วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 60 ปลาย่างจ๊ะ ปลาย่าง (ดิบ)

โอวหยางเส่าเฉินไปถึงหน้ากองไฟแล้วก็หยิบปลาย่างที่กำลังสุกได้ที่   เนื้องปลาเป็นสีทองดูแล้วกรอบน่ากินขึ้นมาไม้หนึ่ง  ยื่นส่งต่อให้มู่หรงเสวี่ย  “เจ้าลองกินดู”

มู่หรงเสวี่ยมองแล้วขมวดคิ้วหน่อยๆ   นางยื่นมือออกไปรับปลาด้วยทีท่าไม่เต็มใจสักเท่าไหร่  โอวหยางเส่าเฉินจึงเริ่มแกะเนื้อปลาส่งให้ถึงปากของนาง

มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้วอยากจะบ่น   แววตาของนางส่อประกายไม่เต็มใจที่จะกินปลาจากมือที่ป้อนของเขานัก  แต่ทันใดนั้น,  เมื่อกลิ่นหอมฉุยของเนื้อปลาที่ยังร้อนระอุมาจ่อตรงจมูก   ดวงตาของนางก็ลุกวาบ   พยักหน้าหงึกหงักกล่าวชมว่า   “หอมดีจัง  หอมดีจังเลยน้า  กรอบนอกนุ่มในกรุบๆ  เนื้อปลาก็สดๆหาทานยาก   แต่ทว่า....ข้าอยากจะเสนอเพิ่มเติม....ที่สามารถทำให้มันอร่อยยิ่งกว่านี้อีก!

“วิธีอะไร?”   โอวหยางเส่าเฉินมองแม่สาวน้อยด้วยท่าทีสนอกสนใจ    ฝีมือการย่างปลาของซุนเฟิงถือว่าเยี่ยมยุทธ์เป็นหนึ่งไม่มีสอง  แม้แต่พ่อครัวในพระราชวังเองก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะฝีมือย่างปลาของเขาได้ง่ายๆ

“เป็นความลับมิอาจเปิดเผย!”   มู่หรงเสวี่ยยิ้มย่องด้วยสีหน้าสีตาโอ่อ่าพองขนอย่างยิ่ง   โอวหยางเส่าเฉินยังไม่ยอมบอกความลับกับนางเลย   แล้วเรื่องอะไรนางจะยอมบอกเคล็ดลับของนางไปง่ายๆ

“ข้ากลับคิดว่าเจ้าไม่รู้วิธีที่ว่าหรอก   เพียงแค่พูดเพื่ออยากจะเอาคืนข้าแค่นั้น.....”   โอวหยางเส่าเฉินมองนางด้วยท่าทีสบายๆเหมือนไม่ได้อยากรู้   เขามองนางด้วยสายตาของคนรู้ทัน

ใบหน้าที่กำลังสาสมใจของมู่หรงเสวี่ยงอกะทันหัน   “ข้าไม่ได้เล่นกลจะเอาคืนสักหน่อย   ข้าจะย่างให้ท่านดูเดี๋ยวนี้....แต่ว่าข้าอยากได้สมุนไพรบางชนิด,  ไม่รู้ว่าที่อวี้ชานนี่จะ.....อุ้ย!  นั่นไงล่ะ,  สมุนไพรที่ว่า!

มู่หรงเสวี่ยตาเป็นประกายตื่นเต้น    นางรีบวิ่งไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล   เก็บเอาใบไม้ใหญ่สีเขียวมาเต็มกำมือ   จากนั้น, นางก็นำไปล้างน้ำที่ริมลำธารแล้วนำกลับมาให้โอวหยางเส่าเฉินดู    นางยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า   “ช่วยข้าบดมันให้ละเอียดหน่อยซิ,  ฝ่าบาท”

“ได้!”   โอวหยางเส่าเฉินพยักหน้า   นิ้วเรียวดั่งหยกของชายหนุ่มเพียงกำลง   แบฝ่ามืออีกที,  สมุนไพรก็ป่นเป็นผงไปซะแล้ว

