งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 20 ชื่อของข้า

เทคนิคพิเศษใช้ไม่ได้ผล   ข้าเศร้าใจแต่นั่นก็มิอาจหยุดยั้งข้าจากการอาบแดดผึ่งพุงได้
  
อย่างวันนี้, ข้าเลือกทำเลบนหลังคากระเบื้องสีเขียว   วันนี้แดดแรงดีนัก   ทั่วร่างข้าราวกับจะสุก  แสนจะอบอุ่น  สบ้ายสบาย

ใครกำลังเม้าท์อะไรกัน

เบื้องล่างใต้หลังคานั้น, มีเหล่าสาวใช้กำลังนินทากันอย่างสนุกสนาน    เสียงหัวเราะของพวกเขาดึงดูดความสนใจของข้า   ข้าเหยียดหูผึ่งขึ้นรับข่าวสารอย่างตั้งใจ

.........
  
สาวใช้ เอ   ข้าน่ะไม่เคยรู้เลยน่ะว่า   นายท่านเฉินจุนชอบแนวโซ่แส้กุญแจมือด้วย  ข้าได้ยินมาว่าวันแรกที่ปีศาจแมวย้ายไปนอนที่ห้องเขา   เขาถึงกับใช้แส้หนังโยงนางไว้
  
สาวใช้ บี   แม้ว่าท่านจะชอบใช้กำลังบนเตียง   แต่ปีศาจแมวก็ฉลาดเกาะต้นไม้ใหญ่อย่างท่านซะแนบแน่น   อีกไม่นานข้าพนันได้เลยว่า   นางต้องได้เลื่อนชั้นฟาดตำแหน่งสูงขึ้น
  
สาวใช้ ซี    นายท่านเฉินจุนมิใช่บำเพ็ญตนตัดกิเลสดั่งเซียนหรือ   ข้าเคยได้ยินมาว่า   นางฟ้าต้นบ๊วยตามจีบท่านตั้งหลายๆๆๆ ปี   ท่านยังไม่หวั่นไหวเลย!”
  
สาวใช้ เอ   อั้ยย่ะ!  ข้าได้ยินว่านายท่านเฉินจุนชอบแบบป่าเถื่อนถึงอกถึงใจมากกว่าย่ะ  ตอนนี้ท่านทั้งรักทั้งหลงนางแมวป่าตัวนั้นจนแทบจะห่างกันไม่ได้   ข้าได้ยินมาอีกว่า  เมื่อ2-3วันที่แล้ว   เล่นกันจนเตียงหัก   ท่านเสี่ยวหลินยังต้องไปตามเก็บกวาดห้องอยู่เล้ยยยย
  
สาวใช้ บี   แหมๆๆ   ข้าอยากจะเป็นนางแมวป่านั้นบ้างจัง....ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากลำบนอย่างงี้อีกต่อไป
  
สาวใช้ เอ   รูปร่างผอมแห้งอย่างเจ้าน่ะเหรอ  เจ้าจะทนรองรับอารมณ์รักของท่านไหวเหรอ  เจ้าหยุดฝันกลางวันซะเถอะ
  
สาวใช้ ซี  ข้ามีเพียงข้อสงสัยข้อเดียวอยากจะถาม  คืนๆหนึ่งพวกเจ้าว่า นายท่านเฉินจุนจะสามารถ....เอิ่ม....สามารถลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่ได้กี่ครั้ง   แบบว่าท่านเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของสรวงสวรรค์   ด้วยดีกรีประมาณนี้...น่าจะ...อู้ย....ปาดน้ำลาย
  
สาวใช้ เอ   จริงๆแล้ว  ข้าเคยได้ยินข่าวจากสาวใช้วงในเค้าลือกันให้แซ่ดว่า....แต่ว่าข้าว่าพวกเจ้าอย่ารู้เลยจะดีกว่า
  
สาวใช้ บี+ซี  (ประสานเสียงพร้อมกัน)   หากเจ้ายังนับพวกเราเป็นเพื่อนสนิทล่ะก็  คายออกมาซะดีๆ
  
.....................
  
ในตอนท้ายๆ,  พวกเขาต่างตะโกนกรี้ดกร้าดกันอย่างพร้อมเพรียงและกระซิบกระซาบบอกต่อกันไปเป็นทอดๆ   ข้านั่งคิดกลับไปกลับมา   ข้ารู้สึกว่า คำว่า เพื่อน คำนี้ดูจะสลักสำคัญมาก   แต่ทำไมเพื่อนต้องไม่มีความลับต่อกันด้วยล่ะ   เพื่อนนั้นหรือคืออะไร?
  
ข้าไม่เข้าใจ!!
  
