วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 24 คาถาวิเศษ

ข้าขอโทษข้าขอโทษข้าขอโทษ.....
  
สองคำนี้คือมนต์วิเศษจริงๆ หรือ?    ข้านั่งงง
  
ข้ากลับไปที่ห้อง   หว่าหวายังคงวุ่นวายกับการทำความสะอาด   ทั้งมือทั้งขามิได้หยุดนิ่งราวกับว่านางต้องการให้ห้องเนี้ยบไม่มีที่ติ
  

ข้าก้มหน้าแล้วเดินเข้าไปหานาง   ข้าดึงแขนเสื้อนาง   และหลังจากอึกอักชั่วครู่   ข้าก็พูดกับนางเบาๆว่า   ข้าขอโทษ
  
สีหน้าของหว่าหวาถึงกับอึ้งตะลึง   นางยกมือขึ้นโบกไปมา   นายหญิงเหมียวเหมียว   ท่านพูดอะไร   หว่าหวารับไม่ไหวหรอก
  
ข้าขอโทษข้าขอโทษข้าขอโทษ......    ข้ารีบท่องคาถาวิเศษซ้ำไปซ้ำมา   แล้วข้าก็พินิจพิจารณาดวงตาของนาง   หว่าหวาอย่าเกลียดเหมียวเหมียวน่ะ
  
ข้า... ข้าไม่….”    หว่าหวาทำตัวไม่ถูก   นางหน้าแดงพร้อมกับสั่นหัวไปมา   สุดท้ายนางก็พยักหน้า    ข้า....ไม่ได้เกลียดท่าน  เพียงแต่แรงท่านมาก  ข้าก็เลยกลัว
  
จริงเหรอ?”    ตาของข้าแพรวพราว   หูของข้าดีดผึ่ง
  
หว่าหวาพยักหน้ารัวๆๆๆ    หลังจากอึกอักอีกนิดนางก็กระซิบเสียงเบาว่า    นายหญิงเหมียวเหมียว   ภายหน้าข้าไม่เล่นกลิ้งตัวได้ไหม   ข้าเจ็บ
  
ข้าพูดอย่างเขินๆว่า   แต่...ข้านึกว่าเจ้าชอบเล่นซะอีก!”
  
ข้าไม่ชอบเล่นกลิ้งตัว!!”    หว่าหวาร้องออกมา    ข้ากลัวว่าหากข้าไม่เล่นกับท่าน   ท่านจะตีข้าหรือไม่ก็ฟ้องข้า
  
อะไรคือฟ้อง?”

ข้าอาจจะคิดมากไปก็ได้...”   หน้าหว่าหวาแดงซ่าน
  
ข้ากระดิกหูแล้วถามว่า   หว่าหวาชอบเล่นอะไร?”

หว่าหวาคิดเป็นเวลานานจากนั้นก็ตอบกลับมาอายๆว่า    เพราะข้าเป็นปีศาจดอกไม้   ข้าชอบนั่งเหม่อท่ามกลางแสงแดด   ข้าไม่อยากทำอะไรอื่น...

ดีเลย!   งั้นคราวหน้าข้าจะเล่นนั่งเหม่อกับเจ้า!!”
  
นั่งเหม่อมิใช่การละเล่น….”
  
ฮื้มมมม???”
  
ช่างเถอะ....
  
นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นหว่าหวายิ้ม   นางมีลักยิ้มสองข้างที่แก้มและเขี้ยวเล็กๆสองข้าง   ยิ้มของนางหวานจ๋อย   น่ารักกว่าตอนนางทำหน้าหวาดกลัวหรือตึงเครียด   น่ารักจน....ข้าอดใจไม่ไหว   กระโจนเข้าหานางถูไถตัวกับเรือนร่างของนาง   นางลูบหัวข้าและหัวเราะคิกคัก
  
ตกกลางคืน, เราต่างก็มิได้จุดไฟเป็นนานสองนาน เราคุยกันตั้งหลายเรื่องและข้าก็เล่าเรื่องบนเขาหลัวยิ้งให้นางฟัง   ทิวทัศน์ที่สวยงามชีวิตที่แสนจะมีอิสรเสรี    รวมทั้งการท้าประลองของเหล่าปีศาจ   หว่าหวาฟังด้วยความอิจฉา   นางยังไม่มีโอกาสไปที่ภพอื่นเลยนอกจากสวรรค์
  
พอถึงตอนนี้, ข้าก็เลยเล่าให้นางฟังถึงกฎกติกาอันซับซ้อนข้างล่าง   ปีศาจสามารถฆ่านางได้  พอฟังตรงนี้นางก็กลัว   ข้าก็เลยสัญญาว่า...ข้าจะเป็นผู้คุ้มกันให้นางเอง
  
