งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 22 องค์ชายสามแห่งวังมังกร

เช้าวันนั้น ท่ามกลางม่านหมอกที่ปกคลุมสรวงสวรรค์ทำให้วิสัยทัศน์ไม่แจ่มใส 
  
ทำให้แมวหลงทางอย่างข้าหลงซะยิ่งกว่าหลง  ในไม่ช้าข้าก็พบว่าข้ามั่วทิศ ไม่รู้จะไปทางใด

ข้าถามตัวเองว่าข้าจะไปหนใด???   ไม่ๆๆๆ...... เอาอันนี้ดีกว่า ข้าจะไปที่ไหนรอด?
  
คำถามที่ไร้คำตอบ........

ไม่มีขุนเขาบนสวรรค์   มีแต่ตำหนักและก็ตำหนัก   ข้าเห็นป่าไผ่ทึบและภายในป่าไผ่นั่นมีก้อนหินซ้อนกันอยู่    ดังนั้นข้าเลยเข้าไปหลบอยู่ที่นั่น   เก็บหางและขดตัวเป็นลูกกลมๆ

มองเงาต้นไผ่ไหวเอนไปมาและเงี่ยหูฟังเสียงลมพัดโชย   ข้ายื่นหัวของข้ามองไปรอบๆดูว่ามีใครอยู่ข้างนอกหรือเปล่าเพราะข้าก็ชักเป็นห่วง    แต่ท้ายที่สุดข้าก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่ามิอยากให้ผู้ใดมาพบตัวข้า   แต่อีกใจหนึ่งข้ากลับอยากให้ใครมาเจอข้า   คิดกลับไปกลับมาจนข้าง่วงเผลอหลับไป
  
ที่ไกลๆมีเสียงหัวเราะต่อกระซิกของชายหนุ่มหญิงสาวปลุกข้าตื่นจากนิทรา

ข้าค่อยๆออกมาจากโพลงหิน   ข้าโผล่หัวกวาดมองไปที่ต้นเสียงและแอบดู.....
  
ข้าเห็นชายหนุ่มสวมใส่เสื้อคลุมสีดำติดกระดุมไข่มุกนอนอยู่ในป่าไผ่   ผมของเขาเป็นสีแดงเพลิงนุ่มสลวย   ทั้งยาวและยุ่งเหยิง   ดวงตาสีทองสุกใสราวกับดวงอาทิตย์   ปากบางของเขาแย้มทำมุมยกขึ้น   คางของเขาค่อนข้างแหลม   เขารูปร่างสูงสำอางและมีใบหน้าล่อดอกท้อ
  
ที่น่าแปลกคือเสื้อคลุมของเขาปลดอ้าเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าแข็งแรง   ส่วนสตรีในชุดกระโปรงเนื้อผ้าบางสีเหลืองงดงามนั่งคร่อมทับร่างของเขาโยกสะบัดขึ้นลงเป็นจังหวะหนักหน่วงผสมผเสกับเสียงหอบหายใจขาดห้วงและเสียงครางระงม
  
พวกเขากำลังทำอะไรกัน?   ข้ายื่นหัวออกไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น   อยากจะเข้าไปล้วงลึกข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้
  
ข้าคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะมองข้ามไหล่ของหญิงสาวมาทางข้า   รอยยิ้มของเขายกยิ้มร้ายกาจกว้างขวางขึ้น
  
เมื่อข้าถูกจับได้   ข้าคิดว่าข้าควรออกไปกล่าวทักทายเขาดังนั้นข้าก็เลยก้าวออกมาจากดงไผ่และโบกมือทักทายและโค้งทักพวกเขาอย่างมีมารยาทว่า    "คารวะท่านทั้งสอง"
  
สายตาของชายหนุ่มตกตะลึงยามมองข้าเดินพ้นออกมา   ส่วนฝ่ายหญิงที่ยังโยกกายขึ้นลงถึงกับหยุดแข็งค้าง    นางหันหน้ามาช้าๆมองข้าแล้วก็หวีดร้องอย่างตื่นตกใจจากนั้นกระโดดลงจากร่างของชายหนุ่มและวิ่งหนีไป
  
นางคงจะเกลียดข้ากระมัง?   ข้าทำอะไรผิดอีกแล้วหรือ?   ข้าก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย
  
ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะขึ้น  เขาจัดแจงเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้นยืนเดินตรงมาที่ข้า   กวาดตามองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า   เขาทำเสียงใจดีถามข้าว่า   เจ้าเป็นปีศาจของตำหนักไหน?   ทำไมเจ้าถึงใจกล้าเช่นนี้?
  
