวอนให้ข้าช่วยขอความเมตตากับปี้ชิงเฉินจุน
  
เสือดี   เจ้าเสือแสนดี   โอ๋ๆๆๆ   อย่าร้องน่ะอย่าร้อง”    ถึงแม้ข้าจะรังแกเขาบ่อยๆแต่ตลอดระยะ300ปีที่รู้จักกันมาก็นับว่าเป็นสหายสนิท  แต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปี้ชิงเฉินจุนถึงได้หัวเสียนัก  อย่างไงข้าก็อยากจะช่วยเจ้าเสือโง่นี่   ข้าประคองศีรษะเจ้าเสือแล้วหันมาพูดกับปี้ชิงเฉินจุนว่า    “ท่านก็อย่าทำให้เขากลัวซิ

ปี้ชิงเฉินจุนสีหน้าดุดัน  เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วตะคอกเสียง    “ปล่อยมัน   ให้มันยืนขึ้นแล้วตอบคำถามข้า
  
ท่านจะไม่ฆ่าข้า   จะไม่ฆ่าข้าจริงๆใช่ไหม?”   พี่เสือย้ำขอความมั่นใจได้นับร่วมโหล  ในที่สุดเขาก็ยืนขึ้นมองมาที่พวกเราแต่ยังมิกล้าพูดอะไร
  
เขาหลัวยิ้งกลายเป็นอย่างนี้เมื่อไร?”   ข้ารีบถามเขาก่อนเขาจะเปิดโหมดโขกศรีษะเข้าไว้เมื่อภัยมา
  
ประมาณ....ครึ่งเดือนก่อน...”   เสียงพี่เสือไม่ดังไปกว่าแมลงวันแถมยังนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของคู่รักข้าวใหม่ปลามัน
  
หยินซีหนีไปที่ไหน?”    ข้าถามต่อ
  
พี่เสือก้มหน้าเป็นนานจ้องไปที่หญ้าบนพื้น   เขาตอบหลังจากเว้นระยะไปพักหนึ่งว่า    “พวกเราไม่พบท่านหยินซีนานมากๆแล้ว   ตั้งแต่ที่ราชาเหมียวเหมียวจากไป   หยินซีก็มอบหน้าที่ให้ข้าดูแลเขาหลัวยิ้ง   แล้วเขาก็จากไป   แล้วไม่นานหลังจากเขาไปก็เกิดแผ่นดินไหว   พวกเราชาวปีศาจล้มตายไปเป็นอันมาก   ไม่มีอาหารเพียงพอ   พวกที่เหลือรอดก็ต่างคนต่างไป
  
ปี้ชิงเฉินจุนขมวดคิ้วแล้วถาม   “หากไม่มีอาหารแล้วพวกเจ้ากินอะไร.... มนุษย์รึ???”
  
ไม่...ไม่ใช่ ผู้น้อยมิบังอาจ!”   ใต้ขนปุยๆนั้นมีสีแดงซ่านออกมาให้เห็น   “ข้าหันมากินมังสวิรัติ   รับประทาน....เอิ่ม.....หญ้าเป็นอาหาร

ถึงอดก็จะไม่เบียดเบียนใคร อดอย่างเสือใฝ่มรรคาเซียน
  
ใบหน้าปี้ชิงเฉินจุนแข็งค้าง   ส่วนข้ามองพี่เสืออย่างยกย่อง   อ้อที่แท้แล้วพี่เสือก็หันมาเคี้ยวหญ้านั่นเอง    ข้าเอ้ง...ยังไม่สามารถเลิกกินปลาได้จริงๆจังๆสักที......
  
พอรู้ว่าหยินซียังสบายดี   อารมณ์ข้าก็เปลี่ยนจากมืดครื้มเป็นสดใส   ช่วงเวลาตีโพยตีพายได้ผ่านไปแล้ว   ข้าก็เลยลากปี้ชิงเฉินจุนไปเยี่ยมทักทายกระทิงเก๋อเก๋อและครอบครัว
  
ปี้ชิงเฉินจุนทนคำขอร้องของข้าไม่ไหว เขายินยอมในที่สุดแต่เขาตั้งข้อแม้ว่า
  
-ข้าต้องกลับกับเขาก่อนจะมืดค่ำ
  
-ข้าห้ามเปิดเผยเวทย์แฝงตัวของเขา
  
- ข้าห้ามบอกปีศาจ มาร หรือมนุษย์ถึงการดำรงอยู่ของเขา
  
ข้าสาบานต่อสวรรค์ว่าจะเชื่อฟังและทำตามข้อแม้เขาทุกอย่าง!!!!
  
นิวาศสถานของพี่กระทิงนั้นสวยงามน่าอยู่มาก   ข้าเคยมาเยือนหลายครั้งแล้วและคุ้นเคยกับถนนหนทางเป็นอย่างดี   เลี้ยวอีกสองสามครั้งท่านก็จะมาถึงหน้าถ้ำ   ข้าเคาะประตูบานใหญ่สีแดงแล้วก็มีสาวใช้ออกมาต้อนรับ    ใบหน้าของนางมีรอยช้ำสีม่วง   ข้าไม่รู้ว่านางไปโดนอะไรมา  แต่พอเห็นหน้าข้า, นางทำท่าดีอกดีใจดึงแขนเสื้อข้าแล้วพูดว่า    “นายท่านเหมียวเหมียว   ท่านมาก็ดีแล้ว   ท่านช่วยพูดกับนายหญิง.....
  
