งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 26 ข้าจะทำให้เจ้ากระอัก (องค์หญิงเหว่ยหยาง)

อนิจจา…..นกแก้วตัวโปรดของเหลาฟูเหรินดับอนาถ    ถูกแมวจับกินไปเสียแล้ว

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั้งจวนเสนาบดี  ไม่นาน, ต้าฟูเหรินก็รีบเดินนำขบวนมายังเรือนเฮอเซียงหยวน (เรือนของท่านย่า)


หลี่ฉางเล่อยังคงอุ้มแมวนำโชคของนางไว้ในอ้อมแขน    ก็เพิ่งมาถึงที่เรือนเช่นกันในตอนที่นางได้ยินเสียงกราดเกรี้ยวของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ดังลั่น

“กล้าดีอย่างไงถึงได้นำเจ้าเหลือขอตัวนี้เข้ามาที่นี่!

หลี่ฉางเล่อได้แต่มองหน้าทุกคนด้วยแววตามึนงงปนตกใจ   แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากอธิบาย   ได้แต่นั่งกลั้นหายใจนิ่งกันทั่วหน้า

พอได้ยินคำพูดที่ว่า, ต้าฟูเหริน (มารดาของหลี่ฉางเล่อ)  ก็กระแอมสองครั้งแล้วเอ่ยว่า  “เหลาฟูเหริน,  นกแก้วของท่านแม่อาจจะถูกแมวป่าจับกินไปก็ได้  คงไม่ใช่แมวของฉางเล่อหรอก......”

“แมวป่า?  จะมีแมวป่าที่ไหนเข้ามาเพ่นพ่าน?   เจ้าก็ไสหัวไปจับแมวป่านั้นมาให้ข้าซิ!”  สีหน้าของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า)  แข็งกระด้าง   นางโมโหมากจนแทบจะพูดไม่ออก

ต้าฟูเหรินไม่เคยเห็นเหลาฟูเหริน (ผู้เป็นแม่สามี)  โกรธถึงขนาดนี้มาก่อน   ดังนั้น, นางจึงไม่กล้ากล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก

หลี่ฉางเล่อรีบปล่อยแมวในมือแล้วก้าวมาข้างหน้า   “เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) แมวนำโชคตัวนี้เป็นพี่ชายใหญ่มอบให้ข้า  ไม่เพียงจะเชื่อฟังคำสั่งแต่ยังอ่อนโยน   มันไม่ทำเรื่องเช่นนั้นแน่นอน.....”

หลี่ฉางเล่อยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) โต้ใส่หน้านางว่า   “เช้านี้, แมวของเจ้าก็ทำท่าจะเล่นงานนกแก้วของข้ามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ข้าก็ไม่ว่าอะไร!   ตอนนี้เจ้ายังมาแก้ตัวว่ามันเชื่อฟังน่ารักอีกงั้นเรอะ?   ข้าเคยสั่งไว้แล้วใช่ไหมว่าห้ามเลี้ยงสัตว์สี่เท้าพวกนี้ไว้ในจวนเป็นสัตว์เลี้ยงเพราะว่าพวกมันอาจจะมาทำร้ายนกของข้า  แต่เจ้ากลับฝ่าฝืนคำสั่งเลี้ยงมันไว้!   เจ้าอยากจะให้ข้าโมโหจนตายกระนั้นหรือ!   อีกอย่างนึง,  แม้แต่ผ้าไหมส่วนของน้องสาวของเจ้ายังถูกเจ้าแมวนั้นทำลายจนเสียหาย!   นางยังไม่ทันมีโอกาสได้สวมใส่มันเลยด้วยซ้ำ!  บอกข้าทีสิว่า....เจ้าจะชดใช้ให้อย่างไรดี?!

หลี่ฉางเล่อกระอึกกระอักด้วยความหวั่นกลัว   ในขณะที่หลี่เหว่ยหยางเอาแต่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ โดยมีสีหน้าที่เจ็บช้ำใจแลดูน่าสงสาร

สีหน้าของหลี่ฉางเล่อเปลี่ยนเมื่อได้ยินประโยคที่ว่า   “มีเรื่องเกิดขึ้นกับผ้าไหมส่วนของน้องสามเหรอ?  เป็นไปได้อย่างไร?”

