งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 49 ลูกเต่าซ่งชิงเหยียน (ดิบ)

“อย่างงั้นเรอะ?”    ซ่งชิงเหยียนลากเสียง   เขาเข้ามาใกล้ยังด้านหน้าของชายหนุ่มร่างท้วมที่ยืนอยู่ตรงนั้น   เชิดคางขึ้นสูงก่อนจะถามเสียงมั่นใจออกไปว่า   “เจ้าได้ยินข้าพูดว่าห้าพันสองหรือไม่?”


ชายท้วมผู้นั้นส่ายหัว   “ไม่ได้ยิน!

ซ่งชิงเหยียนหันมามองชายอีกคนที่ผอมๆ   “แล้วเจ้าล่ะได้ยินข้าพูดไหม?”

“ไม่ได้ยิน   ไม่ได้ยินแน่นอน”   เจ้าผอมส่ายหัวรัวๆ   ซ้ำร้ายไม่พอยกมือขึ้นโบกปฎิเสธไปมา ท่าทางปฎิเสธแข็งขัน

“เจ้า....พวกเจ้า....”    มูหรงเยว่กวาดสายตามองไปยังหน้าที่คุ้นเคยกันดีแต่ละหน้าอย่างพูดจาไม่ออก   ซ่งชิงเหยียนเป็นเพื่อนกับพวกเขา    ตัวเขาเองก็เป็นเพื่อนกับสองคนนั้นเหมือนกัน   แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน,  ทำไมพวกเขาเหล่านี้กลับหันไปช่วยซ่งชิงเหยียน ทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมกับเขาเลย?

มู่หรงเสวี่ยเหยียดในใจ   ไม่ใช่ว่าพวกเขาลำเอียงรักเพื่อนไม่เท่ากัน   แต่พวกเขาถูกซ่งชิงเหยียนซื้อตัวไปแล้วต่างหาก   หรือไม่ก็มีจุดอ่อนให้ซ่งชิงเหยียนกำอยู่ในมือ   จึงไม่กล้าเอ่ยปากช่วย!

พูดได้เต็มปากว่า,  มู่หรงเยว่ถูกพวกเขาสมคบกันวางแผนโกงแต่แรกแล้ว

“มู่หรงเยว่,  คำพูดเจ้าก็ได้ยินไปแล้ว   จะจ่ายได้หรือยัง?”    ซ่งชิงเหยียนมองมายังมู่หรงเยว่ด้วยสายตาเป็นต่อ

มู่หรงเยว่มองเขาด้วยความเจ็บใจ   หนุ่มน้อยกำหมัดแน่นจนขึ้นกระดูก   ดวงตาค่อยๆขึ้นเส้นเลือดสีแดงก่ำ เขาไม่ได้เล่นเล่ห์เหลี่ยม    สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง

ซ่งชิงเหยียนมองหน้ามู่หรงเยว่ที่นิ่งเงียบพูดไม่ออก   แล้วก็แค่นเสียงฮึอย่างดูถูกออกมา   มือโบกสะบัดกระดาษสัญญาตรงหน้า   ยกมือสูงขึ้นแกว่งไปแกว่งมาให้ได้เห็นทั่วกัน    “นี่คือสัญญาที่พวกเราได้ทำกันไว้   พวกท่านก็เห็น   ท่านอ่านประโยคพวกนี้ซึ่งถูกเขียนได้อย่างชัดเจนว่า   มู่หรงเยว่ติดเงินจำนวนเท่าไร   พยานที่อยู่ในเหตุการณ์   หลักฐานก็มีตรงนี้   พวกท่านอย่าหาว่าข้ากลั่นแกล้งรังแกสองพี่น้องกำพร้าก็แล้วกันน้า.....”

