งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 57 ผู้กล้าช่วยสาวงาม (ดิบ)

“หลีกไป!”   มู่หรงเสวี่ยผลักมู่หรงเยว่ให้หลบพ้นทาง   มีดสั้นในมือนางเสียบสวนเข้าที่ตัวงูดังฉึ่ก   มีดจมลงในลำตัวงูเขียวฉีกทะลุเกล็ดเปิดให้เห็นบาดแผลมีเลือดไหลออกมาสะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นประกายแดงฉาน...


“ซึ่บ  ซึ่บ!”   งูเขียวตนนั้น,  ลำตัวบิดม้วนอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวด    ท่อนหางที่ยาวกวาดระไปตามพื้นด้วยอาการพลุ่งพล่าน   ใบไม้ต้นหญ้าล้วนราบพนาสูร   ก้อนกรวดเม็ดเล็กเม็ดน้อยกระเด็นไม่มีเหลือ

ดวงตาของมู่หรงเสวี่ยมีประกายแข็งกร้าว   นางหมุนบิดด้ามมีดสั้นในมือไม่หยุดเพื่อให้ใบมีดคว้านแผลลึกลงไปอีก   เนื้อบริเวณปากแผลบนตัวงูก็ถูกใบมีดปั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย   งูเขียวโดนทำร้ายยิ่งโกรธเกรี้ยวดุร้ายมากยิ่งขึ้น   ละอองเลือดงูฉีดกระจายกลายเป็นฝอยประดุจน้ำพุ    หัวงูก็พุ่งเตรียมจะฉกลงมายังมู่หรงเสวี่ยในขณะที่ส่วนหางก็ฟาดไปมาอย่างบ้าคลั่ง
มู่หรงเยว่นั่นถูกส่วนหางของมันเล่นงานเข้าที่กลางหลัง   ลอยไปตกกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่นจนกระอักเลือด  ท่าทางจะลุกไม่ขึ้น

“พี่!”   เห็นงูเขียวหันไปเล่นงานมู่หรงเยว่   สายตาของมู่หรงเสวี่ยยิ่งเพิ่มความระมัดระวัง   นางตั้งใจจะเข้าไปช่วย   แต่พลันมีการเคลื่อนไหวก่อให้เกิดกระแสมวลอากาศแปลกๆ   ร่างในชุดดำร่างหนึ่งก็ปรากฎขึ้นแล้วหอบหิ้วมู่หรงเยว่ที่กำลังบาดเจ็บขึ้นแล้วเหาะหายไปในอากาศ   ทิ้งระยะให้พ้นจากงูเขียวนั่น

หัวใจที่เต้นระรัวของมู่หรงเสวี่ยค่อยสงบลง  จมูกพลันปะทะกับกลิ่นคาวจัดพอเบนสายตาขึ้นไปก็เห็นหัวของงูเขียวกำลังพุ่งเข้ามาหานางในระยะประชิดแล้ว   เขี้ยวพิษอันแหลมคมของมันอยู่ห่างจากพวงแก้มของนางแค่เอื้อม   สายเกินกว่าจะหลบให้พ้นเสียแล้ว......

สายตาของมู่หรงเสวี่ยยิ่งเย็นยะเยียบมากยิ่งขึ้น  นางเตรียมเบี่ยงจุดสำคัญออกมิให้ถูกกัด  เขี้ยวขาวพุ่งลงมาแล้วพร้อมกับกลิ่นกายของใครบางคนที่ผ่านเข้ามาในนาสิก   เงาสีขาวสะบัดวูบไหว   ฉับพลันหูของนางก็แนบกับแผ่นอกของร่างๆร่างหนึ่ง   เสียงหัวใจหนักแน่นของเขาดังเป็นจังหวะมั่นคงให้ได้ยินทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ต้องกลัว,  ข้าอยู่นี่แล้ว!”   เสียงดังชัดเจนอยู่ข้างใบหู  ต่อจากนั้นพลันบังเกิดกระแสของปราณพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งพุ่งจากปลายนิ้วไปยังทั้งสี่ทิศทางของงูเขียวชะตาขาดตัวนั้น   เสียงที่เกิดจากการประทะของเนื้อหนังมังสากับพลังสะท้อนของปรานดังฟึ่บฟั่บหนักๆติดต่อกันเป็นชุด   งูเขียวตัวที่เคยอยู่ตรงนั้นเมื่อครู่,  ก็สูญสลายหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก

มู่หรงเสวี่ยแอบถอนหายใจ   นางเงยหน้าขึ้นมองเพื่อสบตากับบุรุษที่มาช่วยนางไว้“ฝ่าบาทโอวหยาง,  ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

“เขาอวี้ชานมีอันตรายมาก  เจ้ามาเพียงลำพัง,  ข้าไม่วางใจ!”   โอวหยางเส่าเฉินก้มหน้าสบตานาง  ในแววตามีความห่วงใยเปี่ยมล้น


มู่หรงเสวี่ยกระพริบตาปริบๆ   “ไหนท่านบอกว่ามีธุระต้องทำ   ไม่สามารถมาได้อย่างไงล่ะ?”

