วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 6 คำขอแต่งงานจากปีศาจช้าง

มีต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าเต็มไปหมดบนเขาหลัวยิ้ง   บรรยากาศทั้งเขาทั้งมืดทั้งชื้น แหมช่างเป็นที่ๆเหมาะจะบ้านสุดรักของน้องแมวอย่างข้ามาก

แต่นี่ไม่ใช่บ้านข้านี่!

กระโดดลงจากปีกอีกา,  ข้าย่อตัวทำจมูกฟุดฟิตไปซ้ายทีขวาที   แต่ข้าไม่ได้กลิ่นที่คุ้นเคยเลย   ข้านั่งมองหน้ามองหลังและปล่อยเสียงครางด้วยความเศร้า

พี่กระทิงและหลัวชามองที่ข้า   อีกากลับร่างเป็นหยินซี   เขายิ้มและกล่าวคำต้อนรับ   ลุกขึ้นได้แล้ว   เราถึงบ้านแล้ว

นี่ไม่ใช่บ้านข้า!

ข้านั่งบนพื้น   ส่ายหัวปฎิเสธไม่ยอมลุก   เขาคว้าจับมือข้าและตั้งท่าจะออกแรงลากข้า

ไม่เอา...    ข้าผลักหยินซีกระเด็นไปโดนต้นไม้ไม่ไกล   ทำให้ต้นไม้รอบๆบริเวณนั้นสั่นไหว
ใบไม้ร่วงหล่นลงมาราวกับฝน   เขาปาดเลือดที่ปากตะเกียกตะกายลุกขึ้นและเดินมุ่งมาหาข้าคว้าแขนข้าอีกครั้ง   “ลุกขึ้น…. ”

ข้าเงยหน้ามองเข้าไปในดวงดำราวกับนิลของหยินซี   ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ 

ข้าไม่รู้ว่าจู่ๆชิ้นส่วนความทรงจำอันไม่น่าอภิรมย์แว่บขึ้นมาได้อย่างไร   ข้าจึงลุกขึ้นช้าๆ

เด็กดี  เด็กดีต้องอย่างนี้ซิ   พี่กระทิงพูดเอื้อมมือมาหมายช่วยพยุงข้า   แต่พอหลัวชาตวัดสายตาจ้อง   เขาก็รีบหดมือกลับ

หยินซียิ้มออกมาในที่สุดและเดินประกบข้า   ก้าวชิดก้าวแตะ   ข้าพยายามเดินด้วยสองขา 

มันไม่ได้ยากเย็นอย่างที่ข้าคิด   จริงๆแล้วข้าคิดว่ามันกลับดูสะดวกดีซะอีก

แล้วข้าก็เริ่มกระโดดเหยาะๆ กระโจนขึ้นกิ่งไม้บ้าง   ข้ามแม่น้ำบ้าง   หยินซีต้องกางปีกข้างหลังออกบินเพื่อตามให้ทันข้า
  

ทันใดนั้น,  กลิ่นสาปสางของสัตว์หน้าขนทำให้ข้าหยุดชะงัก   เสือตาเดียวกระโดดมาขวางหน้า   น้ำลายมันไหลยืด   ตาเต็มไปด้วยความโกรธทั้งทรงพลังและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการฆ่าเข้มข้น
ปีศาจเสือ ปีศาจลูกไล่#1 ของฮัวเหมียวเหมียว

เหมียวววว   ข้าร้องด้วยความตกใจ   หลบฉากไปเบื้องหลังหยินซีอย่างรวดเร็ว

มะ..มี.. พยัมฆ์คิดจะฆ่าข้า   ฆ่ามันเลย!”

ราชาได้โปรดเมตตาด้วย    เจ้าเสืออยู่ก็คุกเข่าลงและพูดออกมาว่า   ข้าน้อยมาต้อนรับช้า  โปรดเมตตาไว้ชีวิตข้าด้วย

ข้าไม่เข้าใจที่เขาพูด   ดังนั้นข้าคว้าปกเสื้อหยินซีและเร่งเขาว่า   เสือ  เสือ  เสือไง ฆ่ามันเร็วๆซิ
  
เจ้าเสือคุกเข่าโขกศีรษะดังโป้กๆๆ     ราชาได้โปรดเมตตาด้วย   ได้โปรดเมตตาด้วย

ตะโกนกันไปมาจากพวกเราทั้งสองฝ่ายดังขึ้นๆ เรื่อยๆ    ข้าขยุ้มคอหยินซีแล้วก็ปล่อยโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดกันแล้วทีนี้

โชคยังดีปีศาจกระทิงเข้ามาห้าม   พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่

ข้ารีบปล่อยหยินซีและผลักเขาออกไปข้างๆ แล้วรีบพูดกับเขาว่า   มีเสือ   ตรงนี้มีเสือ เกอเกอ  พี่ชายช่วยข้าด้วย

พี่กระทิงไม่ขยับ   หลัวชาเดินเข้ามาบอกข้าด้วยเสียงอ่อนโยน   “อย่ากลัวเลยน้องสาว เสือตัวนี้นิสัยดีมากแสนจะเชื่อฟังคำสั่ง   ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าก็ลองเล่นกับมันดูเถิด

ข้ามองไปที่ดวงตาแบ๊วแว๊วของมัน   ขยับเข้าไปทางเสือ   ข้าพูดด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลงว่า    นั่งลง....