มู่หรงหลัวยืนอยู่ตรงหน้าประตูดูเหตุการณ์ทั้งหมด    สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกรวมทั้งแววตาอันเจ็บปวดโมโหของมู่หรงเยว่    ช่างทำให้นางรู้สึกสาสมแก่อารมณ์หมาย   มู่หรงเยว่เสียพนันทีเดียวห้าแสนตำลึง   ตำแหน่งคุณชายเสเพลอันดับหนึ่งจะหนีไปไหน   ทีนี้เขาเดินไปที่ไหน   จะเข้ารับราชการบุ๋นบู้ตำแหน่งอะไรผู้คนก็จะรังเกียจ  คอยกีดกัน    ชื่อเสียงของหนุ่มผู้นี้ก็จะเสียหายหมดอนาคตจะไปต่อ

หากเทียบกับจำนวนเงินหนึ่งล้านตำลึงที่พวกนางต้องใช้เวลาสิบปีถึงจะเบียดบังได้มา   มันดูเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วทันที   หากดูรายได้ที่เอาเปรียบจากสองพี่น้องนี้ได้ในครั้งนี้    อ้า....สถิติใหม่เพียงไม่เกินสองชั่วยามก็ได้มาตั้งห้าแสนตำลึงแล้ว

จวนมู่หรงมิได้ถูกเบียดบังอะไรจากใครหรอกคราวนี้   แต่ถูกมู่หรงเยว่ที่เสียการพนันทำให้ล้มละลายต่างหาก

ผ่านวันนี้ไป,  ข่าวลือที่เคยแพร่กระจายก็จะเงียบหายไป   ถูกเรื่องฉาวโฉ่ของมู่หรงเยว่ที่เป็นผีพนันมากลบไว้จนมิดแทน

มู่หรงเสวี่ยที่ยืนดูอยู่   ผุดรอยยิ้มเย็นยะเยือกเตรียมคิดการเอาคืนทันที   มู่หรงหลัวตั้งใจปลุกปั้นชื่อเสียงของมู่หรงเยว่ให้ดิ่งพสุธา   จากแผนการทำให้หมดความน่าเชื่อถือ   เป็นผีพนัน เป็นคนไม่เอาถ่านฝังรากลึก   เพื่อที่จะให้ข่าวเสียหายเรื่องร้านทั้งหกถูกกลบให้ซาลงไป

เพราะว่าจะยืมมือสังคมให้ลงโทษความผิดคนนั้น   หากเกิดการเปรียบเทียบกันขึ้นมาระหว่างข่าวสองข่าว   ผู้คนจะหันเหความสนใจไปยังข่าวไม่ดีของผู้อื่นที่ยังสดใหม่   กลบข่าวไม่ดีก่อนหน้าให้เงียบลงไปได้

มู่หรงเยว่ที่แปดเปื้อนจับใส่ตระกร้าล้างน้ำก็ไม่หาย   มีแต่แผนนี้ทางเดียวเท่านั้นที่คนอย่างมู่หรงหลัวที่จะลงมือกระทำ   แต่นางไม่ให้สำเร็จสมดั่งใจท่านน้าง่ายๆหรอก:  ” ห้าพันสองกลายเป็นห้าแสนสองง่ายๆแค่เติมขีดบนตัวอักษรแค่ขีดเดียวเท่านั้น”
***五十两  เติมอีกขีด  五千两 

ซ่งชิงเหยียนส่งสายตาเย็นชาแข็งกร้าวกลับมายังมู่หรงเสวี่ย   “ข้าคือคุณชายรองแห่งจวนหวู่อันอันทรงเกียรติ   ไม่ทำเรื่องคดโกงกับเงินขี้ปะติ๋วแค่นี้หรอก...”

มู่หรงเสวี่ยร้องเหอะอย่างเหยียดหยาม   “ก็พูดยาก!”   อย่างคราวที่แล้ว,  ไม่ใช่พวกท่านจวนหวู่อันหรอกเรอะที่ฉากหน้าเป็นผู้ดีพูดจาดีสุภาพ   ที่มายกข้าวของในร้านค้าของมารดาข้าไปใช้สอยแล้วไม่จ่ายเงินยาวนานตั้งสิบปี    เจ้าเป็นคุณชายรองของจวนหวู่อันแล้วอย่างไร....จวนหวู่อันมีความน่าเชื่อถืออันใดเหลือในสายตาข้าซะที่ไหน....”

มองกลับไปที่สีหน้ามู่หรงหลัว ณ ยามนี้   สองมือของนางกำแน่นอยู่ในแขนเสื้อ   นางอุตส่าห์พยายาม   ทำให้สายตาดูถูกของทุกผู้คนมองไปทางมู่หรงเยว่   แต่แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำของมู่หรงเสวี่ย   สายตาเยาะเย้ยพวกนั้นก็โอนกลับมาที่นางอีกจนได้   นังแพศยาน้อยนี่!

