วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 25 ทำลายหุ่นเชิด (องค์หญิงเหว่ยหยาง)

สามวันต่อมา,  คุณหนูในฟูเหรินของท่านรอง, หลี่ฉางหรู่,  อดทนรอไม่ไหว   นางได้ใส่ชุดที่ตัดเย็บขึ้นมาใหม่   ชุดนั้นตัดจากผ้าไหมจินเซียว  สีเหลืองเหลือบเขียวส่องประกายระยิบระยับ   มีลายปักหงส์งามบนชุดนั้น, ยามเมื่อเดินย่างกราย ไหมจะส่องสะท้อนกับแสงแดดทำให้สีของผืนผ้าเปลี่ยนไปทั้งผืน   หากเปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้ว,  เสื้อผ้าอาภรณ์ของหลี่ฉางหรู่เริ่ดเลอโดดเด่นกว่าผู้อื่นมาก  เมื่อนางปรากฏกายยังเฮอเซียงหยวน (ชื่อเรือนพำนัก)  นางก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน


ขณะนั้นเอง,  หลี่ฉางเล่อก็ปรากฏตัวขึ้นอีกคน  นางอุ้มแมวนำโชคของนางไว้ในอ้อมแขน  ทันทีที่สายตาของนางมองมาเห็นชุดใหม่ของหลี่ฉางหรู่,  สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ลง
หลี่เหว่ยหยางมาถึงนานแล้ว   ก่อนที่ฉางหรู่หรือฉางเล่อจะมาถึงเสียอีก   จากที่นั่ง, นางได้เห็นฉากผู้คนตรงหน้าแล้วก็นั่งอมยิ้ม   พี่สาวใหญ่ผู้นี้ภูมิใจนักหนาต่อความงามของตน  นางมีความมั่นใจต่อความงามของตนว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกเหนือผู้อื่น  ดังนั้น, ผลที่น่าจะตามมาก็คือ....หลี่ฉางเล่อมั่นใจและเคยตัวกับการที่ของที่ดีที่สุดจะถูกนำมามอบให้แก่นางเสมอ    ทำให้เมื่อหลี่ฉางเล่อมองเห็นชุดสวยงามของหลี่ฉางหรู่ – ซึ่งตัดมาจากผ้าไหมที่ควรจะเป็นของนาง – ใบหน้านางก็ขึ้นสีเขียวคล้ำ   ยามนี้สีหน้านางไม่เห็นเหมือนคนจิตใจเอื้อเฟื้อมีเมตตาอย่างที่นางแสดงไว้ก่อนหน้านี้

หลี่เหว่ยหยางเดินมายังห้องโถง   งานอดิเรกยามว่างอย่างหนึ่งของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ก็คือเลี้ยงนก   นกแก้วสีแดงตัวหนึ่งที่เป็นตัวโปรดของนางถูกจัดไว้ให้อยู่ที่หน้าทางเข้า   ครั้งหนึ่ง, เคยมีหัวขโมยหลายคนคิดเข้าปล้นจวนเสนาบดีแต่เป็นเพราะนกแก้วช่างพูดนี่….ได้ช่วยชีวิตของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ไว้ได้  นี่เองจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) จึงรักนกแก้วตัวสำคัญนี้นัก

นกแก้วอาศัยอยู่ในกรงที่ทำจากไม้   พอมันเห็นเหว่ยหยางเดินมา,  นกแก้วก็หันหัวมามองแล้วทำเสียงดัง

หลี่เหว่ยหยางยิ้มให้กับสาวใช้, ลู่จือ, ผู้ทำหน้าที่ดูแลนกแก้ว   เหว่ยหยางถือชามอาหารและชามน้ำ   ใส่เข้าไปในกรงแล้วสอนนกให้พูดตามว่า    “คุณหนูรองงดงามที่สุด!  คุณหนูรองงดงามที่สุด!

ลู่จือมองตามไปยังคุณหนูรองที่อยู่ไกลๆ แล้วพยักหน้าเห็นด้วย   “ชุดใหม่ของคุณหนูรองงดงามจริงๆ”

นกแก้วตีปีกพึ่บพั่บ  “สวยมาก!  คุณหนูรอง!  งดงามที่สุด!

หลี่เหว่ยหยางอมยิ้ม   เลิกม่านมู่ลี่ขึ้นแล้วเดินเข้าไปข้างในก่อน

หลี่ฉางเล่อและหลี่ฉางหรู่ – เดินตามกันมา – จนเกือบจะมาถึง  สาวใช้รอเลิกมู่ลี่ขึ้นให้ทั้งสอง   แต่แล้วจู่ๆ หลี่ฉางเล่อก็ได้ยินเสียงดังขึ้นเหนือศีรษะนางว่า

“คุณหนูรองงดงามที่สุด!  คุณหนูรองงดงามที่สุด!”   น้ำเสียงของเสียงนั้นเหมือนเสียงเด็ก มีความแหลมสูงกังวานในน้ำเสียง   พอมาดังในสถานที่เงียบสงบเช่นนี้แล้ว,  เสียงจึงได้ยินอย่างแจ่มชัด   เสียงของนกแก้วดั่งคมมีดกรีดเลาะความสงบนิ่งเปลือกนอกของหลี่ฉางเล่อให้ขาดเป็นริ้วๆ

