วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 59 เพลิงโทสะ (ดิบ)

ฝ่ามือของซื่อจื่อหนุ่มส่งพลังปราณแข็งแกร่งออกไปสายหนึ่งตรงเข้ากระแทกผลักยันกับกระแสกำลังภายในของเย่วอี้เฉิน   เย่วอี้เฉินเสียท่าถูกปราณกล้าแข็งทะลวงฝ่าแนวตั้งรับเข้ากระแทกทำให้เกิดแผลลึกเป็นรอยยาวตั้งแต่บริเวณฝ่ามือวิ่งขึ้นไปหาปลายศอก   เลือดสีแดงสดไหลอาบเปียกไปทั้งแขนเสื้อทันที.....

“เย่วอี้เฉิน,  เจ้ามีคุณสมบัติอะไรถึงได้คิดมาว่ากล่าวเสวี่ยเอ๋อร์!”   เสียงทุ้มนุ่มนวลที่ซื่อจื่อหนุ่มกล่าวออกมาได้ยินกังวานโดยทั่ว   เย่วอี้เฉินต่อตาด้วยสายตากร้าวแข็งมิยอมหลบ, ตอบกลับไปว่า   “ทำไมข้าจะไม่มีคุณสมบัติ   ผู้คนเขาย่อมรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่แล้วว่าข้ากับนางเป็นอะไรกัน!”  

“ต่อหน้าสาธารณะ,   ลดฐานะนางเป็นเพียงอนุภรรยา   ให้ผู้คนทั่วไปหัวเราะขบขันนาง   ลดศักดิ์ศรีของนางโดยไม่เหลือเยื่อใย    ไล่กวดจะรับนางไปเป็นอนุให้ได้จนนางเกือบจะตกหน้าผา  ส่งคนมาทำลายปทุมาโลกันต์ทั้งๆที่รู้ว่าหากขาดยานี้ไป,  นางอาจต้องจบชีวิตลง  ต้นไม้กินคนเข้าจู่โจม,  จะห่วงใยความปลอดภัยนางสักนิดก็ไม่มี    แต่ในอ้อมแขนกลับประคองกอดหญิงอื่น...ไม่ยอมวางมือ,   เจ้ายังกล้าอวดอ้างอีกหรือว่าเป็นคู่หมั้นนาง?”   โอวหยางเส่าเฉินพูดด้วยสายตาที่มีเปลวอารมณ์ร้อนแรง    จ้องหน้าเย่วอี้เฉินเขม็ง

“เรื่องส่วนตัวของเปิ่นหวางใครใช้ให้เจ้ามาสอด!”   น้ำเสียงของเย่วอี้เฉินแข็งกระด้าง 
ดวงตาดำสนิทเข้มขึ้นด้วยโทสะ:  ตอนที่มู่หรงเสวี่ยยื่นแขนของนางออกไปยังปากอ้ากว้างของดอกไม้กินคนนั่น,  เขาเองก็เตรียมที่จะเข้าไปหยุดนางไว้ด้วยมือของเขาเองอยู่แล้ว  แต่ฉินอี้หยวนที่อยู่ในอ้อมแขนนั่นจับแขนของเขาไว้เสียแน่น   ทำให้เขาไม่สามารถ........

“ธุระของเจ้า,  ซื่อจื่ออย่างข้าก็คร้านจะยุ่งอยู่หรอก!    แต่ใครใช้ให้เจ้ามายุ่งกับเสวี่ยเอ๋อกันเล่า!”     สายตาของโอวหยางเส่าเฉินเหลือบไปยังฉินอี้หยวน:   “ท่านอ๋องจิง,  คงไม่มีเวลาสั่งสอนอบรมท่าน   รสนิยมในการเลือกเฟ้นสตรีมาเคียงคู่ของท่านถึงได้ย่ำแย่   เลือกสิ่งที่ไม่คู่ควรมา    หากในตอนนั้น,   ไม่ใช่ท่านอ๋องจิงตัดสินใจเลือกเสวี่ยเอ๋อให้หมายหมั้นกับท่านแล้วล่ะก็    ท่านก็คงไม่มีทางได้แตะต้องยุ่งเกี่ยวกับนางหรอก....”