เสือนั่งลงด้วยความเชื่อฟัง!

ข้าเคยดูการฝึกลูกสุนัขมาก่อน   ดังนั้นข้าเลยงัดขึ้นมาใช้ในคราวเดียว   นอนลง   หมุนตัว    แกล้งตาย  และอย่าขยับ

เสือตัวนี้เชื่อฟังยิ่ง!   ยิ่งกว่าสุนัขที่ขึ้นชื่อว่าเป็นส้ตว์ซื่อสัตย์ซะอีก   มันทำตามคำสั่งข้า
ทั้งหมดและนอนนิ่งยิ่งกว่าหมาตายซะอีก!

สนุกจัง สนุกจังเลยข้าตบมือและอยากทดลองเล่นนั่นนี่อีก   แต่หยินซีพาข้าเข้าไปในถ้ำ   บอกกับข้าว่า   เอาไว้เล่นทีหลัง

ข้าอิดออดหันกลับไปมองดูเจ้าเสือ    มันมองดูข้าอย่างน่าสงสาร   รักษาท่าล่าสุดที่ข้าสั่งให้ทำค้างไว้   ไม่กล้าขยับเขยื้อน

พอเข้าถ้ำมา,  ข้าก็สำรวจโดยรอบ   ข้างในเต็มไปด้วยหมอนอิงนุ่มๆน่าสบาย   แต่ก่อนข้าจะโถมตัวเข้าไปกลิ้งเล่น   หลัวชาก็พาข้าไปห้องข้างๆเพื่อหาเสื้อผ้าใส่   ข้าเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าเนื้อแพรไหมแสนสบายซึ่งทั้งนุ่มและเบา    ใส่หรือไม่ใส่ล้วนให้ความรู้สึกมิแตกต่าง    ข้าพอใจเป็นอันมากและที่เหนืออื่นใด  คือ  เสื้อผ้าเหล่านี้เจาะรูให้ส่วนหางของข้ายื่นทะลุออกมาเคลื่อนไหวดุ้กดิ้กส่ายซ้ายทีขวาทีอย่างสบายใจ
  
จากนั้นหยินซีและพี่กระทิงก็เปิดการอบรมจริยธรรมและการวางตัวให้ศิวิไลซ์    ข้าฟังไปหาวไป   พวกเขาจงใจไม่ให้ข้าได้หลับได้นอนซะที   มีแต่ช่วงหลัวชานำปลาคาร์ปสามรสมาให้ข้ากิน   ข้าถึงหลุดจากอาการง่วงนี้ได้

โชคไม่ดีที่เมื่อข้าลงมือโซ้ยคำแรก   พวกเขาเห็นข้ากินปุ้บก็เริ่มเปิดฉากอบรม   มารยาทบนโต๊ะอาหารแทน

น่ารำคาญจริงๆๆๆๆๆๆ

การอบรมสุดสยองนี่ใช้เวลาสามวันสามคืน 

- ข้าซัดหยินซีด้วยความเบื่อหลายครั้ง 

- และยิ่งอีกหลายครั้งที่ข้าทำให้พี่กระทิงโมโห 

- หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ข้าเรียกร้องจานเด็ดของหลัวชา  

 พี่เสือนั้นดูจะโชคร้ายกว่าใคร เขาต้องทำท่าเดิมค้างไว้ตลอดสามวันสามคืนโดยไม่มีใครสนใจ   กว่าข้าจะจำได้เขาก็เกือบขาดใจเพราะอดอาหาร
  
ตลอดสามวันนี้ มีเพียงประโยคเดียวซ้ำๆที่พวกเขาสอนให้ข้าท่องจำไว้เพื่อกล่าวกับพี่ช้างใหญ่ว่า   “ถีงแม้ว่าข้าจะซาบซึ้งใจในน้ำใจไมตรีของท่าน   แต่การแต่งงานนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง   ได้โปรดให้เวลาข้าได้ไตร่ตรองด้วย
  
2-3 วันต่อมา   ข้าทวนประโยคนี้เป็นพันๆครั้ง   ตาข้าดำคล้ำเพราะความตรากตรำ

เหนื่อยจริงจริ้ง........