มู่หรงเสวี่ยรับถ่ายผงสมุนไพรที่ว่ามาโรยลงตัวปลาที่กำลังย่างจนทั่ว   สีเขียวของสมุนไพรเพิ่มองค์ประกอบทางสายตาให้แก่ตัวปลา   เพียงไม่นานก็บังเกิดกลิ่นหอมหวนทวนลมชนิดหนึ่งลอยฟุ้งในอากาศ   เป็นกลิ่นปลาย่างที่หอมเข้มข้นขึ้นอย่างมากจนทำให้ผู้คนต้องเลียริมฝีปาก

คณะที่นั่งห่างออกมาไม่มาก,  กลุ่มของเย่วอี้เฉินและฉินอี้หยวน, รวมทั้งบรรดาองครักษ์ของวังจิงต่างก็ได้สูดดมกลิ่นนี้กันทั่วหน้า     ทางเย่วอี้เฉินและฉินอี้หยวนนั้น,  สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร   แต่เป็นพวกเหล่าองครักษ์ของวังจิงต่างหากที่นั่งลอบกลืนน้ำลาย

มู่หรงเสวี่ยหยิบไม้เสียบปลาขึ้นส่งให้โอวหยางเส่าเฉินพลางพูดอย่างภูมิใจว่า    “ซื่อจื่อ,  ท่านลองชิมดูที”

“ได้ซิ”   โอวหยางเส่าเฉินพยักหน้า   เขารับไม้เสียบปลาจากมู่หรงเสวี่ยมาลองกัดเข้าไปคำหนึ่งด้วยท่วงท่าน่าชม   ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายแวววับ  พูดเกือบจะทันทีว่า “ใช้ได้!

ใบหน้าดวงเล็กน่ารักของมู่หรงเสวี่ยที่กำลังแย้มยิ้มมั่นใจเต็มที่พลันคว่ำลงทันใด   อะไรคือใช้ได้?   ปลาที่มีผงปรุงรสของนางโรยเพิ่มเติมไม่ใช่แค่ดีขึ้นแค่เล็กๆน้อยๆนะ   มันต้องอร่อยเหาะเกินรสชาติดั้งเดิมเป็นหลายเท่าซิ   สงสัยลิ้นของโอวหยางเส่าเฉินจะมีปัญหา  ลิ้นจระเข้เกินไปแล้ว!

มู่หรงเสวี่ยคว้าไม้ที่เสียบปลาอยู่ในมือของโอวหยางเส่าเฉินมาจ่อเฉียงที่ปาก   แล้วอ้าปากทดสอบรสชาติด้วยการเคี้ยวปลาอย่างกระฟัดกระเฟียด   รสชาติหวานฉ่ำของเนื้อปลากรุ่นอยู่ในปาก   อร่อยเลิศลิ้นเป็นที่สุด!

เนื้อปลาอร่อยกว่าของเดิมเป็นสามสี่เท่าชัดๆ     ฝ่าบาทโอวหยางนี่กระไร,  กล้าพูดออกมาได้....อีกทั้งว่า,  ปลา...เฮ้ย..นี่รอยกัดของโอวหยางเส่าเฉินนี่นา!!!

ดูอีกฝั่งของตัวปลาเรียบกริ้บไร้รอยกัดทั้งสิ้น   มู่หรงเสวี่ยตกใจจนสะดุ้งโหยง   นางค่อยๆช้อนตามองสีหน้าของโอวหยางเส่าเฉินด้วยดวงตาติดจะงุนงง     ดวงหน้าหวานของเด็กสาวออกแหยๆ    เห็นโอวหยางเส่าเฉินทำสีหน้ากลั้นหัวเราะแต่มิได้หัวเราะมีแต่ดวงตาพราวระยับ  ก่อนจะกล่าวออกมาเป็นคำพูดว่า   “เจ้ากัดของเจ้าเองนะ....มิเกี่ยวกับข้า”

“แล้วทำไมซื่อจื่อถึงไม่เตือนกันบ้าง?”   มู่หรงเสวี่ยจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาเดือดจัด

“ซื่อจื่อผู้นี้ก็อยากจะออกปากเตือนอยู่เหมือนกัน   แต่เจ้าลงมือรวดเร็วมาก   กว่าจะเปิดปาก  เจ้าก็..........”     สีหน้าแววตาของชายหนุ่มบ่งบอกถึงอารมณ์รื่นรมย์เหลือประมาณ

มู่หรงเสวี่ยอึ้ง  “...........”