ใบหน้าฉินอี้หยวนซีดลงทันตา   สองมือในแขนเสื้อกำกันแน่น

เย่วอี้เฉินมองอย่างเอาเรื่อง  “โอวหยางเส่าเฉิน!  เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว”

“ซื่อจื่อล้วนพูดแต่ความจริง   มิได้กล่าวหาผู้ใด”   โอวหยางเส่าเฉินยกมุมปากยิ้มอย่างเย้ยหยัน   วาจายังคงกล่าวหาต่อ

“เย่วอี้เฉิน,  ตัวข้าและเสวี่ยเอ๋อร์ต้องมาถูกเจ้าเหน็บแนมอยู่นี่ก็เพราะว่านางได้รับบาดเจ็บ  ข้าจึงช่วยใส่ยาให้   แล้วถ้าถามต่อว่าทำไมนางได้รับบาดเจ็บน่ะรึ?   ก็เพราะต้องช่วยเจ้า!  ช่วยฉินอี้หยวน  หากมือของนางไม่มีแผลเปิดให้เลือดไหล,  พวกเจ้าทั้งสองคนจะมายืนลอยหน้าสบายดีอยู่อย่างนี้หรือไม่?”

ต่อหน้าผู้มีพระคุณช่วยชีวิต,  ไม่เอ่ยปากขอบคุณก็ไม่เป็นไร   แต่ยังมาทำพูดจาใหญ่โตสั่งสอน  การกระทำของเจ้าน่ะ...หาคนกระทำเลียนแบบได้ยากยิ่งกว่าแล้ว....”

เย่วอี้เฉินดวงตาถมึงทึงเค้นคำพูดออกมาช้าๆทีละคำว่า   “อี้หยวนไม่รู้เพลงยุทธ์   เปิ่นหวางก็ต้องดูแลปกป้องนาง  ส่วนเสวี่ย....”

“เสวี่ยเอ๋อร์ก็มีซื่อจื่อเช่นข้าดูแลอยู่แล้ว,  นางไม่ต้องรบกวนให้องค์ชายจิงมาใส่ใจหรอก   ถ้าเจ้าอยากจะช่วยอะไรนางนักล่ะก็   แค่ช่วยถอนหมั้นเร็วๆก็พอแล้ว”   โอวหยางเส่าเฉินพูดประโยคสุดท้ายอย่างเชือดเฉือน   เขาหันไปหามู่หรงเสวี่ย   ทอดน้ำเสียงอบอุ่นถามความเห็นนางว่า   “เย็นมากแล้ว,  หาที่พักคืนนี้กันก่อนเถอะ”

“ก็ดี”   มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วยแล้วออกเดินช้าๆไปข้างหน้า:  ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก,  อีกไม่ช้าก็จะพลบค่ำ   พวกเขาเพิ่งเดินทางได้แค่สองสามชั่วโมง   ผ่านตัวประหลาดมาสองตัวแล้ว   เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไม่ใช่น้อย,  ต้องหาที่พักเพื่อเรียกพลังฟื้นคืนถึงจะดี

โอวหยางเส่าเฉินเดินเคียงข้างไปพร้อมกับมู่หรงเสวี่ยไม่ห่าง   เขาแตะมือช่วยพยุงหัวไหล่นางเบาๆ  คอยดูแลให้นางปลอดภัยอยู่ในวงแขน   ฉินอี้หยวนมองตามด้วยความหงุดหงิดและริษยาอย่างรุนแรง    ยังไม่ทันพ้นจากการเป็นผู้หญิงของอี้เฉินเลย,  ซื่อจื่อโอวหยางกลับให้ความสนใจขนาดนี้เสียได้   อย่างมันไม่ควรจะได้ดีอย่างนี้ซิ......

จมูกพลันได้กลิ่นสนิมของเลือด,  ฉินอี้หยวนจึงได้สติ,  หันมามองบาดแผลบนแขนของเย่วอี้เฉิน  ซึ่งพอเห็นอย่างชัดเจนแล้ว,  นางก็พูดว่า  “อี้เฉิน,  แผลของท่านลึกไม่น้อย.....”

“แผลเล็กน้อย”   เย่วอี้เฉินพูดอย่างไม่ใส่ใจ   สายตาของเขามองตามโอวหยางเส่าเฉินและมู่หรงเสวี่ยที่เดินห่างออกไป   แววตาของเขาเกิดประกายล้ำลึกบางอย่างที่ยากจะตีความหมาย

มู่หรงเสวี่ยและโอวหยางเส่าเฉินเดินมาเรื่อยๆ   ก่อนที่พระอาทิตย์จะตก,  พวกเขาก็มาถึงทุ่งราบปราศจากหญ้าสูงริมฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง  ที่แห่งนี้มีสายน้ำใสดุจดังกระจก  บนริมฝั่งมีหญ้าเล็กหญ้าน้อยเขียวขจีรวมทั้งดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ริมฝั่ง  สายลมพัดมาทำให้รู้สึกสดชื่น  ทั้งสถานที่ทิวทัศน์ก็น่าอภิรมย์....