วันปฎิบัติจริงก็มาถึง,  หลัวชาช่วยข้าแต่งกายจากนั้นก็ออกเดินทางออกจากเขาหลัวยิ้ง

ก่อนที่จะออกเดินทาง ข้าจำได้ว่าข้าเคยเห็นช้างในทีวีมาก่อน   พวกมันดูตัวเล็กๆไล่ๆกับแมวเช่นข้า
  
แต่พอข้าได้เห็นเข้าจริงๆ,   ข้าพบว่าข้าหลงเข้าใจผิดไปซะแล้ว

หัวยักษ์ของเจ้าปีศาจช้างเผือกเนี่ยสูงเท่าภูเขาบดบังผืนฟ้าและแสงอาทิตย์   พอเขาย่างเท้าผืนก็สะเทือน   เสียงพูดก็ดังสะเทือนผ่าก้อนเมฆให้หายไปจากคลองจักษุสายตาไป 9 วัน 9 คืน    ข้าต้องแหงนคอสุดเหยียดจึงจะสบตาเขาได้
  
ทะยานลงมาจากท้องฟ้าคือนกยักษ์ในตำนานร่อนลงข้างปีศาจช้าง    ปีศาจทั้งสองก็บดบังภาพเบื้องหลังรวมทั้งร่างของปีศาจแรดที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขาด้วย

พวกข้าและเพื่อนๆ ยืนอยู่ตรงมุมน้อยๆ  มองความยิ่งใหญ่ของพวกเขา
  
เครียดจนอยากจะขบอะไรเล่น.....ข้ารู้สึกท้อแท้และทำหูลู่   มองดูขนาดใหญ่โตมโหระทึกข้างหน้า   แทบจะไม่รู้ว่าหากจะกัดแก้เครียดขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี

เมื่อปีศาจช้างพูดออกมา   สุ้มเสียงของมันเต็มไปด้วยความเอียงอายแต่ โค-ตะ-ระ-ชัด-เจนและถูกต้องตามอักขระและมันสั่นสะเทือนหูข้าเป็นอย่างยิ่ง

แม่-นาง-เหมียว-เหมียว   หว่อ-อ้าย-หนี่-น่ะ-จ๊ะ

สองคำแรกข้ารู้   ถึงแม้ผู้คนจะเรียกขานข้าหลากหลายแบบ   ตั้งแต่  ราชา  นายท่าน น้องสาว  น้องร่วมสาบาน  หรือ  แมวโง่  ปีศาจแมว  น้องแมวสวยสะเด็ด  และอื่นๆอีกมากมาย แต่คำว่า เหมียวเหมียว เป็นคำที่ถูกใช้บ่อยที่สุด   ดังนั้นข้าเข้าใจได้ว่าข้ากำลังถูกเอ่ยถึง

แต่ไอ้เจ้าสามคำหลังมันหมายถึงอะไร   ข้ามองกลับไปทางหยินซีเพื่อให้เขาแปลให้

หยินซีกำลังขยิบตาให้ข้าถี่ยิบ   หน้าของเขาค่อยๆหดเหลือสองนิ้ว   ข้าจำได้ว่านี่คือสัญญาณให้ข้าพูดบทของข้า

ก่อนข้าจะท่องบท ไอ้เจ้าช้างยักษ์สอดขึ้นมาว่า    ให้-แม่-นาง-เหมี่ยว-เหมียว-เห็น-โฉม-ดั้ง-เดิม-ของ-ข้า-เป็น-การ-เสีย-มาร-ยาท-ยิ่ง-นัก- ข้า-จะ-เปลี่ยน-ร่าง-เป็น-มนุษย์-ให้-เจ้า-ชม-แล้ว-กัน
  
พอขาดคำ   ควันฟุ้งลอยวนรอบร่างเขา   แล้วชายร่างสูงผมสั้นสีขาวก็ปรากฏ   สูงกินขาดพี่กระทิง   ผิวเขาสีขาวซีดและเขาก็มีโครงสร้างใหญ่โต   เครื่องประดับของเขาเป็นแม่กุญแจสีเงิน   สายรัดข้อมือเหล็กกล้าถืออาวุธเป็นค้อนกระทุ้งสีทอง    บนศีรษะของเขาสวมขนนกยาวสีสันสวยงามสองอันเหมือนพวกขุนนาง
  
เจ้านกยักษ์ก็เปลี่ยนร่างเป็นผู้ชายร่างผอมโหนกแก้มสูง   ปากบางเฉียบ   จมูกเยี่ยวงุ้มและดวงตาสีทองเข้มคมราวกับจะมองทะลุทุกสิ่ง   แต่งกายเรียบง่ายสะพายข้างเอวคืออาวุธเป็นกรงเล็บเหล็กคู่หนึ่งที่อาบด้วยพลังวิญญาณอัดแน่น
  