นางยังพูดไม่จบ   แท่นฝนหมึกก็ลอยหวือออกมา   ข้ารีบหลบอย่างว่องไว   จากนั้นก็ตามด้วยเสียงของหลัวชา   “ไอ้ปั๋วไม่รักดี,  เจ้าจะกลับมาทำพระแสงอะไร..
  
ข้าฮัวเหมียวเหมียวยืนหยัดสู้ฟ้าดินไม่เคยหวั่นไหวสิ่งใดง่ายๆ   แต่ข้ากลัวหลัวชา   นางมักจะเป่าหูข้าด้วยเรื่องเมนูน่าสะพรึงสำหรับแมวๆ เช่นเนื้อแมวปั้นจิ้ม, แมวอบสามรส,  แมวสามสหายอย่างเงี้ย    เพื่อมิให้นางมีความคิดจับข้าถลกหนังทำอาหารตามรอยเมนูดัง   ข้าจึงให้ความเคารพนางอย่างยิ่งและมักจะไม่ขัดใจนาง.....
  
ตะ...แต่ว่า ดูเหมือนคราวนี้นางจะโกรธข้าอ่ะ!!!

หางข้าฟูด้วยความกลัว   เดินขึ้นหน้าสองสามก้าวเพื่อขอขมาและยอมรับผิดข้อหาอะไรข้าก็ยังไม่รู้ๆๆ    “พี่สะใภ้หลัวชา,  เหมียวเหมียวทำอะไรไม่ใคร่ครวญให้ดีซะก่อน   แต่เหมียวเหมียวก็รู้ตัวและตั้งใจจะกลับตัวกลับใจ   ทะ....ท่านอย่าเอาข้าไปขายถลกหนังเลยน้า.....
  
หลัวชาที่กำลังหันรีหันขวางหาข้าวของใกล้มือเพื่อขว้างปาหันมามองข้าอย่างงงๆ   “ไหงกลับกลายเป็นเจ้าล่ะเหมียวเหมียว    เจ้าไม่ได้หนีตามปี้ชิงเฉินจุนไปแล้วหรือ
  
ข้าทำหูลู่เดินเข้าหานางและพูดว่า    “เหมียวเหมียวกลับมาหาท่านกับเก๋อเก๋อแล้ว   อย่าตีข้านะๆๆ
  
ข้าคิดว่าเป็นไอ้สามีชั่วนั้นกลับมา”    หลัวชาวางแก้วผลึกในมือลงแล้วสวมกอดข้า   จากนั้นนางก็ปล่อยโฮ   พี่ชายชั่วของเจ้า....มันบังอาจไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย   เดี๋ยวนี้เขาไม่เคยกลับมาบ้านเลย    ข้าไม่รู้จะมีชีวิตไปทำไม.......
  
โอ๋ๆๆๆๆ ท่านอย่าร้องน่ะ   ท่านอย่าร้อง    อะไรคือบ้านเล็กบ้านน้อย????”    ข้าถามไปปลอบนางไป
  
น้ำตาและน้ำมูกของนางเปรอะข้าไปทั่ว   นางร้องไห้ด้วยหัวใจที่แตกสลาย    “พี่ชายของเจ้ามันไปติดนางจิ้งจอก   ตอนนี้เขาไม่กลับบ้าน   แถมเขายังมาชวนลูกฮองไห่เอ้อให้ตามไปอยู่ด้วย   กะจะทิ้งให้ข้าอยู่ตัวคนเดียว    ไอ้สามีซังกะบ๋วยเอ้ย!!!!!”
  ****นางจิ้งจอกในที่นี่คือ มือที่สามสี่ห้าหกเจ็ดก็แล้วแต่ หญิงอื่น กิ๊ก มิใช่จิ้งจอกจริงแต่ประการใด
  
ข้าเกาหู    ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่นางกล่าว   ข้าก็เลยถาม    “พวกปีศาจจิ้งจอกทั้งงดงามและอ่อนหวาน   นางอยู่กับกระทิงเก๋อเก๋อก็เป็นเรื่องดี   ทำไมท่านถึงต้องโกรธด้วย??”
  
หลัวชาถูกแทงใจดำและโมโหมาก    นางเขกศีรษะข้าอย่างแรงพร้อมกับตวาดว่า    “ดีอย่างไงล่ะ, เจ้าแมวโง่?” 
 (โดนแค่นี้ยังน้อยไปลูก มาถามผู้แปลคำถามเดียวกันนี่  ผู้แปลจะกดดีลีทน้องทิ้งซะเลย)
  

เหมียวววว...แอวววว”    ข้าลูบหัวโนบนหัวข้า   จิตใจข้ากำลังซึมซับความอยุติธรรมที่ข้าได้รับอยู่    เหมียวววววว…….

..........................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น