วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 62 หุบเหว (ดิบ)

ฉินอี้หยวนเหลือบไปเห็นสิ่งที่คล้ายกับมือของ หิน  ซึ่งบัดนี้ขยับหมุนหัวมา   ลูกนัยน์ตาสีแดงก่ำน่าขนพองสยองเกล้าจนนางตกใจลนลาน

“ว้าย!”   ฉินอี้หยวนหวี้ดร้องแล้วรีบหดมือกลับ   นางถอยหลังกรูดด้วยความตระหนก  หกล้มหกลุกหันหลังวิ่งกลับ....

หิน  นั้นเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา   มันกางปีกกว้างออกมา พั่บๆๆๆ'   แล้วเริ่มออกบินตามนางมา.....

ที่ริมลำธาร,  มู่หรงเสวี่ยเพิ่งกินปลาย่างและนมเปรี้ยวหมด   นางกำลังเตรียมตัวกางเครื่องนอนออกมาปูบนหญ้าเพื่อนอนหลับพักผ่อนตอนที่มีเสียงหวี้ดร้องดังมาจากที่ไกลออกไป  “ช่วยด้วย,  ช่วยข้าด้วย.....”

มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้น   มองเห็นฉินอี้หยวนวิ่งหน้าตาตื่นมาจากในป่าอย่างหมดมาด   เนื่องจากวิ่งหนีบางสิ่งมาอย่างไม่คิดชีวิต   ที่ติดตามหลังนางมาก็คืออะไรบางอย่างที่บินได้   หูยาวขาสั้น   ปีกขนาดใหญ่แผ่กว้าง   และไม่ได้มาเพียงหนึ่งแต่มาเป็นฝูงปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหมือนกับกลุ่มเมฆสีดำบดบังทุกอย่างไม่ว่าจะแสงจันทร์หรือแสงดารา........
(ใครไม่เห็นภาพ แนะนำให้กดตรงนี้ pitch black นาทีที่ 0.40 เป็นต้นไป)

“นั่นมัน....ค้างคาวนี่”  อู๋เหิงจ้องมองตาค้าง  เขารู้จักสัตว์ประเภทค้างคาว  ส่วนใหญ่มันจะชอบอยู่กันเป็นหมู่คณะ  เพียงแต่ว่าค้างคาวพวกนี้มาอยู่รวมกันฝูงใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาก  
“ทำไมดวงตาพวกมันถึงมีสีแดงเช่นนั้น?”  ซุนเฟิงเองก็เคยเห็นค้างคาวมามาก  แต่ดวงตาพวกนั้นดำสนิท

“มันเป็นค้างคาวดูดเลือด  วิ่งเร็ว!”  มู่หรงเสวี่ยหาช่องทางหนีพลางดึงมือโอวหยางเส่าเฉินแล้วออกวิ่งนำหน้า   โดยธรรมชาติของค้างคาวดูดเลือดแล้ว   มันหากินโดยการดูดเลือดเหยื่อเป็นอาหารและอยู่รวมกันเป็นฝูง มีอุปนิสัยออกหากินพร้อมกัน ยากจะต่อกร

ซุนเฟิงและอู๋เหิงเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ไม่รอช้า ออกเหินตามทั้งสองที่วิ่งนำหน้าไปแล้ว

องครักษ์ของวังจิงหันมามององค์ชายจิงด้วยสีหน้าตื่นตระหนกรอคำสั่ง  “องค์ชาย!”   ฝูงค้างคาวมฤตยูใกล้เข้ามาแล้ว  พวกเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นไอกระหายเลือดรุนแรง  หากไม่รีบหนีตอนนี้ก็จะสายเกินไป

“ตามมา!”   เย่วอี้เฉินกล่าวเสียงเข้มด้วยท่วงท่าของแม่ทัพเจนศึกพร้อมทั้งเข้าไปดึงร่างบอบบางของฉินอี้หยวนเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแล้วพานางออกวิ่งนำหน้า

มู่หรงเสวี่ยเผ่นเร็วราวกับจะเหาะ   เห็นเย่วอี้เฉินกับฉินอี้หยวนตามมา  จึงเค้นเสียงแข็งถามออกไปว่า  “ฉินอี้หยวน,  เจ้าไปหาเรื่องค้างคาวดูดเลือดมารึ?”