“ธุระที่ข้าต้องทำ  กลับได้เจ้าช่วยทำหมดแล้วล่ะ!

มู่หรงเสวี่ยเดาด้วยท่าทางไม่แน่ใจ   “ท่านหมายถึง....น้ำท่วมหลิงหนาน!

“อืม”   โอวหยางเส่าเฉินพยักหน้า   หลิงหนานประสบภัย ราษฏรเดือดร้อนต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้   เสวี่ยเอ๋อร์ของเขากลับคิดแผนแก้ไขน้ำท่วมได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้เขาไม่ต้องสิ้นเปลืองสมองและเสียเวลาต่อไป

“เสวี่ยเอ๋อ!”   มู่หรงเยว่ที่ถูกซุนเฟิงประคองไว้เข้ามาสมทบ   ใบหน้าของเด็กหนุ่มไร้สีเลือด  ที่มุมปากยังมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่

“พี่เป็นอย่างไรบ้าง?”   สายตาของมู่หรงเสวี่ยสอดส่ายด้วยความเป็นห่วง

มู่หรงเยว่ยกมุมปากขึ้นยิ้ม  แล้วพยายามส่งเสียงหัวเราะ  “ข้าไม่เป็นไร.....”

“น่าจะบาดเจ็บภายในหนักเอาการอยู่   แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต!”  ซุนเฟิงวินิจฉัยแล้วกวาดตามองไปยังฉวงซีที่ยังไม่ได้สติรวมทั้งเฟิ่งเต้าที่ได้รับพิษ  “หนึ่งนั้นเจ็บสาหัส  ส่วนอีกหนึ่งต้องพิษงู   คงจะลากสังขารขึ้นเขาไปด้วยไม่ไหว....”

“พี่พี่พาพวกบ่าวที่บาดเจ็บกลับไปยังจวนก่อน”   มู่หรงเสวี่ยคำนวณ  ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บ บ้างก็ถูกพิษ...จำเป็นต้องรีบส่งตัวให้ถึงมือหมอก่อนเป็นสำคัญ

ดวงตาของมู่หรงเยว่ขุ่นมัว   ปทุมาโลกันต์ก็โดนทำลายไปแล้ว   เสวี่ยเอ๋อร์อุตส่าห์หาแหล่งหญ้าหยางเถ่าพบแล้ว   เขาอยากจะปกป้องนางเดินทางขึ้นไปเก็บหญ้าที่ข้างบนเขานั่น   จนใจที่ฝีมือของเขาไม่เป็นโล้เป็นพายทั้งยังมาบาดเจ็บอีก  หากเดินทางต่อไปร่วมกับนาง....มีแต่จะเป็นตัวถ่วงรั้งนางเอาไว้

“เสวี่ยเอ๋อร์,  เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้ดี!”   มู่หรงเยว่กำชับน้องสาว  เขาปลดถุงผ้าสีทองที่ข้างเอวเขาส่งให้กับมู่หรงเสวี่ย  “นี่เป็นเครื่องรางที่มารดาเราให้ข้าพกไว้ป้องกันตัว  ตอนนี้มอบให้เจ้าพกติดตัว  อย่าลืมล่ะ, เจ้าต้องปลอดภัย...กลับมาบ้านให้ได้”

มู่หรงเสวี่ยรับถุงผ้าใบนั้นมาแขวนห้อยไว้ที่ข้างเอว  นางกล่าวย้ำทีละคำว่า  “พี่ไม่ต้องห่วง   อย่างไงๆ...ข้าก็จะกลับถึงจวนอย่างปลอดภัยแน่นอน”

ได้ยินนางรับปากแข็งขันเช่นนั้น,  มู่หรงเยว่ค่อยวางใจ   เขาหันไปกล่าวกับโอวหยางเส่าเฉินว่า   “ฝ่าบาทโอวหยาง, กระหม่อมมีน้องสาวเพียงคนเดียว  ขอฝากนางไว้กับท่านด้วย”

โอวหยางเส่าเฉินยิ้มรับบางๆ   ดวงตาสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นไม่แสดงอารมณ์ส่วนลึกให้ใครได้รู้