“ข้าก็คือข้า,  ส่วนนางก็คือนาง   เรื่องของนางกับข้ามันคนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน    เจ้าอย่ามาทำให้สับสน”    ซ่งชิงเหยียนกวาดตาดุดันจ้องมองมู่หรงเสวี่ยอย่างขู่ขวัญ   มือที่ถือกระดาษแผ่นนั้นโบกไปโบกมา   มองแล้วน่ารำคาญ!

“เจ้าดูซิ  เจ้าดู   พี่เจ้าเล่นการพนันติดหนี้ข้า    คิดจะพูดจาบ่ายเบี่ยงท่าโน้นท่านี่   เพราะจะไม่ยอมจ่ายหนี้น่ะซิ    ทีหลัง หากไม่มีเงินก็อย่ามาเล่น    พวกเจ้านิสัยเป็นเช่นนี้   ไม่ช้าก็เร็วข้าทำนายได้เลยว่า  พวกเจ้าต้องหมดตัวนอนข้างถนนสักวัน.....”

“ซ่งชิงเหยียน!”    มู่หรงเยว่ตวาดลั่น   เท้าถีบกระโจนออกไปหาซ่งชิงเหยียน

มู่หรงเสวี่ยฉุดมือพี่ชายไว้   นางจ้องแล้วเอ่ยกับซ่งชิงเหยียนทีละคำ   “คุณชายรองตระกูลซ่ง, ท่านชนะห้าแสนตำลึงภายในไม่ถึงสองชั่วยาม    ท่านคงจะเล่นพนันเก่งมากซิท่า”

“อ้อ แน่นอน!”    ซ่งชิงเหยียนเชิดหน้าสูง   จมูกบานพะเยิบด้วยท่าทีที่หยิ่งจองหอง

“ท่านเป็นฝ่ายวางพนันสูง   ท่านคงจะเป็นเจ้ามือตลอดล่ะซิท่า?”    มู่หรงเสวี่ยมองหน้าเอาคำตอบ

“ก็ใช่”   ซ่งชิงเหยียนยังเชิดหน้าท้าทาย

มู่หรงเสวี่ยค่อยๆ เดินช้าๆ ไปตรงหน้า    นิ้วของนางแตะลงไปบนถ้วยโลหะนั้นแล้วเอ่ยออกมาว่า   “แล้วก็ใช้เต๋าพวกนี้ด้วย?”

“ก็ใช่”   ซ่งชิงเหยียนรับคำ

“ดูจากการเคลื่อนไหวของมือไม้ของท่านแล้ว   คุณชายรองซ่ง,   ท่านยังโกงไม่ถึงขั้นหรอกน่ะ!”    พูดจบแล้วมู่หรงเสวี่ยก็คว้าลูกเต๋าพวกนั้นมาบีบ   เต๋าเหล่านั้นก็แยกครึ่งออกทันที

“คุณชายรองซ่งคิดใส่ร้ายพี่ชายข้าให้เสียชื่อเสียงด้วยการเข้ามาตีสนิทคบหาเป็นมิตรสหาย เสี้ยมสอนเขาให้เล่นการพนัน    แล้ววางแผนเล่นงานเขา   ท่านนี่มันเป็นสหายที่หน้าซื่อใจคดจริงๆ”

ผู้คนที่มุงดูกันอยู่ถึงกับตกตะลึงกับคำพูดที่เผยความจริงออกมา    ทุกคนต่างมองจ้องไปยังเต๋าถ่วงในกำมือของมู่หรงเสวี่ยอย่างเงียบงัน
****คาดว่าซ่งชิงเหยียนใช้เต๋าถ่วงโดยการใส่สารบางอย่างเช่นขี้ผึ้งหรือตะกั่วลงไปในกระเปาะกลางที่กลวงของลูกเต๋าเพื่อถ่วงน้ำหนักบังคับให้ออกเลขที่ต้องการได้  

“เจ้าหลอกข้า,  ไอ้ซ่งชิงเหยียน”   มู่หรงเยว่ถอยไปข้างหลังก้าวแล้วออกตัวพุ่งเข้าใส่ซ่งชิงเหยียน   มือไม้ออกหมัดมวยประเคนเข้าใส่ราวกับพายุ

เหตุการณ์ลงไม้ลงมือตรงหน้าไม่ได้มีผลอะไร   เมื่อผู้คนเริ่มรวมกลุ่มกันเป็นหย่อมๆ   กลุ่มใครกลุ่มมัน   เริ่มออกความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีรสชาติ

“กลายเป็นว่าซ่งชิงเหยียนคิดวางแผนโกงมู่หรงเยว่ล่วงหน้า....”