ข้าเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ครึ่งค่อนวัน   จนข้าชักจะเบื่อ   ดังนั้นข้าเลยอ้าปากออกมาคำโตและตั้งท่าจะล้มตัวลงนอน    เสียงของหว่าหวาก็ดังเข้ามาจากที่ไกลออกไปซะหน่อย   นายหญิงเหมียวเหมียว   ท่านอยู่ไหน  นายหญิงเหมียวเหมียว

คราวที่แล้วนางมาตามหาข้าให้ไปอาบน้ำ   ครั้งก่อนนางมาตามข้าไปเรียนหนังสือและท่องตำรา   ครั้งก่อนโน้นนาง...เอาเถอะสรุปว่า   ไม่มีเรื่องดีๆสักกะเรื่อง   ข้าเลยรีบแอบเขยิบหลบนาง หลับหูหลับตาไม่สนใจนางต่อไป
  
ข้าไม่ทันสังเกตว่าอีหนูหว่าหวาไปแบกกระไดมาจากไหน   นางทั้งไอทั้งพูดไปพร้อมกันด้วยลมหายใจขาดเป็นห้วงด้วยความเหนื่อยว่า   นายหญิงเหมียวเหมียว...หนะ..ในที่สุด  หว่าหวาก็หาท่านพบ   นายท่านเฉินจุนเรียกหาท่านให้ไปพบที่ห้องหนังสือ
  
ข้าหงุดหงิดไป  สะบัดหางตุบตับไปมา   ปลายหางดันไปผลักโดนบันไดลิงที่นางพาดขึ้นมาบนหลังคา   นางหวีดร้องลั่นพลัดตกจากบันได   วงนินทาสาวใช้ช่างเมาท์ ณ ใต้บันไดหันมาเห็นข้าเข้า   พวกนางต่างคุกเข่าตัวสั่นสะท้านและร้องออกมาว่า   นายหญิงเหมียวเหมียวโปรดยกโทษให้พวกเราด้วย
  
หว่าหวา....     ข้าไม่ได้สนอกสนใจนางทั้งสามหรอก     ข้านั้นรีบเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์แล้วกระโดดพรวดไปถึงตัวหว่าหวา  นางนั้นหน้าซีดเผือดเหลือสองนิ้ว   ข้าพูดย้ำไปย้ำมาว่า   ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
  
ท่านไม่ต้องกังวลใดๆ  การได้รับการบาดเจ็บจากฝีมือนายหญิงเหมียวเหมียวถือว่าเป็นเกียรติ....”    หว่าหวาพูดไปน้ำตาไหลไป   หน้าผากของนางแตก  เลือดไหลด้วยอ่ะ!!!
  
ไร้เสียงสาแสนซื่ออย่างข้ายังรู้เลยว่ามันผิดปกติ   ข้ารีบอุ้มนางพาไปหาปี้ชิงเฉินจุน
  
ระหว่างทาง,  พอหว่าหวารู้ว่าข้ากำลังพานางไปไหน   นางคว้ามือข้าหมับแล้วพูดว่า  บาดเจ็บเล็กน้อยมิควรให้นายท่านเฉินจุนทราบเรื่อง   เขาจะต้องโกรธท่าน   ทะ....ท่านพาข้าไปหาท่านเสี่ยวหลินทีเถอะ......
  
ข้าทำตามที่นางต้องการเปลี่ยนทิศทางไปยังที่นางชี้ไป   ตรงไปยังห้องทำงานของเสี่ยวหลิน
  
เสี่ยวหลินมองหว่าหวาในอ้อมแขนข้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง    เขาออกคำสั่งให้ผู้ช่วยทำการช่วยเหลือ    เจ้าพานางไปที่ห้องจ่ายยา   รับยาที่ใช้รักษาบาดแผลของนาง   สาวใช้ผู้นี้ซุ่มซ่ามอยู่เรื่อย
  
ข้าจะไปด้วย     ข้ายกมือขึ้นอาสา
  
เสี่ยวหลินและหว่าหวาพูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย    นายท่านเฉินจุนคอยพบท่านอยู่ ท่านควรจะรีบไปได้แล้ว   เรื่องได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยพวกเราดูแลกันเองได้
  
พวกเขาดูมั่นอกมั่นใจแต่ข้าไม่ยอมไป   จนกระทั่งเสี่ยวหลินขู่ข้าว่าจะบอกปี้ชิงเฉินจุนกักบริเวณอีกรอบ    ข้าจึงจากมาอย่างไม่เต็มใจนัก
  
ระหว่างทาง,  ข้าหวนคิดถึงน้ำตาของหว่าหวา   ข้าลืมไปได้อย่างไงน่ะว่าข้าต้องกล่าวอะไร  ดังนั้นข้ากลับหลังหันเดินกลับไป     ต่อเมื่อข้ามาถึงหน้าประตู, ข้าได้ยินหว่าหวาร้องไห้   คุณหัวหน้าเสี่ยวหลินได้โปรดอนุญาต   หว่าหวาอยากเปลี่ยนหน้าที่
  
เสี่ยวหลินถอนหายใจเฮือก  เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากอนุญาตให้เจ้าหรือ?   มีใครอยากย้ายมาทำตำแหน่งนี้บ้าง?   หากเจ้าอยากจะเลื่อนเป็นหัวหน้า  เจ้าต้องทำงานหนักให้มากขึ้น  แล้วความพยายามของเจ้าก็จะเป็นผล
  
