งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 63 เอาคืนฉินอี้หยวน (ดิบ)

“เสวี่ยเอ๋อร์!”   โอวหยางเส่าเฉินถลันเข้าหาหมายจะคว้ามู่หรงเสวี่ย  นิ้วเรียวของชายหนุ่มเพียงเฉียดถูกปลายผ้าของอาภรณ์นางเท่านั้น  คว้าจับได้เพียงอากาศ.......

ร่างแน่งน้อยของมู่หรงเสวี่ยหายลับลงไปยังก้นหุบเหวพร้อมกับฉินอี้หยวน......

ดวงตาดำสนิทของซื่อจื่อหนุ่มไร้การลังเลยามที่เขากระโดดลงจากหน้าผา   ร่างของโอวหยางเส่าเฉินในอาภรณ์สีขาวทิ้งตัวติดตามร่างของมู่หรงเสวี่ยลงไปทันที    สีขาวที่พอมองเห็นในความมืดมิดนั้นค่อยๆ กลายเป็นจุดเล็กๆ แล้วหายไป

“ซื่อจื่อ!”   ซุนเฟิงและอู๋เหิงร้องออกมาพร้อมกัน   จากนั้นก็ถลันตัวกระโดดตามลงไปติดๆ    พวกเขาเป็นเงาของซื่อจื่อ  หากซื่อจื่อเสด็จไปไหน, พวกเขาก็พร้อมจะติดตามไปทุกที่.....

สายตาของเย่วอี้เฉินเปล่งประกายที่มิอาจคาดเดา  ดวงตาของชายหนุ่มนั้นมืดสนิทราวกับสีของรัตติกาล  เขาผละจากการเข่นฆ่าค้างคาวดูดเลือดตรงหน้า เคลื่อนกายอย่างรวดเร็วไปยังริมผาแล้วกระโจนออกไปอย่างไม่รอรี

“องค์ชาย!”   องครักษ์วังจิงที่ไม่ทันรู้ที่มาที่ไป  ได้แต่งง?   ทำไมอยู่ๆก็พากันกระโดดเหวเล่า?

“อ้า....ท่าทางพวกเราก็ต้องกระโดดเช่นกัน!”   องครักษ์วังจิงตัดหัวเหล่าค้างคาวไปก็ตะโกนบอกกันไป

องครักษ์วังจิงหมายเลขหนึ่งหนังตาก็อดกระตุกด้วยความหวั่นกลัวไม่ได้   หุบเหวช่างลึก,  หากกระโดดลงไปมิเท่ากับว่ากระโดดลงไปตายหรอกหรือ?

แต่ตรงหน้าก็มีแต่ฝูงค้างคาวกระหายเลือดดาหน้ามาไม่หยุด   ทั่วทุกทิศมีแต่ดวงตาสีแดงก่ำห้อมล้อมเข้าไว้  หนังตาขององครักษ์หมายเลขหนึ่งกระตุกยิกไม่หยุด   ตรงที่นี้เหลือเพียงเขากับหมายเลขสอง  ต้องรับมือกับค้างคาวจำนวนมหาศาล  ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะยันได้นานแค่ไหนก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นอาหารอันโอชะของมัน  “โดดก็โดด  อยู่ก็ตายไม่อยู่ก็ตายอยู่ดี!

“อึ้ม!”  หมายเลขหนึ่งพยักหน้าแล้วเขากับหมายเลขสองก็กระโดดลงจากหน้าผา

เสียงลมหวีดหวิว, ที่บนหน้าผาเหลือไว้แค่เพียงฝูงค้างคาวมหึมาบินวนไม่หยุด

สายลมต่ำลงมาจากหน้าผาพัดกระโชกแรง  ตีกระแทกกับใบหน้านางจนเจ็บมิต่างจากถูกมีดทิ่มแทง  หุบเหวลึกจนไม่เห็นก้น,  ระหว่างนั้น, มู่หรงเสวี่ยตีลังกากลับตัวกลางอากาศแล้วเกาะกระชากกระโปรงของฉินอี้หยวนให้ใกล้เข้ามาแล้วตบเข้าที่ใบหน้านางไม่หยุด