“ข้าไม่ขอออกความเห็นเรื่องผลแพ้ชนะนี่หรอกน่ะ   แต่ข้าจะว่าให้ฟังถึงความเป็นไปได้ว่า   จะชนะเงินห้าแสนกว่าตำลึง   นี่อย่างน้อยต้องเล่นพนันกันหนึ่งร้อยตาขึ้น   ถึงจะใกล้เคียงจำนวนได้เสียที่ว่า   แล้วในสองชั่วยาม   ใครมันจะเล่นไปถึงร้อยตาที่ว่า....”

“ใช่คราวแรก,   ก็วางแผนจะฮุบกิจการหกร้านของเด็กกำพร้าคู่นั้นหรือเปล่า   แล้วนี่ยังวางแผนต้มตุ๋นจะหลอกเอาเงินอีก    พวกจวนหวู่อันนี่มันยังไงกัน   ไม่มีทางทำมาหากินแล้วหรือไง   รู้จักแต่จะมารังแกหลอกเงินหลานกำพร้า   นี่ขนาดญาติกันเองนะ...”

“ข้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางหรอกนะ   แต่พิจารณาแล้วก็น่าสงสัย    ข้อกังขาน่าสงสัยมันมากมายเหลือเกิน....”

สีหน้ามู่หรงหลัวเดี๋ยวแดงเดี๋ยวดำ   เลือดลมพลุ่งพล่าน:  มู่หรงเสวี่ย  นางหลานอกตัญญูกับสิ่งที่มันก่อ....”

มู่หรงเยว่นั้นตัวโตสูงใหญ่กว่า   ฝึกวิชานั่งย่อมานับสิบปีและได้กระบวนท่าหมัดมวยติดตัวมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบกว่าท่า    ออกหมัดพยัคฆ์มาในยามโกรธได้อย่างดุดัน   รัวกำปั้นรัวๆไม่ต่างกับห่าเม็ดฝน   ทุบเต็มที่ไม่ปรานีปราศรัยใส่ซ่งชิงเหยียน

ซ่งชิงเหยียนอ่อนกว่ากว่าเขาหนึ่งปีเต็ม   รูปร่างบอบบาง   แถมมีพลังขาอ่อนปวกเปียก พอสู้กันได้แค่สิบกระบวน ก็เป็นฝ่ายถูกตีกระหน่ำ    ได้แต่ปัดป้องไม่สามารถออกหมัดได้อีกแล้ว ทั่วร่างกายบาดเจ็บบอบช้ำไปหมด   ดวงตาของเขานั่นมีน้ำตาคลอขังด้วยความเจ็บปวด   ได้แต่ร้องตะโกนให้คนช่วยว่า   “ช่วยด้วย!  ช่วยข้าด้วย!...โอ้ย..”

ทุกคนทำไม่ได้ยินสำมะหาอะไรกับเด็กเล่นกัน    ยิ่งต่อยตียิ่งสุขภาพแข็งแรง   โดยเฉพาะซ่งชิงเหยียนที่นิสัยขี้โกงกลับกลอก   ควรจะถูกสั่งสอนให้เข็ดหลาบซะบ้าง.....

ซ่งชิงเหยียนเห็นพวกเขาล้วนไม่ใส่ใจช่วยเหลือ   มองเห็นมู่หรงเยว่โกรธจัดตาแดงเถือกทำท่าเหมือนกับจะฆ่าเขาให้ได้   ในใจบังเกิดความกลัว   ตะโกนร้องออกมาว่า


“มู่หรงเยว่,  ข้ายอมรับข้าผิดไปแล้ว   แต่เรื่องโกงลูกเต๋า   เป็นนางที่สอนข้า   นางบอกข้าว่าหากได้เงินมาก็แบ่งให้นางครึ่งหนึ่ง   ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็มอบให้ข้า   พวกเราสมรู้ร่วมคิดกัน  มู่หรงเยว่,  เจ้าจะตีแต่ข้าคนเดียวไม่ได้น่ะ....”

......................................
จบบท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น