หว่าหวาเล่าเรื่องของนางให้ข้าฟัง   นางบอกว่านางอวตารจากบัวหิมะได้รับน้ำหล่อเลี้ยงจากน้ำพุน้ำแข็งสวรรค์เป็นเวลานับร้อยปี    จากนั้นก็บำเพ็ญจนเป็นปีศาจ   นางได้รับมอบหมายให้ปฎิบัติหน้าที่สาวใช้ในตำหนักของปี้ชิงเฉินจุน   แต่ถึงแม้นางตั้งใจทำงานแค่ไหนแต่ด้วยนิสัยซุ่มซ่ามมักทำงานผิดพลาด   นางก็เลยไม่ก้าวหน้า   ส่วนการบำเพ็ญเพียรก็ยากเหลือเกินดังนั้นนางก็ยังคงดำรงตนเป็นปีศาจน้อยที่ไม่ค่อยมีพลังเวทย์นัก
  
แล้วนางก็ถามคำถามเด็ดกับข้า   ข้าได้ยินมาว่าเมื่อชายและหญิงหลับนอนด้วยกัน   ฝ่ายหญิงจะตั้งครรภ์  ท่านนอนกับปี้ชิงเฉินจุนทุกคืน   ดังนั้นท่านก็อาจจะตั้งครรภ์ด้วย
  
ไม่ใช่    ข้าตอบนางโดยไม่ต้องหยุดคิด   ข้าเป็นแมวน้อยมิใช่อิสตรี   ข้าจะตั้งครรภ์ถ้าข้านอนกับเหมียวตัวผู้ต่างหาก!!”
  
ถ้างั้นทำอย่างไงถึงจะตั้งครรภ์?”   นางตั้งคำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น   ข้าได้ยินมาว่า คนสองคนต้องนอนด้วยกันถึงจะมีเสี่ยวเป่าเป๋า   แต่ไม่มีใครบอกข้าถึงขั้นตอนละเอียด
  
เมื่อตอนที่ข้าอาศัยที่เขาหลัวยิ้ง, ข้าเคยเห็นสัตว์หลายประเภทตกลูกโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขั้นตอนรายละเอียดไม่กระจ่างชัด   แต่ข้าก็รับคำหว่าหวาว่าจะไปสอบถามปี้ชิงเฉินจุนเอาคำตอบนี้
  
หว่าหวากลับร้องแล้วดึงข้าไว้   ถ้าปี้ชิงเฉินจุนรู้ว่าข้าถามคำถามนี้ล่ะก็  เขาต้องตีข้าตายแน่ ท่านบอกเขาไม่ได้น่ะ
  
ข้าจ้องมองสีหน้าตระหนกของนาง   เกาหูด้วยความอิดออด   และตกลงใจว่าภายภาคหน้า ข้าจะถามหยินซีหรืออู่หยุน...
  
พวกเราคุยกันหัวร่อต่อกระซิกจนดึก   จากนั้นก็ผล็อยหลับไป   ข้าคาดไม่ถึงว่า...ปี้ชิงเฉินจุนจะให้คนมาตามข้าไปพบที่ห้องหนังสือแต่เช้า
  
ข้าอ้าปากกว้างปล่อยหาวออกมา   อิดเอื้อนไม่ยอมลุกขึ้น   แต่หว่าหวาส่งเสียงดังกดดันข้า สุดท้ายข้าที่ตื่นมาครึ่งเดียวก็สะลืมสะลือตามนางออกนอกประตูห้องไป
  
ปี้ชิงเฉินจุนยืนอยู่ในห้องสมุดแล้วยื่นก้อนหินก้อนเล็กหนึ่งก้อนมาให้ข้า  กล่าวกับข้าว่า ถ่ายพลังปีศาจของเจ้าไว้ในนี่   ข้าจะดูระดับพลังของเจ้า
  
ข้ารับเอาหินโปร่งแสงส่องประกายแล้วโยนมันเล่น   ข้าทำตามคำสั่งของปี้ชิงเฉินจุนอย่างเชื่อฟังถ่ายพลังลงในหิน   ข้าคิดไม่ถึงว่า   หินก้อนนั้นจะเปล่งแสงสว่างจากน้ำเงินอ่อนเป็นน้ำเงินเข้ม   แล้วขึ้นสีชมพูจากนั้นก็ไต่มาเป็นแดงเลือดนก    สีสันเปลี่ยนผันอย่างอลังการ   ข้าชมชอบมันมาก   ดังนั้นข้าเลยกุมมันไว้แน่นไม่ยอมคืนให้ปี้ชิงเฉินจุน
  
เขาไม่เร่งข้าให้คืนมัน   เพียงจับจ้องมองใบหน้าข้านิ่งและนาน   พลังบำเพ็ญเพียรของเจ้าน่าจะเหนือกว่า   ตระบะปีศาจอายุนับพันปี   แต่ทำไมสติปัญญาเจ้าจึงเทียบเท่ากับปีศาจน้อย
  