หน้าผาสูงขนาดนี้,  อย่างไงพวกเขาก็คงจะไม่รอดแน่เมื่อตกถึงพื้น  อย่างไงซะก่อนจะตาย,  นางขอฆาตกรรมนังฆาตกรนี้แก้แค้นให้กับตัวเองที่ต้องมาตายอนาถเช่นนี้

“ตบกระหน่ำไม่ขาดสายประดุจดั่งเม็ดฝนเข้าที่ใบหน้างามๆของฉินอี้หยวน  หน้าของนางนั้นเดี๋ยวโดนตบสะบัดไปซ้ายทีขวาทีเนื้อๆเน้นๆ  ตบจนแก้มทั้งสองข้างปวดแสบปวดร้อนร้าวระบมไปหมด

ฉินอี้หยวนได้สติจากที่ในใจรู้สึกแตกตื่นจน ความหวาดกลัวของนางพุ่งสูงทะลุเขตสวรรค์ชั้นเก้าไปถึงไหนถึงไหน   ดวงตามีเสน่ห์ของนางหันมาเพ่งดุเดือดใส่มู่หรงเสวี่ย “มู่หรงเสวี่ย, เจ้าบังอาจตบข้า!

“ข้าไม่เพียงกล้าตบเจ้า, แต่ข้าจะเตะเจ้าด้วย!”   มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยอารมณ์ดุเดือด เปลี่ยนเป็นใช้ขาตวัดเตะฉินอี้หยวนแทน

จุกแอ๊กที่ในอก,  ฉินอี้หยวนเจ็บจนหน้าซีด  เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก  จ้องกลับไปยังมู่หรงเสวี่ยอย่างเจ็บแค้น ปากอ้าเตรียมจะด่า  แต่พายุหมัดของมู่หรงเสวี่ยก็กระหน่ำต่อยลงมาอีกระลอกอย่างไม่ยั้งมือ  มือและเท้าประสานกันทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง เตะต่อยนางอย่างบ้าคลั่ง

เจ็บระบมสาหัสไปทั่วร่าง  สีหน้าของฉินอี้หยวนซีดแล้วซีดอีก  มู่หรงเสวี่ยลงมือหนักกับนางเพียงนี้คงจงใจจะปลิดชีพนางแน่  “มู่หรงเสวี่ย, เปิ่นกง, เป็นองค์หญิงแห่งโม่เป๋ย..........”

“ฝ่ามือของมู่หรงเสวี่ยสะบัดฉาดเข้าที่ใบหน้าของฉินอี้หยวนก่อนที่นางจะทันได้พูดจบประโยคซะอีก   ขนาดกำลังจะตายอยู่แล้ว  ยังมีหน้ามาพูดถึงฐานันดรองค์หญิงขี้เหม็นอยู่ได้  ไม่รู้จะเรียกว่านางว่าอะไรแล้ว

ฉินอี้หยวนกระอักเลือดออกมา  ดวงตาของนางลุกโพลงด้วยความแค้น  “มู่หรงเสวี่ย, ทำไมถึงได้ลงมือลงไม้กับเปิ่นกงเช่นนี้?”

“อาศัยเหตุผลอะไรน่ะหรือ  ก็การที่พวกเจ้าวิ่งนำดอกไม้กินคนให้มาทางข้า  ขัดขวางทางไปเก็บหญ้าของข้า  เท่านั้นยังไม่พอ...ยังออกไปล่อค้างคาวดูดเลือดฝูงเบ้อเริ่มมาทำร้ายข้าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด  ยังมีอีก....เจ้ามันนังอสรพิษชัดๆ, หน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆ  ยังคิดผลักข้าตกเหว.....”

มู่หรงเสวี่ยในยามที่เอ่ยถึงเหตุผลสมควรโดนตบออกมามีสติเยือกเย็นกว่ายามที่ซ้อมนางเมื่อครู่อีก  ฉินอี้หยวนได้แต่อึ้งพูดไม่ออก  นางนึกว่ามู่หรงเสวี่ยรู้ไม่ทันอะไรเสียอีก  นึกไม่ถึงเลยว่านางจะรู้ทุกอย่างมาตลอด

รู้แล้วเป็นอย่างไร,  เพราะอีกไม่นานมู่หรงเสวี่ยก็จะต้องตายอยู่แล้ว  ความลับนี้ก็จะฝังลงหลุมไปพร้อมกับนางน่ะแหละ  แค่นี้ก็จะไม่มีใครรู้