ส่วนน้องแรดนอแหลมเบื้องหลังนั้นก็เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ด้วยเช่นกัน   ร่างมนุษย์เขาค่อนข้างอ้วน   ตาเล็กยิบหยี   ไร้อาวุธและหัวเราะน้อยๆ   เขามองดูเป็นคนใจดีและสุภาพ
  
ปีศาจช้างยักษ์ก้าวมาข้างหน้าตรงมาที่ข้า   และดึงกระดาษใบหนึ่งส่งมาให้ข้า แม่-นาง-เหมียว-เหมียว   ข้า-เขียน-จด-หมาย-รัก-มา-ให้-ท่าน
  
ข้ามองไปที่หยินซีอีกครั้ง   เขาตอบแทนข้าว่า    นางไม่รู้หนังสือ   ท่านอ่านให้นางฟังเถิด
  
ปีศาจช้างยักษ์หน้าแดงแช้ด   เขาแกะจดหมายและเริ่มอ่านเสียงดัง   ท่าม-กลาง-เต่า-น้อย-ที่-รัก-สาด-ส่อง-ประกาย ดอก-ไม้-และ-คิ้ว-ของ-ลา กุ้ง-ม้วน-ตัว ซุป-หัว-ปลา    ปลา-ตาก-แห้ง หม้อ-ไฟ-ใน-ความมืด ดื่ม-ด่ำ-เมา-มาย
  
****คำอธิบาย   ที่อยู่ในจดหมายทั้งหมดเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร/สูตรอาหารนั่นเอง
  
ตาของข้าเบิกถลนกับถ้อยคำแถลงทุกคำ    น้ำลายข้าเริ่มไหล   ความตะกละของข้ากระตุ้นให้ข้าอยากกระโจนเข้าหา..............
  
ข้าไม่ทันสังเกตปีศาจนกยักษ์เข้ามากระตุกแขนเสื้อปีศาจช้างแล้วกระซิบกระซาบกันว่า  “ท่านหยิบกระดาษมาผิดอัน   อันนี้เป็นสูตรอาหารที่ข้าลอกขึ้นมาว่ากะว่าจะทำ......
  
เสียงหัวเราะดังขึ้น   ปีศาจช้างยิ่งเขินหนัก   เขารีบหยิบกระดาษอีกแผ่นออกมาหน้าแดงแล้วเริ่มอ่านใหม่    “กวาง-ป่า-ได้-ตาย-จาก สิ่ง-ที่-มัก-จะ-มา-ด้วย-กัน-คือ หญิง-ที่-อยู่-ใน-ห้วง-รัก คำ-ล่อ-ลวง-ของ-บุรุษ................

คราวนี้ข้ายิ่งไม่เข้าใจสักกะคำ   มองดูเขาขยับศีรษะไปมาด้วยความง่วงเหงา   พระอาทิตย์ทอแสงอุ่นๆไปทั่วร่าง   ข้าแทบจะทนไม่ไหว   อยากทิ้งตัวลงนอนกับพื้นหลับปุ๋ยไปเสียเดี๋ยวนั้น!

ข้าหาวปากกว้างออกมา  หางของข้าปัดส่ายไปซ้ายทีขวาที   ข้ายิ่งมองยิ่งพบว่าขนนกที่ปักอยู่บนหัวของปีศาจช้างไปแกว่งไปแกว่งมา   เดี๋ยวไปสุดทางตะวันออกเดี๋ยวกวาดมาทางตะวันตกที    ช่างคล้ายกับของเล่นแมวที่คุณเจ้าของนำมาแหย่ข้าเล่น ตาของข้าเริ่มจับจ้องเกาะติดเจ้าขนนกนั้น

ซ้าย-ขวา /ซ้าย-ขวา/ ซ้าย-ขวา    หัวใจข้ามันคันยุบยิกไม่มีสาเหตุ   ข้าเคาะนิ้วข้าคอย
จังหวะวินาทีที่ขนนกเริ่มหยุด

เมื่อกระบวนการการสะกดจิตหยุดลง     ข้ากระโจนพรวดไปทางขนนกเต็มแรง   ปีศาจช้างตกใจรีบม้วนตัวหลบกรงเล็บของข้า

ปีศาจนกยักษ์ข้างๆกล่าวอย่างโมโหว่า   “นังหญิงตัวเหม็นถ้าเจ้าไม่อยากจะแต่งงาน เจ้าก็ไม่เห็นจำเป็นต้องลงไม้ลงมือเลยนี่

ข้างหลังข้า   เสียงพี่กระทิงกับหยินซีถอนหายใจเฮือกพร้อมกัน!

ข้าไล่ตามขนนกบนหัวของปีศาจช้างอย่างเมามัน   วิ่งไล่เขาเป็นวงกลมรอบแล้วรอบเล่า!


..........................................................
จบบท




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น