ข้าไม่ค่อยกระจ่างในคำถามของเขา    ข้าสั่นหัวเพื่อแสดงว่าข้าไม่รู้
  
เอาล่ะ    ปี้ชิงเฉินจุนถอนหายใจ   เขาโน้มกายลงมาแล้วบอกข้าเสียงอ่อนโยน    ข้าจะส่งเจ้าเข้าโรงเรียนสรวงสวรรค์ระดับชั้นปีศาจน้อย
  
โรงเรียนคืออะไร?”    ข้าถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
  
ปี้ชิงเฉินจุนอึกอักพูดว่า   เป็นสถานที่ๆ ใช้ศึกษาเล่าเรียน

ข้าไม่ไป   ข้าปฎิเสธโดยไม่ต้องหยุดคิด!
  
ถึงแม้ว่าเจ้าจะได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ข้า  แต่ข้าก็ถนัดแต่การต่อสู้และการใช้เวทย์   ข้าไม่เคยมีลูกศิษย์มาก่อน   มันยากที่ข้าจะสอนความรู้ทั่วไปให้กับเจ้า”    ปี้ชิงเฉินจุนอธิบายข้าอย่างอดทน
  
ข้ากำหินไว้ในมือแล้วเก็บเข้าที่เกรงว่าเขาจะยึดมันกลับ   ข้าตั้งคำถามว่า  ท่านยังไม่บอกข้าเลยว่า  ลูกศิษย์คืออะไรและลูกศิษย์ต้องทำอะไรบ้าง
  
"คนที่สอนวิชาให้เจ้าตัวต่อตัวเรียกว่า ซือฟุ ส่วนบุคคลที่ได้รับการสั่งสอนเรียกว่า ลูกศิษย์ "   ปี้ชิงเฉินจุนขมวดคิ้วและพยายามอธิบายลึกลงไปอีก   "สรุปสั้นๆคือ เจ้าต้องให้ความเคารพและเชื่อฟังอาจารย์และคำสอนของเขา  ฟังและจดจำคำสอนของข้า  เป็นนักเรียนตัวอย่าง และปฎิบัติต่อข้าดุจบิดาหรือผู้อาวุโส   ดังนั้นเจ้าเรียกข้าว่า  ซือฟุ"
  
ข้าใคร่ครวญแล้วตัดสินใจ   ข้าไม่เป็นลูกศิษย์ท่านหรอก!!

ปี้ชิงเฉินจุนเปลี่ยนสีหน้าเป็นไม่พอใจ   เขาทำเสียงตำหนิใส่ข้าว่า   "แล้วเจ้าอยากเป็นอะไร??"
  
"เหมียวเหมียวอยากเป็นสัตว์เลี้ยง"    ข้าร้องบอกด้วยความตื่นเต้น
  
ปี้ชิงเฉินจุนตัวแข็ง สักครู่เขาเอ่ย    "สัตว์เลี้ยง??"
  
"เป็นสัตว์เลี้ยงนั้นแสนดีหนักหนา   ท่านเลี้ยงข้ากินดื่มทุกวัน   เล่นหัวหยอกล้อกับข้า ทำให้ข้ามีความสุข   ข้าทั้งได้รับการตามใจ ความรัก ความเอาใจใส่ดูแล  เห็นมั้ยข้าไม่อยากเป็นลูกศิษย์หรอก"    ข้านั่งยืดอย่างภูมิใจและกางนิ้วนับสิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์สูงสุด   กำไร้กำไร!!!!

"ไร้เหตุผลสิ้นดี!!"   ปี้ชิงเฉินจุนคำราม    แต่ถัดมา, เขาก็เริ่มขำ
  
ข้าทำหูลู่แล้วเริ่มต่อรองอีกครั้ง    "ไม่ว่าจะอย่างไง.....เหมียวเหมียวก็จะเป็นสัตว์เลี้ยงของท่าน!!"

ปี้ชิงเฉินจุนสีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดัน    เขากระแอมหลายๆครั้งแล้วพูดว่า   "เจ้าเลือกเอา....ระหว่างยอมเป็นลูกศิษย์ข้า....หรือ-โดน-ฟาด-ก้น!!!"

เก็บคอ!  ก้นโด่ง!  ระบมสุดๆ

"เหมียวววว...แอวววว"   ข้าครางด้วยความเศร้า  ข้าค่อยคำนึงถึงความรู้สึกระบมที่ยังหลงเหลือที่ก้นของข้าแล้วก็ยิ่งสิ้นหวัง  
  

เข้าใจดีเลยว่า ไอ้การใช้กำลังและความรุนแรงเข้าตัดสินนี่มันไม่ดีเลย   ปี้ชิงเฉินจุนเอ๋ย, อย่างน้อยท่านก็สอนข้าเรื่องหนึ่งแล้ว..........


.......................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น