งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 23 ตีก้น

ดาบของปี้ชิงเฉินจุนเปล่งแสงสีเขียวสาดกระจายทั่วทิศ

อู่หยุนยื่นมือขึ้นไปในอากาศ    แหวนโมราแดงบนนิ้วก็แปรสภาพเป็นหอกด้ามยาวปัดการโจมตีของดาบออกไปได้

เงาร่างทั้งสองเหาะขึ้นบนอากาศ   ปะทะเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า   ทำเอาตาข้าพร่าไปหมด ข้าได้แต่โห่ร้องชื่อปี้ชิงเฉินจุนอยู่ในใจ
  
หลังจากอู่หยุนรับมือไป 2-3 กระบวนท่า   อยู่ๆเขาก็ก้าวถอยหลัง   พูดทั้งยิ้มว่า  ฝีมือของปี้ชิงเฉินจุนเก่งกาจ  ผู้น้อยขอยอมแพ้
  
มีคำกล่าวที่ว่าให้ยั้งมือไว้ไมตรีกับผู้ที่เป็นมิตรกับเรานั้น   คำนี้ไม่มีผลกับปี้ชิงเฉินจุนสักนิด เขาตวัดดาบในมือเปลี่ยนเป็นอาวุธระยะยาวอย่างแส้ตวัดเข้าหาอู่หยุนไวประดุจสายฟ้า
  
อู่หยุนรีบเหาะหนี   ทะลุดั้นเมฆาขึ้นไปขณะยังอุตส่าห์ตะโกนคุยกับข้าว่า   แม่นางเหมียวเหมียว   คราวหน้าข้าจะมาเล่นกับเจ้าใหม่น่ะ
  
ข้ากำลังโบกมืออำลาเขาหยอยๆ   แต่เมื่อหันมาพบปี้ชิงเฉินจุนมองข้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ    ข้าตระหนักในทันทีว่า...สถานการณ์มิสู้ดี   เหงื่อเย็นๆไหลริน   ข้าทำหูลู่โดยไม่รู้ตัว

เอ๋!   เหมียวเหมียวทำอะไรผิดเหรอ???
  
เขาก้าวเข้าหาข้าหนึ่งก้าว   ข้าก็ถอยหลังห่างเขาออกมาหนึ่งก้าว   เปลวไฟแห่งความโกรธาเต้นระยิบอยู่ในตาของเขา   ราวกับจะเผาข้าให้เป็นขี้เถ้า
  
มานี่    ปี้ชิงเฉินจุนกล่าวเสียงแข็ง

ขนที่หางข้าพองฟูชี้ตั้ง    ข้าส่ายหน้าปฎิเสธว่ายังไงข้าก็ไม่เดินเข้าไป   เดินเข้าไปก็เท่ากับเดินหาความตายชัดๆ
  
ข้าจะไม่พูดเป็นครั้งที่สอง    ปี้ชิงเฉินจุนออกคำสั่งอีก
  
น้ำเสียงของเขาทำให้ข้าสั่นสะท้าน   อดทนต่อไปไม่ไหว   ข้าหมุนตัวขวับ   เผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง    แต่เหมือนเขาอ่านใจข้าออก   ความเร็วเขาก็เหนือกว่าข้า   ดังนั้นแผนหนีของข้าเลยคว้าน้ำเหลว 
  
ข้าถูกคว้าเข้าที่เอวและจับพาดขวางตักของเขา    ข้อมือทั้งสองถูกมัดด้วยแส้   ร่างกายข้าไม่สามารถขยับได้   แล้วก็....เจ็บ!!!  เจ้บ!!!  เจ็บ!!  เจ็บจะตายที่ก้นข้า
  
เหมียวววว.....แอวววว    ป้าบแรกที่ก้นของข้า   ข้าก็ปล่อยเสียงกรี้ดสะท้านป่าไผ่  พยายามบิดร่างหนีจากการลงโทษนี้พร้อมทั้งเหลียวไปมองเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำตาขอร้องให้เขาหยุด
การดิ้นรนของข้ามันช่างไร้ประโยชน์   ฝ่ามือต่อมายิ่งมายิ่งไว   เสียงตีก้นช่างกังวานสดใส  ข้างับเข้าที่ต้นขาของเขาอย่างดุร้ายแต่เขาแทบจะไม่รู้สึกอะไร   แถมยังเอาผ้ามาอุดปากข้าไว้ทำให้ข้าได้แต่อู้อี้   แอวววววว………..
  