“ข้าไม่รู้เรื่องนะ ขากลับ, จู่ๆ พวกมันก็........”    ฉินอี้หยวนโกหก,  หน้าไม่เปลี่ยนสี  นางต่อตากับผู้คนอย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

นางก็แค่ตั้งใจจะช่วยเย่วอี้เฉิน    ต้องการดูให้แน่ใจว่าถ้ำนั้นจะใช่ถ้ำที่พวกเขากำลังหาอยู่จริงๆ    นางไม่รู้ว่าหินก้อนดำๆนั้นคือฝูงค้างคาวทมิฬกินเลือดมนุษย์นี่   นางไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย   จะตำหนินางได้อย่างไร    มิสามารถตำหนินางได้หรอก

“องค์หญิงฉิน,  ค้างคาวดูดเลือด...ถึงแม้จะดูดเลือดเป็นอาหารแต่มันไม่เคยโจมตีมนุษย์ก่อนนอกจากจะล่วงล้ำเข้าไปในเขตของมันก่อน    ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว,  จงรู้ไว้ด้วยว่ามันจะคลั่งโจมตีไม่มีหยุดหย่อน.....”   มู่หรงเสวี่ยปิดท้ายประโยคเสียงเย็นก่อนจะเร่งทะยานขี้นหน้าเร็วยิ่งขึ้น

ใบหน้าเล็กของฉินอี้หยวนซีดลงอีกระดับ   ดวงตาของนางกระพริบปริบๆ ด้วยอาการหวั่นไหว   แต่นางก็ไม่รู้จะกล่าวแก้ตัวอย่างไรดี..........

ซุนเฟิงและอู๋เหิงล้วนมีสีหน้าเฉยชา    สัตว์ประหลาดล้วนถูกพวกวังจิงแหย่รังแล้วชักพามาทั้งสิ้น    เหตุล่าสุดตรงหน้านี้ก็ใช่

องครักษ์วังจิงล้วนขมวดคิ้วมุ่น    พวกเขาอยากจะพักผ่อนจริงจังสักคืนหนึ่ง   แต่ตอนนี้ดันมีฝูงค้างคาวกินเลือดไล่ตาม    ได้แต่พยายามรักษาชีวิตให้อยู่รอด   เรื่องพักผ่อนนอนหลับอย่าได้พูดถึง   องค์หญิงฉินอี้หยวนนี้คือตัวปัญหา   ลากเคราะห์ร้ายต่างๆมาให้    เป็นองค์หญิงเรื่องมากจริงๆ

เย่วอี้เฉินปิดปากสนิท   ดวงตาหรี่ลง   ดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

โอวหยางเส่าเฉินบิดริมฝีปากบางๆด้วยท่าทีถากถาง   มือใหญ่จับกุมมือน้อยของมู่หรงเสวี่ยเหาะทะยานข้ามพุ่มไม้แล้วก็ให้ประหลาดใจที่พบกับหน้าผาอยู่ตรงหน้า   หน้าผานั้นไม่มีแง่งมีเชิงให้หยั่ง  เป็นหน้าผาตัดตรงดิ่งพุ่งสู่เบื้องล่างคือเหวลึก  แม้คิดจะปีนป่ายก็อย่าได้หวัง  มองลงไปไม่เห็นแม้แต่ก้นเหว ล้วนมืดมิดสนิท 

“ทางตัน!”  องครักษ์วังจิงที่ตามมาถึงกับผงะ  ก้าวถอยหลังก็มีค้างคาวประมาณสิบกว่าตัวบินตามมาทัน   เขี้ยวแหลมคมของมันฝังลงในเนื้อขององครักษ์นั้นแล้วสูบเลือดอย่างรวดเร็ว
“โอ้ยย!”  เหล่าองครักษ์ส่งเสียงร้องระงม   เกิดความโกลาหลวุ่นวายไปหมด   ร่างฉกรรจ์ถูกสูบโลหิตจนแห้งเหี่ยวราวกับศพค้างปี

ความร้ายกาจของค้างคาวดูดเลือดเป็นอย่างคำร่ำลือจริงๆ!

มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้ว    นางตวัดมือส่งเส้นไหมเงินคราวละสิบเส้นสะบัดออกไป   แต่ละอันก็สะบัดเข้าตัดหัวค้างคาวทันที

“ค้างคาวตามมาแล้ว    รีบชักดาบออกมาฟันมันเร็ว!”    ซุนเฟิงตะโกนเตือนองครักษ์ของวังจิงอีกสองคนที่ยังเหลือ   พวกเขาคล้ายกับเพิ่งตื่นจากการตะลึง   รีบชักดาบเข้าพิฆาตหนูมีปีก  จนกองศพมันพูนสูง   เลือดไหลแดงฉานกับพื้น

ศพค้างคาวที่ตายแล้วนอนกองอยู่ที่พื้น   ไม่นานก็กลายเป็นภูเขาย่อมๆ   กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเหม็นหืนอยู่ในอากาศ   แต่ฝูงค้างคาวก็ยังเป็นฝูงใหญ่เช่นเดิม   ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงแต่อย่างใด

องครักษ์วังจิงที่มีโอกาสเหลือบไปเห็นฉินอี้หยวนในอ้อมแขนของเย่วอี้เฉิน   ล้วนแต่เกิดความคับข้องใจในความหาดีไม่ได้   บกพร่องพะเรอของนาง    แล้วก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมองค์ชายจิงจึงหลงรักนาง!

ฉินอี้หยวนรับรู้ได้ถึงสายตาโกรธระคนไม่พอใจที่เพ่งมาที่นาง   แต่นางก็มิได้นำพาเพียงแค่ใช้สองมือน้อยๆของนางออกแรงจิกขย้ำเสื้อผ้าของเย่วอี้เฉินให้แน่นเข้าไว้   ซุกกายอย่างปลอดภัยอยู่กับเขา

ค้างคาวโลหิตมีจำนวนมากจริงๆ  นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะฆ่ามันหมดเมื่อไหร่  แต่อย่างหนึ่งที่นางรู้ดีก็คือ ตราบใดที่อี้เฉินยังอยู่,  นางจะปลอดภัย  องครักษ์ทั้งสองคนมีวรยุทธ์ยังไม่เทียบหนึ่งในสิบของเย่วอี้เฉินด้วยซ้ำ  ยิ่งนาน, พวกมันก็ยิ่งหมดแรง...เดี๋ยวก็กลายเป็นอาหารให้ค้างคาวไปเอง

นางเป็นถึงองค์หญิงแห่งโม่เป๋ย   เหนือกว่าบ่าวชั้นต่ำสองคนนั้นไหนต่อไหน   มิต้องลดตัวไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก......

หางตาพลันเหลือบไปเห็นชายในอาภรณ์ขาว, ซื่อจื่อโอวหยางเส่าเฉิน,  เขายืนเงียบงันท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี  หล่อเหลาดุจเทพเซียนในอุดมคติของกวีเอก  ชายแขนเสื้อสะบัดตามท่วงท่าประหนึ่งกลีบของบัวหิมะกำลังผลิแย้ม  พลันบังเกิดคลื่นพลังผลักดันวูบหนึ่งจนชายเสื้อสีขาวสะบัดอย่างแรง พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องนภา  บีบอัดค้างคาวที่กำลังบินว่อนในอากาศให้สลายกลายเป็นผุยผงไม่เหลือแม้แต่ศพให้เห็น.....

บุรุษที่ดีเลิศ  บุรุษที่เยี่ยมยอดเช่นนี้  ควรแล้วหรือที่จะตกเป็นของนังสตรีสารเลวเต็มไปด้วยเรื่องด่างพร้อยเช่นมู่หรงเสวี่ย ขึ้นชื่อว่าเป็นของเหลือเดนจากเย่วอี้เฉินแล้วมีอย่างที่ไหนจะคู่ควรเหมาะสมกับยอดบุรุษอย่างซื่อจื่อโอวหยางกัน?   ทำไมเขาถึงได้ปักใจกับมู่หรงเสวี่ยนัก?

มองไปยังมู่หรงเสวี่ย,  เห็นในมือนางถือมีดสั้นตระหวัดกวัดแกว่ง  ไปทิศใดสีโลหิตก็กระเซ็นซ่านให้เห็นยังทิศนั้น   ท่าทางสังหารของนางล้วนเด็ดขาดจนน่าประหลาดใจ

ดวงตาคมกริบของฉินอี้หยวนหรี่ลง:  มู่หรงเสวี่ยเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว  จะปล่อยให้มีชีวิตเผยอหน้าอยู่ต่อไปไม่ได้  นางต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม  วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะเบี่ยงเบนสาเหตุการตายของนางว่าเป็นเคราะห์กรรมบันดาลแล้ว...............