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาบอกว่ารสชาติพอใช้ได้แล้วล่ะก็,   ที่ไหนนางจะโมโหไปออกอารมณ์เอากับปลาย่างเล่า?    นางกินปลาผิดด้าน.......ก็เพราะสาเหตุมาจากโอวหยางเส่าเฉิน
ชายหนุ่มแสนจะปลิ้นปล้อน,  ตั้งใจล่อลวงนางให้ติดกับชัดๆ

เย่วอี้เฉินที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล,  สภาพแผลที่แขนได้รับการพันผ้าใส่ยาเรียบร้อยแล้ว  ดวงตาของชายหนุ่มมองไปยังทิศทางที่โอวหยางเส่าเฉินและมู่หรงเสวี่ยนั่งอยู่   ดวงหน้าของชายหนุ่มซ่อนอยู่ในเงามืดจึงไม่สามารถอ่านอารมณ์ของชายหนุ่มได้ชัดเจนนัก

ฉินอี้หยวนนั่งเคียงข้างกับเขาไม่ห่าง    นางเองก็นั่งมองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาโกรธแค้นและริษยา   การกระทำของซื่อจื่อโอวหยางเส่าเฉินที่มีต่อมู่หรงเสวี่ยนั้นมาจากใจจริง    ทั้งทนุถนอมใกล้ชิดดูแลไม่ห่าง   ไม่ควรเป็นอย่างนี้   ไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย........

องครักษ์ของวังจิงทั้งหลายเองก็อยู่ใกล้จนได้กลิ่นปลาย่างที่โชยมา   กลิ่นหอมหวานของปลาฟุ้งกระจายในอากาศ    ทำให้พวกเขาหมดความอยากกับเสบียงเนื้อแห้งๆที่อยู่ในมือ

“ฝ่าบาท,  ผลไม้ขอรับ!”   มองไปยังกลุ่มที่กำลังย่างปลากันอยู่,  ก็เห็นอู๋เหิงนำผลไม้สี่ห้าลูกห่อในใบไม้อย่างดีนำมามอบให้แก่โอวหยางเส่าเฉินชมดู   เห็นผลไม้เป็นผลกลมเต่ง  สีแดงสดใส   ดูช่างน่าเย้ายวนใจ   ที่เปลือกนอกของมันยังมีหยดน้ำใสเกาะแพรวพราว   เนื้อผลไม้นั้นท่าทางจะกรอบหวานแก้กระหายชุ่มคอไม่น้อย    “ไปเก็บมาจากที่ไหน?”    โอวหยางเส่าเฉินถาม

“ตอบซื่อจื่อ   เก็บมาจากทางโน้นขอรับ”    อู๋เหิงชี้ไปที่ราวป่าใกล้ๆ  เขาหยิบผลไม้ลูกหนึ่งส่งให้โอวหยางเส่าเฉินถือไว้ในมือ   แล้วคว้าอีกลูกหนึ่งเช็ดกับเสื้อตัวเองแรงๆแล้วตั้งท่าจะกัด....
มู่หรงเสวี่ยเหลือบมองผ่านๆ  แต่แล้วก็ชะงักสายตา   รีบใช้มือตัวเองปัดผลไม้ไม่ให้เขากัดลงไป    “กินไม่ได้นะ....มันมีพิษ”

เพิ่งปัดผลไม้ทางนี้หล่น   กลับได้ยินเสียงร้อง อ้าก  มาจากอีกทาง    แล้วองครักษ์ของวังจิงก็ร่วงลงกับพื้นไปอีกคน    ในมือกุมท้องกลิ้งไปกลิ้งมาด้วยความเจ็บปวด   สีผิวขององครักษ์ที่ว่าเปลี่ยนเป็นดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสีเทาให้เห็นคาตา   เขาล้มลงกับพื้น,  ไร้การเคลื่อนไหว   ใกล้ๆยังมีผลไม้สีแดงที่กัดค้างอยู่ครึ่งลูกทิ้งไว้ให้เห็น

เย่วอี้เฉินและฉินอี้หยวน   รวมทั้งองครักษ์ที่เหลือมองไปยังศพขององครักษ์ผู้นั้นโดยมิได้กล่าวอะไรออกมา    ทั้งหมดยังคงนั่งนิ่งผิงไฟ   หมดสิ้นวาจาจะเอ่ย