ข้าพยายามดิ้นสุดชีวิต   แต่ผ้าคลุมของข้ามันบังเอิญเลื่อนออก   ทำให้เห็นหลังไหล่เปล่าเปลือยของข้า   ปี้ชิงเฉินจุนอยู่ๆ ก็หยุดมือ    เขาค่อยๆ คลำไปตามไหล่ของข้า 
  
มือของเขาไล้ไปตามรอยช้ำสีม่วง  สีแดงบนนั้น   รอยที่อู่หยุนประทับริมฝีปากของเขา   เขานิ่งไปแต่แล้วทันทีทันใดเขาก็ตวัดผ้าคลุมพันกายข้าและก็ตั้งต้นตีก้นข้าใหม่   แรงกว่าเดิมด้วยอ๊ะ!!!!
  
ข้าไม่รู้ว่าข้าโดนฟาดก้นนานเท่าไร   ก้นของข้าระบมไปหมด   ความเจ็บเปลี่ยนเป็นความชา ในที่สุดปี้ชิงเฉินจุนก็หยุดมือ   เขาอุ้มร่างที่น่าสงสารของข้าแล้วพูดน้ำเสียงโหดเหี้ยมว่า   ถ้าเจ้ายอมให้ผู้อื่นถอดเสื้อผ้าเจ้า  หรือกอดจูบลูบคลำเจ้าอีก  ข้าจะไม่ปราณีเจ้าอีก
  
มันเป็นเรื่องขึ้นมาด้วยประเด็นเสื้อผ้าอีกแล้ว   ข้าเอามือลูบก้นช้ำระบมของข้าแล้วพยักหน้า  ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ   ข้าเลยถามว่า   แล้วถ้าหว่าหวาช่วยข้าแต่งตัวล่ะ
  
ได้    ปี้ชิงเฉินจุนอุ้มข้าขึ้น   ระมัดระวังไม่ให้โดนก้นข้า

กฎ# 1 ห้ามผู้ใดถอดเสื้อผ้าหรือกอดจูบเจ้า ยกเว้น ข้า

แล้วถ้าเป็นตัวท่านช่วยข้าถอดล่ะ”   ข้าถามต่อ
  
ปี้ชิงเฉินจุนส่งสายตาดุดันมาที่ข้า   เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่เปลี่ยนเป็นมาเขกศีรษะข้าแล้วพูดว่า  แมวโง่
  
หมายความว่าได้หรือไม่ได้ล่ะเนี่ย!!    ข้ารู้สึกว่ามีลูกท้อบวมปูดที่หัวอีกแล้ว
   
ปี้ชิงเฉินจุนไม่พูดอะไรต่อ   เขาอุ้มข้าพาตรงไปที่วังชวนจิ้ง   แล้วเขาก็เปรยขึ้นมาว่า   เจ้าไปรู้จักอู่หยุนได้อย่างไร?
  
ถูกอุ้มในอ้อมแขนของปี้ชิงเฉินจุน, ข้าเล่าให้เขาฟังถึงเหตุการณ์ที่อู่หยุนกับสตรีนางนั้นกำลังเล่นกัน   จากนั้นข้าก็ออกไปทักทายพวกเขาอย่างสุภาพแต่สตรีผู้นั้นดันวิ่งหนีไป   ข้าหยุดเล่าตรงนี้แล้วถามเขาว่า   เป็นเพราะว่า...นางเกลียดเหมียวเหมียวใช่หรือไม่?  นางถึงได้วิ่งหนี
  
ไม่ใช่    ปี้ชิงเฉินจุนขยับอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก   มิรู้จะอธิบายอย่างไร?   ในที่สุดเขาก็เริ่มหัวเราะ   หัวเราะเอาหัวเราะเอา  “หากเจ้าเจอเรื่องอย่างนี้อีกในวันข้างหน้า  ให้หลบเลี่ยงมิต้องแอบดูเจาะลึกขนาดนั้น
  
ข้าไม่เข้าใจแต่เขาก็ไม่อธิบายต่อ   เขาแค่ถามอีกคำถามว่า    ทำไมเจ้าหลบออกมาดึกดื่นแล้วไม่ยอมกลับไป
  
ประโยคนี้ทำให้ข้าลืมความเจ็บที่ก้นไปหวนระลึกถึงจุดประสงค์เดิมคือการหนีออกจากบ้าน
  
คราวนี้ข้าก็เลยดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนเขาแล้วประกาศว่า   ข้าไม่อยากกลับไปตำหนังชวนจิ้งแล้ว
  
ทำไม”    เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง
  
เพราะว่า.....เพราะว่า.....    ข้าทำหูลู่แล้วพึมพำเสียงอ่อย   ทุกๆ....ทุกๆ คนไม่ชอบเหมียวเหมียว....ข้าไม่อยากอยู่ที่นั่น
  
ใครพูดเช่นนั้น?    ปี้ชิงเฉินจุนซักข้าต่อ
  
สายตาทุกคนมันฟ้อง    ข้าเงยหน้ามองจ้องเข้าไปในดวงตางดงามของเขา   ข้าค่อยๆเล่าให้เขาฟัง  มีแต่เฉินจุนเท่านั้นที่ชอบเหมียวเหมียว   เหมียวเหมียวจึงชอบเฉินจุน   แต่....ข้าไม่ชอบตำหนักชวนจิ้ง
  
ปี้ชิงเฉินจุนหยุดก้าวเดิน   เขาถามข้าว่า   เจ้าสงสัยหรือไม่ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ชอบเจ้า?
  