มีองครักษ์จากวังเสี่ยวเหยาปรากฎตัวเพิ่มเติมอีกสามนาย    หนึ่งคอยคุ้มกันมู่หรงเยว่  อีกหนึ่งประคองฉวงซีขึ้นจากพื้น  ส่วนอีกคนก็จี้สกัดจุดให้เฟิ่งเต้าเพื่อป้องกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ  จากนั้นก็แบกเขาขึ้นบ่า พากลับลงไปอย่างรวดเร็ว

มองส่งตามร่างทั้งหลายที่บ่ายหน้าลงจากเขา,   มู่หรงเสวี่ยก็มุ่นหัวคิ้วน้อยๆ   พึ่งเดินป่าได้แค่สองสามร้อยเมตรไม่ไปถึงไหนด้วยซ้ำ  ก็เจ็บไปแล้วสาม   เขาอวี้ชาน...ท่าจะโหดกว่าที่นางคิด!

“ไปเถอะ  ไม่เช้าแล้ว!”   โอวหยางเส่าเฉินพูดเสียงแผ่วเบา   หญ้าหยางเถ่าขึ้นอยู่ในภูเขา   น่าจะอยู่ห่างจากเส้นทางนี้อีกไกล.....

“ตกลง!”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าแล้วออกเดินอย่างรวดเร็ว  ตอนนี้จากเที่ยงจะเข้าบ่ายแล้ว  นางต้องรีบทำระยะให้ได้มากที่สุด  หากชักช้า....จะมืดค่ำกลางทาง

ทางขึ้นเขานั้นแสนจะขรุขระ   ยิ่งสูง,  ทางเดินก็ยิ่งชันขึ้นทุกที   แต่ละก้าวย่างก็ต้องเดินอย่างระมัดระวัง  ค่อยๆขึ้น   มู่หรงเสวี่ยรู้สึกว่าอากาศรอบๆตัวเริ่มขมุกขมัว   แสงอาทิตย์ในตอนนี้เหลือเพียงลำแสงขาวทอดอ่อนๆไปได้ไม่ถึงไหนในบรรยากาศที่อวลไปด้วยหมอก

โอวหยางเส่าเฉินเดินขนาบข้างนางแล้วเอามือจับจูงนางไว้แน่น   ดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มดูจริงจังยามเอ่ยอธิบายกับนางว่า   “หมอกเริ่มจะหนา   เราต้องจับมือกันไว้จะได้ไม่หลงทาง”

“ข้าเข้าใจ!”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าหงึกหงัก   ยิ่งเดินไปเรื่อยๆ  พวกนกกาก็พลอยน้อยลงน้อยลงไปทุกที   แทบจะไม่มีเสียงนกร้องให้ได้ยิน   มีเพียงแต่เสียงฝีเท้าของคน   แต่คนในคณะกลับสำเหนียกได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ    เหมือนกับสัญชาตญานจะบอกพวกเขาว่า......กำลังจะมีอันตรายยิ่งใหญ่....ใกล้เข้ามา

“สวบสาบ!”   เงาสองเส้นสายทำเสียงดังแหวกผ่านอากาศอยู่ข้างหน้า  มู่หรงเสวี่ยหันไปอย่างระวังและเตรียมพร้อมจะลงมือ  แต่ไม่ทันซุนเฟิงกับองครักษ์อีกคนหนึ่งที่กระโจนออกไปพร้อมกับดาบในมือเพื่อตรงเข้าตัดเถาวัลย์เขียวขจีตรงหน้าให้ขาดออกจากกัน

“สวบสาบ!”   เถาวัลย์ขยับเข้าหาซุนเฟิงและอู๋เหิงอย่างไม่ยอมลดละอีกครั้ง

ซุนเฟิงหันหลังพิงกันกับองครักษ์อู๋เหิงอีกคนแล้วกระชับดาบในมือไว้มั่น  จากนั้นก็ฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็วปานจักรผัน   ด้วยจุดประสงค์ตรงกันว่า....ต้องตัดเถาวัลย์บ้านี้ให้หมด

แต่เถาวัลย์เหมือนงอกออกมาใหม่ไม่สิ้นสุด  ยิ่งตัดก็ยิ่งยาว  ตัดหนึ่งก็งอกมาอีกสิบ

แต่แล้วจู่ๆ  ช่วงจังหวะหนึ่งที่ดาบของอู๋เหิงถูกเถาวัลย์พันจนไม่ขยับ  ทำให้ดาบที่ใช้ป้องกันตัวของเขาต้องหยุดสนิทอยู่เพียงแว่บหนึ่ง  จากนั้นเถาวัลย์ก็ยิ่งถาโถมรัดเป็นเกลียวเหนียวเข้าไปอีก  รัดอู๋เหิงแน่นเข้า.....รัดเข้า....และรัดเข้าจนใบหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นสีม่วงคล้ำ