หลี่เหว่ยหยางทำเป็นไม่รับรู้ถึงความนัยในวาจาที่ว่าตอบกลับไปว่า   “พี่ใหญ่,   แมวตัวนี้ต้องอบรมให้เข้มงวดหน่อย   ในวันนี้,  มันกินนกแก้วของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) และยังทำลายผ้าไหมของข้าจนขาดวิ่น  ผู้ใดจะรู้ว่าคราวหน้า, มันอาจทำร้ายคนสำคัญสักคนขึ้นมา?   เกิดคนผู้นั้นมิได้มีจิตใจกว้างขวาง   ต่อให้แมวตัวนี้ตายล้านครั้งก็คงมิอาจชดใช้ความผิดได้!

แขกไปใครมาในจวนเสนาบดีนั้น,  ล้วนแต่เป็นข้าราชการตำแหน่งสูง...ไม่ก็บรรดาสตรีสูงศักดิ์   หากเกิดแมวตัวนี้พลาดพลั้งทำร้ายคนเหล่านั้นขึ้นมาย่อมต้องถือว่าจวนเสนาบดีมีความผิด ต้องรับผิดชอบ!   สีหน้าของเหลาฟูเหรินในยามนี้เปลี่ยนเป็นดำคล้ำถึงขีดสุด

หลี่เหว่ยหยางกระพริบตาปริบๆ  สีหน้าดูอ่อนลง   “แต่ก็นั่นแหละ,   พวกเราจะโยนความผิดให้แมวของพี่ใหญ่รับผิดชอบก็ไม่ถูก   อย่างไรมันก็เป็นเพียงแค่สัตว์, มันจะไปรู้เรื่องความผิดที่มันทำลงไปได้อย่างไร?   เป็นข้าไม่ดีเองที่ไม่ระมัดระวัง   ข้าน่าจะเก็บของมีค่าพวกนี้เอง   ไม่ควรมอบให้ ฮวาเหมย รับผิดชอบเลย   ถึงอย่างไร, ฮวาเหมยก็ยังเด็กขาดความรับผิดชอบไปหน่อย   นางยังไร้ประสบการณ์จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้”

อารมณ์ของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ดำดิ่งจนถึงขีดสุด   เรื่องแรกก็คือ,   แมวนำโชคบ้าบอนั่นกินนกแก้วตัวสำคัญของนางไป   เรื่องที่สองคือ,   ผ้าไหมที่นางอุตส่าห์มอบให้เหว่ยหยางถูกแมวตัวเดียวกันทำลายเสียหาย    หรือว่าหลี่ฉางเล่อวางแผนเอาคืนด้วยความไม่พอใจเอง?
พอความคิดนี้แล่นเข้าสู่สมอง, เหลาฟูเหรินก็กล่าวเสียงเย็นชาว่า   “อย่างงั้นเป็นเพราะนังสาวใช้ไร้สมอง ฮวาเหมย บกพร่องในหน้าที่งั้นเรอะ?”

หลี่เหว่ยหยางเหลือบมองหน้าต้าฟูเหรินอย่างจงใจ แล้วทำสีหน้าลำบากใจ   “คือว่า.....”

ต้าฟูเหรินไม่แม้แต่จะมองหน้าแต่หันไปตอบกับเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) ว่า   “ฮวาเหมยเป็นคนที่ข้าคัดส่งไปให้เอง   การที่นางบกพร่องเป็นเพราะข้าสั่งสอนนางไม่ดี   นั่นคือสาเหตุที่ข้าต้องขอโทษเหลาฟูเหรินด้วย  แต่ในที่นี่ข้าต้องขอพูดอย่างหนึ่งเช่นกัน,  คนก็มอบให้เหว่ยหยางเอาไว้ใช้แล้ว   เหว่ยหยางเองก็ควรจะอบรมนางให้ดี   เจ้าจะไปโทษนางอย่างเดียวได้เช่นไรกัน?”   พูดเช่นนี้ก็สื่อความหมายชัดๆ ว่าเป็นความผิดของเหว่ยหยางที่ไม่อบรมสาวใช้ตัวเองให้ดี

เหว่ยหยางยิ้มรับด้วยท่าทีเกรงกลัวแล้วพูดว่า   “ท่านแม่ใหญ่,  ท่านพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไรกัน?   ฮวาเหมยเป็นสาวใช้ที่ท่านมอบให้   ข้ามีหรือจะกล้าสั่งสอนนาง”

เหลาฟูเหรินขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา   “เจ้าเป็นนายหญิงของจวนแต่เจ้าไม่อบรมสาวใช้ธรรมดาคนหนึ่งให้ดีต้องให้ข้าออกแรงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย!   นำตัวฮวาเหมยเข้ามานี่!