แววตาของฉินอี้หยวนปรากฏระลอกแปลกๆ  นางยึดจับหัวไหล่ของมู่หรงเสวี่ยไว้แน่น

มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งนึกสงสัย  หางตาเริ่มเห็นกิ่งก้านของต้นไม้แล้วก็เพิ่งตระหนักว่าตัวเองกับฉินอวี้หยวนอยู่ในตำแหน่งที่นางเสียเปรียบ   ยามเมื่อถึงก้นเหว,  นางก็จะถูกฉินอี้หยวนใช้เป็นเบาะมนุษย์รองรับตัวฉินอวี้หยวนเองที่หล่นลงมาด้วยกัน   ช่างคิดการณ์ไว้ได้แยบยลนัก

มู่หรงเสวี่ยเหยียดปากอย่างเยาะหยัน   มือจับคว้ากิ่งไม้ที่ผ่านมาใกล้มือในทันใดนั้นแล้วดีดตัวขึ้น   พลิกตัวเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างนางกับฉินอี้หยวน   กลายเป็นว่าฉินอี้หยวนถึงพื้นดินก่อน  ตัวนางอยู่ด้านบนแทน......

ฉินอี้หยวนในตอนแรกกำลังแอบลำพองใจอยู่ถึงกับแตกตื่นตกใจ   จะคิดการณ์แก้ไขก็ไม่ทันเสียแล้ว   แผ่นหลังของนางก็ฟาดเข้ากับบางสิ่งดังปั้ก   หลังบางนุ่มนิ่มของนางก็เกิดรอยแผลฉีกขาดจนหยดเลือดกระเซ็นไปทั่ว   ที่หลังปวดแสบปวดร้อนชาไปหมด   ฉินอี้หยวนเปิดปากร้องขึ้นดังลั่นหุบเหว  “อ้ากกกกกกกกกกกกกก”

ฉินอี้หยวนหันแผ่นหลังนางลงพื้น   ได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกายอย่างสาหัส    เสียงกรี้ดร้องของนางดังแหลมผ่าทะลุอากาศ   ใบหน้านางซีดเผือดไร้สีเลือด   ปากอ้าพะงาบๆ พยายามจะหายใจเอาอากาศลงปอด   ลักษณะคล้ายปลาที่ผิดที่ขึ้นมาหายใจอยู่บนบก

อึดจริงอึดจัง  ไม่ตายสักที!

มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้ว   ตัวนางเองนั้นค่อยๆขยับแขนขาแล้วลุกขึ้น   นางเริ่มมองสำรวจไปยังกิ่งก้านของต้นไม้สูงปรี้ด    ต้นไม้มีขนาดสูงใหญ่มาก   พุ่มใบกิ่งก้านก็ขึ้นถี่แน่นหนา  เจ้ากิ่งก้านใบหนาพวกนี้นี่แหละที่ช่วยชะลอความเร็วในการตกลงมาทำให้ฉินอี้หยวนยังรอดชีวิตอยู่

“มู่หรงเสวี่ย,  แผนร้ายของเจ้าที่มีต่อเปิ่นกง,  ข้าขอสาปแช่งเจ้าให้ตายซะ!”  ฉินอี้หยวนมองมายังมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาคั่งแค้น   น้ำเสียงของนางอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงแล้ว  แต่แววตาอาฆาตนั้นก็ยังจดจ้องมองมาที่นางอย่างไม่วางตา

“หุบปาก!”   มู่หรงเสวี่ยประเคนเท้าเตะใส่ร่างบางบอบช้ำของฉินอี้หยวน  พลางเอ่ยน้ำเสียงเย็นเฉียบว่า    “แผนร้ายของเจ้าต่างหาก  ไม่ต้องมายกให้ข้า  ข้าถูกผลักตกเหวมา  จำต้องลากเจ้าลงมาเป็นเพื่อนลงนรกด้วยกัน   ก่อกรรมทำเข็ญอย่างไรไว้ก็ต้องรับกรรมเช่นเดียวกัน ....ถึงจะถูก!

