วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 61 อันตรายรอบด้าน (ดิบ)

“นมเปรี้ยว!”   มู่หรงเสวี่ยกล่าวพร้อมอมยิ้ม

นมเปรี้ยว?  มันคืออะไร?

พวกเขารู้จักน้ำนม  ทั้งนมแพะนมแกะและก็นมวัว   แต่นมเปรี้ยว.....เปรี้ยวนี้คือตัวอะไรกัน?   แล้วมันรูปร่างลักษณะอย่างไร อาศัยอยู่ที่ไหน  แม่นางมู่หรงวานบอกที.....

ซุนเฟิงและอู๋เหิงหันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย  ในดวงตาของทั้งสองฉายแววสนเท่ห์แล้วก็หันกลับไปมองมู่หรงเสวี่ยอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง

มู่หรงเสวี่ยยิ้ม    “นมเปรี้ยวมิได้รีดเอาโดยตรงจากแม่พันธุ์สัตว์หรอก    แต่ข้าใช้น้ำนมทำมันออกมาอีกทีต่างหาก    ดื่มแล้วช่วยย่อยอาหาร   ทำให้ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานเต็มที่    ยิ่งดื่มหลังจากกินอาหารมันเลี่ยนหรือย่อยยากจะดีมาก    ตอนแรกข้าก็เดาว่าจะได้กินแต่เนื้อตากแห้งข้าก็เลยพกมาด้วยตั้งเยอะ   พวกเจ้าก็ลองดื่มดูซิ!

“ขอบคุณ,  แม่นางมู่หรง!”    ซุนเฟิงกับอู๋เหิง,  ทั้งสองคนไม่ชอบดื่มนมสักเท่าไหร่แต่นมเปรี้ยวนี้มองแล้วน่าลิ้มลองดูแปลกไปกว่าน้ำนมปกติมาก    แต่ละคนรับไปดื่มกระบอกน้ำไปเปิดฝา  แล้วกระดกดื่มรวดเดียว  ของเหลวไหลผ่านตรงไปสู่กระเพาะ   ในกระเพาะพลันรู้สึกเกิดการเคลื่อนไหวทำให้รู้สึกสบายท้อง    สองคนดื่มไปแล้วตาใสหันมากล่าวยกย่องไม่ขาดปากว่า   “ดีจริงๆ ด้วย   ยอดเยี่ยมมาก   นมเปรี้ยวนี้ช่างสุดยอด!

เห็นทั้งคู่ชื่นชอบเครื่องดื่มในมือมาก    มู่หรงเสวี่ยก็ยิ้มบางๆ พร้อมทั้งส่งนมเปรี้ยวให้กับโอวหยางเส่าเฉิน   “ฝ่าบาทโอวหยาง,  ลองชิมดูซิ”

“ได้!”   โอวหยางเส่าเฉินพยักหน้า  รับนมเปรี้ยวไปจิบ

“อย่าบอกนะว่ารสชาติพอใช้ได้!”   มู่หรงเสวี่ยยังจ้องหน้าโอวหยางเส่าเฉินอยู่   ดวงตาหวานของสาวน้อยฉายแววขู่เข็ญ

โอวหยางเส่าเฉินยิ้มนิดๆ    “รสชาติไม่เลว!

ชายหนุ่มไม่แตะต้องนม   เพราะว่านมมักจะมีกลิ่นคาวเฉพาะที่หนักหน่วง    แต่หากแปรรูปเป็นนมเปรี้ยวแล้ว,  กลิ่นคาวที่ว่าก็หายไปกลายเป็นกลิ่นเปรี้ยวสดชื่นแทน   ดื่มแล้วทำให้ท้องไส้รู้สึกสบายจริงๆ......

“ความเห็นท่านทั้งสองฟังแทบจะไม่ต่างกันเลย ”   มู่หรงเสวี่ยบู้ปากเกือบจะหลุดหัวเราะ   ในมือยกถ้วยนมเปรี้ยวขึ้นมาดื่มช้าๆ   รสชาติอุ่นๆ เปรี้ยวๆ ของนมเปรี้ยวก็เข้ามากำซาบในปาก    นางชะงักกึก   ไหงนมเปรี้ยวถึงได้อุ่นขึ้นมาได้เล่า?   ตอนนางเปิดฝาเมื่อกี้,  นมเปรี้ยวยังเย็นอยู่เลย.....