“ค้างคาวดูดเลือดมากเกินไป  ข้าจะช่วยด้วย!”   ฉินอี้หยวนกล่าวขึ้นมา  แล้วผละออกจากอ้อมแขนของเย่วอี้เฉิน  ในมือนางพลันปรากฏอาวุธและเริ่มออกสังหารค้างคาวในขณะเดียวกันก็ค่อยๆขยับเข้าหามู่หรงเสวี่ย

ฝูงค้างคาวยังดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสาย   มู่หรงเสวี่ยทุ่มเทฆ่าค้างคาวเอาเป็นเอาตายไม่ทันระวัง  จู่ๆก็มีใครบางคนผลักนางให้ตกลงไปยังหุบเหว


นางทันได้เห็นรอยยิ้มแปลกตาของฉินอี้หยวน   ฉับพลันนางก็เข้าใจเรื่องราวทันที    ไวเท่าความคิด,  มือของนางก็ตะกายออกคว้าจับเสื้อของฉินอี้หยวนไว้  ลากนางลงนรกด้วยกัน...


..................................
จบบท



49 ความคิดเห็น:

  1. ค้างงงงงงง. ไรท์โปรดอย่าฆ่ากัน ค้างงงงงงงง

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณคร่า สนุกมากค่ะ

    ตอบลบ
  3. มงกุฏดอกทองจริงนังองค์หญิง

    ตอบลบ
  4. สิรัมพร25 ธ.ค. 2559 17:28:00

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณมากคร้าาา

    ตอบลบ
  6. นางองค์หญิงจากแคว้นนรกนี่ ร้ายกาจจริงๆ

    ขอบคุณมากนะครับ ^_^

    ตอบลบ
  7. ปล่อยยย ค้างแบบนี้เลยหรอออิ แบบสะใจ แต่ก้อค้างงง

    ตอบลบ
  8. อีนังองค์หญิงช่างเลวได้โล่ห์จริงๆ ขอให้เสวี่ยเอ๋อร์ที่ตกเหวไปกับนังหญิงฉินอย่าใจอ่อนไปช่วยมันอีกล่ะ โกรธแทนเสวี่ยเอ๋อร์ อินมากๆ ไรท์น่ารักฝุดๆ แปลให้ตั้งสองตอน แต่กลับค้างหนักกว่าเดิมอีก ถถถถถ

    ตอบลบ
  9. นังออค์หญิงนี่หาแต่เรื่อง

    ขอบคุณนะค้าา วันนี้แปลให้ 2 ตอนเลย

    ตอบลบ
  10. แบบนี้แหละสะใจ ใหทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว หุๆๆ

    ตอบลบ
  11. ว้าก มาต่อ2ตอนแต่ค้างอย่างหนักเลย ได้โปรดมาต่อเร็วๆน้าาา เมี้ยววววว หง่าวววว

    ตอบลบ
  12. ตัวอย่างค้างคาวน่ากลัวมาก วีนดีเซลยังต้องหลบ ฝ่าบาทโอหยางจะไหวมั้ยเนี่ย

    ตอบลบ
  13. นังองค์หญิงดอกมาก กอดผู้ชายอีกคนแต่กลับส่งสายตาหาอีกคน

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณค่ะ
    ลากมันลงไปแล้วก็ตัดเส้นเอ็น ตัดลิ้น แล้วตืบมันซะ

    ตอบลบ
  15. อยากผลักดีนัก มาตายด้วยกันเล๊ย

    ตอบลบ
  16. เลวจริงๆแม่องค์หญิงคนนี้ น่าตายนัก!!!!

    ตอบลบ
  17. อู้วววว สะใจ กะให้นางเอกหล่นเลยตกได้ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั่นถึงตัว

    ตอบลบ
  18. เอ๊า อินี่ หาเรื่องให้ไม่พอ จิตใจหยาบช้าจริงๆ (อินมาก) 555

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ25 ธ.ค. 2559 19:36:00

    ขอให้องค์หญิงดอกท้อมันตาย!!!
    แต่คงรอดเพราะสกิลพวกตัวร้ายแม่งอึดกว่าแมลงสาปอีก เฮ้ออ~ ตายๆไปเถิดนะ...สาธุ!!!