ฉินอี้หยวนที่ไร้การปัดป้องถูกเตะอย่างแรงจนตัวลอยละลิ่วปลิวห่างออกไปตกยังพื้นอีกที่หนึ่ง   มู่หรงเสวี่ยถึงได้หยุดเท้า   ขณะนี้สารรูปของนางนั้น,  เสื้อผ้าฉีกขาดเพราะกิ่งไม้ทิ่มตำเปิดให้เห็นรอยแผลจำนวนมาก   ถูกหญ้าหนามทิ่มตำทำให้ปวดแสบปวดร้อนหนักเข้าไปอีก

นางพยายามหายใจงับอากาศที่เย็นฉ่ำเข้าไป    ในดวงตานั้นมีแต่เปลวเพลิงโกรธร้อนแรง  นางเป็นองค์หญิงที่เหนือกว่าองค์หญิงใดทั้งหมดในแคว้นทางเหนือ   เป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ   เป็นอัญมณีน้ำงามของเสด็จแม่   ผู้ใดได้ประสบพบหน้านางก็ล้วนแต่ชื่นชมบูชา  ไม่มีใครกล้าทำให้นางขัดเคืองใจสักคน

มู่หรงเสวี่ยไม่เพียงกล้าทำ   แต่นางทำทุกอย่างที่หลู่เกียรติของนาง ตบนาง, เตะนาง, ต่อยนาง, เยาะเย้ยเหน็บแนมนาง   นังสารเลวผู้นี้ทำมาหมด....

แผ่นหลังของนางเหยียดขึ้นตั้งตรงไม่ยอมนอนหมอบ   ฉินอี้หยวนกลับคืนสู่กิริยาอันสง่างามดุจนางหงส์    เสียงแหบเครือของนางออกคำสั่งว่า   “ออกมา!

จากอากาศอันว่างเปล่า,  พลันปรากฏเงาร่างสี่ร่าง   ทั้งสี่นุ่งห่มอาภรณ์สีน้ำตาล   บนใบหน้ามีผ้าปิดหน้าสีเดียวกัน   ในมือมีอาวุธทุกคน  ทั้งสี่อยู่ๆ ก็มาโผล่ตรงหน้าของฉินอี้หยวนเช่นนั้น

ทั้งสี่คนมีไอสังหารอยู่เต็มเปี่ยม    ดวงตาจับจ้องมุ่งมั่นรอรับคำสั่งจากฉินอี้หยวน     ทั้งหมดคุกเข่าลง   เรียกนางพร้อมกันว่า  “องค์หญิง!

แววตาของฉินอี้หยวนเปล่งประกายเด็ดขาด   ประดุจแววตาของแม่ทัพกลางสมรภูมิรบ  นางจ้องไปยังมู่หรงเสวี่ยอย่างดุร้าย   ออกคำสั่งเสียงลอดไรฟันออกมาว่า   “สับนางเป็นชิ้นๆ!


“พ่ะย่ะค่ะ!”  ชุดน้ำตาลทั้งหมดเด้งตัวขึ้น   ดึงดาบออกจากฝักกวัดแกว่งเข้าทิ่มแทงมู่หรงเสวี่ย.....


................................
จบบท


37 ความคิดเห็น:

  1. เอะหรือฉินอี้หยวนจะเก่ง อ้ายไม่ได้นะจะมาเก่งกว่ามู่หรงน้อยไม่ได้น้าาาา

    ตอบลบ
  2. นังองค์หญิงเป็นนางมารร้ายจริงๆ ท่านอ๋องจะมาเห็นภาคนางมารไหมเนี่ย
    แต่ขอให้ฝ่าบาทมาทันเห็นและช่วยนางเอกของเราก็พอ

    ขอบคุณนะคะ
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นเพราะมีความลับเริ่มเปิดเผย

    ตอบลบ
  3. เอาล่ะสิทีนี้ โอวหยางเส่าเฉินรีบมาเร็วๆ :)

    ตอบลบ
  4. อุ่ย นางมารร้ายเผยตัวออกมาแล้วว่ามีซ่องสุมกำลัง

    ตอบลบ
  5. ฝ่าบาทททททททททททท ตื้บนังพวกนี้ที โฮกก

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ26 ธ.ค. 2559 15:58:00

    ขนาดอยู้ก้นเหว..พวกเงามาจากไหนฟระ

    ตอบลบ
  7. ยัยองค์หญิงมีคนของตัวเองอยู่ ทำไมไม่เรียกมาช่วยตั้งแต่แรกอะ
    ซื่อจื่อรีบมาช่วยเสวี่ยเอ๋อร์เร็ววว จะโดนรุมแล่ว