มองกลับไปยังโอวหยางเส่าเฉิน    เห็นเขายกนมเปรี้ยวขึ้นค่อยๆ จิบ   กิริยาอาการไม่รู้ไม่ชี้  ท่วงท่าสง่างามเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด

อ๊ะ....มองให้ดี    มีไอกรุ่นขึ้นจากถ้วยนมเปรี้ยวของเขา     มู่หรงเสวี่ยตวัดสายตาใส่    เป็นฝีมือของฝ่าบาทโอวหยางจริงๆด้วย   เขาทำได้อย่างไรนางมิอาจทราบได้   แต่นางก็ไม่มีอะไรให้บ่นในเมื่อนมเปรี้ยวร้อนย่อมดีกว่านมเปรี้ยวเย็น     ทั้งยังช่วยทำให้ท้องรู้สึกสบายมากกว่าด้วย

องครักษ์วังจิงที่ยังหลงเหลืออยู่อีกสามคน,   ล้วนนั่งล้อมรอบกองไฟของฝ่ายตน    นั่งแทะเนื้อแห้งไปเงียบๆ   ความอิจฉาลึกๆ ลอบปรากฏอยู่ในแววตาเมื่อมองไปยังอีกคณะที่ไม่ห่างกัน   ซุนเฟิงกับอู๋เหิงก็อยู่ในฐานะองครักษ์เฉกเช่นเดียวกับพวกเขา   แต่สองคนนั้นกลับนั่งกินปลาย่างสมุนไพรสดๆ ใหม่ๆ    ได้ดื่มนมเปรี้ยวที่ช่วยกระเพาะให้ย่อยอาหาร    ทำให้สบายท้อง    ชีวิตช่างหรูหราน่าริษยาผิดกันจริงๆ

เป็นเพราะสมุนไพรของแม่นางมู่หรง,  นมเปรี้ยวนั่นก็ของคุณหนูมู่หรงเตรียมมา   คุณหนูมู่หรงแต่เดิมนั่นก็เป็นคู่หมายขององค์ชายจิง    ถ้าองค์ชายมิได้ชอบฉินอี้หยวนเสียก่อน    ตอนนี้ผู้ที่นั่งอยู่เคียงข้างองค์ชายจิงก็ต้องเป็นแม่นางมู่หรงผู้นั้น   นางทั้งปรุงปลาย่างเอย,  ตระเตรียมนมเปรี้ยวมาพร้อมเอย ....ทั้งหมดนั่นก็ต้องแจกจ่ายให้ได้รับประทานกันอย่างทั่วถึง
เหล่าองครักษ์ลอบเหลือบมองฉินอี้หยวน    นางผู้นี้ไม่รู้วิชาต่อสู้    อยู่ร่วมคณะในหุบเขาที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน    ถึงไม่คอยพันแข้งพันขาพวกเขาแต่ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถเร่งทำเวลาได้

นางทำครัวไม่เป็น   เสบียงของพวกเขามีแต่เนื้อแห้งกับน้ำเย็นๆ    ถึงแม้ว่าพวกเขาถูกฝึกให้ชาชินกับวิถีชีวิตเช่นนี้   ท้องไส้อาจจะแปรปรวนอยู่บ้างแต่ยังไงก็นับว่าไม่สบายตัวอยู่ดี...............

นางไร้ความรู้รอบตัว   ไม่รู้จักพืชพันธุ์ผลไม้มีพิษว่ามีสีแดงฉ่ำ  เห็นว่าองครักษ์กำลังกินผลไม้ก็ไม่ออกปากห้าม  ไม่ได้ช่วยชีวิตเจ้านั่นไว้.....

ถ้าเปลี่ยนเป็นมู่หรงเสวี่ยมายืนข้างๆ องค์ชายแทน   มู่หรงเสวี่ยคงจะปัดผลไม้นั่นทิ้ง   แล้วองครักษ์ผู้นั่นก็คงไม่ตาย

เทียบกันแล้ว,  มู่หรงเสวี่ยคุณสมบัติเหนือกว่าฉินอี้หยวนมากมายนัก.....

ถึงแม้องครักษ์จะลอบพินิจความอยู่ในใจ   แต่ฉินอี้หยวนก็สามารถรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ   ใบหน้างดงามประณีตขององค์หญิงแห่งโม่เป๋ยเครียดขมึง    กล้านำนางกับมู่หรงเสวี่ยมาเปรียบเทียบราวกับเป็นผู้อยู่ในวรรณะเดียวกันไม่พอ    ยังตัดสินให้มู่หรงเสวี่ยเหนือกว่านางอีก    เจ้าพวกองครักษ์ต่ำต้อย,  ไม่รู้จักประมาณตน........ถือดีอย่างไรมาเป็นผู้ตัดสินนางกับมู่หรงเสวี่ย   ไม่รู้จักรักตัวกลัวตายซะเลย!