หว่าหวาร้องไห้โฮลั่น   ข้ากลัวว่าข้าจะตายซะก่อนได้เลื่อนตำแหน่งน่ะซิ   ท่านหญิงเหมียวเหมียวเรี่ยวแรงมหาศาล   นางเล่นกลิ้งตัวกับข้าทีไร  ข้าเป็นช้ำทุกที
  
เจ้าก็ต้องอดทนเข้าไว้   เดี๋ยวข้าจะลองหาคนเปลี่ยนกับเจ้าดู  ใครใช้ให้เจ้าแพ้จับไม้สั้นไม้ยาวล่ะ    เสี่ยวหลินรำพึงรำพัน
  
เสียงหว่าหวากลายเป็นเสียงสะอื้นไปแล้ว   ข้าถลันเข้าไปในห้อง   เมื่อพวกเขาทั้งสองปะหน้าข้า   พวกเขายืนตะลึงตัวแข็งพูดไม่ออก

ข้าประคองดวงหน้าอาบน้ำตาของหว่าหวา   แล้วข้าก็ก้มลงจูบซับน้ำตาให้นางแล้วกระซิบพูดคำว่า    หว่าหวา อย่าร้องไห้....
  
ข้าคิดว่าคำพูดนี้น่าจะช่วยเยียวยาความเจ็บปวดและขับไล่ความเศร้าให้หายไปได้...
  
อย่างไรก็ดี, นางหลบตาข้าและหวาดกลัวที่จะจ้องมองข้า    มีอีกความรู้สึกหนึ่งด้วย...ความรู้สึกที่ข้าไม่สามารถบอกถึงความแตกต่าง
  
ความรู้สึก......เกลียด
  
อารมณ์ของข้านั้นสับสนปนเป   ไม่สามารถขบคิดปัญหาให้แตกออก   ข้าเห็นว่าเสี่ยวหลินและหว่าหวาไม่อยากให้ข้าอยู่ต่อ    ข้าเลยมุ่งไปหาปี้ชิงเฉินจุนโดยลำพัง

ปี้ชิงเฉินจุนถือพู่กันกำลังตวัดเส้นยึกยือบนแผ่นกระดาษ   เมื่อเขาเห็นข้าเข้ามา   เขากระแอมกระไอ   นำพู่กันใส่ไว้ในมือข้าพูดว่า   ข้าจะสอนเจ้าเขียนชื่อตัวเอง
  
ข้ามองดูกระดาษบนโต๊ะ    มันมีสัญลักษณ์ใหญ่ๆ เล็กๆ    ข้ารู้สึกสนใจขึ้นมาถามออกไป   นี่คืออะไร.....
  
“ นี่คืออักษรคำว่า เหมียว ()” เสียงของปี้ชิงเฉินจุนทุ้มละมุน   นี่คือชื่อของเจ้า
  
ข้าไม่อยากเขียน  ข้าวางพู่กันลงแล้วโผเข้าซุกไซ้อ้อมแขนของเขา   อ้อมกอดนี้ให้ความรู้สึกเย็นแต่มันกลับทำให้ข้าอบอุ่นในใจพอที่จะขับไล่ความรู้สึกน่าชังและติดค้างนั่น
  
เป็นอะไรไปหรือเจ้า   จงอย่าขี้เกียจหาเรื่องอู้   รีบตั้งใจหัดเขียนซะ    ปื้ชิงเฉินจุนเคาะศีรษะข้าเบาๆ
  
ตามปกติ,  แค่ขีดเขียนคำว่า หนึ่ง (ก็กินแรงข้าไปหมดแล้ว   แต่วันนี้ข้าตั้งอกตั้งใจจับพู่กันแล้วพยายามลากเส้นประกอบเป็นสัญลักษณ์ที่เขาเพิ่งเขียนเป็นตัวอย่างให้กับข้า
  
เจ้าอย่าจับพู่กันแบบนั้น”    มือของปี้ชิงเฉินจุนยื่นออกมา  มือของเขานั้นใหญ่มาก ใหญ่จนกอบกุมมือของข้าจมหายลงไปทั้งมือ   เขาจับมือข้ากระชับและนำพามือข้าให้ลากตาม   เขาจุ่มปลายพู่กันลงในหมึก  และค่อยๆตวัดเขียนเป็นอักษร
  
เหมียวเหมียว  เหมียวเหมียว   เหมียวเหมียว....นี่คือชื่อของเจ้า   เขาพูดข้างหูข้า
  
เหมียวเหมียว   เหมียวเหมียว   เหมียวเหมียว.....นี่คือชื่อของข้า   ข้าจดจำตาม
  
ล่วงถึงยามค่ำคืน ในอ้อมแขนของเขา    ข้ายังคงฝึกเขียนต่อไป   เขียนและเขียน
จนกระทั่งความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจนั้นค่อยๆหายไป

.................................................................
 จบบท 

แปลเองชอบเองอ่ะ โมเม้นท์ที่จับมือสอนเขียนพู่กันเนี่ย ปี้ชิงเป็นคนอบอุ่นมาก  ส่วนอีเหมียวก็ยังเป็นแมวไร้เดียงสาอยู่น่ะน่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น