ฮวาเหมยถูกนำตัวเข้ามา  มือและเท้าของนางถูกมัดไว้และนางก็เอะอะโวยวายตลอดเวลา   เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว,   ต้าฟูเหรินขมวดคิ้วแน่น

“อยู่เฉยๆ   พวกข้าจะให้เจ้าอธิบายความ!

เหลาฟูเหรินชำเลืองไปยังลัวมาม่า (สาวใช้คู่ใจของท่านย่า)

ลัวมาม่ารีบเดินออกมาแล้วตั้งคำถาม   “หีบถูกเจ้าดูแลรักษาไว้?”

ฮวาเหมยทำท่าไม่อยากยอมรับ   “ใช่เจ้าค่ะ,  แต่นูปี้เพิ่งรับมอบหีบนั้นมา.....”

“ผ้าไหมในหีบเสียหายทั้งหมด?”

“ใช่เจ้าค่ะ,  แต่นูปี้บริสุทธิ์   มีคนคิดจะใส่ความนูปี้!   เป็นคุณหนูสาม!   เหลาฟูเหริน,  ต้องเป็นคุณหนูสามแน่ที่ใส่ความนูปี้!”   ฮวาเหมยตะโกนเสียงแหลมไม่ยอมหยุด  พยายามแก้ตัวให้ตนเอง

สาวใช้ผู้นี้เหลือจะทน  นางไม่ให้ความเคารพเจ้านายของนางเลย!

เหลาฟูเหรินมองพิจารณา   “ช่างเป็นสาวใช้ที่บกพร่องต่อหน้าที่เกียจคร้านไม่ได้เรื่อง   อย่าเอานางไว้ให้รกสายตาข้า   ข้าไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวโกหกของนาง   อุดปากนางซะ!   นำตัวนางออกไปแล้วลงโทษเฆี่ยนห้าสิบไม้!

ฮวาเหมยรับรู้ได้ทันใดว่านางผิดพลาดไปซะแล้ว   นางดิ้นรนสุดกำลังคืบตัวมายังเบื้องหน้า   “เหลาฟูเหริน,  นูปี้รู้ตัวว่าผิดไปแล้ว!   ทุกอย่างเป็นความผิดของนูปี้เอง!   ต้าฟูเหริน,  ได้โปรดช่วยนูปี้ด้วยช่วยนูปี้ด้วย!”   นางพูดขอความเมตตาไปก็โขกศีรษะลงกับพื้นไปด้วย  พยายามอ้อนวอนให้ต้าฟูเหรินช่วยนาง   ทุกครั้งที่หน้าผากของนางกระแทกพื้นปังใหญ่   สีหน้าสีตาของคนที่ชมดูถึงกับทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บไปด้วย

หลี่เหว่ยหยางมองดูนางแล้วเอ่ยแนะนำเสียงสงบว่า   “เหลาฟูเหริน (ท่านย่า),  ทำไมจึงไม่ยกโทษให้นางในครั้งนี้?”

คิ้วของหลี่ฉางเล่อขมวดเข้าหากัน   แต่ก่อนที่นางจะทันได้พูดอะไรออกมา,  เหลาฟูเหรินก็ตวัดสายตามามองนางซะก่อน

จริงๆแล้ว เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) มิได้ต้องการลงโทษฮวาเหมยแต่ต้องการจะสั่งสอนบทเรียนให้กับหลี่ฉางเล่อต่างหาก

ต้าฟูเหรินสะท้านภายในใจ  “เหลาฟูเหรินทำถูกแล้ว   สาวใช้แบบนี้ต้องลงโทษให้หนัก!”   คำพูดนี้ของต้าฟูเหรินหลุดออกมาก็เท่ากับตัดสินชะตาของฮวาเหมยแล้ว

เหล่ามาม่า (สาวใช้ชั้นสูงระดับควบคุมสาวใช้เด็กๆอีกทอด) ทั้งหลายจัดการอุดปากฮวาเหมยแล้วลากตัวนางออกไป   เสียงหวีดร้องอู้อี้ของฮวาเหมยราวกับว่านางอยากจะกล่าวอะไรออกมา   แต่ทั้งเหลาฟูเหรินและต้าฟูเหรินก็กระทำท่าไม่ใส่ใจเหมือนกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น   ดังนั้นเหล่ามาม่าจึงลงมือต่อไป  มิได้สนใจอะไร

ถึงแม้ปกติแล้ว, เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) จะใจดี  แต่ถ้าหากนางได้โกรธแล้วล่ะก็...ก็สามารถทำให้ทุกคนกลัวจนหัวหดได้เช่นกัน