อู๋เหิงนั้นนิ่งตะลึงอยู่นาน   กว่าจะได้สติแล้วหันมาใช้สายตาลูกสุนัขจ้องที่มู่หรงเสวี่ยอีกครั้ง  “ขอบคุณแม่นางมู่หรงมากที่ช่วยชีวิตข้าน้อยอีกครั้ง   ขอบังอาจถาม,  ไม่ทราบท่านทราบได้อย่างไรว่าผลไม้มีพิษ?”    ตัวเขาเองนั้น,  ใช้เข็มเงินทดสอบพิษทิ่มพิสูจน์ดูแล้ว  เข็มเงินกลับไม่ดำเลยสักนิด

มู่หรงเสวี่ยพยักหน้านิดๆ  เอ่ยว่า  “ผลไม้นี้ใช้เข็มเงินตรวจพิษไม่ได้หรอก   พอทานเข้าปากแล้วพิษก็จะกระจายไปทั่วร่างทันที  ตายภายในพริบตา!”   ในป่าร้อนชื้นลักษณะนี้  พืชผลไม้ที่ยิ่งสวย สีสันน่ากินนี่แหละตัวดี  มักจะมีพิษทั้งนั้น  คำพูดนี้ที่เคยได้ยินกล่าวไว้ไม่มีผิด

อู๋เหิงพยักหน้า   ยิ่งมองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาบูชามากขึ้นอีก    คุณหนูผู้นี้อายุยังน้อยเป็นเพียงสตรีแบบบาง   ทั้งยังถูกเลี้ยงดูอยู่แต่ในห้องหอ    ส่วนตัวเขานั้นติดตามข้างกายซื่อจื่อมาเจ็ดถึงแปดปี   เห็นภูเขามาไม่รู้กี่ลูก   ผ่านสถานการณ์เป็นตายไม่รู้เท่าไร   ยังไม่เคยเห็นสตรีที่ฉลาดเหลือเชื่อเช่นนี้   มิน่าซื่อจื่อจึงได้ปักใจแต่นาง.......

กรุ่นกลิ่นสมุนไพรในจมูกอย่างเต็มที่แล้ว,   มู่หรงเสวี่ยเอง...ชักจะกระหายน้ำ   นางเปิดห่อผ้าสีเข้มของตนเองรื้อดูได้กระบอกใส่น้ำออกมา    กระบอกนี้พิเศษนักตรงที่ว่า   มีขนาดค่อนข้างเป็นทรงกระบอกยาว    ตัวฝากับตัวกระบอกอัดติดกันแน่น    พอแกะออก,  ภายในมีของเหลวขุ่นสีขาวเทออกมา...............


“นี่คืออะไร?”   โอวหยางเส่าเฉินขยับเข้ามาดู    ในดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มมีความกระตือรือร้นสนใจ

.......................................
จบบท


44 ความคิดเห็น:

  1. มีความมุ้งมิ้ง สุดอ่ะ เก๊าอิจฉาาาาาาาาาาาาาาา

    ตอบลบ
  2. ว้าว มาแล้วๆ ขอบคุณมากนะคะ ^^

    ตอบลบ
  3. นี่มาเดทกันใช่มั้ยไหนตอบบบ

    ตอบลบ
  4. เหมือนมาปิคนิคกันเลยนะ

    ตอบลบ
  5. อยากได้ซื่อจื่อมาเคียงข้าง555 ไม่ยกให้มู่หรงเสวี่ยแล้ว5555

    ตอบลบ
  6. มุ้งมิ้ง น่าร๊ากกกกก

    ตอบลบ
  7. เสียดายละสิๆอิอ๋อง
    5555
    หวานไม่เกรงใจเลยนะฝ่าบาทโอหยาง

    ตอบลบ
  8. เสียดายละสิๆอิอ๋อง
    5555
    หวานไม่เกรงใจเลยนะฝ่าบาทโอหยาง

    ตอบลบ
  9. เรื่อยๆแต่มีความรถอ้อยคว่ำ

    ตอบลบ
  10. ขอบคุณนะคะ

    ตอบลบ
  11. น่ารักอะ

    ตอบลบ
  12. หยอกล้อกันเหมือนจะอยู่กันแค่สองคนเลยนะซื่อจื่อ

    ตอบลบ
  13. มันคือการมาเดทกันค่ะ!! ไม่ได้สนใจมสมุนพงสมุนไพร ใดๆทั้งสิ้นเจ้าค่ะ!!
    ขอบคุณมากค่ะ^^