นกแก้วอย่างไรก็เป็นแค่สัตว์เลี้ยง   มันไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูดย้ำออกมาหลายครั้ง   พอมาประกอบกับเสียงตีปีกพึ่บพั่บของมันด้วยแล้ว, ก็กลายเป็นกระตุ้นให้แมวนำโชคในอ้อมแขนของหลี่ฉางเล่อร้องขึ้นมาแล้วกระโจนเข้าหานกแก้วชะตาขาดทันที

ลู่จือร้องเสียงดังด้วยความตกใจ   นางรีบใช้ไม้เท้าเกี่ยวกรงนกแก้วลงมาแล้วปกป้องไว้ในอ้อมแขน   แมวนำโชคกระโดดเกาะขาลู่จือแล้วแยกเขี้ยวทำเสียงขู่ฟ่อไม่ยอมผละหนี มันมองนกแก้วตาเป็นมัน

นกแก้วยังคงเจื้อยแจ้วว่า “คุณหนูรองงดงามที่สุด!

ลู่จือรีบปกป้องนกแก้ว   “เจ้านกอย่าพูดเสียงดัง   แมวจะฟัดเจ้าอยู่แล้ว!

นกแก้วตัวนี้เฉลียวฉลาดไม่น้อย   พอได้ยินเสียงคำขู่ของลู่จือ, มันก็บังเกิดความกลัวจนไม่กล้าส่งเสียงอีกต่อไป  มันทำตัวสั่นงันงกในอ้อมแขนของลู่จือ

หลี่ฉางเล่อข่มอารมณ์โกรธของตัวเองลงแล้วหันไปอุ้มแมวของนางขึ้น   “แมวแสนดี,  เลิกซนได้แล้ว”   นางพูดไป สีหน้าก็สว่างสดใสด้วยรอยยิ้มไปด้วย จากนั้น, นางก็เดินเข้าไปข้างในราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อบรรดาผู้เยาว์ทำการคารวะผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว   แม้ว่าสีหน้าของเหลาฟูเหรินจะนิ่งเหมือนดั่งเช่นเคย  แต่หลี่เหว่ยหยางก็รู้ว่าเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างสัตว์เลี้ยงทั้งสองแล้ว

หลังจากเยี่ยมเยียนเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) และกลับมายังเรือนแล้ว,  หลี่เหว่ยหยางมองหน้าจือยานแล้วตั้งคำถามว่า  “มีเรื่องอะไรหรือไม่?”

จือยานก้มหน้าหลบตาแล้วตอบว่า   “นอกจากฮวาเหมยออกไปเบิกใบชาแล้ว ก็ไม่มีใครเข้าออกที่นี่เจ้าค่ะ”   แล้วนางก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้   “ฮวาเหมยออกไปประมาณสองเค่อถึงได้กลับเข้ามาเจ้าค่ะ”

หลี่เหว่ยหยางหัวเราะหึๆ เบาๆ   “เรียกนางเข้ามาพบข้าซิ”

จือยานทำท่าลังเล   “คุณหนู,  หากคุณหนูต้องการอะไร   สั่งข้าไปทำแทนก็ได้”

“เจ้าทำไม่ได้หรอก   วันนี้,  ข้าจะเล่นอะไรสักหน่อย   จะเล่นทั้งที่ก็ต้องเต็มที่เสียหน่อย, มิใช่หรือ?”   หลี่เหว่ยหยางยิ้ม   “ไปเรียกนางมาให้ข้า”

จือยานรับคำแล้วออกไปตามฮวาเหมย

หลี่เหว่ยหยางนั่งจิบน้ำชาแล้วนั่งรอไปพลาง

ไม่ช้า, จือยานก็กลับมาพร้อมฮวาเหมยที่เดินตามมา   หลี่เหว่ยหยางไม่ได้รีบร้อนหันมาให้ความสนใจด้วยซ้ำ

ฮวาเหมยมักจะถูกจือยานคอยระมัดระวัง   ดังนั้น, นางจึงไม่เคยมีโอกาสเข้ามาถึงยังในห้องนอนของเหว่ยหยางมาก่อน   แต่มาในวันนี้,  นางถูกคุณหนูตามมาพบ   นางจึงอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายใจ   ถึงแม้ว่าฮวาเหมยจะเป็นสาวใช้ระดับต่ำ แต่นางก็ไม่นึกเกรงกลัวหลี่เหว่ยหยาง เนื่องจากว่านางมีต้าฟูเหรินคอยหนุนหลังอยู่   ถึงแม้ว่าคุณหนูสามไม่ชอบหน้านางแต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้   อย่างคราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้ว,  ฮวาเหมยมั่นใจว่าคุณหนูสามเป็น....บุคคลที่ยากจะคาดเดา   ไม่อาจรู้ได้ว่านางจะทำอะไรต่อไป