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ26 ธ.ค. 2559 16:59:00

    ตัวโกงระดับซุปเปอร์ เกลียดฝุดๆ

    ตอบลบ
  9. ฝ่าบาทมาให้ไว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
  10. นางร้ายได้สุดจริงๆ. พระเอกของเรารีบลงมาเร็วๆ. นางเอกจะสู้ไม่ไหวนะ 1ต่อ 4

    ตอบลบ
  11. เดี๋ยวทำไมไม่ให้ช่วยตั้งนานแล้วอ่ะงง ตกลงมาแล้วค่อยมาช่วย//ซื่อจื่อท่านขี่เต่าลงมาหรือ นางด่ากันตั้งนาน

    ตอบลบ
  12. รอให้หลังหักค่อยออกมา เงาพวกนี้ก็ฮาอะ 5555

    ตอบลบ
  13. 4ตัวนี้มันไปซ่อนอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย

    ตอบลบ
  14. สู้เองไม่ได้ต้องให้คนช่วย ว้ายยยยย

    ตอบลบ
  15. แหม่นางยังมีไพ่ตายนะคะ ศึกลูกผู้หญิงนี่คงเผ็ดสุดในแผ่นดินแล้วมั้ง อิอิ

    ตอบลบ
  16. นี่คนหรือแมงสาป โดนขนาดนั้นยังไม่ตายอีก เสวี่ยเอ๋อร์น่าจะแถมมีดไปอีกสักเล่ม

    ตอบลบ
  17. เงามาจากไหน อยู่ก้นเหว โผล่มาได้ไง

    ตอบลบ
  18. ขอบคุณค่ะ
    ยัยองค์นี่จริงๆ เป็นแมลงสาบปลอมตัวเป็นคนมาใช่มั้ยตายยากตายเย็นเหลือทน

    ตอบลบ
  19. สมควรตายจริงๆ ยัยองค์หญิงน่ารำคาญนี่! ตอแหลไปถึงไหนวะ?!

    ตอบลบ
  20. คนขี้อิจฉานี่มันตายยากตายเย็นจริงๆ หึ่ย

    ตอบลบ
  21. นังอี้หยวนนี่หนังเหนียวตายยากจริงๆ

    ตอบลบ
  22. ขอบคณมากจร้าไรทเตอร์

    ตอบลบ
  23. ยัยองค์หญิงนี่หนังเหนียวจัง ตายก้อยาก สู้ไม่ได้เรียกองค์รักษ์เงาออกมาเลย กะจะอ้อนองค์ชายจิ้งจกรึงัยไม่ยอมให้มาช่วยแต่แรกน่ะ หมั่นไส้จัง

    ตอบลบ
  24. อินังองค์หญิงนี่ตายยากตายเย็นจริงๆ

    ตอบลบ
  25. ฝ่าบาทตกไปทางไหนเนี่ยน่าจะมาถึงนานแล้วนะ

    ตอบลบ
  26. สู้ไม้ได้เลยหาพวกมารุม

    ตอบลบ
  27. สู้ไม้ได้เลยหาพวกมารุม

    ตอบลบ
  28. ไม่ระบุชื่อ27 ธ.ค. 2559 09:31:00

    บอกแล้วว พวกตัวร้ายแม่งยิ่งกว่าแมลงสาป!!
    ตายง่ายๆไม่ยอมต้องดับอนาถถึงต้องตาย!!

    ตอบลบ
  29. ตายยากตายเย็นเสียจริงๆคนขี้อิจฉา ต๊ายตายแล้วรีบมาช่วยน้องโม่เร็วๆนะเพคะ

    ตอบลบ
  30. นางอึดทนเหมือนแมลงสาบ

    ตอบลบ
  31. ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  32. เงาตามมาตอนนี้อ่ะยะ เงาพวกนี้จะเก่งไปไหมมม

    ตอบลบ
  33. องครักษ์เงาเราะ
    ทำไมไม่ช่วยตั้งแต่แรกหว่า

    ตอบลบ
  34. เดี๋ยวๆ นางมีองครักษ์เงา??? แล้วทำไมไม่เรียกมาช่วยแต่แรก???

    ตอบลบ