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ25 ธ.ค. 2559 20:07:00

    เธอฆ่าฉันฉันก็ฆ่าเธอด้วยไม่โกงกันนะคะ 55555555555

    ตอบลบ
  21. งานดี กรรมใดใครก่อก็ร่วมด้วยช่วยรับไปแล้วกันนะ สนุกแน่

    ตอบลบ
  22. สนุกมากๆ ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ25 ธ.ค. 2559 20:39:00

    เกลียดยัยฉินจริง ๆ

    ปล ขอบคุณโปรฯ คริสตมาสนะคะ มา 2 ตอนเลย

    ตอบลบ
  24. เหวี่ยงนังนี่ลงไปเลยยยยยย

    ตอบลบ
  25. ไม่ระบุชื่อ25 ธ.ค. 2559 21:03:00

    ไรท์ค้างอ่ะได้โปรดต่อวันพน.ที~~~T-T

    ตอบลบ
  26. ขอบคุณมาก ๆ ค่ะไรแล้วมาอัพอีกไว ๆ นะคะสนุกมากเลยค่ะสู้ ๆ ๆ ค่ะไรรอนะคะ

    ตอบลบ
  27. ตายๆ ไปซะเถอะฉินอี้หยวน เป็นถึงองค์หญิงแต่มีแต่เรื่องด่างพร้อย ไม่มีไรดีเลย แม้กระทั่งใจ

    ตอบลบ
  28. ขอให้ยัยองค์หญิงไม่รอดด้วยเถอะ ถ้ารอดก็ขอให้อาการหนัก ดูสิจะโกหกเรื่องผลักนางเอกอย่างไง

    ตอบลบ
  29. ขอให้ยัยองค์หญิงไม่รอดด้วยเถอะ ถ้ารอดก็ขอให้อาการหนัก ดูสิจะโกหกเรื่องผลักนางเอกอย่างไง

    ตอบลบ
  30. 555...ต้องหัวเราะองค์หญิงสุดท้ายก็โดนดึงไปด้วย...ขอบคุณไรท์คะ

    ตอบลบ
  31. เอาเด่ เกลียดมัน นางองค์หญิง

    โอ้ยยย ค้างแรงมากกกกค่า

    ตอบลบ
  32. เฮือกก.....ใจหายแทนฝ่าบาท. ..

    ปล.ขอบคุณไรท์ค่ะ แปลเองอ่านไม่ได้อารมณ์เท่านี้ หุหุ

    ตอบลบ
  33. องค์หญิงสวะไร้ค่าแห่งโม่เป๋ยแถมยังขี้อิจฉาก็เหมาะกับองค์ชายจิงยังกะผีเน่ากับโลงผุเลย จิบอกให้

    ตอบลบ
  34. ตามอ๋องโง่กลับมา พอเห็นเสวี่ยได้ผู้ชายแสนดีอย่างฝ่าบาทโอวหยางยังจะมาอิจฉาหาเรื่องอีก
    นี่แกเป็นอะไรมากไหมเนี้ยเสวี่ยก็ไม่ได้ไปแย่งอ๋องโง่กับแกสักหน่อย

    ตอบลบ
  35. โดนเตะแน่ๆค่าคุณผู้ชม

    ตอบลบ
  36. นังฉินน่าจะตายๆได้เเล้วนะ

    ตอบลบ
  37. เบื่อไอ้คู่รัก ปญอ. 2 ตัวนี่มากอะ มากมายยยยยย เหอะๆ

    ตอบลบ
  38. ลากลงไปด้วยกันเลย

    ตอบลบ
  39. ตกลงไปขอให้นังองค์หญิงพิการเสียโฉมเป็นดีที่สุด อย่าเพิ่งตายเดี๋ยวไม่หนุก รอลุ้นต่อค่ะ
    ขอบคุณนะคะสนุกมากหลายยยยย รักคนแปลและคนพิมพ์ม๊ากมาก

    ตอบลบ
  40. ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง แงงงงงงงงงงงงงง

    ตอบลบ
  41. นางองค์หญิงไร้สามารถแล้วยังหาเรื่องตายอีก

    ตอบลบ
  42. ก็เอาสิ 5555555555

    ตอบลบ