    ตอบลบ
  14. น่ารักกกก ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  15. ขอบคุณค่ะ
    มุ้งมิ้งไม่เกรงใจใครเลยนะเสาเฉิน

    ตอบลบ
  16. หวานมากกกกกมุ้งมิ้งฝุดๆ เหมือนโลกนี้มีแค่เราเพียงสองคน กับลูกสุนัขน้อยอีกสอง ส่วนอีกกลุ่มนั่นเป็นแค่ของประกอบฉากไม่มีค่าควรมองให้เสียสายตา

    ตอบลบ
  17. จูบทางอ้อมหรอ ฝ่าบาทโอวหยาง ;)
    ชอบคู่นี้จังค่ะ มุ้งมิ้งน่ารักกก

    ตอบลบ
  18. ฝ่าบาทเหมือนเด็กน้อยยย ฮือออ มีความอยากรู้อยากเห็น ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  19. มาฮันนิมูนกันเหรอคะแหม่ ฟรุ้งฟริ้งไปทั่วป่าละ

    ตอบลบ
  20. อื้อหือ! นี่มาทำอะไรกัน!! ปิคนิคเรอะ!!! ฟรุ้งฟริ้งงุ้งงิ้งดีต่อจิตใจข้ายิ่งนักแม่นางน้อย 5555

    ตอบลบ
  21. อิอิ มุ้งมิ้งๆ กันสองคน ปล่อยชะนีขี้อิจฉามองจนกระอักเลือดไปเลย

    ตอบลบ
  22. บรรยากาศเหมือนเดทกันอยู่เลย มุ้งมิ้ง น่ารักมากอ่ะ

    ตอบลบ
  23. ช่ายเลยๆๆๆ มาเดทกันชัดๆ

    ตอบลบ
  24. มาเดทกันใช่มั๊ยเนี่ยคู่นี้ ดูมุ้งมิ้งมากกกก

    ตอบลบ
  25. เขิลๆๆๆๆ อ่านไปบิดไป มีความละมุน ฝ่าบาท~~~~~

    ตอบลบ
  26. อิจฉาพวกเขาละสิ. คนใจร้ายก็ควรจะคู่กับคน จร้าย. ชิ

    ตอบลบ
  27. ซือต่อ น่ารักมากมาย

    ตอบลบ
  28. ขนาดปลาย่างยังหวานเลย

    ตอบลบ
  29. โอ้ยยยยย ค้างมากเลยค่าาาา
    มุ้งมิ้งเหลือเกินนนน
    เมื่อไหร่จะได้ถอนหมั้นเนี้ยย
    แล้วท่านแม่ทัพไปลักอะไรจากเจ้าต้นไม้กินคนมากันล่ะเนี้ย!

    ตอบลบ
  30. มาปิคนิคกันซินะ 5555. #ขอบคุณจ้า

    ตอบลบ
  31. ไม่เช้าใจนางฉิน ตัวเองมีอิอ๋อวอยู่เเล้ว ยังจะมาอิจฉาเสวี่ยเอ๋อทำไม

    ตอบลบ
  32. ปลาย่างจ้าปล่าย่าง^____^

    ตอบลบ
  33. ปลาย่างจ้าปล่าย่าง^____^

    ตอบลบ
  34. อ่านแล้วทำไมตาร้อนๆขึ้นมาฉับพลัน.....

    ตอบลบ
  35. เริ่มจะเสียดายเสวี่ยเอ๋อล่ะสิองค์ชายจิง แต่ขอโทดมันคนละชั้นกับท่านโอวของชั้น เสวี่ยเอ๋อไม่สนใจแกหรอก!!!

    ตอบลบ
  36. น่ารักที่สุด!!
    ขอบคุณค่ะไรท์

    ตอบลบ
  37. รออัพจ้าาาาาา. น่ารักที่สุดดด

    ตอบลบ
  38. ป๋อชายยยน่าฮัก น่าหยิกน่าจิกมาเป็นแฟน

    ตอบลบ
  39. ป๋อชายยยน่าฮัก น่าหยิกน่าจิกมาเป็นแฟน

    ตอบลบ