หลี่เหว่ยหยางเงยหน้าขึ้น   “ฮวาเหมยนับจากวันนี้เป็นต้นไปข้าจะให้เจ้าเป็นคนคอยดูแลเสื้อผ้าและเครื่องประดับของข้า”

นี่นับว่าเป็นหน้าที่สำคัญหน้าที่หนึ่ง  จนจือยานที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าตกใจ   ริมฝีปากของนางบิดเบี้ยวเมื่อนางหันไปสบตากับไป่จือที่รักษาใบหน้าที่นิ่งสงบเช่นเคยไว้ได้   เมื่อเห็นสีหน้าของไป่จือ,   จือยานก็ได้แต่กล้ำกลืนคำพูดไว้  ไม่เอ่ยอะไรออกไป

ฮวาเหมยเองก็จ้องมองหลี่เหว่ยหยางด้วยอาการตกตะลึง

หลี่เหว่ยหยางกล่าวต่อไปว่า   “ไป่จือ,  มอบหีบที่สำคัญให้ฮวาเหมย  ให้นางตรวจดูข้าวของ”
“เจ้าค่ะ”   ไป่จือรีบรับคำแล้วหมุนตัวเดินไป

ฮวาเหมยใบหน้าเรืองรองเป็นสุข   คุณหนูสามคงหวาดกลัวต้าฟูเหรินถึงขนาด  นางถึงยินยอมมอบหน้าที่สำคัญนี้ให้ข้าทำ!    ฮึ!...ก็อย่างว่าแหละ, เป็นเพียงบุตรีลูกอนุชั้นต่ำ  อย่างไรก็ต้องดูสีหน้าผู้ใหญ่!

ไป่จือขนหีบออกมาสามใบ   นางพูดกับฮวาเหมยว่า   “หีบทั้งสามใบนี้มอบให้เจ้าดูแล  เจ้าจะดูแลชุ่ยๆ ไม่ได้”

ฮวาเหมยหัวเราะเต็มที่ออกมาแล้วคว้ากุญแจไปจากมือของไป่จือ  “แน่นอน!  คุณหนูอย่าได้ห่วง!

เช้าวันต่อมา,  ฮวาเหมยเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ตรวจดูภายในหีบเพราะนางถูกคนของเหลาฟูเหรินเข้ามาขัดจังหวะ  คนพวกนั้นถูกส่งให้มาวัดตัวตัดชุดใหม่ให้กับคุณหนูสาม

ฮวาเหมยนำหีบทั้งหมดออกมา  เปิดฝาออกจากนั้นก็ได้ยินเสียงไป่จือร้องด้วยความโมโหออกมาว่า

“ฮวาเหมย,  เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?!

ฮวาเหมยตัวแข็ง ก้มมองลงไปในหีบ   พับผ้าไหมล้ำค่ากระจุยกระจายเป็นขยุ้มกองอยู่   มีรอยเล็บของแมวทั่วทั้งพับ   ฉีกขาดหมด  ไม่มีเหลือหลอ!

สีหน้าของฮวาเหมยซีดเผือดรีบคุกเข่าโครมลงกับพื้น   “คุณหนูสาม……นูปี้....นูปี้ไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดเหตุได้เช่นไร!

หลี่เหว่ยหยางขมวดคิ้วลุกขึ้นยืน   “จับนางมัดไว้!

ฮวาเหมยคิดจะคว้าชายกระโปรงของหลี่เหว่ยหยางแต่ถูกไป่จือปัดมือออก   “เจ้าไม่ได้ยินคุณหนูสั่งหรอกหรือ?!

ฮวาเหมยผลักไป่จือออกไปอย่างแรงแล้วนางก็พยายามขัดขืนเอาแต่ตะโกนแล้วพยายามโถมเข้ามาหาหลี่เหว่ยหยาง   “คุณหนูสาม, ท่านลงโทษข้าไม่ได้นะ!

หลี่เหว่ยหยางไม่มองหน้านาง   “ถ้างั้น....รอให้ข้ากลับมาจากเข้าพบเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) กับมารดาซะก่อน!

ระหว่างทางมายังเรือนเฮอเซียงหยวน, หลี่เหว่ยหยางไม่หยุดแวะแต่เดินตัดตรงไปยังลานโล่ง
ในดวงตาของนางมีน้ำคลอคลอง   “เหลาฟูเหริน (ท่านย่า),   ผ้าไหมส่วนของเหว่ยหยางถูกแมวทึ้งขาดหมดแล้ว....”

เหลาฟูเหริน (ท่านย่า)กำลังนั่งจิบน้ำชาของนางอยู่ในขณะที่นางได้ยินเรื่องของเหว่ยหยาง   นางขมวดคิ้วทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง  ตอนนั้นเอง, ลู่จืออีกคนก็ถลันเข้ามายังห้องโถง
“เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ, เหลาฟูเหริน!  นกแก้ว.......”


เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ลุกขึ้นยืนพรวด  ถ้วยน้ำชาในมือของนางร่วงหล่นลงพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ


...........................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น