“อู่เหิง””   แววตาของซุนเฟิงไม่ยอมแพ้ควงดาบหมายตั้งใจจะเข้าช่วย   แต่กลับถูกเสียงพูดของมู่หรงเสวี่ยยับยั้งไว้เสียก่อน   นางกล่าวว่า   “เถาวัลย์นี้เหนียวและยืดหยุ่นไม่ใช่น้อย ทั้งยังตอบสนองอย่างว่องไวต่อสิ่งเร้าภายนอก   หากใช้ดาบเข้าตัดทำลาย  ยิ่งเร็วมันก็ยิ่งตอบโต้ไวมากขึ้นด้วย   หากจะช่วยคน....เราต้องใช้ไฟ

มู่หรงเสวี่ยหยิบเอาตะบันไฟออกมา  จุดไฟพรึ่บแล้วโยนเข้าใส่เถาวัลย์  เถาวัลย์เมื่อได้รับความร้อน  ถึงได้บิดย้ายถอยกรูดออกไป...

และแล้วหนทางข้างหน้าก็เกลี้ยงเกลา  ปราศจากเถาวัลย์สักเส้น!!!!

อู๋เหิงหลุดออกมาจากเถาวัลย์อย่างงงๆ   เขามองดูมู่หรงเสวี่ยด้วยความสำนึกในบุญคุณ   “ขอบคุณแม่นางมู่หรงที่ช่วยชีวิตข้าไว้!

“อย่าพูดเช่นนั้นเลย”   มู่หรงเสวี่ยยิ้มบาง  ดวงตาดำกลมโตของเด็กสาวกลับครุ่นคิดว่า  นี่มันเถาวัลย์ที่ขึ้นแถวป่าเขตร้อนชื้นนี่นา....มันมาโผล่แถวแคว้นฉิงหยานได้อย่างไรกัน?

ป่าอวี้ชานแห่งนี้,   ยิ่งเข้ามายิ่งอันตรายขึ้นทุกทีแล้วเฟ้ย!

แต่ในเมื่อหญ้าหยางเถ่าที่นางจำเป็นต้องใช้มันอยู่ที่นี่  ถึงป่าอวี้ชานจะอันตรายอย่างไง,  นางก็ต้องปีนขึ้นไปให้ถึงยอดเขาให้ได้


“ช่วยด้วยยยยย   ช่วยด้วยย   ใครก็ได้ช่วยที....”   เสียงโหยหวนร้องขอความช่วยเหลือมาจากที่ไกลออกไป   มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้วแล้วมองไปยังที่มาของเสียง.......


.............................................
จบบท



22 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณค่ะ
    ว่าแต่ใครโผล่มาอีกฟระ หวังว่าไม่ใช่แผนร้ายยัยย่าตัวดีนะ

    ตอบลบ
  2. สนุกอะ ผจญภัยแบบนี้ชอบจัง ขอบคุณที่แปลจร้าาาาา

    ตอบลบ
  3. เจอใครก็ได้แต่ขออย่าเจอหมาหวงก้างละกัน

    ตอบลบ
  4. เจอใครก็ได้แต่ขออย่าเจอหมาหวงก้างละกัน

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณค่ะ ....เอ่อ......

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณค่ะ ....เอ่อ......

    ตอบลบ
  7. ขอบคุณค่ะ ลุ้นสนุกมากตอนนี้

    ตอบลบ
  8. ขอบคุณมากค่ะ ขอให้คณะเดินทางของพระเอกนางเอกรอดทุกคน

    ตอบลบ
  9. ลุ้น..ลุ้นว่าเป็นคนจริงๆหรือเป็นอะไร
    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ17 ธ.ค. 2559 21:03:00

    ฉากเปิดตัวพระเอกและนางร้าย(อีกตัว)ในตำนาน

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ17 ธ.ค. 2559 21:10:00

    มีเสือสมิงป่าวอ่ะ

    ตอบลบ
  12. ลุ่นอ่ะ ไครจะโผล่มาอีกเนี้ย

    ตอบลบ
  13. ขอบคุนค่ะ กำลังสนุก ลุ้นมากกกก

    ตอบลบ
  14. เจอก้างหรือป่าวนี่

    ตอบลบ
  15. ขอบคุณค่าาาาา

    ตอบลบ
  16. พระเอกมาแล้วววววว

    ตอบลบ
  17. ขอบคุณค่ะ
    เสาเฉินเป็นห่วงเลยตามมาดูแลมาได้ทันเวลาพอดีอีกต่างหาก

    ตอบลบ