ฉินอี้หยวนเตรียมจะหลั่งน้ำตาใส่เย่วอี้เฉิน    เพื่อที่จะออกปากตัดพ้อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขา   แต่กลับพบว่าเย่วอี้เฉิน,  กำลังนั่งหันไปมองทางมู่หรงเสวี่ย   ในแววตาของชายหนุ่มนั้นฉายถึงความสับสน   พิศวงและสุดท้ายก็คือ...................................เสียดาย

ทำไมกัน,  ทำไมอี้เฉินต้องทำท่าเสียดายนางผู้นั้นด้วย?   ไม่ใช่เขาหรอกหรือที่บอกว่ามู่หรงเสวี่ยไม่คู่ควรกับเขา  คิดจะทอดทิ้งมู่หรงเสวี่ยก็เป็นความคิดของเขาเองทั้งนั้น....หรือว่าเขาจะคิดเสียดายขึ้นมา!

ไม่จริง,  ต้องไม่เป็นเช่นนั้น!  จะเป็นไปได้อย่างไร    ตัวนางเป็นถึงองค์หญิงแห่งโม่เป๋ย  เป็นที่โปรดปรานที่สุดของพระบิดาแห่งแคว้นทางเหนืออันเกรียงไกร   เหนือกว่ามู่หรงเสวี่ยที่เป็นแค่สตรีกำพร้าไร้บิดามารดาหนุนหลัง   ข้าจะมาพ่ายแพ้ต่อนางได้อย่างไร  ไม่มีวัน!!

กะอีแค่บดสมุนไพรปรุงรสปลาหรือแค่ทำนมเปรี้ยว   หากมู่หรงเสวี่ยทำได้,  นางก็ทำได้เช่นกัน!

แววตาของฉินอี้หยวนแข็งกระด้างยามหันตัวลุกขึ้นก้าวยาวๆ ออกไป   นางกล่าวเสียงสะบัดออกมาว่า  “อี้เฉิน,  ข้าจะไปทำธุระหน่อย!

เย่วอี้เฉินมองมา   เขาเข้าใจว่านางแยกตัวไปเพื่อ ทำธุระส่วนตัว   เขาจึงตอบกลับอย่างไม่ฉุกใจว่า    “อย่าได้เดินไปไกลนัก!

“อืมม”    ฉินอี้หยวนมิได้ทำดังที่รับคำ   นางก้าวเร็วๆจากมาแล้วก็เปลี่ยนกลายเป็นวิ่ง   จนกระทั่งลมหายใจขาดห้วง   วิ่งต่อไปไม่ไหวจึงได้หยุด    นางดึงหญ้าที่อยู่ใกล้ๆมือเพื่อระบายความโกรธเกลียดในอารมณ์   เย่วอี้เฉินไม่สนใจว่านางอยากจะหลบออกมาหรือไม่    นางกล่าวว่าจะออกมาเดินเล่น   เขากลับไม่ยอมเสนอตัวมาเป็นเพื่อนนาง  เอาแต่กำชับนางด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว.....

ทุกอย่างมีสาเหตุมาจากมู่หรงเสวี่ยเพียงผู้เดียว  เป็นแค่บุตรีขุนนาง,   ทำไมไม่อยู่ในห้องร่ำเรียนแต่เย็บปักถักร้อย อักษร ภาพพู่กัน ขับร้องและดนตรีเล่า   ดันมาความรู้เรื่องปรุงอาหารของพวกไพร่  น่าหัวเราะเยาะที่สุด   เกลียดนักที่เห็นพวกคนชั้นต่ำเช่นพวกองครักษ์มองมันอย่างยอมรับนับถือ   แม้แต่เย่วอี้เฉินเองก็เริ่มเห็นนางอยู่ในสายตาขึ้นมา.....

จู่ๆ มีเงามืดสีดำโผล่มาตรงหน้าอย่างกระทันหัน,  ฉินอี้หยวนสะดุ้งตกใจ    จึงพึ่งสังเกตุเห็นว่าตรงผนังเขาที่อยู่ไม่ห่างจากนางนั้น    ตรงด้านล่างที่ติดกับพื้นมีรูขนาดใหญ่อยู่รูหนึ่ง   ทางเข้าถูกบังด้วยหินก้อนใหญ่และพุ่มหญ้าหนารก    หินครึ่งเปิดครึ่งๆ ปิด    ไม่มีลวดลายหรืออักษรใดสลักไว้

ทางลับในเขา!   ดวงตาของฉินอี้หยวนลุกวาบ  หวนนึกถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมายังเขาอวี้ชานนี้:  นี่คงจะเป็นจุดที่พวกเขาตามหากันอยู่ซินะ?