ดูเหมือนเขาจะเป็นคนน่าคบหาและไม่รังเกียจข้า   ข้าตอบเขาอย่างซื่อๆไปว่า   ข้าคือฮัวเหมียวเหมียว
  
ฮัวเหมียวเหมียว   ชายหนุ่มขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่ง   ข้าเหมือนจะได้ข่าวว่ามีเทพองค์หนึ่งรับเลี้ยงแมว....
  
หากใครบอกชื่อกับท่าน   ท่านก็ควรแนะนำตนเองตอบมิใช่หรือ     ข้าจ้องและถามเขา
  
โอ้วว...    ชายหนุ่มหัวเราะอีก     มือของเขาเอื้อมมาลูบไล้ผมของข้าแล้วพูดว่า   ข้าชื่ออู่หยุน
  
ท่านมาทำอะไรที่นี่     ข้าถามต่อ
  
นัดพบคนรัก”   อู่หยุนจ้องตาข้า    มือของเขาลูบไล้มาที่ใบหน้าของข้า    หยุดคิดแล้วยิ้มพลางถามข้าว่า   หรือว่าเจ้าไม่ได้เรียนรู้การร่วมสัมพันธ์แบบมนุษย์
  
อะไรคือการร่วมสัมพันธ์ของมนุษย์    ข้าไม่เข้าใจ
  
เขาไม่ตอบคำถามข้าแต่กลับดุข้าว่า    เจ้าเพิ่งทำให้คนรักของข้าตกใจวิ่งหนีไป   เจ้าต้องชดใช้ให้ข้า

ข้าจะชดใช้ท่านได้อย่างไร?”    ข้ายังพึมพำ
  
เจ้าก็มากระทำแทนนางให้เสร็จกิจที่ค้างไว้    อู่หยุนโน้มกายมาโอบกอดข้า   ลมหายใจของเขาเป่าไล้จั๊กจี้มาที่ซอกคอของข้า

เส้นผมของเราทิ้งตัวพัวพันกัน   ทำให้เกิดสีสันอันงดงาม   ข้าเบิกตากว้างสนใจใคร่รู้ว่าขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร?
  
ทำไมเจ้าปีศาจน้อยอย่างเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้?    เขาดึงข้านั่งลงบนตักและค่อยๆปลดสายรัดเอวของข้าออก

ซือฟุ!!! ท่านอยู่หน้ายยยยย!!!

ได้ยินเขาพูดจี้ให้ระลึกถึงเรื่องเศร้า   ข้าทำหูลู่และกระซิบตอบเขาว่า   เพราะว่า..........ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไงให้คนชอบข้า
  
อู่หยุนอยู่ๆก็หยุดมือ   สายตาเขาเริ่มมีประกายสนอกสนใจ    คนที่เจ้าชอบ ไม่ชอบเจ้าตอบ
  
หว่าหวากับจินเหวินที่เป็นคนที่ข้าชอบเล่นด้วย...ดังนั้นข้าก็เลยพยักหน้า

ไอ้หนุ่มผู้นั้นคนไม่ได้สนใจดูแลเจ้า, ให้ข้าแทนที่เขาและเล่นสนุกกับเจ้าแทนดีไหม?”   อู่หยุนยิ้มและกัดที่ปลายจมูกข้า   หากเจ้าว่านอนสอนง่าย   ข้าจะพาเจ้ากลับไปที่วังมังกรให้เจ้าเป็นอนุของข้า
  
ตกลงตกลง!”    ชายผู้นี้มีกลิ่นไอของท้องทะเลซึ่งข้าชอบมาก   เขาปลอบโยนข้าทำให้ข้าเคลิบเคลิ้ม   ดังนั้นข้าจึงตอบตกลง
  
อู่หยุนไม่พูดอะไรอีก   เขาถอดเสื้อผ้าตัวบนของข้าออก  และจุมพิตลงบนหัวไหล่ข้า
  
ข้าพลันจดจำสิ่งที่หลัวชาสอนข้า   ข้าเลยกุมเสื้อผ้าของข้าไว้แล้วร้องว่า   พี่สะใภ้หลัวชาบอกว่าข้าต้องไม่ถอดเสื้อผ้าข้าง่ายๆ   ชายชั่วช้าจะกินข้าไม่เหลือ
  
อู่หยุนสีหน้าแข็งค้างจากนั้นเขาก็หัวเราะอีกแล้วพูดว่า   นางบอกเจ้าว่าเจ้าห้ามปลดเสื้อผ้าแต่มิได้บอกว่าห้ามผู้อื่นปลดเสื้อผ้าของเจ้านี่"
  
"เจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่?    ข้าผงกหัวดังนั้นเขาก็ปลดถอดเสื้อผ้าของข้าต่อไป
  
มือของอู่หยุนเริ่มปัดป่ายเลื้อยลงเบื้องล่างทำให้ข้าจั้กจี้   ข้าไม่ยักกะรู้ว่าเขาซุกซ่อนท่อนไม้ไว้ที่เอวเขา   ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดังนั้นข้าเลยแตะต้องมันด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วถามว่า    นี่คืออาวุธของท่านเหรอ ท่านควรจะปลดมันออก
  
เขาครางเสียงหอบ    เขาคว้าจับมือแล้วพูดว่า   “จะ...เจ้านี่ช่างตลกจริงๆ
  
พอเขาพูดจบ   เขาก็ระดมจูบข้าอย่างรุนแรง!!!!

ทันทีทันใดจากเบื้องหลัง,  รังสีพิฆาตเย็นยะเยือกก็แผ่มาปกคลุมพร้อมกับสุ้มเสียงเย็นชาว่า  พวกเจ้าทั้งสองกำลังทำอะไร
  
ข้าแสนจะดีใจเมื่อได้ยินเสียงนี้    เหลียวหลังกลับไปมอง, ปี้ชิงเฉินจุนยืนอยู่เบื้องหลังข้า   เขามาตามหาข้า
  
เฉินจุน”   ข้ากระโดดลุกจากอู่หยุน   แล้ววิ่งเข้าไปหาเขากอดเขาแล้วถูไถหัวของข้าไปมา
  
เขาปลดเสื้อคลุมของเขาออกพันกายข้า   แล้วถามเสียงเครียดว่า   ทำไมเจ้าไม่กลับตำหนัก แล้วเจ้ามานั่งทำอะไรกับเขาตรงนี้
  
เขาเหรอ?   เขาเป็นคนดีที่ข้าเพิ่งจะพบหน้า    ข้าหันไปชี้ที่อู่หยุนแล้วพูด    เขากำลังสอนข้าว่าจะทำตัวอย่างไงให้คนชอบและการร่วมสัมพันธ์แบบมนุษย์
  
คนดี?  ร่วมสัมพันธ์!!”    ปี้ชิงเฉินจุนสีหน้าดุดันขึ้นเรื่อยๆ    เขาค่อยๆ ชักดาบออกจากฝัก
  
อ้า...ปี้ชิง ท่านใจเย็นๆวางดาบของท่านลงก่อน    อู่หยุนรีบสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ   ปากยิ้มแย้มกล่าว   แมวโง่ตัวนี้เป็นแมวของท่านหรือ?   มิน่าข้ารู้สึกคุ้นๆชื่อนาง
  
เหมียวเหมียวมิใช่แมวโง่    ได้ยินเขาระบุคุณสมบัติข้าอย่างนั้น    ข้าเริ่มโกรธ
  
หุบปาก”    ปี้ชิงเฉินจุนตวาดข้า   ท่าทางเขาโกรธเอามากๆ   ข้าเลยรีบหดหัว   จากนั้นเขาหันไปกล่าวกับอู่หยุน   หากเจ้าจะไปล่อลวงหรือร่วมสังวาสกับนางฟ้าหรือปีศาจตนใดข้าก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยว   แต่ปีศาจแมวนี้เป็นลูกศิษย์ของข้า   นางมิใช่ใครที่เจ้าจะมาแตะต้องเอาง่ายๆ
  
ลูกศิษย์....มิใช่สัตว์เลี้ยง?    อู่หยุนพูดด้วยอาการประหลาดใจ
  
ปี้ชิงเฉินจุนเดือดจนถึงที่สุด    เขาตวัดดาบในมือตัดฉับต้นไผ่เบาๆ   ส่งพลังปาดไปถึงเส้นผมของอู่หยุนหลุดไปด้วย   ธรรมชาติของปีศาจนี้ยังไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย   อย่ามาเสี้ยมสอนสิ่งไม่สมควรให้แก่นาง
  
โอ้วววว”    อู่หยุนฉีกยิ้มออกมากล่าวตอบว่า    ดังนั้นท่านจึงจะเก็บนาง  สั่งสอนนางเอาไว้บำเรอส่วนตัวนั้นเอง
  

ก่อนเขากล่าวจบ.....ปี้ชิงเฉินจุนก็วาดดาบไปที่เขา


....................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น