แม่น้ำนี้เป็นสถานที่เปิดโล่งเหมาะจะตั้งค่ายพักแรม   อู๋เหิงเริ่มออกเดินหาเศษไม้มาทำฟืน   ส่วนซุนเฟิงก็เริ่มใช้ปราณจับปลาในน้ำ

โอวหยางเส่าเฉินและมู่หรงเสวี่ยนั่งอยู่เคียงคู่กันบนหินสีขาวก้อนหนึ่ง   ชายหนุ่มยื่นถุงหนังสีขาวมาตรงหน้านาง  “ดื่มน้ำซะ”

“ขอบคุณ”   มู่หรงเสวี่ยส่งยิ้มหวานให้ขณะที่รับถุงน้ำมา   ผ่านมาตั้งเกือบสามชั่วโมงแล้วที่นางไมได้ดื่มอะไรเลย  ตอนนี้นางกระหายมาก

ไม่รู้ว่าถุงหนังทำจากอะไร  รสชาติน้ำถึงได้รู้สึกว่าดีมาก   สีใสเหมือนน้ำดื่มทั่วไป  แต่ดื่มเข้าไปแล้วทำให้ภายในอบอุ่น   ความร้อนนั่นเรียกว่ากระจายจากกระเพาะไปจนถึงแขนขาของนางทีเดียว

มู่หรงเสวี่ยมองถุงน้ำด้วยความสงสัย   “น้ำทำไมดื่มแล้วรู้สึกอุ่นร้อนล่ะ?”

พวกเขาย่างเข้ามาในหุบเขานี้ไม่ต่ำกว่าสองสามชั่วโมงแล้ว   ต่อให้ถุงเก็บความร้อนดีแค่ไหนในยุคสมัยนี้   ผ่านไปนานขนาดนี้ของเหลวที่เก็บไว้ก็น่าจะเย็นเสียทั้งหมดแล้ว

“เจ้ามีพิษเย็นอยู่ในตัว  ดื่มน้ำเย็นนักจะไม่ดีต่อร่างกาย!”   โอวหยางเส่าเฉินตอบไม่ตรงกับคำถาม   มือของชายหนุ่มยังส่งขนมลูกพลัมมาอีกสองชิ้นอย่างต่อเนื่อง:  “จะกินปลาต้องรอให้เขาย่างเสร็จซะก่อน   ตอนนี้รองท้องด้วยขนมไปก่อน”

ขนมลูกพลัมที่รับมายังอุ่นๆอยู่  กลิ่นหอมๆของลูกพลัมก็แผ่กระจายออกมายั่วน้ำลายอย่างยิ่ง  มู่หรงเสวี่ยไม่รอช้ากัดเข้าไปคำใหญ่ๆจนเต็มปาก   รสชาติหวานหอมอมเปรี้ยวก็ซ่านกระจายให้เอร็ดอร่อย

นางมองโอวหยางเส่าเฉินด้วยสายตาทึ่งๆ   เห็นในมือของเขายังมีกล่องไม้สำหรับบรรจุอาหารที่ยังมีขนมลูกพลัมอยู่ข้างในอีกแปดชิ้น  แต่ทั้งแปดชิ้นนั่น....ดูเย็นและแข็งไม่น่ากินแตกต่างกับชิ้นที่ยังอุ่นร้อนในมือนางลิบลับ   อย่าบอกนางนะว่า.....ขนมเย็นๆที่อยู่ในกล่องพอผ่านมือของซื่อจื่อหนุ่มก็ร้อนกรุ่นขึ้นมาทีเดียว   “ท่านทำได้อย่างไร?”