นางและเย่วอี้เฉินมาเขาอวี้ชานค้นหากันอยู่ทั้งวัน   ก็ยังไม่เห็นร่องรอยของจุดหมายที่ตั้งใจไว้    ไม่คาดคิดว่านางออกมาเดินเล่นเพราะอารมณ์เสียเพียงแป้บเดียวก็หาพบได้ง่ายๆ  หาจุดหมายพบแล้ว,  ทั้งหมดก็ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายต่อไปอีก    ต้องกลับไปบอกเย่วอี้เฉิน   เขาคงจะดีใจมาก

ฉินอี้หยวนยิ้มแล้วรีบหมุนตัวเตรียมจะออกวิ่ง    แต่ทันใดนั้น,  นางก็คิดขึ้นมาได้ในฉับพลันว่า    แล้วถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดล่ะ,  อี้เฉินก็จะผิดหวังรวมทั้งบรรดาองครักษ์ของวังจิงก็จะเหน็บแนมนางในใจอีก   นางต้องเข้าไปตรวจดูให้ดีเสียก่อนว่าสถานที่นี่ใช่ที่เดียวกับที่พวกเขาตามหาแน่   จะได้ไม่มาเสียเที่ยว


ฉินอี้หยวนผุดรอยยิ้มเห็นด้วยกับตัวเอง   แล้วหมุนตัวกลับไปอีกครั้ง   คราวนี้นางค่อยๆเดินเข้าไปทีละก้าว....ทีละก้าวเข้าไปหาหินดำก้อนนั้น    ลองผลักขยับหินเบา   มิคาดใต้ฝ่ามือกลับรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่ม   สายตาพลันสบเข้ากับดวงตาใหญ่โต    ดวงตาของฉินอี้หยวนเหลือกลานด้วยความตกใจ


.................................
จบบท



21 ความคิดเห็น:

  1. อิจฉาจนได้เรื่อง สมน้ำหน้า

    ตอบลบ
  2. สงสารอี้เฉินก็เพราะแม่นางเลยจริงๆ อะไรจะขยันหาเรื่องให้ตัวเองขนาดนี้

    ตอบลบ
  3. ไม่มีคำไหนเหมาะเท่าแส่หาเรื่องเพราะความริษยาแท้เลยแม่องค์หญิงนี่ ......เดี๋ยวเดือดร้อนชาวบ้านอีกแน่ๆเฮ้อ

    ตอบลบ
  4. ขอให้คราวนี้นางมารได้ดับอนาจทีเหอะ หรือไม่ก็เสียโฉมไปซะเลยยัยฉิน

    ตอบลบ
  5. ตายซะนังองค์หญิงขี้อิจฉา

    ตอบลบ
  6. ฝ่าบาทจะโดดตามมั้ย

    ตอบลบ
  7. เป็นตัวถ่วงอีกแล้ว
    องค์หญิงอะไรฟ่ะ

    ตอบลบ
  8. เป็นตัวถ่วงอีกแล้ว
    องค์หญิงอะไรฟ่ะ

    ตอบลบ
  9. เจออะไรละนั้น แส่หาเรื่องโดยแท้

    ตอบลบ
  10. ขอบคุณค่ะ
    ยไม่ต้องตายก็ได้เราสงสารแค่ให้เสียโฉม พิการ เดินไม่ได้ก็พอคะ

    ตอบลบ
  11. องค์หญิงน่าหมั่นไส้เจอตัวอะไรเอ่ย

    ตอบลบ
  12. แดร๊กนังองค์หญิงไปซะ!!!! ตัวขัดหูขัดตาจะได้หายปาย~

    ตอบลบ
  13. องค์หญิงขี้อิจฉา อี้เฉินไม่ตเองเสียดาย มันไม่ทันแล้ว=_=

    ตอบลบ
  14. อิองค์หญิงห้ามตายนะแก เดี่ยวนางเอกหมดข้องอ้างถอนหมั่น

    ตอบลบ
  15. อิองค์หญิงห้ามตายนะแก เดี่ยวนางเอกหมดข้องอ้างถอนหมั่น

    ตอบลบ
  16. ตายซะแม่นาง 5555
    แต่อย่าตายเลย เดี๋ยวนางเอกได้แต่งกับองชายจิง ==*

    ตอบลบ
  17. ช่างหาเรื่องดีนักเป็นองค์หญิงนุ่มนิ่มก็ทำตัวให้เหมาะสมหน่อย

    ตอบลบ