สีหน้าต้าฟูเหรินบิดเบี้ยว   แม้แต่ใบหน้าอันงดงามของหลี่ฉางเล่อเองยังเปลี่ยนเป็นซีดขาวเมื่อนางเห็นแมวตัวโปรดถูกคนรับใช้ลากออกไป   เป็นอันชัดเจนว่า...เหลาฟูเหรินไม่คิดให้อภัยแมวของนาง

จับจ้องสีหน้าของทั้งสองแม่ลูกแล้ว,  หลี่เหว่ยหยางก็ได้แต่ถอนใจ   เห็นพวกเจ้าทั้งสองทำหน้าอย่างกับจะกระอักเลือด ช่างเย็นฉ่ำเหมือนกับสายลมบริสุทธิ์พัดผ่านมา  ชื่นใจจริงๆ!
เหลาฟูเหริน (ท่านย่า) หันไปมองหลี่ฉางเล่อ   ความโมโหของนางยังไม่บรรเทา   “ผ้าไหมทุกพับของเจ้าต้องยกให้แก่เหว่ยหยาง!   เจ้าจงไปคัดลอกบทสวดมนต์มาหนึ่งร้อยจบเพื่อเป็นพุทธบูชาให้แก่นกแก้วของข้า!” 

มอบผ้าไหมของนางทั้งหมดให้แก่หลี่เหว่ยหยางน่ะเรอะ?   คัดลอกบทสวดมนต์ร้อยจบเพื่อนกแก้วน่ะเรอะ?   เหลาฟูเหริน  (ท่านย่า) เลอะเลือนไปแล้ว!

หลี่ฉางเล่อตั้งท่าจะค้านแต่ถูกต้าฟูเหรินยุดไว้  ต้าฟูเหรินพูดกับนางว่า   “ตอบไปว่าเจ้าเข้าใจแล้ว!

คิดจะต่อต้านเหลาฟูเหรินมีแต่จะเสียเปรียบ   หลี่ฉางเล่อเข้าใจข้อนี้ดี   “เจ้าค่ะ,   ฉางเล่อจะปฎิบัติตามที่ท่านย่าสั่งเจ้าค่ะ”

ยามเดินออกมาจากเฮอเซียงหยวนมาด้วยกัน,  สองตาของหลี่ฉางเล่อแดงก่ำจากการสูญเสียแมวตัวโปรดและบทลงโทษของเหลาฟูเหริน (ท่านย่า)   นอกจากนั้นแล้ว, ยังมีแววตาดุดันอาฆาตเมื่อนางเอ่ยว่า   “น้องสาม,  เจ้าถึงกับทำเล่ห์กลจนเหลาฟูเหริน (ท่านย่า) อยู่ในกำมือเจ้าจนได้!

หลี่เหว่ยหยางยิ้มบางๆ   “พี่ใหญ่,  ท่านพูดอะไรกัน?   ข้าไม่เข้าใจ   ข้าเพียงรู้ว่าพี่ใหญ่ครั้งนี้ขาดความระมัดระวัง   พี่ใหญ่เองก็น่าจะทราบดีว่าหากเลี้ยงสัตว์ก็ต้องอบรมมันให้ดี   ดูแลมันมิให้ทำความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น, มิใช่หรือ?”

หลี่ฉางเล่อกำมือแน่น   นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า   “ทำดีมาก  เจ้าพูดได้ดี   หวังว่าเจ้าจะหัวเราะออกในครั้งหน้าก็แล้วกัน”

หลี่เหว่ยหยางต่อตาไร้เดียงสากับหลี่ฉางเล่อ   “พี่ใหญ่พูดตลกชวนหัวเราะซะจริง!  ต้องตรากตรำคัดบทสวดมนต์ร้อยบทมิใช่จะแล้วเสร็จง่ายๆ   พี่ใหญ่ไม่ควรจะเสียเวลาตรงนี้นานๆ   เผื่อว่าเหลาฟูเหริน (ท่านย่า)ออกมาพบเข้า, ดีไม่ดีนางจะยิ่งโกรธมากขึ้น!

หลี่ฉางเล่อสำลักคำพูด

ต้าฟูเหรินรีบเดินเข้ามาประกบนางด้วยสีหน้ามั่นคง   “ฉางเล่อ,  ไม่ต้องเสียเวลาพูด   ไปกันเถอะ!


หลี่เหว่ยหยางยิ้ม   “เหว่ยหยางน้อมส่งท่านแม่ใหญ่กับพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”


................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น