มองสายตาใคร่รู้ของสาวน้อยตรงหน้าแล้ว,   แววตาของซื่อจื่อหนุ่มเต้นระริกด้วยความขบขัน   เขาตอบนางกลับไปว่า  “เป็นความลับมิอาจเปิดเผย”

ใบหน้าหวานละมุนของสาวน้อยตรงหน้างอคว่ำลงอย่างขัดใจ   ดวงตาหวานถลึงใส่เขาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์  นางขู่ฟ่อด้วยท่าทางไม่ต่างจากลูกแมวพองขนว่า  “แล้วอย่ามาบอกข้าทีหลังก็แล้วกัน!”   ตอนนี้นางหมดอารมณ์อยากรู้แล้ว

หางตาของนางเหลือบเห็นเย่วอี้เฉินและฉินอี้หยวนนั่งอยู่ตรงโขดหินไม่ห่างนัก    นางเลิกคิ้วขึ้น:  พวกเขากลุ่มนั้นก็มีไหวพริบไม่เบา   เขาอวี้ชานเต็มไปด้วยภยันอันตราย   จำต้องหาที่โล่งเปิดกว้างเป็นที่พักผ่อน    มีแต่ที่ริมน้ำนี้ที่เป็นสถานที่เหมาะสม

มองตามสายตาของมู่หรงเสวี่ยไป,  คิ้วเข้มหนาของชายหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อย: “ถ้าเจ้าขัดตา, ข้าจะให้องครักษ์ไปไล่พวกเขาให้!?”

ฉินอี้หยวนได้ฟังถึงกับตัวแข็ง   สายตาของนางตวัดไปยังมู่หรงเสวี่ย  แววตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความแค้นใจที่นี่คือราชอาณาจักรฉิงหยานเป็นสถานที่ไม่มีผู้ใดมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ    มีสิทธิ์อะไร...จะมาไล่พวกนางออกไป?

เย่วอี้เฉินหลุบเปลือกตาลง   ภายใต้แววตานั้นขุ่นมัวฝ่ามือคลายออกเตรียมพร้อมตั้งท่าจะปล่อยปราณออกมาห้ำหั่น..................

“ไม่ต้องหรอก!”   มู่หรงเสวี่ยสั่นหน้า   นางเหลือบไปทางฉินอี้หยวนพลางพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า   “พวกเราและพวกเขามิได้กินเส้นกันสักเท่าไหร่ก็จริง  แต่ข้าไม่อยากรบกวนท่านทำถึงขั้นนั้น   จะใจตรงกันต่างต้องการพักผ่อนที่ริมน้ำก็ไม่เป็นไร....ทำเป็นมองไม่เห็นซะก็หมดเรื่อง”

เย่วอี้เฉิน,  อย่างไรก็เป็นถึงเทพสงคราม  ในใจย่อมไม่ยินยอมให้ผู้ใดมาหลู่เกียรติของเขาง่ายๆโดยไม่โต้ตอบ   ทำไปทำมาเรื่องราวจะใหญ่โตไปกันใหญ่   ตัวนางเองไม่ได้เกรงกลัวเย่วอี้เฉินหรอก  แต่ไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้เสียอารมณ์

เพราะว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของการมาครั้งนี้ของนางคือ หญ้าหยางเถ่า  หากได้หญ้าหยางเถ่ามาไว้ในมือแล้ว  ตอนนั้นมีแค้น, ค่อยแก้แค้น  อยากแก้ไขความอยุติธรรม, ค่อยไปแก้กันตอนนั้นก็ได้!

“ปลาย่างจะได้ที่แล้ว  ไปกันเถอะ!”   มู่หรงเสวี่ยยุดแขนของโอวหยางเส่าเฉินให้ลุกขึ้นออกเดินไปยังกองไฟด้วยกัน


เย่วอี้เฉินค่อยๆกำฝ่ามือช้า  พลังปราณที่กักไว้ที่ฝ่ามือก็สลายหายไป  เขามองตามโอวหยางเส่าเฉินที่มีมู่หรงเสวี่ยเดินจูงมือกัน  ห่างออกไปทุกที  ด้วยแววตาซับซ้อนยากจะอ่านออก


............................................
จบบท


59 ความคิดเห็น:

  1. กรี๊ดดดด ฝ่าบาทโอวหยางพูดได้โดนใจมากค่าา

    ตอบลบ
  2. สะใจ ให้ซื่อจือ100คะแนน>/////<

    ตอบลบ
  3. สมน้ำหน้าเย่วอี้เฉิน

    ตอบลบ
  4. เกียดอีนางฉินจิงๆ

    ตอบลบ
  5. ชูป้ายซื่อจื่อ

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ20 ธ.ค. 2559 16:11:00

    ><

    ตอบลบ
  7. สุดยอดเลยเพคะ ยกป้ายไฟ ซื่อจื่อ รัว ๆ

    ขอตบหน้านางฉินก่อนได้ไหม

    ขอบคุณไร้ท์มากค่ะ

    ตอบลบ
  8. สะใจฝ่าบาทโอหยางจิงๆ ฮีแมนมากใส่แบบไม่ยั้งตอกแบบตรงๆ ลงไปที่ผีเน่ากะโลงผุคู่เลย