เพราะว่าข้าไม่มีสมอง  ข้าไม่ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น....”   ข้าอยากจะทวนคำพูดทุกคำที่จินเหวินกล่าวกับข้าแต่ข้ากลับถามเขาแทน   ข้าจะทำให้คนชอบข้าได้อย่างไร?
  
คำถามนี้ทำให้ปี้ชิงเฉินจุนนิ่งงัน   พอหลังจากเขาพากลับมาถึงตำหนักชวนจิ้ง, เขาก็ปิดประตูอยู่ภายในห้องหนังสือ   มิได้ออกมาจนกระทั่งมื้อเย็น
  
ข้านอนเล่นอยู่ในห้องข้า   หว่าหวาช่วยทายาที่ก้นช้ำของข้า   นางทายาเบามือมาก   น้ำมันนวดให้ความรู้สึกเย็นสบายยามเมื่อสัมผัส   แต่ข้าไม่มองหน้าหว่าหวา   ไม่มองเข้าไปในดวงตาของนาง   เกรงจะเจอความรู้สึกเกลียดกลัวนั่นอีก
  
จินเหวินมิได้ปรุงอาหารให้ข้าดั่งที่นางลั่นวาจาไว้   แม้ว่าทางพ่อครัวจะเอ็ดตะโรนาง  แต่ข้าก็มิได้เอาเรื่องอะไร   ข้านั่งทานอาหารด้วยความเรียบร้อยถึงแม้ว่าจะไม่อร่อยเท่าจินเหวินทำ จากนั้นข้าก็ไปพบปี้ชิงเฉินจุนที่ห้องหนังสือ
  
ปี้ชิงเฉินจุนนั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ   เขาถอนหายใจเมื่อเจอหน้าข้า   “ทำไมเจ้าต้องอยากให้คนชอบเจ้าด้วยน่ะ   สิ่งที่เจ้าต้องการจากผู้คนน่าจะเป็นความเกรงกลัวและความนับถือเท่านั้น
  
ความกลัว กับความเคารพ เหมือนกันหรือไม่    ข้าถาม
  
ปี้ชิงเฉินจุนก้มศีรษะเงียบ

คราวที่แล้ว...ข้าได้ยินคนพูดถึงคำว่าเพื่อน   อะไรคือเพื่อน?”
  
ปิ้ชิงเฉินจุนไม่ตอบ
  
ท่านมีอิทธิฤทธิ์มาก   ย่อมมีคนชมชอบท่านมากใช่หรือไม่?”

ปี้ชิงเฉินจุนลุกพรวดขึ้น   เขากล่าวกับข้าอย่างอ่อนโยนว่า   ดึกแล้ว, เจ้าเข้านอนก่อน   ข้าจะให้คำตอบเจ้าพรุ่งนี้
   
จากนั้นเขาก็เรียกเสี่ยวหลิน  ให้พาข้าไปส่งที่ห้อง

ระหว่างทาง, เสี่ยวหลินอยู่ๆ ก็กระซิบบอกกับข้าว่า   “นายท่านเฉินจุน....ท่านไม่มีเพื่อน
  
ทำไม?”    ข้าสงสัย

เสี่ยวหลินไม่ตอบคำถาม   เขาแค่ยิ้มแล้วพูดว่า   ข้าจะสอนวิธีทำให้คนชอบท่าน
  
ข้าคว้าตัวเขาพร้อมพยักหน้ารัวๆๆ
  
ทำให้คนชอบท่าน....ท่านต้องชอบเขาก่อน   ทำให้เขาห่วงใยเอาใจใส่ท่าน...ท่านก็ต้องห่วงใยเขาก่อน   เสี่ยวหลินอธิบายช้าๆ   การมีอิทธิฤทธิ์แข็งแกร่งเหนือผู้อื่นยังไม่เพียงพอ
  
ข้าชอบหว่าหวา....แต่นางไม่ชอบข้า
  
เสี่ยวหลินหยุดเดิน  แล้วบอกข้า  ข้าจะสอนท่าน  เคล็ดลับที่ทรงอานุภาพที่สุดที่จะทำให้ท่านกับหว่าหวาเป็นเพื่อนกัน
  
ข้ากางหูฟังเต็มที่
  

ไปหานางและบอกนางว่า......ข้าเสียใจ


.....................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น