    ตอบลบ
  9. นางฉินอี้หยวนน่าจะโดนตัวประหลาดซักจับไปกินท่าจะดี
    มานั่งตาร้อนอยู่ได้

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ20 ธ.ค. 2559 16:28:00

    ซื่อจื่อสุดยอด รักเลย5555
    รีบมาต่อนะคะไรท์ชอบมากๆเลยอิๆ

    ตอบลบ
  11. กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด อยากตะโกนสามคำให้องค์ชายจิง 'สมน้ำหน้า'555555555 ฝ่าบาทโอวหยางน่ารักอะะะ ขอบคุณค่ะ กรี้ดด โอ๊ยยยยยยย สนุกกกก

    ตอบลบ
  12. ด่าได้ตรงใจรีดมาซื่อจื่อถ้าให้ดีถีบมันซะทีจะเป็นพระคุณ

    ตอบลบ
  13. ชูป้ายไฟฝ่าบาทโอวหยางทันที! พูดได้ดี! ด่าได้ดียิ่ง! องค์ชายกะองค์หญิงคู่นั้นดูๆไปก็เหมาะสมกันดี ศีลเสมอกันเป๊ะ(คือเป็นศูนย์ มีแต่ความชั่วร้ายในใจ) ยัยหญิงฉินชอบด่านางเอกแต่ไม่มองตัวเองเล้ยยยย ตัวเองอยู่กับชายคนนึงแต่ไปริษยาหญิงที่ชายอีกคนดูแล มันแพศยาของแท้ชัดๆ อินค่ะ เกรงใจไรท์ แต่อยากอ่านอีกไวๆง่ะ

    ตอบลบ
  14. สม น้ำ หน้าาาา เย่วอี้เฉิน ขอหัวเราะลั่นซอยยย

    ตอบลบ
  15. เชียร์ฝ่าบาทโอวหยาง จัดหนักๆไปเลยค่ะะ เอาให้งายไปเลย

    ตอบลบ
  16. ทำไมสังหรใจว่าคนที่ดีกับนางเอกมักแดกแห้ว

    ตอบลบ
  17. ใครเป็นพระเอกเนี่ยย อยากให้ฝ่าบาทโอวหยาง เป็นพระเอก ละมุนมากก

    ตอบลบ
  18. ยังๆ ยังไม่สำนึกหน้าต้องหนาได้แค่ไหนกันเนี่ย มิน่าถึงเป็นเทพสงครามฟันแทงหน้าไม่เข้านี่เอง

    ตอบลบ
  19. มาส่องทุกชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวานในที่สุดซื่อจื่อก้มา ขอบคุณไรท์มากค่ะ

    ตอบลบ
  20. ตั้งแต่แรกเย่อี้เฉินที่ต้องแต่งนางเอกเพราะมีนัยซ่อนเร้น ตอนนี้น่าจะเริ่มสนใจนางเอกแล้วมั้งแต่ ช้าไปมั้ยเธอ ไม่ทันฝ่าบาทโอวหยางแล้วจ้า นำห่างไม่ทิ้งฝุ่น นอกจากเรื่องนี้จะแต่งให้นางเอกชอบคนเลว อันนี้อาจมีเกมพลิก55555

    ตอบลบ
  21. ว๊าว วันนี้ฝ่าบาทพูดเยอะจัง ปลื้มมมมม เอาใจไปเลยคร๊าาาา ซื่อจื่อ.
    ปล.ขอบคุณไรท์. ทั้งนี้คอยติดตามตอนต่อไปอย่างจดจ่อค๊าาาาา

    ตอบลบ
  22. ลุกขึ้นยืนตบมือให้พระเอกเลย 5555

    ตอบลบ
  23. กดไลท์ฝ่าบาทเลยค่ะด่าได้สะใจเจ๊มาก

    ตอบลบ
  24. กดไลท์ฝ่าบาทเลยค่ะด่าได้สะใจเจ๊มาก

    ตอบลบ
  25. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  26. ปรบมือให้ซื่อจือสิค่ะรออะไร / ขอบคุณผู้แปลค่ะ

    ตอบลบ
  27. กรี๊ดฝ่าบาทโอวหยาง ชั้นรักเค้าาาาาาา

    ตอบลบ
  28. ฝ่าบาทโอวหยางแมนขนาดนี้ มีอดีตกันตั่งแต่เด็กๆ ได้กันเลยเถอะ

    ตอบลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ20 ธ.ค. 2559 22:04:00

    ตีกันมันส์หยด แล้วสุดท้าย...จักรพรรดิ์สอยไปแด๊ก
    ตาอินกะตานาชัดๆ!!

    ตอบลบ
  30. ไม่ระบุชื่อ20 ธ.ค. 2559 22:10:00

    ชูป้ายไฟซื่อจื่อโอวหยางรัวๆ!
    เลิฟฮี ไลค์ฮี อยากได้ฮีอ้าาา!!!!

    ตอบลบ
  31. เกลียดคู่ผีเน่า โลงผุมาก แต่ละคน

    ตอบลบ
  32. ยังกล้า ยังกล้าา ยังไม่สำนึกกกก คิดหรอว่านางเอกจะเอาอ่ะ

    ตอบลบ
  33. ซื่อจื่อพูดได้โดนใจมาก สะใจสุดๆ แต่นี่สงสัยมากฉินอี้หยวนไม่มีประโยชน์ใช้สอยจะเอามาเป็นตัวภาระทำไม

    ตอบลบ
  34. ใครเป็นพระเอกขอเป็นฝ่าบาทโอหยาง เถอะ ชูป้ายไฟ รักมากเลยสะใจจริงๆ

    ตอบลบ
  35. ซื่อจื่อพูดได้ถูกใจ FC มาก

    ตอบลบ
  36. วันนี้ซื่อจื่อพูดเยอะจังค่ะ 555555
    มีความปกป้อง และด่าแสกหน้าได้หล่อสุดๆ เถียงไม่ออกกันเลย นางเอกตอนนี้คือแค่อยู่เฉยๆแบบสวยๆเลยจาา 55555

    ตอบลบ
  37. โอ้ซื่อจื่อวาจาเผ็ดร้อน "3ผ่านค่ะ"พูดเยอะที่สุดตั้งแต่เปิดเรื่องมา

    ตอบลบ
  38. หึ สมน้ำหน้าเยว่อี้เฉิน โอวหยางเส่าเฉินพูดดีมากค่าาา เอาใจไปเลย :)

    ตอบลบ
  39. ซื่อจื่อพูดได้ดี เริ่ด

    ตอบลบ
  40. โฮ๊ะๆ สมน้ำหน้า
    ฝ่าบาท.... พูดดีมาก... สะใจจริง ๆ

    ตอบลบ
  41. ซื่อจื่อ ดีมากมาย

    ตอบลบ
  42. โหะโหะ ทำซะขนาดนี้อีเวนท์นี้ได้คะแนนเต็มแน่

    ตอบลบ
  43. สนุกมาก กดไลค์รัวๆ

    ตอบลบ
  44. ให้คะแนนทะลุหลอดเลยจื่อซื่อ

    ตอบลบ
  45. ของดี มีไว้ก็ไม่เห็นค่า สมน้ำหน้านะท่านแม่ทัพ 555555

    ตอบลบ
  46. ฉินอี้หยวนมีอะไรให้น่าหลงรักเนี่ย

    ตอบลบ
  47. ฝ่าบาทพูดได้ถูกใจรีดมากตรงใจทุกคำเลยค่ะ

    ตอบลบ
  48. เอาใจไปเลยค่ะท่านโอวหยาง องค์ชายจิ้งกะแม่นางฉินจอมริษยาเมื่อไรจะถูกลดบทบาทเสียทีหมั่นไส้รังควานเสวี่ยเอ๋ออยู่ได้ สมแล้วที่คู่กันเลวทั้งคู่

    ตอบลบ
  49. ขอบคุณค่ะ
    เสาเฉินเแาใจป้าไปเลยค่ะ

    ตอบลบ
  50. เมื่อไหรหนอออ ฉินอี้หยวนกับเหยวอี้เฉิน
    จะได้รับกรรม (ถอนมั้นกับเสวี่ยเอ๋อได้เร็วๆก็ดีน่ะ)

    ตอบลบ
  51. เมื่อไหรหนอออ ฉินอี้หยวนกับเหยวอี้เฉิน
    จะได้รับกรรม (ถอนมั้นกับเสวี่ยเอ๋อได้เร็วๆก็ดีน่ะ)

    ตอบลบ
  52. ซื่อจือออ พูดได้ดีเอาไป10กระโหลก!!!

    ตอบลบ
  53. สะใจมากตอนนี้ องค์ชายจิงเริ่มเสียดายนางเอกของเราแล้วแน่ๆ แต่ก็ได้เสียดาย หึหึ

    ตอบลบ